2 ปี แล้วที่แต่งงานมา ปล่อยมาตลอดแต่ยังไม่มีลูก ควรจะต้องเริ่มต้นยังไง?

จากประสบการณ์ตรงเลยที่ผมเจอมา สงสัยตัวเองมานานนับปี
คือการปล่อยมีลูก แต่ไม่ท้องสักทีจนเริ่มคิดแล้วว่าตัวเองหรือแฟน ใครสักคน "เป็นหมัน"
ก็ใช้ชีวิตคู่มาสองปีกว่าแล้ว พ่อแม่ ญาติๆ ก็หวังว่าคู่ของเราจะมีลูก มีหลาน ให้เค้าอุ้มสักที
ไปขอพรตามสถานที่ต่าง ๆ ตามที่หลาย ๆ คนแนะนำ ก็แล้ว กินวิตามินบำรุงก็แล้ว ลูกก็ยังไม่มาสักที
เอาจริงก็กดดันพอตัว และกังวลเหมือนกันว่าร่างกายของเราทั้งคู่มีปัญหาตรงไหน
ไม่เคยคิดเลยว่าจะต้อง มาปรึกษาคุณหมอ เพราะเราสองคนร่างกายแข็งแรงมาก
ไม่เคยเจ็บป่วยบ่อยเลย เราทั้งคู่เลยลองหาโรงพยาบาลเพื่อตรวจสุขภาพประจำปี แต่พอไปตรวจ กลับได้คำตอบมาว่า
"ควรไปปรึกษาแพทย์เฉพาะทางดีกว่า เพราะการตรวจสุขภาพประจำปีมันไม่ได้รู้สาเหตุจริง ๆ"
เราก็เลยกลับมาหาข้อมูลใหม่ มาหาตามพันทิปก็ด้วย เลยรู้ว่า ประเทศไทยเรามีคลินิกรักษาผู้มีบุตรยาก จริง ๆ !!!!
เกิดมาไม่เคยรู้ว่ามีคลินิกแบบนี้ด้วย เลยลองเข้า Google หาคลินิกรักษามีบุตรยากใกล้ฉัน เลยเจอที่หนึ่งใกล้และเดินทางง่ายดี
ชื่อ DHC IVF Clinic คือเป็นคลินิกที่มีมานานแล้ว เราขับผ่านทุกวันแต่ไม่เคยรู้ 555555
เลยลองทักถามแอดมินดู ก็เลยได้ข้อมูลมาพอดีว่าเขามีโปรตรวจคู่รัก ที่ตรวจพร้อมกันทั้งคู่ ราคาดีมากก
ก็เลยได้นัดจองวันเข้าไปตรวจ (แอบตื่นเต้นอยู่เหมือนกันนะ)
พอมาถึงก็ลงทะเบียนก่อนเลย แค่มาตรวจสุขภาพ ใช้แค่บัตรประชาชนของทั้งสองพอนะ
พอลงทะเบียนแล้ว ก็ขึ้นมารอคิวเรียกไปตรวจเลือด วัดความดัน ซักประวัติ ฯลฯ
แล้วกลับมานั่งรอ ไม่นานพี่พยาบาลก็มาตาม "ผม" ใช่ ตามแค่ผมคนเดียว!!!
จังหวะนั้นขนลุกแล้ว เห้ยเราผิดปกติอะไรหรอ หรือยังไง ร้ายแรงขนาดไหน!!
สรุปคือ
.
พี่พยาบาล : เดี๋ยวเชิญคุณผู้ชายไปเก็บสเปิร์มเพื่อนำมาตรวจนะคะ
.
อ่อออ ตกใจ 55555555
พอมาถึงห้องเก็บสเปิร์ม ทุกอย่างที่คิดคือเป็นห้องผ่าตัดแน่ ๆ แต่ไม่ใช่ ! นี่มันโรงหนังส่วนตัวชัด ๆ !!!
ไม่รู้จะใช้คำยังไงดี เอาเป็นว่า โรงหนังส่วนตัวละกัน มีโซฟานุ่ม ๆ ทีวีจอใหญ่ ๆ ผนังเก็บเสียง พร้อมอ่างล้างมือ และทิชชู่.....
.
หลังจากนั้นก็รอผลประมาณ 2 ชั่วโมง เราก็นั่งดูข่าว ดูหนัง กินขนมฟรี น้ำฟรี (มีมุมขนม เครื่องดื่มพร้อม ฟรี!!)
