.
“ณัฐพงษ์” ซัดระบอบสีน้ำเงินกินรวบอำนาจรัฐ จี้นายกฯ สอบนักการเมืองในเครือข่ายก่อนโยนบาปให้ท้องถิ่นคดีโกงสอบบรรจุ ปลุกร่วมลงชื่อหวังร่างรัฐธรรมนูญใหม่เป็นของ ปชช.อย่างแท้จริง
.
เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันว่า จากหลายเหตุการณ์ในหน้าข่าวปัจจุบัน เป็นที่อดสงสัยไม่ได้ว่าภายใต้รัฐบาลชุดนี้ การที่ระบอบสีน้ำเงินพยายามกินรวบอำนาจรัฐและอำนาจทางเศรษฐกิจไว้อยู่กับเครือข่ายของตัวเอง กำลังเป็นเรื่องจริงมากขึ้นเรื่อยๆ ยกตัวอย่างการแต่งตั้งโยกย้ายรองผู้ว่าฯ และข้าราชการระดับสูงในจังหวัดภูเก็ต ประชาชนในจังหวัดก็มีการตั้งคำถามว่าข้อหาคืออะไร เป็นการใช้อำนาจจากส่วนกลางย้ายเพื่อเอาเครือข่ายของตัวเองไปแทนที่หรือไม่ รวมทั้งกรณีล่าสุดที่เกี่ยวกับการสอบข้าราชการท้องถิ่น ก็เป็นเรื่องที่มีอำนาจจากส่วนกลางเข้าไปเกี่ยวข้องเช่นกัน
.
“อย่าลืมว่าที่มีการทุจริตสอบท้องถิ่น หน่วยงานที่เป็นเจ้าภาพจัดสอบก็คือส่วนกลาง ก็คือกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ดังนั้นเรื่องนี้ท้องถิ่นกำลังจะกลายเป็นแพะรับบาป เมื่อนายกฯ ออกมาเทคแอคชั่นจริงจังกับเรื่องนี้เอง ผมก็อยากให้นายกฯ ตรวจสอบคนของตัวเองในฝั่งการเมืองด้วย” นายณัฐพงษ์ กล่าว
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ได้รับข้อร้องเรียนมาจากหลายทาง เช่น ข้าราชการส่วนท้องถิ่นบอกว่า การระงับการบรรจุคนที่เคยสอบไปแล้ว เฉพาะคนที่มีข้อเห็นแย้งไม่ได้มีปัญหาเลย แต่การระงับทั้งหมดทำให้หลายคนได้รับความเดือดร้อน คนบริสุทธิ์อีกจำนวนมากที่เข้าสอบปกติ ไม่ได้ทุจริตการสอบ กลับต้องรับผลกระทบหมด รวมถึงตัวท้องถิ่นด้วยเช่นกัน หากมีฝ่ายการเมืองเกี่ยวข้องด้วย ก็อยากให้นายกฯ ขึงขังจริงจังแบบเดียวกับที่ดำเนินการกับฝั่งข้าราชการประจำ ซึ่งไม่จำเป็นต้องรอกระบวนการยุติธรรมใด หรือการเข้ากระบวนการของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หรือกระบวนการอื่นซึ่งใช้เวลาอีกหลายปี การใช้กลไกการกำกับดูแลภายในพรรคก็จัดการได้แล้ว
.
“ไม่ว่าใครเป็นนายกฯ ถ้ามีข้อมูลมาแบบนี้ สิ่งแรกที่ต้องทำคือการเอาคนที่อาจจะเกี่ยวข้องออกจากระบบ การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการที่ต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องออกไม่ใช่เรื่องผิด แต่ถ้าเทียบเคียงกับกรณีภูเก็ต สิ่งที่ประชาชนตั้งคำถามอยู่คือตกลงแล้วสาเหตุในการแต่งตั้งโยกย้ายมาจากความผิดอะไร หรือมีเหตุผลเบื้องหลังที่ต้องการเอาคนของตัวเองโยกย้ายไปแทนหรือไม่ นายกฯ หรือรัฐบาลต้องออกมาให้ความชัดเจนมากยิ่งขึ้น และอยากให้สังคมตั้งคำถามว่าการโยกย้ายแบบนี้เป็นเพียงแค่ฉากบังหน้าหรือไม่” นายณัฐพงษ์ กล่าว
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวถึงความคืบหน้าในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ว่า ตอนนี้เครือข่ายภาคประชาสังคม ConForAll กำลังเปิดลงชื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ตอนนี้ต้องการอย่างน้อย 50,000 รายชื่อ อยากให้ประชาชนเข้าไปช่วยกันลงชื่อในร่างฉบับนี้ ซึ่งเป็นไปตามความเห็นของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่ออกมาแล้ว ว่าสามารถเลือกตั้ง สสร.ได้โดยตรง อย่าปล่อยให้กลุ่มการเมืองบางกลุ่มพยายามบิดคำพูดของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ว่าสุดท้ายแล้วความเห็นไม่เท่ากับคำวินิจฉัย ซึ่งในเวลานี้หลายภาคส่วนรวมถึงพรรคประชาชน ก็พยายามปรับปรุงร่างรัฐธรรมนูญให้สอดคล้องกับความเห็นของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่ออกมา คือให้ สสร.มาจากการเลือกตั้งโดยตรงได้
.
