.

.
นก Greater rheas ตัวผู้
จะเตรียมดูแลลูกนก
ตั้งแต่ตัวเมียเริ่มวางไข่
© Smithsonian Institution
.
.
พ่อสัตว์เหล่านี้ทำทุกอย่างเพื่อลูก
ตั้งแต่คาบไข่ในปากไปจนถึงสร้างรังลับ
ในอาณาจักรสัตว์ ความเป็นพ่อ
มีหลากหลายรูปแบบ มีบางชนิด
เช่น หมีกริซลี หรือสิงโต
จะจากไปตัวเมียไปเลยหลังผสมพันธุ์
และไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์กับลูกอีกเลย
ในขณะที่สัตว์บางชนิดทำทุกอย่าง
ตั้งแต่กกไข่ให้ความอบอุ่นเพียงลำพัง
ไปจนถึงคาบลูกในปาก
และแม้กระทั่งคลอดลูกเอง
“ การที่ตัวผู้ลงทุนในลูกหลาน
จะเพิ่มโอกาสในการอยู่รอดของพวกมัน
และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง
การอยู่รอดของยีนของมัน
การดูแลลูกโดยตัวผู้เพียงฝ่ายเดียว
พบได้น้อยในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
และสัตว์มีกระดูกสันหลัง
แต่กลับพบได้ทั่วไปในปลาครีบแข็ง
(มากกว่า 50 %ของครอบครัว)
โดยหลายชนิดดูแลลูกครอกใหญ่
จากตัวเมียหลายตัว
ในนก การดูแลลูกโดยตัวผู้
มีน้อยกว่า 1 % ของสายพันธุ์ ”
Karen McDonald
ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษา
จากศูนย์วิจัยสิ่งแวดล้อม Smithsonian
กล่าวกับ Popular Science
.
.
นี่คือวิธีการเฉพาะตัวที่สัตว์บางชนิด
ได้สัมผัสกับความเป็นพ่อ
.
.
.

.
@ National Geographic
.
1.
ม้าน้ำและลูกม้าน้ำตัวน้อย
ม้าน้ำ
Seahorse เป็นสัตว์ที่เป็นตัวอย่าง
ที่ไม่เป็นทางการของความเป็นพ่อในสัตว์
ตัวเมียเป็นผู้ผลิตไข่ แต่ตัวผู้เป็นฝ่ายตั้งครรภ์
หลังจากผสมพันธุ์แล้ว ตัวเมียจะถ่ายโอนไข่
ไปยังถุงฟักไข่ที่หางของตัวผู้ เพื่อให้ตัวผู้ปฏิสนธิ
“ ข้อเท็จจริงที่น่าทึ่งคือ
ถุงฟักไข่ของม้าน้ำนั้นคล้ายกับรก
มันทำหน้าที่แบบเดียวกัน เช่น
การแลกเปลี่ยนก๊าซและของเสีย
ในการหายใจ การควบคุมความเค็ม
การเสริมสารอาหาร และการป้องกันภูมิคุ้มกัน
โดยพื้นฐานแล้วมัน คือ สิ่งที่ได้รับการยืนยันว่า
เป็นการตั้งครรภ์ของสัตว์มีกระดูกสันหลัง ”
Karen McDonald อธิบาย
จากนั้นตัวผู้จะดูแลไข่ประมาณ 2-4 สัปดาห์
ก่อนที่จะปล่อยลูกม้าน้ำออกมา
ซึ่งเรียกว่า ลูกม้าน้ำ ขึ้นอยู่กับชนิดของม้าน้ำ
พวกมันอาจมีลูกม้าน้ำได้ตั้งแต่ 5 ตัว
ไปจนถึง 2,000 ตัวในคราวเดียว
การมีลูกให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
นั้นเป็นสำคัญมาก เพราะมีเพียงประมาณ
1 ใน 200 ตัวเท่านั้นที่จะรอดชีวิตจนโต
.
.

.
ม้าน้ำ Patagonian ได้รับการคุ้มครองใน Brazil
แม้ว่าทุกวันนี้ ยังมีการลักลอบขายกันในตลาดมืด
.