ก็ได้มาพบคุณหมอสักที รอบนี้แฟนเราโดนเรียกไปคนเดียว พี่พยาบาลบอกไปอัลตร้าซาวด์มดลูก
พอแฟนตรวจเสร็จ ก็พบกับคุณหมอเลย คุณหมอก็กางผลตรวจต่าง ๆ ออกมาเยอะแยะเต็มไปหมด
ผลตรวจก็แอบช๊อคอยู่ แฟนของเรามีจำนวนฟองไข่น้อย หมายถึงว่า จำนวนฟองไข่ที่จะมาเจอกับน้องสเปิร์มมันน้อย
โอกาสจะมีลูกก็เลยน้อยตามไปด้วย บวกกับ กับ!!! ท่อน้ำเชื้อของผมเอง อุดตัน!!!!!!!!
OMG BROOOOOO !!!!
เพราะที่ผมนำส่งไปตรวจนั้น มันใสมาก มันไม่มีตัวสเปิร์มเลย คุณหมอก็เลยแนะนำว่า ถ้าอยากจะมีลูกจริง ๆ
ให้ลองทำ ICSI มันเป็นกระบวนการที่ คุณหมอจะนำฟองไข่จากแฟนเรา และ สเปิร์มจากเรา ไปผสมกันในห้องแล๊ป
อ๊ะ !! งงล่ะสิ ก็หมอบอกเองว่าท่อน้ำเชื้อของผมอุดตัน ไม่มีตัวสเปิร์ม แล้วจะเอาสเปิร์มไปได้ยังไง
คุณหมอบอกว่ามีวิธีการที่เรียกว่า PESA/TESE อยู่ มันคือการผ่าตัดเล็ก ๆ ที่จะนำเครื่องมือแพทย์
ไปเอาสเปิร์มจากถุงอัณฑะของเราโดยตรงเลย การที่ท่อน้ำเชื้ออุดตัน ไม่ได้หมายความว่า เราไม่มีสเปิร์ม
เพียงแค่สเปิร์มไม่สามารถวิ่งออกมาได้เองตามธรรมชาติ คุณหมอเลยต้องไปเอาจากบ้านสเปิร์มเองนั้นคือ "ลูกอัณฑะ"
ซึ่งกรณีของเราทั้งสองคน มีแค่วิธี ICSI เท่านั้น ที่พอจะมีความเป็นไปได้ในการมีลูก แต่ค่าใช้จ่ายก็สูงพอตัว
ถึงแม้ว่าคลินิกจะมีแบบผ่อนจ่ายได้ก็จริง แต่หลังจากท้องแล้วก็จะมีค่าทำคลอด และอื่น ๆ อีกตามมา
คุณหมอก็เข้าใจในส่วนนั้นนะ เลยให้เรากลับไปคิดดูก่อน หรืออีกทางเลือกหนึ่ง ถ้าตั้งใจจะทำ ICSI แน่ ๆ
ก็ให้เราทำก็เก็บฟองไข่ของแฟนเราแช่แข็งไว้ก่อน เพราะตอนนี้มันมีน้อยมาก เวลาผ่านไปมันก็จะน้อยลงเรื่อย ๆ
เราสองคนก็เลยคิดจะเก็บฟองไข่แช่แข็งไว้ก่อน ไว้เตรียมค่าใช้จ่ายพอแล้วค่อยกลับมาทำ ICSI
.
ก็ไม่เคยคิดนะว่า การมีลูกยากเนี่ย สมัยนี้มีวิทยาศาสตร์มาช่วยแล้ว
มันทำให้ทุกคู่มีโอกาสที่จะมีลูกได้ โดยไม่ต้องกังวลเลยว่า ลูกของเราที่จะออกมาดูโลก
จะป่วยอะไรไหม เพราะมีการคัดกรองก่อนย้ายกลับเข้าไปในร่างกายของแฟน
มีลูกยากมันไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไปในสมัยนี้ เรารักษาและแก้ไขได้
อยากให้ทุกคู่ที่ลองปล่อยธรรมชาติมาหลายปีแล้ว ให้ไปลองตรวจสุขภาพกับคลินิกเฉพาะทางดู
ถ้าที่พวกเราทำจะชื่อ DHC IVF Clinic ที่มีโปรแกรมตรวจสุขภาพคู่รัก แบบตรวจพร้อมกันทั้งสองคน
จะได้รู้สุขภาพภายในตัวเองด้วย เพื่อครอบครัว และลูกตัวน้อยย

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่