“เหตุผลลึกๆ ของคนเหล่านั้นคือความพยายามหน่วงรั้งกระบวนการเหล่านี้อยู่ ผมอยากให้ประชาชนทุกคนไปช่วยกันแสดงพลังลงชื่อกันเยอะๆ เพื่อให้กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มาจากประชาชนอย่างแท้จริง ถ้าแก้กติกาสูงสุดของประเทศได้ กติกาการเมืองก็จะดีขึ้น กระบวนการยุติธรรมก็จะโปร่งใสมากขึ้น” นายณัฐพงษ์ กล่าว
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ดังนั้นจึงต้องสอบถามกลับไปยังประธานรัฐสภาเช่นเดียวกัน ว่าเมื่อมีความเห็นของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญออกมาเช่นนี้ ถ้าไม่ได้มีเหตุผลซ่อนเร้นว่าอยากจะเร่งกระบวนการให้ได้รัฐธรรมนูญที่ควบคุมผูกขาดได้ทั้งหมด การชะลอการพิจารณากระบวนการในการยกร่างทั้งฉบับ โดยการพิจารณาเป็นรายมาตรา ก็ไม่ใช่เรื่องที่เสียหาย รอร่างจากภาคประชาสังคมและพรรคการเมืองต่างๆ รวมถึงพรรคประชาชน ที่ปรับปรุงแก้ไขเสร็จ ค่อยพิจารณาพร้อมกันทีเดียว ก็จะเป็นกระบวนการที่สวยงามมากขึ้น
.
.
ณัฐพงษ์ ยันพร้อมสู้คดี 44 ส.ส. นัดแรก 30 มิ.ย.นี้ ลั่น ลงชื่อแก้ ม.112 ไม่ควรถูกฟ้อง
https://www.matichon.co.th/politics/news_5776157
.
ณัฐพงษ์ ยันพร้อมสู้คดี 44 ส.ส.นัดแรก 30 มิ.ย.นี้ มั่นใจทีมกฎหมาย ชี้ไม่ควรถูกฟ้องร้องลงชื่อแก้ ม.112 วอนปชช.ช่วยกดดัน ย้ำกระบวนการยุติธรรมต้องตรงไปตรงมา
.
เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ที่รัฐสภา นาย
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีศาลฎีกานัดพิจารณาคดี 44 ส.ส.ครั้งแรกในวันที่ 30 มิ.ย.นี้ตามคำร้องของ ป.ป.ช.ที่กล่าวหา 44 อดีต ส.ส.พรรคก้าวไกล ฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรงกรณีร่วมลงชื่อเสนอร่างกฎหมายแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 มีการเตรียมความพร้อมอย่างไร ว่า เตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ เชื่อมั่นในทีมกฎหมายของพรรค ยืนยันว่าการที่พวกเรายื่นร่างแก้ไขกฎหมาย ก็ไม่ควรที่จะเป็นสาเหตุทำให้เราถูกฟ้องร้องดำเนินคดีนี้
.
เมื่อถามถึงข้อต่อสู้ตั้งธงประเด็นไหนเป็นพิเศษหรือไม่ นาย
ณัฐพงษ์ กล่าวว่า จริงๆ ข้อต่อสู้ก็เหมือนเดิมกับที่เราได้เคยสื่อสารไปแล้วทุกประการ คงไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลง หวังว่าทางหน่วยงานต่างๆ ก็คงจะให้ความเป็นธรรมกับพวกเรา
.
