อิสริยะ ห่วง TH-AI passport เปิดช่องรัฐสอดแนมข้อมูลปชช. ยกบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง วันนี้ยังไม่ได้คำตอบกกต.
https://www.matichon.co.th/politics/news_5773542
.

.
อิสริยะ ห่วง TH-AI passport เปิดช่องรัฐสอดแนมข้อมูล ปชช. ยกบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง วันนี้ยังไม่ได้คำตอบ กกต.
.
เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน นาย
อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะรองประธานคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) เพิ่มขีดความสามารถแข่งขันดิจิทัลไทย ในคณะ กมธ.การสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) สภาผู้แทนราษฎร เล่าบรรยากาศภายในห้องประชุมอนุ กมธ.เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งมีการเชิญผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีรวม 14 สมาคม ให้ความเห็นต่อโครงการ TH-AI Passport พร้อมระบุถึงข้อควรระวังและความน่ากังวลที่อาจเกิดขึ้นได้
.
นายอิสริยะกล่าวว่า
วันนี้ผมมีโอกาสเข้าร่วมคณะอนุกรรมาธิการเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันดิจิทัลไทย ภายใต้คณะกรรมาธิการ DE ที่เชิญผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีรวม 14 สมาคม เข้ามาให้ความเห็นต่อโครงการ TH-AI Passport ที่กำลังถูกจับตา
.
ความเห็นของกลุ่มผู้ประกอบการค่อนข้างไปในทิศทางเดียวกัน นั่นคืออยากเห็นประเทศไทยมีนโยบายด้าน AI ที่ก้าวหน้า ทันโลก แต่ก็กังวลต่อวิธีการ กระบวนการ แนวทางของโครงการ TH-AI Passport ดังที่เราเห็นข่าวกันมาตลอดนับเดือน
.
ความเห็นหนึ่งที่ผมคิดว่าน่าสนใจมาก คือข้อมูลที่วิ่งผ่าน TH-AI Passport ซึ่งเปรียบเสมือน “ตัวกลาง” (proxy) ระหว่างผู้ใช้งาน กับผู้ให้บริการโมเดล AI ของต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลฝั่งคำสั่งจากผู้ใช้ (prompt) หรือข้อมูลผลลัพธ์ที่ได้จากโมเดล (output) จะต้องผ่านคนกลาง คือบริษัทที่ได้สัญญาทำ TH-AI Passport ทั้งหมด
.
นั่นแปลว่า TH-AI Passport จะมีข้อมูลของคนไทย 5 ล้านคน (ถ้ามีคนใช้ครบตามโควต้า) ไปอยู่ในมือฟรีๆ (โดยใช้เงินของรัฐในการอุดหนุนค่าโมเดล) และสามารถรู้ได้ว่า ใครพิมพ์อะไรเข้าไปถามโมเดลบ้าง
.
ผมทราบดีว่า ใน TOR ของโครงการ มีเงื่อนไขเรื่องการคุ้มครองข้อมูลส่วนตัวอยู่ 4 ข้อย่อย มีกำหนดว่าข้อมูลการลงทะเบียน (“ผู้ใช้คือใคร”) ต้องจัดเก็บและประมวลผลในประเทศ ไม่มีการโอนถ่ายข้อมูลออกไปนอกประเทศ
.
ฟังดูดีครับ ว่าผู้ให้บริการโมเดลต่างชาติจะไม่รู้ว่าผู้พิมพ์คำสั่ง prompt คือใคร กฎเกณฑ์ดูรัดกุมดี
.
แต่ความน่ากลัวที่สุดอยู่ที่ในไทยเราเองนี่ล่ะครับ ว่าสุดท้ายแล้ว ข้อมูลว่าผู้ใช้คือใครที่เก็บอยู่ในประเทศไทย จะถูกปกป้องคุ้มครองดีแค่ไหน โดยเฉพาะจากภาครัฐเอง
.
