เวลามันน่ากลัวนะ จริงๆ มันก็เดินผ่านไปของมันเรื่อยๆ จากหน่วยวินาทีเป็นนาที นาทีเป็นชั่วโมง ชั่วโมงเป็นวัน วันเป็นสัปดาห์ สัปดาห์เป็นเดือน จนเดือนเป็นปี นี่ก็แป๊บๆ ครึ่งปีแหละ อีกแป๊บๆก็จะสิ้นปี มันน่ากลัวในตอนที่ไม่มีใครหยุดมันได้นี่แหละ
คุณอยากจะเขียนอะไรทิ้งไว้ให้กับโลก ?
คำถามนี้ไม่เพียงแต่ตอบเอาโลกสวย หรือตอบเอาเล่น ผมอยากให้คุณถ่ายทอด “ ความเป็นตัวคุณที่สมควรถูกทิ้งไว้ให้โลก “
ผมเชื่อว่าทุกมุมมอง ที่ผ่านความรู้ ประสบการณ์ ความคิด ความฝัน และความรู้สึกของมนุษย์อย่างเรามันอาจส่งต่อความเชื่อมโยงให้กับใครสักคนที่จะมาค้นพบขุมทรัพย์นี้
สำหรับผมแล้ว
1.คำตอบตามมุมมองที่จะผ่าน“ความรู้“ ภายใต้กรอบความเป็นตัวคุณที่สมควรถูกทิ้งไว้ให้กับโลก (โดยมอบไว้เพื่อใครสักคนที่เข้ามาพบและมอบไว้เพื่อให้ตนเองในอนาคตอีกครั้ง ) จากคนที่ชื่นชอบวิชาจิตวิทยาจึงอยากมอบไว้ว่า ให้หมั่นเฝ้ามองความคิด รู้จักสนิทกับความรู้สึกของตัวเองเยอะๆ เพราะความคิดมันจะกำหนดตัวของเราเราเชื่อแบบไหน มันจะส่งต่อไปเป็นการกระทำจนมันอาจจะกำหนดชีวิตของเราได้จากกรรมที่เราสร้าง สนิทกับตัวเองคือคุยกับตัวเองเยอะๆ ว่ารู้สึกอะไร แล้วจะต้องทำยังไรต่อ สิ่งที่เราทำอยู่ใช่ตัวเราไหม และมันทำให้เรามีความสุขไหม หรือหายทุกข์ไหม แล้วมันจะพบคำตอบเอง
2.คำตอบตามมุมมองที่จะผ่าน“ประสบการณ์”ภายใต้กรอบความเป็นตัวคุณที่สมควรถูกทิ้งไว้ให้กับโลก (โดยมอบไว้เพื่อใครสักคนที่เข้ามาพบและมอบไว้เพื่อให้ตนเองในอนาคตอีกครั้ง ) จากคนที่เฝ้าถามหาความหมายของชีวิตตอนนี้ได้คำตอบแล้วว่าเราเกิดมาทำไมจึงอยากมอบคำตอบไว้ว่า “ เราก็เกิดมาใช้ชีวิตนี่แหละ ” บางทีคุณค่าของเราอาจจะแค่นั่งกินข้าวสวยร้อนๆกับไข่เจียวหอมๆพร้อมกับดูซีรีย์ละครเรื่องที่ชอบ หรืออาจจะเพียงแค่หลับตาฟังบทเพลงหรือดนตรีเพราะๆ พร้อมกับรับลมอากาศอ่อนๆ และนึกปล่อยสัมผัสไปกับมันแค่นั้นเอง
3. คำตอบตามมุมมองที่จะผ่าน“ความคิด”ภายใต้กรอบความเป็นตัวคุณที่สมควรถูกทิ้งไว้ให้กับโลก (โดยมอบไว้เพื่อใครสักคนที่เข้ามาพบและตนเองในอนาคตอีกครั้ง ) จากคนในฐานะมนุษย์คนนึงจึงอยากมอบคำตอบไว้ว่า เราทุกคนมีเอกลักษ์ สไตล์ ข้อดี ข้อด้อย จุดเด่น จุดด้วย และทั้งหมดรวมเป็นหนึ่งในตัวเรา ดังนั้นภูมิใจในตัวเองที่มีตัวเราแค่คนเดียวบนโลกนี้นะ