.

.
แมลงน้ำยักษ์ตัวผู้แบกไข่ไว้บนหลังมัน
จนกระทั่งลูกมันคลอดออกมา
Tom D. Schultz
.
.
2.
แมลงน้ำยักษ์และกาวไข่
สัตว์น้ำบางชนิด เช่น แมลงน้ำยักษ์
Giant water bug
ใช้ประโยชน์จากสิ่งที่เป็นที่รู้จักกันดี
ในชุดเครื่องมือของคุณพ่อคุณแม่ นั่นก็คือ กาว
“ ตัวเมียจะวางไข่บนหลังของตัวผู้
โดยใช้กาวไข่ที่ทำจากโปรตีน ”
Karen McDonald อธิบาย
สารคัดหลั่งที่กันน้ำได้
ช่วยให้ไข่คงอยู่ในตำแหน่งนั้น
การปล่อยอสุจิโดยตรง
ช่วยให้แมลงตัวผู้มั่นใจได้ถึงความเป็นพ่อ
.
.
.

.
Ryan Hagerty, US Fish and Wildlife Service
.
.
3.
ปลาหนามสามแฉกกับรังรักที่ซ่อนอยู่
ปลา
Gasterosteus aculeatus
ปลาหนามสามแฉกตัวผู้
มีวิธีที่ใข้กาวแตกต่างจากแมลงน้ำยักษ์
พวกมันใช้สารคัดหลั่งเหนียว ๆ
จากไตของพวกมันที่เรียกว่า
Spiggin
ในการเชื่อมเศษซากในทะเล
และสาหร่ายทะเลเข้าด้วยกัน
เป็นรังรักที่มีลักษณะคล้ายอุโมงค์
“ กาวที่ตัวผู้ใช้สร้างรัง
หรือที่เรียกว่ากาวไต
มีความยืดหยุ่นทางพันธุกรรม
ทำให้มันสามารถสร้างรังได้
ตามสภาพแวดล้อม
ตัวผู้สามารถปรับเคมีของกาว
ให้เข้ากับเคมีของน้ำได้
เพื่อให้รังยึดติดกันได้ดีขึ้น
และปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ ”
Karen McDonald อธิบาย
เมื่อมันพร้อมที่จะผสมพันธุ์
ท้องของมันจะเปลี่ยนเป็นสีแดง
และมันจะเต้นระบำซิกแซกพิเศษให้ตัวเมียดู
จากนั้นตัวเมียจะเข้าไปดูรังรัก
ที่มันสร้างและวางไข่
หลังจากผสมพันธุ์แล้ว
ตัวเมียจะจากไป
แต่ตัวผู้จะอยู่ปกป้องไข่จนคลอด
และดูแลลูกปลาจนโต/อยู่รอดได้
.
.
.

.

.
.
4.
นก Greater rhea Rhea americana
หากม้าน้ำเป็นตัวอย่างที่ดีของตัวผู้
ที่สามารถให้กำเนิดลูกได้
นกชนิดนี้ก็เป็นแบบอย่างของพ่อเลี้ยงเดี่ยว
พ่อบ้านที่อยู่บ้านเลี้ยงลูกอย่างมีทักษะ
นกขนาดใหญ่ที่บินไม่ได้เหล่านี้
จะสร้างรังสำหรับไข่ของคู่ของมัน
ดูแลการฟักไข่ทั้งหมด
แล้วเลี้ยงลูกนกเพียงลำพัง
และดูแลให้ปลอดภัย
“ นกชนิดนี้เป็นนกที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกาใต้
และเป็นหนึ่งในนกที่ใหญ่ที่สุดในโลก
นกที่โตเต็มวัยไม่มีศัตรูตามธรรมชาติมากนัก
แต่แมวป่าขนาดใหญ่ (คูการ์ พูมา เสือจากัวร์)
ที่อาศัยอยู่ในถิ่นที่อยู่ของพวกมัน
สามารถล่าตัวเต็มวัยได้
ลูกนกและนกวัยอ่อนมีความเสี่ยงมากที่สุด
แต่เมื่อนกโตเต็มวัยแล้ว พวกมันมักจะปลอดภัย ”
Sara Hallager ภัณฑารักษ์นก
สวนสัตว์แห่งชาติและสถาบันชีววิทยา
เพื่อการอนุรักษ์ Smithsonian
กล่าวกับนิตยสาร Popular Science
.
