ดาราสาว “น้องเนย” กับรายได้เกือบ 600 ล้าน และกำไรที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

กระทู้สนทนา
ไม่กี่ปีก่อน หลายคนอาจมองว่า ‘น้องเนย’ หรือ Butterbear เป็นเพียงแครักเตอร์ไวรัล แต่วันนี้ตัวเลขผลประกอบการพิสูจน์แล้วว่า Butterbear คือธุรกิจที่สร้างกำไรได้จริง

https://www.facebook.com/share/p/1HHGMunxbr/?mibextid=wwXIfr


‘บริษัท บัตเตอร์แบร์ จำกัด’ รายงานผลประกอบการปี 2568 มีรายได้ 577.70 ล้านบาท และกำไร 217.02 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ที่มีรายได้ 544.87 ล้านบาท และกำไร 212.05 ล้านบาท ขณะที่ปี 2566 ซึ่งเป็นปีแรกของการดำเนินธุรกิจและมีงบการเงินไม่เต็มปี บริษัทมีรายได้เพียง 7.44 ล้านบาท และกำไรราว 276,340.77 บาท

สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่แค่ตัวเลขที่เพิ่มขึ้น แต่คือโครงสร้างธุรกิจของ Butterbear เริ่มขยายจากร้านขนมที่มีแครักเตอร์ประจำแบรนด์ ไปสู่การเป็นแบรนด์ที่ขับเคลื่อนด้วย IP Character อย่างเต็มตัว

รายได้ของแบรนด์ไม่ได้มาจากการขายอาหารและเครื่องดื่มเพียงอย่างเดียว แต่ยังต่อยอดไปสู่สินค้าลิขสิทธิ์ ตั้งแต่พวงกุญแจ Blind Box ไปจนถึงสินค้าสะสมที่แฟนๆ พร้อมจ่ายในราคาหลายร้อยบาทต่อชิ้น

หัวใจของธุรกิจ Butterbear ในวันนี้จึงไม่ใช่แค่ร้านขนมหรือสินค้าลิขสิทธิ์ แต่คือ IP Character ที่สามารถต่อยอดไปสู่สินค้า บริการ และความร่วมมือทางธุรกิจได้หลากหลายรูปแบบ

ขณะเดียวกัน Butterbear ยังต่อยอดแบรนด์ผ่านการคอลแลบกับแบรนด์ต่างๆ อย่าง USTAR, Sofy, Mitsubishi Heavy Duty, Lay's และอีกมากมาย ซึ่งช่วยให้แครักเตอร์ของน้องเนยเข้าถึงผู้บริโภคในหลากหลายอุตสาหกรรม และสร้างรายได้โดยไม่จำกัดอยู่แค่ธุรกิจร้านอาหาร

อีกจุดที่สะท้อนว่าธุรกิจกำลังเติบโต คือการสร้าง 'จักรวาลตัวละคร' ให้มีมากกว่าน้องเนย ไม่ว่าจะเป็น Bianca, Hippy และ Sunday Bird การมีตัวละครหลายตัวช่วยให้แบรนด์ต่อยอดเรื่องราว กิจกรรม และสินค้าได้ในระยะยาว คล้ายกับแนวทางที่แบรนด์ IP Character ระดับโลกใช้สร้างมูลค่าให้กับธุรกิจ

หากดูเฉพาะตัวเลข รายได้ของ Butterbear ระหว่างปี 2567 และ 2568 อาจไม่ได้เติบโตแบบก้าวกระโดด แต่สิ่งที่น่าสนใจคือบริษัทสามารถรักษาระดับกำไรไว้ได้กว่า 200 ล้านบาทต่อเนื่อง สะท้อนว่าธุรกิจไม่ได้เติบโตจากกระแสเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มมีโมเดลธุรกิจที่สร้างกำไรได้อย่างต่อเนื่อง

ความสำเร็จของ Butterbear จึงอาจไม่ใช่แค่เรื่องของ 'น้องเนย' แต่เป็นสัญญาณว่าธุรกิจ IP Character ของไทยกำลังเดินมาถึงจุดที่แครักเตอร์หนึ่งตัวสามารถสร้างรายได้จากหลายธุรกิจพร้อมกัน ตั้งแต่ร้านอาหาร สินค้าลิขสิทธิ์ ไปจนถึงการร่วมงานกับแบรนด์ต่างๆ

และนั่นอาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ IP Character กลายเป็นอีกหนึ่งเครื่องยนต์ที่สร้างมูลค่าให้เศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทยในระยะยาว

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่