เมื่อถามว่าการใช้ข้อต่อสู้แบบเดิมจะทำให้ชนะหรือไม่ นาย
ณัฐพงษ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ตัวเองและเพื่อนๆร่วมพรรค ถ้าต่อสู้เพียงลำพัง และต่อสู้ในระบบเพียงอย่างเดียว ยอมรับว่าหลายๆ คนอาจจะมองว่าสู้ไปก็ไม่ชนะ แต่อย่าลืมว่าการต่อสู้ของพวกเราที่ผ่านมา ถึงแม้เป็นพรรคฝ่ายค้าน แต่เราก็สามารถสร้างสิ่งที่สำเร็จแล้วหลายๆ อย่าง ที่มาจากเสียงของประชาชนข้างนอกสภาฯ ช่วยกันกดดันสนับสนุนด้วย ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายแรงงาน สมรสเท่าเทียม สุราก้าวหน้า เรื่องนี้ก็เช่นเดียวกันในระบบเราก็สู้ของเราเต็มที่ นอกระบบที่หมายถึงเสียงของประชาชนนอกสภา ที่ทุกคนต้องช่วยกันส่งเสียงเรียกร้องกดดันเช่นเดียวกัน ว่าสิ่งที่พวกเราอยากได้คือกระบวนการยุติธรรมที่ตรงไปตรงมา และการเมืองที่อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง.
.
.
เท้ง ยัน ภาวุธ พร้อมเคลียร์ปม Forex ย้ำยังเป็นแค่ผู้ต้องสงสัย จี้ดีเอสไอกางข้อกล่าวหาให้ชัด จะได้แจงถูก
https://www.matichon.co.th/politics/news_5776173
.
‘เท้ง’ ลั่น ‘ภาวุธ’ พร้อมเคลียร์ปม Forex ย้ำสถานะยังเป็นแค่ผู้ต้องสงสัยคดี จี้ดีเอสไอกางข้อกล่าวหาให้ชัด ย้ำกระบวนการในพรรคส้มสูงกว่ากฎหมาย สงสัย ผบ.ตร.ทำความเห็นแย้งหลัง ปชน.ออกมาเปิด แบบนี้การเมืองหรือไม่ ซัดระบอบน้ำเงินกินรวบประเทศ
.
เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ที่รัฐสภา นาย
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการสอบถามข้อเท็จจริงจาก นาย
ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดี Forex ว่า นายภาวุธพร้อมชี้แจง เท่าที่ได้พูดคุยกับเจ้าตัว พรุ่งนี้จะมีความพร้อมเข้ามาทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ขอให้รอการชี้แจงจากเจ้าตัวโดยตรง เชื่อว่าการสื่อสารผ่านเพจในแต่ละครั้ง เป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจหลายครั้งว่าพร้อมที่จะชี้แจงข้อมูลทั้งหมดตามที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ต้องการ ขณะที่คณะกรรมการเสาะหาข้อเท็จจริงสอดคล้องกับที่นาย
ภาวุธได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก แต่คณะกรรมการเพิ่งตั้งได้ไม่นาน ขอให้เราได้ทำงานกันสักระยะหนึ่งก่อน ยืนยันว่ากระบวนการตรวจสอบภายในของพรรคประชาชนดำเนินการคู่ขนานกันไป
.
ผู้สื่อข่าวถามว่าการที่นาย
ภาวุธออกมาโพสต์ในวันนี้ เกิดจากการที่ น.ส.
ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค เรียกร้องให้ออกมาหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ก่อนที่ น.ส.
ศิริกัญญาจะให้ความเห็น เราได้พูดคุยกับนาย
ภาวุธอยู่แล้ว ไม่ได้นิ่งนอนใจ เพียงแต่สังคมกำลังตั้งข้อสงสัยว่าการดำเนินการของดีเอสไอเป็นธรรมหรือไม่ หรือเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับการเมืองหรือไม่ อีกด้านเราต้องมีความระมัดระวัง สื่อสารอย่างไรไม่ให้กระทบกับรูปคดี หรือไม่ให้เกิดผลเสียกับนาย
ภาวุธ เชื่อว่าทีมทนายที่ให้คำปรึกษาพยายามหาจุดที่นาย
ภาวุธจะออกมาเคลียร์ข้อสงสัย ขณะเดียวกันก็ไม่ทำให้นาย
ภาวุธตกอยู่ในที่นั่งลำบากหรือตกอยู่ในหลุมของฝั่งตรงข้าม ที่พยายามทำให้เป็นคดีการเมือง
.