.
.

.
Arapaima ปลาน้ำจีดชนิดหนึ่ง
ทึ่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก
@ Smithsonian Institution Abby Wood
.
.
5.
ปลาอะราไพมามีปากอันน่าทึ่ง
ปลาอะราไพมา
Arapaima
เป็นปลาน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในโลกชนิดหนึ่ง
และมีถิ่นกำเนิดในแม่น้ำอเมซอน
และไม่มีศัตรูตามธรรมชาติมากนัก
สำหรับลูกปลาตัวเล็ก ๆ ของปลาอะราไพมา
เป็นโลกที่แตกต่างกับลูกม้าน้ำอย่างสิ้นเชิง
เพื่อความปลอดภัยจากสัตว์นักล่า/ศัตรู
พ่อปลาอะราไพมาจะดูดลูกของมัน
เข้าไปในปากเมื่อรู้สึกถึงอันตราย
จากนั้นพวกมันจะว่ายน้ำไปยังพื้นที่ปลอดภัย
แล้วค่อย ๆ ปล่อยลูก ๆ ออกมา
“ ปลาอะราไพมาจะสร้างรัง
และตัวเมียสามารถวางไข่
ได้ตั้งแต่ 20,000 ถึง 50,000 ฟอง
ทั้งพ่อและแม่จะช่วยกันปกป้องรัง
ปลาขนาดใหญ่เหล่านี้
ยังหายใจเอาอากาศที่ผิวน้ำ
เพื่อช่วยให้พวกมันอยู่รอด
ในแหล่งที่อยู่อาศัยที่มีออกซิเจนต่ำ ”
Rebecca Sturniolo
ภัณฑารักษ์ประจำภูมิภาคอเมโซเนีย
และเส้นทางอเมริกัน ที่สถาบันสวนสัตว์แห่งชาติ
และชีววิทยาการอนุรักษ์ Smithsonian
กล่าวกับนิตยสาร Popular Science
.
.
.
.
Golden tamarins ใช้เวลาส่วนใหญ่กับพ่อ
@ Smithsonian Institution. Jessie Cohen
.
.
6.
ลิงทามารินสิงโตทอง/ทักษะการสอนของพ่อ
ลิงทามารินสิงโตทอง
Leontopithecus rosalia
เป็นลิงขนาดเล็กที่พบได้ในต้นไม้
ตามแนวชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกของบราซิล
หลังจากเกิด ลูกลิงจะใช้เวลา 2-3 สัปดาห์
อยู่กับแม่เพื่อดูดนมจากแม่
จากนั้นก็จะเป็นหน้าที่ของพ่อ
ลูกลิงทามารินสิงโตทองจะเกาะติดพ่อ
และขี่ไปด้วยทุกที่ที่พ่อไป
“ ลูกลิงกำลังเรียนรู้ภาพ เสียง และกลิ่นของป่า
พวกมันกำลังเรียนรู้ว่า ปลอดภัย รู้สึกอย่างไร
อันตราย คืออะไร วิธีการตอบสนองต่อสัตว์อื่น
หรือลิงทามารินสิงโตทองตัวอื่น
พวกมันกำลังเรียนรู้ว่า ลิงทามารินตัวเต็มวัย
กินอะไรโดยการดูพ่อ เรียนรู้วิธีการเคลื่อนไหว
และที่ที่ดีที่สุดในการนอนหลับ
เจ้าหน้าที่สวนสัตว์ปล่อยให้พ่ออยู่กับลูก
ซึ่งค่อนข้างผิดปกติสำหรับลิงในเวลานั้น
การเปลี่ยนแปลงนั้นทำให้จำนวนลูกลิง
ในสวนสัตว์เพิ่มขึ้นอย่างมาก
และนำไปสู่การนำลิงทามารินสิงโตทอง
ที่เกิดในสวนสัตว์กลับคืนสู่บราซิลในที่สุด ”
Kenton Kerns
ภัณฑารักษ์และนักชีววิทยา
ที่สถาบันสวนสัตว์แห่งชาติ
และการอนุรักษ์ชีววิทยาแห่ง Smithsonian
กล่าวกับ Popular Science
ลิงทามารินสิงโตทองเคยอยู่ใน
สถานะใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง
จนกระทั่งปี 2003 จึงได้รับการยกระดับ
สถานะเป็นใกล้สูญพันธุ์
ในช่วงทศวรรษ 1970
เมื่อพวกมันถูกนำมาที่สวนสัตว์
ทีมงานของสถาบัน Smithsonian
และนักวิจัยชาวบราซิล
ได้ร่วมมือกันเพื่อหาว่าลิงเหล่านี้
ต้องการการดูแลจากพ่อมากแค่ไหน
.