4. คำตอบตามมุมมองที่จะผ่าน“ความฝัน”ภายใต้กรอบความเป็นตัวคุณที่สมควรถูกทิ้งไว้ให้กับโลก (โดยมอบไว้เพื่อใครสักคนที่เข้ามาพบและตนเองในอนาคตอีกครั้ง ) จากเด็กน้อยในตัวเองคนนึงที่เขียนบทความนี้อยากมอบคำตอบไว้ว่า เด็กน้อยคนนี้ฝันว่าสักวันหนึ่ง ความฝันของเราจะไม่เติบโตด้วยการเหยียบย่ำความฝันของใครอีกต่อไป เราจะอ่อนโยนต่อกันมากขึ้น และอ่อนโยนต่อโลกใบนี้มากขึ้น เพราะทุกชีวิตต่างกำลังเดินทางไปหาบางสิ่งที่มีความหมายสำหรับตัวเอง ลองนึกภาพดูสิ…เราอยากมีชายหาดสวยงามไว้เก็บความทรงจำ แต่กลับทิ้งขยะไว้บนผืนทราย จนวันหนึ่งความงดงามนั้นค่อย ๆ หายไปด้วยมือของเราเอง เราอยากเห็นโลกที่น่าอยู่สำหรับลูกหลานในอนาคต แต่บางครั้งกลับใช้ชีวิตราวกับว่าโลกใบนี้มีไว้เพียงสำหรับวันนี้ทั้งที่ความจริงแล้ว สิ่งที่เราทำในวันนี้กำลังส่งผลต่อความฝันของใครอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นคนที่เราไม่เคยรู้จัก เด็กคนหนึ่งในอนาคต หรือแม้แต่สัตว์ตัวหนึ่งที่กำลังใช้โลกใบเดียวกับเราเป็นบ้านบางทีการพาความฝันของตัวเองไปให้ถึง อาจไม่ได้เริ่มจากการวิ่งให้เร็วกว่าใคร แต่อาจเริ่มจากการระวังไม่สร้างกำแพงขวางทางคนอื่นเพราะเมื่อเราช่วยกันเกื้อกูลกันคนละเล็กละน้อย ความฝันก็ไม่จำเป็นต้องเดินทางเพียงลำพังอีกต่อไปและผมยังเชื่อว่า โลกที่ผู้คนคอยส่งต่อโอกาส ความหวัง และความเมตตาให้กัน จะเป็นโลกที่ทำให้ความฝันของทุกคนเข้าใกล้ความจริงได้มากกว่าการต่างคนต่างวิ่งเพื่อตัวเอง
และสุดท้าย 5. คำตอบตามมุมมองที่จะผ่าน“ความรู้สึก“ ภายใต้กรอบความเป็นตัวคุณที่สมควรถูกทิ้งไว้ให้กับโลก (โดยมอบไว้เพื่อใครสักคนที่เข้ามาพบและตนเองในอนาคตอีกครั้ง ) จากคนอย่างผม ความรู้สึกมากมาย ที่มีทั้ง ความเศร้า ความโมโหร้าย ความโกรธ ความชัง ความสับสน ความหงุดหงิดใจ ความผิดหวัง หรือความสมหวัง ความพึ่งพอใจ ความมั่นคง ความรัก ความดีใจ ความสงบ อันเป็นความสุขใจ ทั้งหมดนี้ หากเราไม่มีสติกับมันเราก็จะอดดื่มด่ำกับช่วงเวลาแห่งความเป็นไปนั้นๆ เพราะบางทีเราก็ใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ จนไม่ทันสังเกตุหรอกว่าเราเดินเข้าไปไกลลมหายใจสุดท้ายทุกขณะเลยนะ แถมไม่รู้อีกด้วยว่าเราจะ game over ตอนไหน ดังนั้นสัญญาต่อจากนี้ได้ไหมว่าจะใช้ชีวิตให้ในทุกวันดำเนินไปอย่างที่เราพอใจที่จะทำได้ พอที่จะทำไหว ใช้ชีวิตให้มีความสุขง่ายๆในทุกลมหายใจเถอะนะ
ครับ ผม “ธีรบท” นะครับ จะเขียนเพื่อเปลี่ยนโลก สิงอยู่ในพันทิปสักระยะแล้วจึงอยากเปิดบัญชีใหม่เพื่อเริ่มบันทึกความคิดของตัวเองไว้ว่าวันหนึ่งจะกลับมาอ่านอีกครั้ง และหวังว่าจะใคร ใครสักคนที่จะเข้ามาพบเห็นและแชร์มุมมองที่สมควรถูกถ่ายทอดทิ้งไว้ว่านี่แหละคือหลักฐานการมีชีวิตอยู่ของคุณ
ผมจะดีใจอย่างยิ่งหากได้อ่านประสบการณ์ ความรู้ ความคิด ความฝัน ความรู้สึก ที่มันอาจเชื่อมโยงให้ผมได้จุดประกายอะไรสักอย่างต่อไป
คุณอยากจะเขียนอะไรทิ้งไว้ให้กับโลก ?