เมื่อถามว่าคดีนี้อาจะถูกยกระดับให้เป็นคดีพิเศษ เกี่ยวข้องกับแชร์ลูกโซ่ พรรคประชาชนจะรองรับสถานการณ์นี้อย่างไร นาย
ณัฐพงษ์ กล่าวว่า หากมีคนหนึ่งคนใดภายในพรรคโดยเฉพาะสมาชิกพรรคเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องต่างๆ เราพร้อมจะจัดการคนของเรา เช่นเดียวกันจึงขอตั้งคำถามกลับไปยังฝั่งรัฐบาล หากมีข้อมูลอยู่แล้วว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้องบ้าง อยากให้หน่วยงานของรัฐโดยเฉพาะดีเอสไอ ดำเนินการกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ที่สุด
.
ผู้สื่อข่าวถามว่าหลังจากนี้จะยื่นชี้แจงต่อดีเอสไอเองหรือต้องรอให้มีหมายเรียก นาย
ณัฐพงษ์ กล่าวว่า กระบวนการภายในเราทำเชิงรุก แต่สถานะของนาย
ภาวุธเป็นเพียงผู้ต้องสงสัย ไม่ใช่ผู้ต้องหา เมื่อเรายังไม่ได้ทราบรายละเอียดในข้อกล่าวหา ก็ไม่รู้ว่าจะต้องไปชี้แจงอย่างไร ดังนั้นตอนนี้ดีเอสไอต้องให้คำชี้แจงว่าจะกล่าวหานาย
ภาวุธเรื่องอะไร เชื่อว่านาย
ภาวุธพร้อมเข้ามาชี้แจงและให้ข้อมูลอย่างเต็มที่ที่สุด
.
เมื่อถามถึงกรณีที่ร้ายแรงที่สุดหากพบว่าผิดจริง จากผู้ต้องสงสัยกลายเป็นผู้ต้องหา คณะกรรมการสรรหา ส.ส. พรรคประชาชนจะต้องลาออกหรือไม่ นาย
ณัฐพงษ์กล่าวว่า เราใช้มาตรฐานเดียวกัน ยกตัวอย่างผู้สมัคร ส.ส.เขต 33 กทม.พรรคประชาชน ที่สุดท้ายอัยการไม่ได้ดำเนินการฟ้องต่อ เพราะพยานหลักฐานไม่ได้มีน้ำหนักมากเพียงพอ ตอนนั้นมีเพียงข้อกล่าวหาและมีหมายจับออกมา เราคิดว่าคนที่จะมาสมัครเป็นผู้แทนราษฎร จะต้องมีมาตรฐานที่สูงกว่ามาตรฐานทางกฎหมาย ฉะนั้นเรื่องนี้ก็เช่นเดียวกัน ขอรอดูข้อกล่าวหาว่ามีน้ำหนักมากน้อยขนาดไหน หากมีเหตุที่เชื่อได้ว่าอาจเข้าไปมีส่วนผูกพัน เราก็จะดำเนินการโดยมาตรฐานเดิม ตนหวังว่าคดีของนาย
ภาวุธจะไม่เป็นเหมือนคดีของผู้สมัครเขต 33
.
ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้ทำความเห็นแย้งคดีผู้สมัคร ส.ส.เขต 33 พรรคประชาชนทางพรรคจะช่วยเหลืออย่างไร นาย
ณัฐพงษ์ กล่าวว่า อัยการไม่ได้เพิ่งตัดสินใจว่าจะดำเนินการไม่ฟ้อง เรื่องนี้ในกระบวนการต้องอยู่ที่ ผบ.ตร.จะตัดสินใจว่าให้ความเห็นแย้งกับอัยการหรือไม่ ดังนั้นการเทคแอ๊กชั่นของ ผบ.ตร. ตนประเมินว่าเป็นฝั่งเราเองที่ออกให้ข่าว จึงตั้งคำถามว่าตกลงแล้วเป็นประเด็นทางการเมืองใช่หรือไม่ กลั่นแกล้งอดีตผู้สมัครใช่หรือไม่ จึงขอตั้งข้อสังเกตว่ากระบวนการยุติธรรมไม่ควรมีการเลือกปฏิบัติ ควรดำเนินการตามกรอบระยะเวลาที่เหมาะสมเท่าเทียมกัน ไม่ใช่มีประเด็นทางการเมือง แล้วค่อยออกมาเทคแอ๊กชั่น
JJNY : 5in1 ณัฐพงษ์จี้สอบฝ่ายการเมือง│ณัฐพงษ์ยันพร้อมสู้คดี│เท้งยันภาวุธพร้อมเคลียร์│ลบกันเกลี้ยง│4ชาติอาเซียนเสี่ยงหมอก
https://www.matichon.co.th/politics/news_5776209
.