เพราะท่านปลัด DE เองก็เคยให้ข่าวไว้ว่า จะเอาข้อมูลเหล่านี้ไปเทรนโมเดล AI ของไทยเอง เราจะมีอะไรการันตีว่า ต่อให้ปกป้องคุ้มครองข้อมูลจากบุคคลภายนอกได้ดีตามมาตรฐาน แล้วกระทรวง DE ล่ะ จะเข้าถึงข้อมูลของเราได้แค่ไหน
.
หลายท่านอ่านแล้วอาจบอกว่า ผมตีตนก่อนไข้ไปเอง แต่อย่าเพิ่งลืมกันนะครับว่าเราเพิ่งมีกรณีของ “บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง” ที่ตามรอยประชาชนได้เป็นรายคนเกิดขึ้นมาหมาดๆ และยังไม่ได้รับคำตอบจาก กกต.เลยว่าใครเป็นคนสั่งทำสิ่งนี้ ดังนั้น ผมคิดว่าในประเทศไทยตอนนี้มี “ความพยายาม” ที่จะสอดแนมประชาชนอย่างจริงจัง ทั้งบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง และ TH-AI Passport อาจเป็นตัวอย่างของความพยายามเหล่านี้
.
ต้องขอบคุณ ดร.การดี ที่ให้โอกาสผมเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ด้วยครับ ถึงแม้เราอยู่กันคนละพรรคกัน แต่ในประเด็นที่ประชาชนสนใจ เราก็ทำงานร่วมกันเพื่อประโยชน์ของประเทศครับ
.
พร้อมกันนี้ นาย
อิสริยะยังแนบเอกสาร TOR ที่ระบุเงื่อนไขการคุ้มครองข้อมูล “จากคนนอก” ดังนี้
.
(ภาพอยู่ในข่าวครับ)
.
https://www.facebook.com/isriya.paireepairit/posts/pfbid019sVQHcZUhabvkejQXVmN6LiaU2Uz4Zt3Ch9kaM2BqQDEkRDAq3f7Xku6TxMq4abl
.
https://www.matichon.co.th/politics/news_5773542
.
.
ภัณฑิล จี้ กกต.-ดีเอสไอ สาวต่อให้ถึงผู้สั่งการคดีฮั้ว สว. ตั้งข้อสังเกตผู้เกี่ยวข้อง-เส้นเงินเชื่อมการเมือง
https://www.matichon.co.th/politics/news_5773580
.
ภัณฑิล จี้ กกต.-ดีเอสไอ ขยายผลคดีฮั้ว สว. ถึงผู้สั่งการตัวจริง ชี้ 8 ผู้ต้องหาล็อตแรก เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเครือข่าย ตั้งข้อสังเกตความเชื่อมโยงเครือข่ายการเมือง เส้นทางการเงิน-บทบาทของผู้เกี่ยวข้องหลายระดับ
.
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 23 มิถุนายน ที่รัฐสภา นาย
ภัณฑิล น่วมเจิม ส.ส.กทม.พรรคประชาชน แถลงติดตามการดำเนินการของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) กรณีฮั้ว ส.ว. ว่า การแถลงครั้งนี้มุ่งเน้นเฉพาะประเด็นการได้มาซึ่ง ส.ว. ซึ่งสังคมตั้งข้อสงสัยมาอย่างต่อเนื่อง ว่าอาจมีการจัดวางกระบวนการอยู่เบื้องหลัง เนื่องจากคดีพิเศษเลขที่ 24/2568 มีผู้ต้องหา 8 รายที่ปรากฏในเอกสารที่อัยการส่งกลับมายังดีเอสไอ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเครือข่าย และยังมีบุคคลในระดับ ผู้สั่งการ หรือ หัวระบบ ที่ยังไม่ถูกเปิดเผยชื่อ
.