เรียบเรียง/ที่มา
Popscience
.
.
หมายเหตุ ยังมีอีกมากมาย เช่น
1. นกเพนกวินจักรพรรดิ
Emperor Penguin
เป็นสุดยอดคุณพ่อแห่งขั้วโลกใต้
เมื่อแม่เพนกวินวางไข่เสร็จ
จะส่งต่อให้ตัวผู้ดูแล
โดยตัวผู้จะใช้เท้าประคองไข่ไว้
และกกไข่ไว้ใต้หน้าท้องที่อบอุ่น
ท่ามกลางอุณหภูมิที่ติดลบ
ทนหิวและยืนตากพายุหลายเดือน
จนกว่าไข่จะฟักออกมาเป็นตัว
แล้วจะคอยดูแลจนลูกนกเติบโตสมวัย
.
.

.
.
.
2. หมาป่าสีเทา
Gray Wolf
หมาป่าตัวผู้เป็นหัวหน้าครอบครัวที่รักลูกมาก
เมื่อแม่หมาป่าต้องให้นมลูกในรังช่วงแรก
ตัวผู้จะทำหน้าที่ออกล่าเหยื่อมาป้อนให้แม่หมาป่า
และเมื่อลูกหย่านม พ่อหมาป่าจะช่วยสอน
ทักษะการล่า การอยู่ร่วมกับฝูง และการดูแลฝูง
.
.

.
.
.
3. กบลูกศรพิษ
Poison Dart Frog
พ่อกบชนิดนี้จะเฝ้าไข่ที่อยู่บนใบไม้
และเมื่อไข่ฟักออกมาเป็นลูกอ๊อด
มันจะให้ลูกอ๊อดขี่หลังแล้วพาไป
ปล่อยในแอ่งน้ำเล็ก ๆ ตามซอกต้นไม้
จากนั้นตัวผู้จะคอยกลับมาดูแล
และส่งเสียงเรียกให้ลูกมากินไข่
ที่มันปล่อยไว้เป็นอาหารจนกว่าลูกจะโต
.
.

.
.
.
4. นกเงือก
Hornbill
เมื่อถึงฤดูผสมพันธุ์ และทั้งคู่ได้ผสมพันธุ์กันแล้ว
นกเงือกตัวเมียจะเข้าไปกกไข่ในโพรงไม้
ที่นกเงือกตัวผู้มักจะเจาะโพรงไม้ขึ้นมา
หรืออาจจะแสวงหาจากโพรงไม้ร้าง
ส่วนนกเงือกตัวผู้จะค่อย ๆ นำวัสดุต่าง ๆ
มาปิดปากโพรงจนเหลือช่องว่างให้อาหาร
เพื่อป้องกันสัตว์นักล่า/ศัตรูให้กับลูกเมีย
นกเงือกตัวผู้จะรับภาระหนักในการบิน
หาอาหารมาป้อนให้ทั้งแม่และลูกผ่านช่องแคบ ๆ
ของโพรงไม้ตลอดระยะเวลาหลายเดือน
จนกว่าลูกนกจะเติบโตพร้อมผจญภัยในโลกกว้าง
.
