สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวพันทิปที่น่ารักทุกคน
เฮ้ยยยย! ใครเคยเป็นบ้างครับ? อาการแบบว่า... จ้องหน้าจอขาวๆ พิมพ์ไปลบไปเป็นสิบๆ รอบ คีย์บอร์ดแทบจะพัง! สมองตื้อ ไอเดียตัน เหมือนโดนผีอำอยู่หน้าคอมพ์ นั่นแหละครับ 'โรคคิดคอนเทนต์ไม่ออก' ที่ระบาดหนักในหมู่นักเขียน นักสร้างสรรค์อย่างเราๆ ผมเองก็เคยเป็นครับ เป็นจนท้อ จนอยากจะพับคอมเก็บไปนอนดูซีรีส์เลยทีเดียว แต่พอคิดได้ว่าภาระยังเยอะก็ต้องสู้ต่อ!
จนในที่สุดผมก็ได้เจอกับ 'ทางสว่าง' ที่ช่วยให้ผมหลุดพ้นจากวงจรอุบาทว์นี้มาได้ นั่นก็คือ 'การใช้เครื่องมือดึง Keyword ยอดฮิต' นั่นเองครับ! ฟังดูเหมือนยากใช่มั้ยครับ? แต่จริงๆ แล้วมันง่ายกว่าที่คิดเยอะเลย แถมยังสนุกและทำให้เราได้คอนเทนต์ที่ตรงใจคนอ่านแบบสุดๆ อีกด้วย
แล้วทำไมต้อง Keywords? ง่ายๆ เลยครับ เพราะ Keywords คือคำที่คนจริงๆ กำลังค้นหาอยู่บน Google นั่นแหละครับ! ถ้าเราเอาคำเหล่านี้มาตีความ มาต่อยอด มันก็เหมือนเรามีเข็มทิศนำทางว่าคนกำลังอยากรู้อะไร อยากได้ข้อมูลแบบไหน เราจะได้ไม่ต้องนั่งเทียนเขียนไปเรื่อยครับ
วันนี้ผมจะพาเพื่อนๆ ไปเจาะลึกวิธีใช้เครื่องมือพวกนี้แบบง่ายๆ สไตล์เพื่อนคุยเพื่อนฟัง พร้อมรับประกันความสนุกและประโยชน์แบบจัดเต็มไปเลยครับ!
มาเริ่มกันเลย! ทำตามนี้ รับรองไอเดียกระฉูดแน่นอนครับ!
ขั้นตอนที่ 1 เลือกเครื่องมือคู่ใจ (แต่ไม่ต้องถึงขั้นเสียเงินแพงๆ ก็ได้นะ!)
จริงๆ แล้วเครื่องมือ Keyword มันก็มีหลายเจ้าครับ ทั้งฟรีและเสียเงิน แต่สำหรับมือใหม่หรือคนที่อยากลองก่อน ผมแนะนำตัวนี้เลยครับ Google Keyword Planner ครับ!
ทำไมต้องตัวนี้? เพราะมันฟรี! และข้อมูลมาจาก Google โดยตรง ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลการค้นหาที่ใหญ่ที่สุดในโลกอยู่แล้วครับ ใช้แค่บัญชี Google ก็เข้าได้เลย
ขั้นตอนที่ 2 ป้อน "เมล็ดพันธุ์แห่งไอเดีย" (Seed Keyword) ของคุณลงไป
คำว่า "Seed Keyword" นี่คือคำกว้างๆ ที่เกี่ยวกับเรื่องที่เราสนใจจะเขียนครับ เช่น ถ้าเราอยากเขียนเรื่องอาหารสุขภาพ ก็ลองพิมพ์คำว่า "อาหารคลีน", "ลดน้ำหนัก", "เมนูสุขภาพ" อะไรแบบนี้ลงไปครับ
เครื่องมือมันก็จะไปรวบรวมคำที่เกี่ยวข้องและที่คนค้นหาบ่อยๆ มาให้เราได้เห็นครับ
ขั้นตอนที่ 3 แกะกล่องสมบัติ (วิเคราะห์ผลลัพธ์ที่ได้!)