“ณัฐพงษ์” ซัดระบอบสีน้ำเงินกินรวบอำนาจรัฐ จี้นายกฯ สอบนักการเมืองในเครือข่ายก่อนโยนบาปให้ท้องถิ่นคดีโกงสอบบรรจุ ปลุกร่วมลงชื่อหวังร่างรัฐธรรมนูญใหม่เป็นของ ปชช.อย่างแท้จริง
.
เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันว่า จากหลายเหตุการณ์ในหน้าข่าวปัจจุบัน เป็นที่อดสงสัยไม่ได้ว่าภายใต้รัฐบาลชุดนี้ การที่ระบอบสีน้ำเงินพยายามกินรวบอำนาจรัฐและอำนาจทางเศรษฐกิจไว้อยู่กับเครือข่ายของตัวเอง กำลังเป็นเรื่องจริงมากขึ้นเรื่อยๆ ยกตัวอย่างการแต่งตั้งโยกย้ายรองผู้ว่าฯ และข้าราชการระดับสูงในจังหวัดภูเก็ต ประชาชนในจังหวัดก็มีการตั้งคำถามว่าข้อหาคืออะไร เป็นการใช้อำนาจจากส่วนกลางย้ายเพื่อเอาเครือข่ายของตัวเองไปแทนที่หรือไม่ รวมทั้งกรณีล่าสุดที่เกี่ยวกับการสอบข้าราชการท้องถิ่น ก็เป็นเรื่องที่มีอำนาจจากส่วนกลางเข้าไปเกี่ยวข้องเช่นกัน
.
“อย่าลืมว่าที่มีการทุจริตสอบท้องถิ่น หน่วยงานที่เป็นเจ้าภาพจัดสอบก็คือส่วนกลาง ก็คือกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ดังนั้นเรื่องนี้ท้องถิ่นกำลังจะกลายเป็นแพะรับบาป เมื่อนายกฯ ออกมาเทคแอคชั่นจริงจังกับเรื่องนี้เอง ผมก็อยากให้นายกฯ ตรวจสอบคนของตัวเองในฝั่งการเมืองด้วย” นายณัฐพงษ์ กล่าว
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ได้รับข้อร้องเรียนมาจากหลายทาง เช่น ข้าราชการส่วนท้องถิ่นบอกว่า การระงับการบรรจุคนที่เคยสอบไปแล้ว เฉพาะคนที่มีข้อเห็นแย้งไม่ได้มีปัญหาเลย แต่การระงับทั้งหมดทำให้หลายคนได้รับความเดือดร้อน คนบริสุทธิ์อีกจำนวนมากที่เข้าสอบปกติ ไม่ได้ทุจริตการสอบ กลับต้องรับผลกระทบหมด รวมถึงตัวท้องถิ่นด้วยเช่นกัน หากมีฝ่ายการเมืองเกี่ยวข้องด้วย ก็อยากให้นายกฯ ขึงขังจริงจังแบบเดียวกับที่ดำเนินการกับฝั่งข้าราชการประจำ ซึ่งไม่จำเป็นต้องรอกระบวนการยุติธรรมใด หรือการเข้ากระบวนการของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หรือกระบวนการอื่นซึ่งใช้เวลาอีกหลายปี การใช้กลไกการกำกับดูแลภายในพรรคก็จัดการได้แล้ว
.