.

.
.
พ่อสัตว์ 6 ชนิดที่ทุ่มเทให้ลูกสุดตัว
.
นก Greater rheas ตัวผู้
จะเตรียมดูแลลูกนก
ตั้งแต่ตัวเมียเริ่มวางไข่
© Smithsonian Institution
.
พ่อสัตว์เหล่านี้ทำทุกอย่างเพื่อลูก
ตั้งแต่คาบไข่ในปากไปจนถึงสร้างรังลับ
ในอาณาจักรสัตว์ ความเป็นพ่อ
มีหลากหลายรูปแบบ มีบางชนิด
เช่น หมีกริซลี หรือสิงโต
จะจากไปตัวเมียไปเลยหลังผสมพันธุ์
และไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์กับลูกอีกเลย
ในขณะที่สัตว์บางชนิดทำทุกอย่าง
ตั้งแต่กกไข่ให้ความอบอุ่นเพียงลำพัง
ไปจนถึงคาบลูกในปาก
และแม้กระทั่งคลอดลูกเอง
“ การที่ตัวผู้ลงทุนในลูกหลาน
จะเพิ่มโอกาสในการอยู่รอดของพวกมัน
และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง
การอยู่รอดของยีนของมัน
การดูแลลูกโดยตัวผู้เพียงฝ่ายเดียว
พบได้น้อยในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
และสัตว์มีกระดูกสันหลัง
แต่กลับพบได้ทั่วไปในปลาครีบแข็ง
(มากกว่า 50 %ของครอบครัว)
โดยหลายชนิดดูแลลูกครอกใหญ่
จากตัวเมียหลายตัว
ในนก การดูแลลูกโดยตัวผู้
มีน้อยกว่า 1 % ของสายพันธุ์ ”
Karen McDonald
ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษา
จากศูนย์วิจัยสิ่งแวดล้อม Smithsonian
กล่าวกับ Popular Science
.
.
นี่คือวิธีการเฉพาะตัวที่สัตว์บางชนิด
ได้สัมผัสกับความเป็นพ่อ
.
.
.
@ National Geographic
.
1. ม้าน้ำและลูกม้าน้ำตัวน้อย
ม้าน้ำ Seahorse เป็นสัตว์ที่เป็นตัวอย่าง
ที่ไม่เป็นทางการของความเป็นพ่อในสัตว์
ตัวเมียเป็นผู้ผลิตไข่ แต่ตัวผู้เป็นฝ่ายตั้งครรภ์
หลังจากผสมพันธุ์แล้ว ตัวเมียจะถ่ายโอนไข่
ไปยังถุงฟักไข่ที่หางของตัวผู้ เพื่อให้ตัวผู้ปฏิสนธิ
“ ข้อเท็จจริงที่น่าทึ่งคือ
ถุงฟักไข่ของม้าน้ำนั้นคล้ายกับรก
มันทำหน้าที่แบบเดียวกัน เช่น
การแลกเปลี่ยนก๊าซและของเสีย
ในการหายใจ การควบคุมความเค็ม
การเสริมสารอาหาร และการป้องกันภูมิคุ้มกัน
โดยพื้นฐานแล้วมัน คือ สิ่งที่ได้รับการยืนยันว่า
เป็นการตั้งครรภ์ของสัตว์มีกระดูกสันหลัง ”
Karen McDonald อธิบาย
จากนั้นตัวผู้จะดูแลไข่ประมาณ 2-4 สัปดาห์
ก่อนที่จะปล่อยลูกม้าน้ำออกมา
ซึ่งเรียกว่า ลูกม้าน้ำ ขึ้นอยู่กับชนิดของม้าน้ำ
พวกมันอาจมีลูกม้าน้ำได้ตั้งแต่ 5 ตัว
ไปจนถึง 2,000 ตัวในคราวเดียว
การมีลูกให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
นั้นเป็นสำคัญมาก เพราะมีเพียงประมาณ
1 ใน 200 ตัวเท่านั้นที่จะรอดชีวิตจนโต
.
.