นาย
ภัณฑิล กล่าวต่อว่า การออกมาเปิดเผยข้อมูลครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินหน้าตรวจสอบอย่างจริงจัง และไม่ควรให้คดีสิ้นสุดเพียงการดำเนินคดีกับบุคคลบางส่วน ทั้งนี้ในวันที่ 25 มิถุนายนนี้ อนุกรรมาธิการของ กกต.ที่ศึกษาการได้มาซึ่ง ส.ว. จะเชิญ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชาติ และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ เข้าชี้แจงอีกครั้ง เพื่อให้ตอบข้อสงสัยว่า มีเครือข่ายใดเข้าไปแทรกแซง ครอบงำ หรือจัดวางกระบวนการเลือก ส.ว. ทั้งระบบหรือไม่
.
ส่วนของข้อมูลในสำนวนนั้น นาย
ภัณฑิล กล่าวว่า ในจำนวนผู้ต้องหา 8 รายแรก มี 2 รายที่ดำรงตำแหน่งเป็น ส.ว. ปัจจุบัน ซึ่งการกล่าวถึงบุคคลดังกล่าว เป็นการอ้างอิงตามข้อมูลในสำนวน ไม่ใช่ข้อกล่าวหาส่วนตัว และทุกฝ่ายสามารถออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงได้ ซึ่งคดีนี้ถูกกล่าวถึงในฐานะคดีอั้งยี่และฟอกเงิน มูลค่าราว 400-500 ล้านบาท โดยดีเอสไอจำแนกเครือข่ายออกเป็นหลายระดับ ตั้งแต่ผู้สั่งการ ผู้วางระบบ ผู้ปฏิบัติ ผู้ได้รับเลือกเป็น ส.ว.ไปจนถึงผู้ทำหน้าที่ลงคะแนนสนับสนุน สะท้อนว่าผู้ต้องหา 8 รายแรกยังไม่ใช่ทั้งหมดของคดี และยังไม่ใช่ข้อยุติว่าใครกระทำผิด
.
“
ขอตั้งข้อสังเกตว่าสำนวนคดีมีความยาวหลายพันหน้า และมีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก ทั้ง ส.ว.,นักการเมือง ,ผู้ดำรงตำแหน่งฝ่ายบริหาร และบุคคลในแวดวงการเมือง แต่กลับมีการส่งตัวผู้ต้องหาเพียง 8 รายในล็อตแรก จึงเป็นคำถามสำคัญว่า การดำเนินคดีจะขยายผลไปถึงผู้สั่งการตัวจริงหรือไม่”นายภัณฑิล กล่าว
.
นาย
ภัณฑิลกล่าวต่อว่า ขอยกตัวอย่างข้อมูลของบุคคลบางรายที่ถูกระบุว่ามีความเชื่อมโยงกับเส้นทางการเงินและบุคคลทางการเมืองในพรรคแกนนำรัฐบาล ทั้งในฐานะอดีตผู้ช่วย ส.ส. ,อดีตผู้สมัคร สส. และคณะทำงานรัฐมนตรี ซึ่งเห็นว่า เมื่อบุคคลที่ถูกกล่าวถึงมีความเกี่ยวข้องทางการเมืองในทิศทางเดียวกัน พรรคการเมืองที่มีชื่อเกี่ยวข้องควรเปิดให้มีการตรวจสอบอย่างชัดเจน
.
นาย
ภัณฑิล กล่าวด้วยว่า ข้อมูลทั้งหมดนี้ยังไม่ใช่ข้อยุติว่าใครกระทำผิด แต่เป็นข้อเท็จจริงที่ควรได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียด เพราะประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่เพียงว่าใครได้เป็น ส.ว.แต่รวมถึงคำถามว่า ใครเป็นผู้สั่งการ ใครเป็นผู้จ่ายเงิน และการลงมติของวุฒิสภาเป็นไปโดยอิสระตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ หรืออยู่ภายใต้อิทธิพลของเครือข่ายใด จึงขอยังเรียกร้องให้ ดีเอสไอเร่งขยายผลไปถึงกลุ่มผู้สั่งการ และกกต.ต้องชี้แจงความคืบหน้าการพิจารณาสำนวนคดีฮั้ว ส.ว. สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) ต้องตรวจสอบเส้นทางการเงินและทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง และพรรคการเมืองที่มีบุคคลเกี่ยวข้องหลายระดับ ต้องแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่าจะเปิดให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงหรือไม่.