พอเรากดค้นหาปุ๊บ เจ้า Google Keyword Planner ก็จะโชว์ลิสต์ยาวเฟื้อยของ Keywords พร้อมข้อมูลสำคัญๆ ให้เราดูครับ ที่เราต้องโฟกัสหลักๆ เลยคือ
Average monthly searches (จำนวนการค้นหาเฉลี่ยต่อเดือน) อันนี้สำคัญมากครับ! มันบอกเราว่าคำนี้มีคนค้นหามากแค่ไหน ยิ่งเยอะ แปลว่าคนยิ่งสนใจเยอะครับ
Competition (การแข่งขัน) บอกว่ามีคนอื่นเขียนเรื่องนี้เยอะแค่ไหน ยิ่ง 'High' แปลว่าคู่แข่งเยอะครับ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเราเขียนไม่ได้นะ แค่ต้องหาทางทำให้ดีกว่า หรือมีมุมที่แตกต่างออกไป
Related Keywords (คำที่เกี่ยวข้อง) อันนี้แหละครับขุมทรัพย์! บางที Seed Keyword ของเราอาจจะกว้างไป แต่พอเจอคำที่เกี่ยวข้องที่เราไม่เคยคิดถึงมาก่อนนี่แหละครับ สปาร์คไอเดียกระจายเลย!
ขั้นตอนที่ 4 ปรุงแต่งให้แซ่บ (แปลง Keyword เป็นคอนเทนต์สุดปัง!)
พอเราได้ลิสต์ Keyword มาแล้ว อย่าเพิ่งคิดว่า "อ๋อ งั้นก็เอาคำนี้ไปเขียนตรงๆ เลย" นะครับ! นั่นไม่ใช่การสร้างสรรค์ครับ!
สิ่งที่เราต้องทำคือ
หา "Pain Point" หรือ "ความต้องการ" ของคน เช่น ถ้าเจอ Keyword ว่า "ลดน้ำหนักแบบไม่โยโย่" เราก็รู้แล้วว่าคนกำลังกลัวอะไร และต้องการอะไร ก็ไปหาข้อมูลและเขียนตอบโจทย์ตรงนั้นเลยครับ!
พลิกแพลงมุมมอง จาก "วิธีทำอาหารคลีน" อาจจะกลายเป็น "5 เมนูอาหารคลีนทำง่ายๆ สำหรับคนทำงานไม่มีเวลา" หรือ "อาหารคลีนจานเดียว อิ่มอร่อย ไม่อ้วน!" ครับ
มองหา Long-tail Keyword คือคำค้นหาที่ยาวๆ เฉพาะเจาะจงมากๆ ครับ เช่น "วิธีลดหน้าท้องหลังคลอด" หรือ "อาหารเสริมบำรุงผิวสำหรับคนแพ้ง่าย" พวกนี้อาจจะมีคนค้นหาน้อยกว่า แต่คนที่ค้นหามีความตั้งใจสูงมากครับ และคู่แข่งน้อยกว่าด้วย!
เคล็ดลับสุดท้ายจากใจผม
อย่ากลัวที่จะลองผิดลองถูกครับ! การใช้เครื่องมือพวกนี้มันเหมือนการสำรวจมหาสมุทรไอเดียครับ ยิ่งเราดำน้ำลึกเท่าไหร่ เราก็จะเจอสิ่งที่ไม่คาดฝันมากขึ้นเท่านั้น
หัวใจสำคัญคือการนำข้อมูลดิบเหล่านั้นมา "ตีความ" และ "ใส่ความเป็นเรา" ลงไปครับ เพราะถึงแม้จะเป็นเรื่องเดียวกัน แต่ถ้าเป็นสไตล์การเล่าเรื่องในแบบของเรา มันก็จะโดดเด่นและมีเอกลักษณ์กว่าคนอื่นแน่นอนครับ
หวังว่ากระทู้นี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ที่กำลังเผชิญหน้ากับโรค "คิดคอนเทนต์ไม่ออก" กันนะครับ ลองเอาไปปรับใช้ดู แล้วจะรู้ว่าการสร้างสรรค์คอนเทนต์มันสนุกกว่าที่คิดเยอะเลยครับ!
ไว้ผมจะมาเล่าเรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์ให้ฟังอีกนะครับ แล้วเจอกันใหม่ครับ!