“ไม่ว่าใครเป็นนายกฯ ถ้ามีข้อมูลมาแบบนี้ สิ่งแรกที่ต้องทำคือการเอาคนที่อาจจะเกี่ยวข้องออกจากระบบ การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการที่ต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องออกไม่ใช่เรื่องผิด แต่ถ้าเทียบเคียงกับกรณีภูเก็ต สิ่งที่ประชาชนตั้งคำถามอยู่คือตกลงแล้วสาเหตุในการแต่งตั้งโยกย้ายมาจากความผิดอะไร หรือมีเหตุผลเบื้องหลังที่ต้องการเอาคนของตัวเองโยกย้ายไปแทนหรือไม่ นายกฯ หรือรัฐบาลต้องออกมาให้ความชัดเจนมากยิ่งขึ้น และอยากให้สังคมตั้งคำถามว่าการโยกย้ายแบบนี้เป็นเพียงแค่ฉากบังหน้าหรือไม่” นายณัฐพงษ์ กล่าว
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวถึงความคืบหน้าในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ว่า ตอนนี้เครือข่ายภาคประชาสังคม ConForAll กำลังเปิดลงชื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ตอนนี้ต้องการอย่างน้อย 50,000 รายชื่อ อยากให้ประชาชนเข้าไปช่วยกันลงชื่อในร่างฉบับนี้ ซึ่งเป็นไปตามความเห็นของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่ออกมาแล้ว ว่าสามารถเลือกตั้ง สสร.ได้โดยตรง อย่าปล่อยให้กลุ่มการเมืองบางกลุ่มพยายามบิดคำพูดของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ว่าสุดท้ายแล้วความเห็นไม่เท่ากับคำวินิจฉัย ซึ่งในเวลานี้หลายภาคส่วนรวมถึงพรรคประชาชน ก็พยายามปรับปรุงร่างรัฐธรรมนูญให้สอดคล้องกับความเห็นของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่ออกมา คือให้ สสร.มาจากการเลือกตั้งโดยตรงได้
.
“เหตุผลลึกๆ ของคนเหล่านั้นคือความพยายามหน่วงรั้งกระบวนการเหล่านี้อยู่ ผมอยากให้ประชาชนทุกคนไปช่วยกันแสดงพลังลงชื่อกันเยอะๆ เพื่อให้กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มาจากประชาชนอย่างแท้จริง ถ้าแก้กติกาสูงสุดของประเทศได้ กติกาการเมืองก็จะดีขึ้น กระบวนการยุติธรรมก็จะโปร่งใสมากขึ้น” นายณัฐพงษ์ กล่าว
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ดังนั้นจึงต้องสอบถามกลับไปยังประธานรัฐสภาเช่นเดียวกัน ว่าเมื่อมีความเห็นของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญออกมาเช่นนี้ ถ้าไม่ได้มีเหตุผลซ่อนเร้นว่าอยากจะเร่งกระบวนการให้ได้รัฐธรรมนูญที่ควบคุมผูกขาดได้ทั้งหมด การชะลอการพิจารณากระบวนการในการยกร่างทั้งฉบับ โดยการพิจารณาเป็นรายมาตรา ก็ไม่ใช่เรื่องที่เสียหาย รอร่างจากภาคประชาสังคมและพรรคการเมืองต่างๆ รวมถึงพรรคประชาชน ที่ปรับปรุงแก้ไขเสร็จ ค่อยพิจารณาพร้อมกันทีเดียว ก็จะเป็นกระบวนการที่สวยงามมากขึ้น
.
.
ณัฐพงษ์ ยันพร้อมสู้คดี 44 ส.ส. นัดแรก 30 มิ.ย.นี้ ลั่น ลงชื่อแก้ ม.112 ไม่ควรถูกฟ้อง
https://www.matichon.co.th/politics/news_5776157
.
ณัฐพงษ์ ยันพร้อมสู้คดี 44 ส.ส.นัดแรก 30 มิ.ย.นี้ มั่นใจทีมกฎหมาย ชี้ไม่ควรถูกฟ้องร้องลงชื่อแก้ ม.112 วอนปชช.ช่วยกดดัน ย้ำกระบวนการยุติธรรมต้องตรงไปตรงมา
.
เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีศาลฎีกานัดพิจารณาคดี 44 ส.ส.ครั้งแรกในวันที่ 30 มิ.ย.นี้ตามคำร้องของ ป.ป.ช.ที่กล่าวหา 44 อดีต ส.ส.พรรคก้าวไกล ฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรงกรณีร่วมลงชื่อเสนอร่างกฎหมายแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 มีการเตรียมความพร้อมอย่างไร ว่า เตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ เชื่อมั่นในทีมกฎหมายของพรรค ยืนยันว่าการที่พวกเรายื่นร่างแก้ไขกฎหมาย ก็ไม่ควรที่จะเป็นสาเหตุทำให้เราถูกฟ้องร้องดำเนินคดีนี้
.