ม้าน้ำ Patagonian ได้รับการคุ้มครองใน Brazil
แม้ว่าทุกวันนี้ ยังมีการลักลอบขายกันในตลาดมืด
.
.
.
แมลงน้ำยักษ์ตัวผู้แบกไข่ไว้บนหลังมัน
จนกระทั่งลูกมันคลอดออกมา
Tom D. Schultz
.
2. แมลงน้ำยักษ์และกาวไข่
สัตว์น้ำบางชนิด เช่น แมลงน้ำยักษ์
Giant water bug
ใช้ประโยชน์จากสิ่งที่เป็นที่รู้จักกันดี
ในชุดเครื่องมือของคุณพ่อคุณแม่ นั่นก็คือ กาว
“ ตัวเมียจะวางไข่บนหลังของตัวผู้
โดยใช้กาวไข่ที่ทำจากโปรตีน ”
Karen McDonald อธิบาย
สารคัดหลั่งที่กันน้ำได้
ช่วยให้ไข่คงอยู่ในตำแหน่งนั้น
การปล่อยอสุจิโดยตรง
ช่วยให้แมลงตัวผู้มั่นใจได้ถึงความเป็นพ่อ
.
.
.
Ryan Hagerty, US Fish and Wildlife Service
.
3. ปลาหนามสามแฉกกับรังรักที่ซ่อนอยู่
ปลา Gasterosteus aculeatus
ปลาหนามสามแฉกตัวผู้
มีวิธีที่ใข้กาวแตกต่างจากแมลงน้ำยักษ์
พวกมันใช้สารคัดหลั่งเหนียว ๆ
จากไตของพวกมันที่เรียกว่า Spiggin
ในการเชื่อมเศษซากในทะเล
และสาหร่ายทะเลเข้าด้วยกัน
เป็นรังรักที่มีลักษณะคล้ายอุโมงค์
“ กาวที่ตัวผู้ใช้สร้างรัง
หรือที่เรียกว่ากาวไต
มีความยืดหยุ่นทางพันธุกรรม
ทำให้มันสามารถสร้างรังได้
ตามสภาพแวดล้อม
ตัวผู้สามารถปรับเคมีของกาว
ให้เข้ากับเคมีของน้ำได้
เพื่อให้รังยึดติดกันได้ดีขึ้น
และปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ ”
Karen McDonald อธิบาย
เมื่อมันพร้อมที่จะผสมพันธุ์
ท้องของมันจะเปลี่ยนเป็นสีแดง
และมันจะเต้นระบำซิกแซกพิเศษให้ตัวเมียดู
จากนั้นตัวเมียจะเข้าไปดูรังรัก
ที่มันสร้างและวางไข่
หลังจากผสมพันธุ์แล้ว
ตัวเมียจะจากไป
แต่ตัวผู้จะอยู่ปกป้องไข่จนคลอด
และดูแลลูกปลาจนโต/อยู่รอดได้
.
.
.
.
4. นก Greater rhea Rhea americana
หากม้าน้ำเป็นตัวอย่างที่ดีของตัวผู้
ที่สามารถให้กำเนิดลูกได้
นกชนิดนี้ก็เป็นแบบอย่างของพ่อเลี้ยงเดี่ยว
พ่อบ้านที่อยู่บ้านเลี้ยงลูกอย่างมีทักษะ
นกขนาดใหญ่ที่บินไม่ได้เหล่านี้
จะสร้างรังสำหรับไข่ของคู่ของมัน
ดูแลการฟักไข่ทั้งหมด
แล้วเลี้ยงลูกนกเพียงลำพัง
และดูแลให้ปลอดภัย
“ นกชนิดนี้เป็นนกที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกาใต้
และเป็นหนึ่งในนกที่ใหญ่ที่สุดในโลก
นกที่โตเต็มวัยไม่มีศัตรูตามธรรมชาติมากนัก
แต่แมวป่าขนาดใหญ่ (คูการ์ พูมา เสือจากัวร์)
ที่อาศัยอยู่ในถิ่นที่อยู่ของพวกมัน
สามารถล่าตัวเต็มวัยได้
ลูกนกและนกวัยอ่อนมีความเสี่ยงมากที่สุด
แต่เมื่อนกโตเต็มวัยแล้ว พวกมันมักจะปลอดภัย ”
Sara Hallager ภัณฑารักษ์นก
สวนสัตว์แห่งชาติและสถาบันชีววิทยา
เพื่อการอนุรักษ์ Smithsonian
กล่าวกับนิตยสาร Popular Science
.
