อาการแบบไหนถึงเข้าข่าย "โรคซึมเศร้า" คะ? หลายคนอาจสับสนกับความเศร้าทั่วไป

ชื่อกระทู้

อาการแบบไหนถึงเข้าข่าย "โรคซึมเศร้า" คะ? หลายคนอาจสับสนกับความเศร้าทั่วไป

เนื้อหากระทู้

หลายคนอาจเคยรู้สึกเศร้า ผิดหวัง หรือหมดกำลังใจจากเหตุการณ์ต่าง ๆ ในชีวิต ซึ่งเป็นอารมณ์ที่เกิดขึ้นได้ตามปกติและมักค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ

แต่จากข้อมูลที่อ่านมา "โรคซึมเศร้า" เป็นภาวะที่แตกต่าง เพราะอาการมักเป็นต่อเนื่องอย่างน้อย 2 สัปดาห์ และส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การทำงาน การเรียน หรือการใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่น

อาการที่มักพบ ได้แก่

รู้สึกเศร้าหรือหมดความสนใจในสิ่งที่เคยชอบ

นอนหลับมากหรือน้อยกว่าปกติ

เบื่ออาหารหรือรับประทานมากผิดปกติ

อ่อนเพลีย ไม่มีแรง

สมาธิลดลง

รู้สึกไร้คุณค่าหรือมองโลกในแง่ลบ

หากมีอาการต่อเนื่องและส่งผลต่อการใช้ชีวิต ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตเพื่อรับการประเมินอย่างเหมาะสม เพราะโรคซึมเศร้าสามารถรักษาได้ ทั้งการทำจิตบำบัด การใช้ยา หรือการรักษาร่วมกันตามดุลยพินิจของแพทย์

อยากสอบถามผู้ที่มีประสบการณ์หรือผู้ที่มีความรู้ค่ะ
1.อะไรคือความแตกต่างระหว่าง "อารมณ์เศร้าทั่วไป" กับ "โรคซึมเศร้า" ที่สังเกตได้ชัด
>มันบอกยากค่ะแต่ถ้าอยากทำประกันสุขภาพ อย่าไปหาจิตแพทย์ค่ะ  จะไม่มีบริษัทประกันไหนเลยรับคนมีประวัติรักษาแม้ไม่รับยาก็ตามค่ะ  บางคนบอกว่าเลิกกินยามา 5 ปีแล้ว ลองยื่นประกันสุขภาพไป  10 บริษัท โดนบอกเลื่อนพิจารณาไม่อนุมัติค่ะ