เมื่อถามถึงข้อต่อสู้ตั้งธงประเด็นไหนเป็นพิเศษหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า จริงๆ ข้อต่อสู้ก็เหมือนเดิมกับที่เราได้เคยสื่อสารไปแล้วทุกประการ คงไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลง หวังว่าทางหน่วยงานต่างๆ ก็คงจะให้ความเป็นธรรมกับพวกเรา
.
เมื่อถามว่าการใช้ข้อต่อสู้แบบเดิมจะทำให้ชนะหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ตัวเองและเพื่อนๆร่วมพรรค ถ้าต่อสู้เพียงลำพัง และต่อสู้ในระบบเพียงอย่างเดียว ยอมรับว่าหลายๆ คนอาจจะมองว่าสู้ไปก็ไม่ชนะ แต่อย่าลืมว่าการต่อสู้ของพวกเราที่ผ่านมา ถึงแม้เป็นพรรคฝ่ายค้าน แต่เราก็สามารถสร้างสิ่งที่สำเร็จแล้วหลายๆ อย่าง ที่มาจากเสียงของประชาชนข้างนอกสภาฯ ช่วยกันกดดันสนับสนุนด้วย ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายแรงงาน สมรสเท่าเทียม สุราก้าวหน้า เรื่องนี้ก็เช่นเดียวกันในระบบเราก็สู้ของเราเต็มที่ นอกระบบที่หมายถึงเสียงของประชาชนนอกสภา ที่ทุกคนต้องช่วยกันส่งเสียงเรียกร้องกดดันเช่นเดียวกัน ว่าสิ่งที่พวกเราอยากได้คือกระบวนการยุติธรรมที่ตรงไปตรงมา และการเมืองที่อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง.
.
เท้ง ยัน ภาวุธ พร้อมเคลียร์ปม Forex ย้ำยังเป็นแค่ผู้ต้องสงสัย จี้ดีเอสไอกางข้อกล่าวหาให้ชัด จะได้แจงถูก
https://www.matichon.co.th/politics/news_5776173
.
‘เท้ง’ ลั่น ‘ภาวุธ’ พร้อมเคลียร์ปม Forex ย้ำสถานะยังเป็นแค่ผู้ต้องสงสัยคดี จี้ดีเอสไอกางข้อกล่าวหาให้ชัด ย้ำกระบวนการในพรรคส้มสูงกว่ากฎหมาย สงสัย ผบ.ตร.ทำความเห็นแย้งหลัง ปชน.ออกมาเปิด แบบนี้การเมืองหรือไม่ ซัดระบอบน้ำเงินกินรวบประเทศ
.
เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการสอบถามข้อเท็จจริงจาก นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดี Forex ว่า นายภาวุธพร้อมชี้แจง เท่าที่ได้พูดคุยกับเจ้าตัว พรุ่งนี้จะมีความพร้อมเข้ามาทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ขอให้รอการชี้แจงจากเจ้าตัวโดยตรง เชื่อว่าการสื่อสารผ่านเพจในแต่ละครั้ง เป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจหลายครั้งว่าพร้อมที่จะชี้แจงข้อมูลทั้งหมดตามที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ต้องการ ขณะที่คณะกรรมการเสาะหาข้อเท็จจริงสอดคล้องกับที่นายภาวุธได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก แต่คณะกรรมการเพิ่งตั้งได้ไม่นาน ขอให้เราได้ทำงานกันสักระยะหนึ่งก่อน ยืนยันว่ากระบวนการตรวจสอบภายในของพรรคประชาชนดำเนินการคู่ขนานกันไป
.
ผู้สื่อข่าวถามว่าการที่นายภาวุธออกมาโพสต์ในวันนี้ เกิดจากการที่ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค เรียกร้องให้ออกมาหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ก่อนที่ น.ส.ศิริกัญญาจะให้ความเห็น เราได้พูดคุยกับนายภาวุธอยู่แล้ว ไม่ได้นิ่งนอนใจ เพียงแต่สังคมกำลังตั้งข้อสงสัยว่าการดำเนินการของดีเอสไอเป็นธรรมหรือไม่ หรือเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับการเมืองหรือไม่ อีกด้านเราต้องมีความระมัดระวัง สื่อสารอย่างไรไม่ให้กระทบกับรูปคดี หรือไม่ให้เกิดผลเสียกับนายภาวุธ เชื่อว่าทีมทนายที่ให้คำปรึกษาพยายามหาจุดที่นายภาวุธจะออกมาเคลียร์ข้อสงสัย ขณะเดียวกันก็ไม่ทำให้นายภาวุธตกอยู่ในที่นั่งลำบากหรือตกอยู่ในหลุมของฝั่งตรงข้าม ที่พยายามทำให้เป็นคดีการเมือง
.