.
.
สส.ปชน. เผย ‘พัทยา’ จัดซื้อ 2 รถตู้หรู 8.5 ล้าน วันสุดท้ายก่อนหมดวาระ ถามใครใช้-ปชช.ได้ประโยชน์?https://www.matichon.co.th/politics/news_5773501
.
สส.ปชน. เผย ‘พัทยา’ ลงนามจัดซื้อ 2 รถตู้หรู 8.5 ล้าน วันสุดท้ายก่อนหมดวาระ ถามใครใช้-ปชช.ได้ประโยชน์?
.
เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นาย
ยอดชาย พึ่งพร ส.ส.ชลบุรี พรรคประชาชน โพสต์ภาพและข้อความผ่านเพจ “Yodchai Peungporn” ระบุว่า
.
{8,572,000.- บาท ใช่ครับ ภาษีของพวกเรา} ..
.
เมืองพัทยา ลงนามประกาศผู้ชนะการประมูล โครงการ จัดซื้อคุรุภัณฑ์ ประเภทยานพาหนะและขนส่ง จำนวนหนึ่งรายการ ได้แก่รถยนต์ตู้ ขนาดไม่เกิน 11 ที่นั่ง เครื่องยนต์เบนซิน 4สูบ 16 วาล์ว จำนวน 2คัน โดยการลงนามนั้น เป็นการลงนาม ในวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 “ซึ่งเป็นวันสุดท้าย ก่อนหมดวาระ”
.
การจัดซื้อจัดจ้างโครงการนี้เป็นไปตามระเบียบทุกประการ เริ่มต้นจากการ ได้รับวงเงินงบประมาณจัดสรร 9,278,000 บาท มีการประกวดราคาทั้งหมด 3 บริษัท และมีการกำหนดราคากลางอยู่ที่ 8,590,000 บาท โดยบริษัทที่เสนอราคา 8,572,000.- เป็นบริษัทที่ชนะการประมูล ได้งานนี้ไป โดยที่มีการเสนอราคาต่ำกว่าราคากลางอยู่ที่ 18,000.-บาท
.
มีพี่น้องประชาชน สอบถามเข้ามา พร้อมทั้งให้ข้อมูล และตั้งคำถามว่า โครงการนี้ มีความเหมาะสมหรือไม่ กับการใช้จ่ายงบประมาณขนาดนี้ และยังมีการตั้งคำถามว่า รถตู้หรูทั้ง 2 คันนี้ มีความจำเป็นเร่งด่วน ในด้านใด ถึงได้มีการจัดซื้อจัดจ้างมา อีกทั้งยังสอบถามเพิ่มเติมว่า รถตู้หรู 2 คันนี้ซื้อมาให้ใครใช้ และผู้ที่จะใช้ หรือหน่วยงานที่ใช้ เพื่อวัตถุประสงค์ใด เป็นประโยชน์ กับพี่น้องประชาชน หรือไม่
.
สำหรับเมืองพัทยา เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ ซึ่งมีรายได้ในแต่ละปี หลายพันล้าน การจัดซื้อจัดจ้างคุรุภัณฑ์ราคากว่า 10,000,000 บาท ก็คงจะไม่แปลกอะไร ในความกังวลของพี่น้องประชาชน คือ งบประมาณขนาดนี้ ถ้านำไปใช้แบบอื่น เช่น การปรับปรุงถนนที่ชำรุด ครูสอนภาษาที่3,ที่4 ห้องน้ำสาธารณะที่ชายหาด สวนสาธารณะที่ใช้ประโยชน์ได้ทุกคน ขนส่งสาธารณะรถเมล์ไฟฟ้า ปรับปรุงสนามฟุตบอลสนามเด็กเล่น อาจจะได้ประโยชน์กับพี่น้องประชาชนมากกว่า หรือไม่
.