.
.
Arapaima ปลาน้ำจีดชนิดหนึ่ง
ทึ่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก
@ Smithsonian Institution Abby Wood
.
5. ปลาอะราไพมามีปากอันน่าทึ่ง
ปลาอะราไพมา Arapaima
เป็นปลาน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในโลกชนิดหนึ่ง
และมีถิ่นกำเนิดในแม่น้ำอเมซอน
และไม่มีศัตรูตามธรรมชาติมากนัก
สำหรับลูกปลาตัวเล็ก ๆ ของปลาอะราไพมา
เป็นโลกที่แตกต่างกับลูกม้าน้ำอย่างสิ้นเชิง
เพื่อความปลอดภัยจากสัตว์นักล่า/ศัตรู
พ่อปลาอะราไพมาจะดูดลูกของมัน
เข้าไปในปากเมื่อรู้สึกถึงอันตราย
จากนั้นพวกมันจะว่ายน้ำไปยังพื้นที่ปลอดภัย
แล้วค่อย ๆ ปล่อยลูก ๆ ออกมา
“ ปลาอะราไพมาจะสร้างรัง
และตัวเมียสามารถวางไข่
ได้ตั้งแต่ 20,000 ถึง 50,000 ฟอง
ทั้งพ่อและแม่จะช่วยกันปกป้องรัง
ปลาขนาดใหญ่เหล่านี้
ยังหายใจเอาอากาศที่ผิวน้ำ
เพื่อช่วยให้พวกมันอยู่รอด
ในแหล่งที่อยู่อาศัยที่มีออกซิเจนต่ำ ”
Rebecca Sturniolo
ภัณฑารักษ์ประจำภูมิภาคอเมโซเนีย
และเส้นทางอเมริกัน ที่สถาบันสวนสัตว์แห่งชาติ
และชีววิทยาการอนุรักษ์ Smithsonian
กล่าวกับนิตยสาร Popular Science
.
.
.
Golden tamarins ใช้เวลาส่วนใหญ่กับพ่อ
@ Smithsonian Institution. Jessie Cohen
.
6. ลิงทามารินสิงโตทอง/ทักษะการสอนของพ่อ
ลิงทามารินสิงโตทอง Leontopithecus rosalia
เป็นลิงขนาดเล็กที่พบได้ในต้นไม้
ตามแนวชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกของบราซิล
หลังจากเกิด ลูกลิงจะใช้เวลา 2-3 สัปดาห์
อยู่กับแม่เพื่อดูดนมจากแม่
จากนั้นก็จะเป็นหน้าที่ของพ่อ
ลูกลิงทามารินสิงโตทองจะเกาะติดพ่อ
และขี่ไปด้วยทุกที่ที่พ่อไป
“ ลูกลิงกำลังเรียนรู้ภาพ เสียง และกลิ่นของป่า
พวกมันกำลังเรียนรู้ว่า ปลอดภัย รู้สึกอย่างไร
อันตราย คืออะไร วิธีการตอบสนองต่อสัตว์อื่น
หรือลิงทามารินสิงโตทองตัวอื่น
พวกมันกำลังเรียนรู้ว่า ลิงทามารินตัวเต็มวัย
กินอะไรโดยการดูพ่อ เรียนรู้วิธีการเคลื่อนไหว
และที่ที่ดีที่สุดในการนอนหลับ
เจ้าหน้าที่สวนสัตว์ปล่อยให้พ่ออยู่กับลูก
ซึ่งค่อนข้างผิดปกติสำหรับลิงในเวลานั้น
การเปลี่ยนแปลงนั้นทำให้จำนวนลูกลิง
ในสวนสัตว์เพิ่มขึ้นอย่างมาก
และนำไปสู่การนำลิงทามารินสิงโตทอง
ที่เกิดในสวนสัตว์กลับคืนสู่บราซิลในที่สุด ”
Kenton Kerns
ภัณฑารักษ์และนักชีววิทยา
ที่สถาบันสวนสัตว์แห่งชาติ
และการอนุรักษ์ชีววิทยาแห่ง Smithsonian
กล่าวกับ Popular Science
ลิงทามารินสิงโตทองเคยอยู่ใน
สถานะใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง
จนกระทั่งปี 2003 จึงได้รับการยกระดับ
สถานะเป็นใกล้สูญพันธุ์
ในช่วงทศวรรษ 1970
เมื่อพวกมันถูกนำมาที่สวนสัตว์
ทีมงานของสถาบัน Smithsonian
และนักวิจัยชาวบราซิล
ได้ร่วมมือกันเพื่อหาว่าลิงเหล่านี้
ต้องการการดูแลจากพ่อมากแค่ไหน
.