เมื่อถามว่าคดีนี้อาจะถูกยกระดับให้เป็นคดีพิเศษ เกี่ยวข้องกับแชร์ลูกโซ่ พรรคประชาชนจะรองรับสถานการณ์นี้อย่างไร นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า หากมีคนหนึ่งคนใดภายในพรรคโดยเฉพาะสมาชิกพรรคเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องต่างๆ เราพร้อมจะจัดการคนของเรา เช่นเดียวกันจึงขอตั้งคำถามกลับไปยังฝั่งรัฐบาล หากมีข้อมูลอยู่แล้วว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้องบ้าง อยากให้หน่วยงานของรัฐโดยเฉพาะดีเอสไอ ดำเนินการกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ที่สุด
.
ผู้สื่อข่าวถามว่าหลังจากนี้จะยื่นชี้แจงต่อดีเอสไอเองหรือต้องรอให้มีหมายเรียก นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า กระบวนการภายในเราทำเชิงรุก แต่สถานะของนายภาวุธเป็นเพียงผู้ต้องสงสัย ไม่ใช่ผู้ต้องหา เมื่อเรายังไม่ได้ทราบรายละเอียดในข้อกล่าวหา ก็ไม่รู้ว่าจะต้องไปชี้แจงอย่างไร ดังนั้นตอนนี้ดีเอสไอต้องให้คำชี้แจงว่าจะกล่าวหานายภาวุธเรื่องอะไร เชื่อว่านายภาวุธพร้อมเข้ามาชี้แจงและให้ข้อมูลอย่างเต็มที่ที่สุด
.
เมื่อถามถึงกรณีที่ร้ายแรงที่สุดหากพบว่าผิดจริง จากผู้ต้องสงสัยกลายเป็นผู้ต้องหา คณะกรรมการสรรหา ส.ส. พรรคประชาชนจะต้องลาออกหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า เราใช้มาตรฐานเดียวกัน ยกตัวอย่างผู้สมัคร ส.ส.เขต 33 กทม.พรรคประชาชน ที่สุดท้ายอัยการไม่ได้ดำเนินการฟ้องต่อ เพราะพยานหลักฐานไม่ได้มีน้ำหนักมากเพียงพอ ตอนนั้นมีเพียงข้อกล่าวหาและมีหมายจับออกมา เราคิดว่าคนที่จะมาสมัครเป็นผู้แทนราษฎร จะต้องมีมาตรฐานที่สูงกว่ามาตรฐานทางกฎหมาย ฉะนั้นเรื่องนี้ก็เช่นเดียวกัน ขอรอดูข้อกล่าวหาว่ามีน้ำหนักมากน้อยขนาดไหน หากมีเหตุที่เชื่อได้ว่าอาจเข้าไปมีส่วนผูกพัน เราก็จะดำเนินการโดยมาตรฐานเดิม ตนหวังว่าคดีของนายภาวุธจะไม่เป็นเหมือนคดีของผู้สมัครเขต 33
.
ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้ทำความเห็นแย้งคดีผู้สมัคร ส.ส.เขต 33 พรรคประชาชนทางพรรคจะช่วยเหลืออย่างไร นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า อัยการไม่ได้เพิ่งตัดสินใจว่าจะดำเนินการไม่ฟ้อง เรื่องนี้ในกระบวนการต้องอยู่ที่ ผบ.ตร.จะตัดสินใจว่าให้ความเห็นแย้งกับอัยการหรือไม่ ดังนั้นการเทคแอ๊กชั่นของ ผบ.ตร. ตนประเมินว่าเป็นฝั่งเราเองที่ออกให้ข่าว จึงตั้งคำถามว่าตกลงแล้วเป็นประเด็นทางการเมืองใช่หรือไม่ กลั่นแกล้งอดีตผู้สมัครใช่หรือไม่ จึงขอตั้งข้อสังเกตว่ากระบวนการยุติธรรมไม่ควรมีการเลือกปฏิบัติ ควรดำเนินการตามกรอบระยะเวลาที่เหมาะสมเท่าเทียมกัน ไม่ใช่มีประเด็นทางการเมือง แล้วค่อยออกมาเทคแอ๊กชั่น