คุณอยากจะเขียนอะไรทิ้งไว้ให้กับโลก ?
คำถามนี้ไม่เพียงแต่ตอบเอาโลกสวย หรือตอบเอาเล่น ผมอยากให้คุณถ่ายทอด “ ความเป็นตัวคุณที่สมควรถูกทิ้งไว้ให้โลก “
ผมเชื่อว่าทุกมุมมอง ที่ผ่านความรู้ ประสบการณ์ ความคิด ความฝัน และความรู้สึกของมนุษย์อย่างเรามันอาจส่งต่อความเชื่อมโยงให้กับใครสักคนที่จะมาค้นพบขุมทรัพย์นี้
สำหรับผมแล้ว
1.คำตอบตามมุมมองที่จะผ่าน“ความรู้“ ภายใต้กรอบความเป็นตัวคุณที่สมควรถูกทิ้งไว้ให้กับโลก (โดยมอบไว้เพื่อใครสักคนที่เข้ามาพบและมอบไว้เพื่อให้ตนเองในอนาคตอีกครั้ง ) จากคนที่ชื่นชอบวิชาจิตวิทยาจึงอยากมอบไว้ว่า ให้หมั่นเฝ้ามองความคิด รู้จักสนิทกับความรู้สึกของตัวเองเยอะๆ เพราะความคิดมันจะกำหนดตัวของเราเราเชื่อแบบไหน มันจะส่งต่อไปเป็นการกระทำจนมันอาจจะกำหนดชีวิตของเราได้จากกรรมที่เราสร้าง สนิทกับตัวเองคือคุยกับตัวเองเยอะๆ ว่ารู้สึกอะไร แล้วจะต้องทำยังไรต่อ สิ่งที่เราทำอยู่ใช่ตัวเราไหม และมันทำให้เรามีความสุขไหม หรือหายทุกข์ไหม แล้วมันจะพบคำตอบเอง
2.คำตอบตามมุมมองที่จะผ่าน“ประสบการณ์”ภายใต้กรอบความเป็นตัวคุณที่สมควรถูกทิ้งไว้ให้กับโลก (โดยมอบไว้เพื่อใครสักคนที่เข้ามาพบและมอบไว้เพื่อให้ตนเองในอนาคตอีกครั้ง ) จากคนที่เฝ้าถามหาความหมายของชีวิตตอนนี้ได้คำตอบแล้วว่าเราเกิดมาทำไมจึงอยากมอบคำตอบไว้ว่า “ เราก็เกิดมาใช้ชีวิตนี่แหละ ” บางทีคุณค่าของเราอาจจะแค่นั่งกินข้าวสวยร้อนๆกับไข่เจียวหอมๆพร้อมกับดูซีรีย์ละครเรื่องที่ชอบ หรืออาจจะเพียงแค่หลับตาฟังบทเพลงหรือดนตรีเพราะๆ พร้อมกับรับลมอากาศอ่อนๆ และนึกปล่อยสัมผัสไปกับมันแค่นั้นเอง
3. คำตอบตามมุมมองที่จะผ่าน“ความคิด”ภายใต้กรอบความเป็นตัวคุณที่สมควรถูกทิ้งไว้ให้กับโลก (โดยมอบไว้เพื่อใครสักคนที่เข้ามาพบและตนเองในอนาคตอีกครั้ง ) จากคนในฐานะมนุษย์คนนึงจึงอยากมอบคำตอบไว้ว่า เราทุกคนมีเอกลักษ์ สไตล์ ข้อดี ข้อด้อย จุดเด่น จุดด้วย และทั้งหมดรวมเป็นหนึ่งในตัวเรา ดังนั้นภูมิใจในตัวเองที่มีตัวเราแค่คนเดียวบนโลกนี้นะ
4. คำตอบตามมุมมองที่จะผ่าน“ความฝัน”ภายใต้กรอบความเป็นตัวคุณที่สมควรถูกทิ้งไว้ให้กับโลก (โดยมอบไว้เพื่อใครสักคนที่เข้ามาพบและตนเองในอนาคตอีกครั้ง ) จากเด็กน้อยในตัวเองคนนึงที่เขียนบทความนี้อยากมอบคำตอบไว้ว่า เด็กน้อยคนนี้ฝันว่าสักวันหนึ่ง ความฝันของเราจะไม่เติบโตด้วยการเหยียบย่ำความฝันของใครอีกต่อไป เราจะอ่อนโยนต่อกันมากขึ้น และอ่อนโยนต่อโลกใบนี้มากขึ้น