เฮ้ยยยย! ใครเบื่อคิดคอนเทนต์ไม่ออกบ้าง? มาดูวิธีปลุกไอเดียให้พุ่งทะลุปรอทด้วยเครื่องมือ Keyword ตัวท็อปกันครับ!
เฮ้ยยยย! ใครเคยเป็นบ้างครับ? อาการแบบว่า... จ้องหน้าจอขาวๆ พิมพ์ไปลบไปเป็นสิบๆ รอบ คีย์บอร์ดแทบจะพัง! สมองตื้อ ไอเดียตัน เหมือนโดนผีอำอยู่หน้าคอมพ์ นั่นแหละครับ 'โรคคิดคอนเทนต์ไม่ออก' ที่ระบาดหนักในหมู่นักเขียน นักสร้างสรรค์อย่างเราๆ ผมเองก็เคยเป็นครับ เป็นจนท้อ จนอยากจะพับคอมเก็บไปนอนดูซีรีส์เลยทีเดียว แต่พอคิดได้ว่าภาระยังเยอะก็ต้องสู้ต่อ!
จนในที่สุดผมก็ได้เจอกับ 'ทางสว่าง' ที่ช่วยให้ผมหลุดพ้นจากวงจรอุบาทว์นี้มาได้ นั่นก็คือ 'การใช้เครื่องมือดึง Keyword ยอดฮิต' นั่นเองครับ! ฟังดูเหมือนยากใช่มั้ยครับ? แต่จริงๆ แล้วมันง่ายกว่าที่คิดเยอะเลย แถมยังสนุกและทำให้เราได้คอนเทนต์ที่ตรงใจคนอ่านแบบสุดๆ อีกด้วย
แล้วทำไมต้อง Keywords? ง่ายๆ เลยครับ เพราะ Keywords คือคำที่คนจริงๆ กำลังค้นหาอยู่บน Google นั่นแหละครับ! ถ้าเราเอาคำเหล่านี้มาตีความ มาต่อยอด มันก็เหมือนเรามีเข็มทิศนำทางว่าคนกำลังอยากรู้อะไร อยากได้ข้อมูลแบบไหน เราจะได้ไม่ต้องนั่งเทียนเขียนไปเรื่อยครับ
วันนี้ผมจะพาเพื่อนๆ ไปเจาะลึกวิธีใช้เครื่องมือพวกนี้แบบง่ายๆ สไตล์เพื่อนคุยเพื่อนฟัง พร้อมรับประกันความสนุกและประโยชน์แบบจัดเต็มไปเลยครับ!
มาเริ่มกันเลย! ทำตามนี้ รับรองไอเดียกระฉูดแน่นอนครับ!
ขั้นตอนที่ 1 เลือกเครื่องมือคู่ใจ (แต่ไม่ต้องถึงขั้นเสียเงินแพงๆ ก็ได้นะ!)
จริงๆ แล้วเครื่องมือ Keyword มันก็มีหลายเจ้าครับ ทั้งฟรีและเสียเงิน แต่สำหรับมือใหม่หรือคนที่อยากลองก่อน ผมแนะนำตัวนี้เลยครับ Google Keyword Planner ครับ!
ทำไมต้องตัวนี้? เพราะมันฟรี! และข้อมูลมาจาก Google โดยตรง ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลการค้นหาที่ใหญ่ที่สุดในโลกอยู่แล้วครับ ใช้แค่บัญชี Google ก็เข้าได้เลย
ขั้นตอนที่ 2 ป้อน "เมล็ดพันธุ์แห่งไอเดีย" (Seed Keyword) ของคุณลงไป
คำว่า "Seed Keyword" นี่คือคำกว้างๆ ที่เกี่ยวกับเรื่องที่เราสนใจจะเขียนครับ เช่น ถ้าเราอยากเขียนเรื่องอาหารสุขภาพ ก็ลองพิมพ์คำว่า "อาหารคลีน", "ลดน้ำหนัก", "เมนูสุขภาพ" อะไรแบบนี้ลงไปครับ
เครื่องมือมันก็จะไปรวบรวมคำที่เกี่ยวข้องและที่คนค้นหาบ่อยๆ มาให้เราได้เห็นครับ
ขั้นตอนที่ 3 แกะกล่องสมบัติ (วิเคราะห์ผลลัพธ์ที่ได้!)