จากการตรวจสอบ โครงการนี้เป็นของ ฝ่ายอำนวยการ ส่วนอำนวยการ สำนักปลัดเมืองพัทยา โครงการนี้ ใช้ภาษีของพี่น้องประชาชน และหวังว่า รถตู้หรู 2คันนี้ จะได้ถูกใช้ประโยชน์ และประโยชน์นั้นคงตกถึงพี่น้องชาวพัทยา ครับ
.
https://www.facebook.com/tum.tum.5680/posts/4371032936443832
JJNY : ห่วง TH-AI passport เปิดสอดแนม│ภัณฑิลจี้กกต.-ดีเอสไอ│ปชน.เผย‘พัทยา’ จัดซื้อ 2 รถตู้หรู│ยูเครนโจมตีโรงงานรัสเซีย
https://www.matichon.co.th/politics/news_5773542
.
.
อิสริยะ ห่วง TH-AI passport เปิดช่องรัฐสอดแนมข้อมูล ปชช. ยกบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง วันนี้ยังไม่ได้คำตอบ กกต.
.
เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน นายอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะรองประธานคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) เพิ่มขีดความสามารถแข่งขันดิจิทัลไทย ในคณะ กมธ.การสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) สภาผู้แทนราษฎร เล่าบรรยากาศภายในห้องประชุมอนุ กมธ.เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งมีการเชิญผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีรวม 14 สมาคม ให้ความเห็นต่อโครงการ TH-AI Passport พร้อมระบุถึงข้อควรระวังและความน่ากังวลที่อาจเกิดขึ้นได้
.
นายอิสริยะกล่าวว่า
วันนี้ผมมีโอกาสเข้าร่วมคณะอนุกรรมาธิการเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันดิจิทัลไทย ภายใต้คณะกรรมาธิการ DE ที่เชิญผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีรวม 14 สมาคม เข้ามาให้ความเห็นต่อโครงการ TH-AI Passport ที่กำลังถูกจับตา
.
ความเห็นของกลุ่มผู้ประกอบการค่อนข้างไปในทิศทางเดียวกัน นั่นคืออยากเห็นประเทศไทยมีนโยบายด้าน AI ที่ก้าวหน้า ทันโลก แต่ก็กังวลต่อวิธีการ กระบวนการ แนวทางของโครงการ TH-AI Passport ดังที่เราเห็นข่าวกันมาตลอดนับเดือน
.
ความเห็นหนึ่งที่ผมคิดว่าน่าสนใจมาก คือข้อมูลที่วิ่งผ่าน TH-AI Passport ซึ่งเปรียบเสมือน “ตัวกลาง” (proxy) ระหว่างผู้ใช้งาน กับผู้ให้บริการโมเดล AI ของต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลฝั่งคำสั่งจากผู้ใช้ (prompt) หรือข้อมูลผลลัพธ์ที่ได้จากโมเดล (output) จะต้องผ่านคนกลาง คือบริษัทที่ได้สัญญาทำ TH-AI Passport ทั้งหมด
.
นั่นแปลว่า TH-AI Passport จะมีข้อมูลของคนไทย 5 ล้านคน (ถ้ามีคนใช้ครบตามโควต้า) ไปอยู่ในมือฟรีๆ (โดยใช้เงินของรัฐในการอุดหนุนค่าโมเดล) และสามารถรู้ได้ว่า ใครพิมพ์อะไรเข้าไปถามโมเดลบ้าง
.
ผมทราบดีว่า ใน TOR ของโครงการ มีเงื่อนไขเรื่องการคุ้มครองข้อมูลส่วนตัวอยู่ 4 ข้อย่อย มีกำหนดว่าข้อมูลการลงทะเบียน (“ผู้ใช้คือใคร”) ต้องจัดเก็บและประมวลผลในประเทศ ไม่มีการโอนถ่ายข้อมูลออกไปนอกประเทศ
.
ฟังดูดีครับ ว่าผู้ให้บริการโมเดลต่างชาติจะไม่รู้ว่าผู้พิมพ์คำสั่ง prompt คือใคร กฎเกณฑ์ดูรัดกุมดี
.