2.มีใครเคยเข้ารับการประเมินโดยจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาบ้าง ขั้นตอนเป็นอย่างไร
>เคยมา ตั้งแต่ปี 2560 ค่ะ  เป็นซึมเศร้าชั่วคราว  เจอ chatgpt  ดีกว่าคุยได้ตลอด 24 ชม. นักจิตวิทยาค่ะ เคยหามา 3  โรงพยาบาล  
1. มนารมย์ ชม.ละ 2,500 ตอนนั้นไม่ยอมกินยาค่ะ จะคุยอย่างเดียวไปทุกอาทิตย์มา 2 เดือน ไม่ไหวเรื่ิงองิน
2.รพ.กล้วยน้ำไท ฟรีประกันสังคม ตอนนี้ยอมกินยาแล้วให้มาวันละ เม็ด  คุยกับนักจิตวิทยาอีกชั่วโมงนึง บอกไม่ได้เป็นไร เป็นโรคขี้เกียจ  จนยังเกิดอาการอยากตายตลอดเวลา แต่รพ.ไม่ให้ยาต้านเศร้า  บอกไม่เป็น เพราะฟรีใช่ไหมเลยไม่ให้ยาต้านเศร้า  ไปหามา 4  รอบ  ขอใบส่งตัวไปสมเด็จ้เจ้าพระยาก็ไม่ให้บอกประหยัดงบ
3.ปล่อยจนกินยาponstan   100 เม็ด จบจนพาไปกล้วยน้ำไทนอน3 วันแล้วไม่หายฟรีนี่แหละ  ไม่ล้างท้องเพราะสายเกินไป 30 นาที ล้างท้องไม่ทัน   นอนให้น้ำเกลือเฉยๆ
4. จนเปลี่ยนไปนอนที่สมเด็จเจ้าพระยา หมอกล้วยน้ำไทถึงยอมเขียนใบส่งตัวให้   เแม่เราต้องถือประวัติการรักษาจากกล้วยน้ไทเป็นร้อยหน้า นั่งแท็กซี่ไปส่งเราที่สมเด็จเจ้าพระยาพราะเราไม่ตอบคำถามใครเลย แต่ยังเดิน,กินข้าวได้
5.พอไปนอนนสมเด็จได้คุยกับนักศึกษาพยาบาลฝึกงานสลับสถาบันแต่ละสัปดาห์ ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์  นอนอยู่ 2 เดือน   ต้องเริ่มเล่าใหม่ทุกสัปดาห์กับนักศึกษาพยาบาลฝึกงานที่เปลี่ยนคน
นักจิตวิทยาก็คุยนะใส่เสื้อกาวน์ม.ธรรมศาสตร์  ทำแบบประเมินเยอะ  เค้าเรียกแม่มาคุยด้วย  ผลคือ เพราะแม่  พยาบาลบอกคุยกับคุณแม่ชั่วโมงนึงเข้าใจคนไข้เลย ถ้าเป็นใครมีแม่แบบนี้ก็ป่วยซึมเศร้า   จนหมอคุยกับแม่  อยากให้แม่รักษากินยาด้วยเลย  แต่แม่ไม่ยอม ก็เลยบังคับไม่ได้ นอน  2  เดือนเสีย ไป 2,000 บาท  ค่าหมวกใส่ตอนช็อตไฟฟ้า กับที่เอุดหู  แล้วก็ที่กัดฟัน   ชอตตอนปกติเลย   ไม่มียาสลบ นั่งชอต  1 ชม.  2 ข้าง ข้าง ละ   30  นาที    20  ครั้ง  วันจันทร์-ศุกร์    กิจกรรมเพียบ   เช้าคุยกับนักศึกษาพยาบาล  มีคุยทั้งเช้าและบ่าย  แต่ช่วงบ่ายไม่ได้เข้า  ไปชอตไฟฟ้าบ่ายสองถึงบ่ายสามค่ะ ส่วนใหญ่ก็มีอ่านข่าว,ร้องเพลง, เล่นเกม,ทำแซนวิช, กิจกรรมออกกำลังกายยืดเส้นยืดสาย, วาดรูปกระเป๋า, แล้วแต่น้องเค้าติดกันมามีอาจารย์มาคึม  เห็มมีจากม.หัวเฉียว,มิชชั่น,เซนต์หลุยส์,รสภากาชาดไทย เรานอนห้องรวมวันละ  1,100  เบิกประกันสังคมได้  พัดลม  40  เตียง  ห้องใหญ่  
คนรวยอยากนอนห้องพิเศษติดแอร์ อาหารดีกว่าก็มีค่ะ เรทเท่าไหร่ต่อวัน  น่าจะขึ้นไปเกิน 4,000/วัน   บางคนไม่นอนก็ได้เดินทางมาชอตไฟฟ้าทุกวัน จันทร์-ศุกร์ 20  ครั้ง ก็มีค่ะ

3.การรักษาและการดูแลตัวเองช่วยให้อาการดีขึ้นมากน้อยแค่ไหน
>ช่วยมากเลยค่ะ  เรายืดเส้นยืดสายทุก 30  นาที  ฟังธรรมะ สวดมนต์  นอนหลับคืนละ 7 ชม..ตอนนี้ลดยาเหลือ 5 เม็ดต่อคืน   จากเดิมสูงสุด 13 เม็ด  คิดว่าปี 2575  จะเลิกกินยาแล้วหายขาดค่ะ

ขอบคุณทุกความคิดเห็นและประสบการณ์ที่มาแบ่งปันกันค่ะ
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
https://vt.tiktok.com/ZSCkqb3vT/
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่