เรียบเรียง/ที่มา
Popscience
.
.
หมายเหตุ ยังมีอีกมากมาย เช่น
1. นกเพนกวินจักรพรรดิ Emperor Penguin
เป็นสุดยอดคุณพ่อแห่งขั้วโลกใต้
เมื่อแม่เพนกวินวางไข่เสร็จ
จะส่งต่อให้ตัวผู้ดูแล
โดยตัวผู้จะใช้เท้าประคองไข่ไว้
และกกไข่ไว้ใต้หน้าท้องที่อบอุ่น
ท่ามกลางอุณหภูมิที่ติดลบ
ทนหิวและยืนตากพายุหลายเดือน
จนกว่าไข่จะฟักออกมาเป็นตัว
แล้วจะคอยดูแลจนลูกนกเติบโตสมวัย
.
.
.
2. หมาป่าสีเทา Gray Wolf
หมาป่าตัวผู้เป็นหัวหน้าครอบครัวที่รักลูกมาก
เมื่อแม่หมาป่าต้องให้นมลูกในรังช่วงแรก
ตัวผู้จะทำหน้าที่ออกล่าเหยื่อมาป้อนให้แม่หมาป่า
และเมื่อลูกหย่านม พ่อหมาป่าจะช่วยสอน
ทักษะการล่า การอยู่ร่วมกับฝูง และการดูแลฝูง
.
.
.
3. กบลูกศรพิษ Poison Dart Frog
พ่อกบชนิดนี้จะเฝ้าไข่ที่อยู่บนใบไม้
และเมื่อไข่ฟักออกมาเป็นลูกอ๊อด
มันจะให้ลูกอ๊อดขี่หลังแล้วพาไป
ปล่อยในแอ่งน้ำเล็ก ๆ ตามซอกต้นไม้
จากนั้นตัวผู้จะคอยกลับมาดูแล
และส่งเสียงเรียกให้ลูกมากินไข่
ที่มันปล่อยไว้เป็นอาหารจนกว่าลูกจะโต
.
.
.
4. นกเงือก Hornbill
เมื่อถึงฤดูผสมพันธุ์ และทั้งคู่ได้ผสมพันธุ์กันแล้ว
นกเงือกตัวเมียจะเข้าไปกกไข่ในโพรงไม้
ที่นกเงือกตัวผู้มักจะเจาะโพรงไม้ขึ้นมา
หรืออาจจะแสวงหาจากโพรงไม้ร้าง
ส่วนนกเงือกตัวผู้จะค่อย ๆ นำวัสดุต่าง ๆ
มาปิดปากโพรงจนเหลือช่องว่างให้อาหาร
เพื่อป้องกันสัตว์นักล่า/ศัตรูให้กับลูกเมีย
นกเงือกตัวผู้จะรับภาระหนักในการบิน
หาอาหารมาป้อนให้ทั้งแม่และลูกผ่านช่องแคบ ๆ
ของโพรงไม้ตลอดระยะเวลาหลายเดือน
จนกว่าลูกนกจะเติบโตพร้อมผจญภัยในโลกกว้าง
.
.