แต่ความน่ากลัวที่สุดอยู่ที่ในไทยเราเองนี่ล่ะครับ ว่าสุดท้ายแล้ว ข้อมูลว่าผู้ใช้คือใครที่เก็บอยู่ในประเทศไทย จะถูกปกป้องคุ้มครองดีแค่ไหน โดยเฉพาะจากภาครัฐเอง
.
เพราะท่านปลัด DE เองก็เคยให้ข่าวไว้ว่า จะเอาข้อมูลเหล่านี้ไปเทรนโมเดล AI ของไทยเอง เราจะมีอะไรการันตีว่า ต่อให้ปกป้องคุ้มครองข้อมูลจากบุคคลภายนอกได้ดีตามมาตรฐาน แล้วกระทรวง DE ล่ะ จะเข้าถึงข้อมูลของเราได้แค่ไหน
.
หลายท่านอ่านแล้วอาจบอกว่า ผมตีตนก่อนไข้ไปเอง แต่อย่าเพิ่งลืมกันนะครับว่าเราเพิ่งมีกรณีของ “บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง” ที่ตามรอยประชาชนได้เป็นรายคนเกิดขึ้นมาหมาดๆ และยังไม่ได้รับคำตอบจาก กกต.เลยว่าใครเป็นคนสั่งทำสิ่งนี้ ดังนั้น ผมคิดว่าในประเทศไทยตอนนี้มี “ความพยายาม” ที่จะสอดแนมประชาชนอย่างจริงจัง ทั้งบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง และ TH-AI Passport อาจเป็นตัวอย่างของความพยายามเหล่านี้
.
ต้องขอบคุณ ดร.การดี ที่ให้โอกาสผมเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ด้วยครับ ถึงแม้เราอยู่กันคนละพรรคกัน แต่ในประเด็นที่ประชาชนสนใจ เราก็ทำงานร่วมกันเพื่อประโยชน์ของประเทศครับ
.
พร้อมกันนี้ นายอิสริยะยังแนบเอกสาร TOR ที่ระบุเงื่อนไขการคุ้มครองข้อมูล “จากคนนอก” ดังนี้
.
(ภาพอยู่ในข่าวครับ)
.
https://www.facebook.com/isriya.paireepairit/posts/pfbid019sVQHcZUhabvkejQXVmN6LiaU2Uz4Zt3Ch9kaM2BqQDEkRDAq3f7Xku6TxMq4abl
.
https://www.matichon.co.th/politics/news_5773542
.
.
ภัณฑิล จี้ กกต.-ดีเอสไอ สาวต่อให้ถึงผู้สั่งการคดีฮั้ว สว. ตั้งข้อสังเกตผู้เกี่ยวข้อง-เส้นเงินเชื่อมการเมือง
https://www.matichon.co.th/politics/news_5773580
.
ภัณฑิล จี้ กกต.-ดีเอสไอ ขยายผลคดีฮั้ว สว. ถึงผู้สั่งการตัวจริง ชี้ 8 ผู้ต้องหาล็อตแรก เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเครือข่าย ตั้งข้อสังเกตความเชื่อมโยงเครือข่ายการเมือง เส้นทางการเงิน-บทบาทของผู้เกี่ยวข้องหลายระดับ
.
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 23 มิถุนายน ที่รัฐสภา นายภัณฑิล น่วมเจิม ส.ส.กทม.พรรคประชาชน แถลงติดตามการดำเนินการของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) กรณีฮั้ว ส.ว. ว่า การแถลงครั้งนี้มุ่งเน้นเฉพาะประเด็นการได้มาซึ่ง ส.ว. ซึ่งสังคมตั้งข้อสงสัยมาอย่างต่อเนื่อง ว่าอาจมีการจัดวางกระบวนการอยู่เบื้องหลัง เนื่องจากคดีพิเศษเลขที่ 24/2568 มีผู้ต้องหา 8 รายที่ปรากฏในเอกสารที่อัยการส่งกลับมายังดีเอสไอ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเครือข่าย และยังมีบุคคลในระดับ ผู้สั่งการ หรือ หัวระบบ ที่ยังไม่ถูกเปิดเผยชื่อ
.