เพราะทุกชีวิตต่างกำลังเดินทางไปหาบางสิ่งที่มีความหมายสำหรับตัวเอง ลองนึกภาพดูสิ…เราอยากมีชายหาดสวยงามไว้เก็บความทรงจำ แต่กลับทิ้งขยะไว้บนผืนทราย จนวันหนึ่งความงดงามนั้นค่อย ๆ หายไปด้วยมือของเราเอง เราอยากเห็นโลกที่น่าอยู่สำหรับลูกหลานในอนาคต แต่บางครั้งกลับใช้ชีวิตราวกับว่าโลกใบนี้มีไว้เพียงสำหรับวันนี้ทั้งที่ความจริงแล้ว สิ่งที่เราทำในวันนี้กำลังส่งผลต่อความฝันของใครอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นคนที่เราไม่เคยรู้จัก เด็กคนหนึ่งในอนาคต หรือแม้แต่สัตว์ตัวหนึ่งที่กำลังใช้โลกใบเดียวกับเราเป็นบ้านบางทีการพาความฝันของตัวเองไปให้ถึง อาจไม่ได้เริ่มจากการวิ่งให้เร็วกว่าใคร แต่อาจเริ่มจากการระวังไม่สร้างกำแพงขวางทางคนอื่นเพราะเมื่อเราช่วยกันเกื้อกูลกันคนละเล็กละน้อย ความฝันก็ไม่จำเป็นต้องเดินทางเพียงลำพังอีกต่อไปและผมยังเชื่อว่า โลกที่ผู้คนคอยส่งต่อโอกาส ความหวัง และความเมตตาให้กัน จะเป็นโลกที่ทำให้ความฝันของทุกคนเข้าใกล้ความจริงได้มากกว่าการต่างคนต่างวิ่งเพื่อตัวเอง
และสุดท้าย 5. คำตอบตามมุมมองที่จะผ่าน“ความรู้สึก“ ภายใต้กรอบความเป็นตัวคุณที่สมควรถูกทิ้งไว้ให้กับโลก (โดยมอบไว้เพื่อใครสักคนที่เข้ามาพบและตนเองในอนาคตอีกครั้ง ) จากคนอย่างผม ความรู้สึกมากมาย ที่มีทั้ง ความเศร้า ความโมโหร้าย ความโกรธ ความชัง ความสับสน ความหงุดหงิดใจ ความผิดหวัง หรือความสมหวัง ความพึ่งพอใจ ความมั่นคง ความรัก ความดีใจ ความสงบ อันเป็นความสุขใจ ทั้งหมดนี้ หากเราไม่มีสติกับมันเราก็จะอดดื่มด่ำกับช่วงเวลาแห่งความเป็นไปนั้นๆ เพราะบางทีเราก็ใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ จนไม่ทันสังเกตุหรอกว่าเราเดินเข้าไปไกลลมหายใจสุดท้ายทุกขณะเลยนะ แถมไม่รู้อีกด้วยว่าเราจะ game over ตอนไหน ดังนั้นสัญญาต่อจากนี้ได้ไหมว่าจะใช้ชีวิตให้ในทุกวันดำเนินไปอย่างที่เราพอใจที่จะทำได้ พอที่จะทำไหว ใช้ชีวิตให้มีความสุขง่ายๆในทุกลมหายใจเถอะนะ
ครับ ผม “ธีรบท” นะครับ จะเขียนเพื่อเปลี่ยนโลก สิงอยู่ในพันทิปสักระยะแล้วจึงอยากเปิดบัญชีใหม่เพื่อเริ่มบันทึกความคิดของตัวเองไว้ว่าวันหนึ่งจะกลับมาอ่านอีกครั้ง และหวังว่าจะใคร ใครสักคนที่จะเข้ามาพบเห็นและแชร์มุมมองที่สมควรถูกถ่ายทอดทิ้งไว้ว่านี่แหละคือหลักฐานการมีชีวิตอยู่ของคุณ
ผมจะดีใจอย่างยิ่งหากได้อ่านประสบการณ์ ความรู้ ความคิด ความฝัน ความรู้สึก ที่มันอาจเชื่อมโยงให้ผมได้จุดประกายอะไรสักอย่างต่อไป