พอเรากดค้นหาปุ๊บ เจ้า Google Keyword Planner ก็จะโชว์ลิสต์ยาวเฟื้อยของ Keywords พร้อมข้อมูลสำคัญๆ ให้เราดูครับ ที่เราต้องโฟกัสหลักๆ เลยคือ
Average monthly searches (จำนวนการค้นหาเฉลี่ยต่อเดือน) อันนี้สำคัญมากครับ! มันบอกเราว่าคำนี้มีคนค้นหามากแค่ไหน ยิ่งเยอะ แปลว่าคนยิ่งสนใจเยอะครับ
Competition (การแข่งขัน) บอกว่ามีคนอื่นเขียนเรื่องนี้เยอะแค่ไหน ยิ่ง 'High' แปลว่าคู่แข่งเยอะครับ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเราเขียนไม่ได้นะ แค่ต้องหาทางทำให้ดีกว่า หรือมีมุมที่แตกต่างออกไป
Related Keywords (คำที่เกี่ยวข้อง) อันนี้แหละครับขุมทรัพย์! บางที Seed Keyword ของเราอาจจะกว้างไป แต่พอเจอคำที่เกี่ยวข้องที่เราไม่เคยคิดถึงมาก่อนนี่แหละครับ สปาร์คไอเดียกระจายเลย!
ขั้นตอนที่ 4 ปรุงแต่งให้แซ่บ (แปลง Keyword เป็นคอนเทนต์สุดปัง!)
พอเราได้ลิสต์ Keyword มาแล้ว อย่าเพิ่งคิดว่า "อ๋อ งั้นก็เอาคำนี้ไปเขียนตรงๆ เลย" นะครับ! นั่นไม่ใช่การสร้างสรรค์ครับ!
สิ่งที่เราต้องทำคือ
หา "Pain Point" หรือ "ความต้องการ" ของคน เช่น ถ้าเจอ Keyword ว่า "ลดน้ำหนักแบบไม่โยโย่" เราก็รู้แล้วว่าคนกำลังกลัวอะไร และต้องการอะไร ก็ไปหาข้อมูลและเขียนตอบโจทย์ตรงนั้นเลยครับ!
พลิกแพลงมุมมอง จาก "วิธีทำอาหารคลีน" อาจจะกลายเป็น "5 เมนูอาหารคลีนทำง่ายๆ สำหรับคนทำงานไม่มีเวลา" หรือ "อาหารคลีนจานเดียว อิ่มอร่อย ไม่อ้วน!" ครับ
มองหา Long-tail Keyword คือคำค้นหาที่ยาวๆ เฉพาะเจาะจงมากๆ ครับ เช่น "วิธีลดหน้าท้องหลังคลอด" หรือ "อาหารเสริมบำรุงผิวสำหรับคนแพ้ง่าย" พวกนี้อาจจะมีคนค้นหาน้อยกว่า แต่คนที่ค้นหามีความตั้งใจสูงมากครับ และคู่แข่งน้อยกว่าด้วย!
เคล็ดลับสุดท้ายจากใจผม
อย่ากลัวที่จะลองผิดลองถูกครับ! การใช้เครื่องมือพวกนี้มันเหมือนการสำรวจมหาสมุทรไอเดียครับ ยิ่งเราดำน้ำลึกเท่าไหร่ เราก็จะเจอสิ่งที่ไม่คาดฝันมากขึ้นเท่านั้น
หัวใจสำคัญคือการนำข้อมูลดิบเหล่านั้นมา "ตีความ" และ "ใส่ความเป็นเรา" ลงไปครับ เพราะถึงแม้จะเป็นเรื่องเดียวกัน แต่ถ้าเป็นสไตล์การเล่าเรื่องในแบบของเรา มันก็จะโดดเด่นและมีเอกลักษณ์กว่าคนอื่นแน่นอนครับ
หวังว่ากระทู้นี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ที่กำลังเผชิญหน้ากับโรค "คิดคอนเทนต์ไม่ออก" กันนะครับ ลองเอาไปปรับใช้ดู แล้วจะรู้ว่าการสร้างสรรค์คอนเทนต์มันสนุกกว่าที่คิดเยอะเลยครับ!
ไว้ผมจะมาเล่าเรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์ให้ฟังอีกนะครับ แล้วเจอกันใหม่ครับ!