นายภัณฑิล กล่าวต่อว่า การออกมาเปิดเผยข้อมูลครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินหน้าตรวจสอบอย่างจริงจัง และไม่ควรให้คดีสิ้นสุดเพียงการดำเนินคดีกับบุคคลบางส่วน ทั้งนี้ในวันที่ 25 มิถุนายนนี้ อนุกรรมาธิการของ กกต.ที่ศึกษาการได้มาซึ่ง ส.ว. จะเชิญ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชาติ และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ เข้าชี้แจงอีกครั้ง เพื่อให้ตอบข้อสงสัยว่า มีเครือข่ายใดเข้าไปแทรกแซง ครอบงำ หรือจัดวางกระบวนการเลือก ส.ว. ทั้งระบบหรือไม่
.
ส่วนของข้อมูลในสำนวนนั้น นายภัณฑิล กล่าวว่า ในจำนวนผู้ต้องหา 8 รายแรก มี 2 รายที่ดำรงตำแหน่งเป็น ส.ว. ปัจจุบัน ซึ่งการกล่าวถึงบุคคลดังกล่าว เป็นการอ้างอิงตามข้อมูลในสำนวน ไม่ใช่ข้อกล่าวหาส่วนตัว และทุกฝ่ายสามารถออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงได้ ซึ่งคดีนี้ถูกกล่าวถึงในฐานะคดีอั้งยี่และฟอกเงิน มูลค่าราว 400-500 ล้านบาท โดยดีเอสไอจำแนกเครือข่ายออกเป็นหลายระดับ ตั้งแต่ผู้สั่งการ ผู้วางระบบ ผู้ปฏิบัติ ผู้ได้รับเลือกเป็น ส.ว.ไปจนถึงผู้ทำหน้าที่ลงคะแนนสนับสนุน สะท้อนว่าผู้ต้องหา 8 รายแรกยังไม่ใช่ทั้งหมดของคดี และยังไม่ใช่ข้อยุติว่าใครกระทำผิด
.
“ขอตั้งข้อสังเกตว่าสำนวนคดีมีความยาวหลายพันหน้า และมีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก ทั้ง ส.ว.,นักการเมือง ,ผู้ดำรงตำแหน่งฝ่ายบริหาร และบุคคลในแวดวงการเมือง แต่กลับมีการส่งตัวผู้ต้องหาเพียง 8 รายในล็อตแรก จึงเป็นคำถามสำคัญว่า การดำเนินคดีจะขยายผลไปถึงผู้สั่งการตัวจริงหรือไม่”นายภัณฑิล กล่าว
.
นายภัณฑิลกล่าวต่อว่า ขอยกตัวอย่างข้อมูลของบุคคลบางรายที่ถูกระบุว่ามีความเชื่อมโยงกับเส้นทางการเงินและบุคคลทางการเมืองในพรรคแกนนำรัฐบาล ทั้งในฐานะอดีตผู้ช่วย ส.ส. ,อดีตผู้สมัคร สส. และคณะทำงานรัฐมนตรี ซึ่งเห็นว่า เมื่อบุคคลที่ถูกกล่าวถึงมีความเกี่ยวข้องทางการเมืองในทิศทางเดียวกัน พรรคการเมืองที่มีชื่อเกี่ยวข้องควรเปิดให้มีการตรวจสอบอย่างชัดเจน
.
นายภัณฑิล กล่าวด้วยว่า ข้อมูลทั้งหมดนี้ยังไม่ใช่ข้อยุติว่าใครกระทำผิด แต่เป็นข้อเท็จจริงที่ควรได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียด เพราะประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่เพียงว่าใครได้เป็น ส.ว.แต่รวมถึงคำถามว่า ใครเป็นผู้สั่งการ ใครเป็นผู้จ่ายเงิน และการลงมติของวุฒิสภาเป็นไปโดยอิสระตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ หรืออยู่ภายใต้อิทธิพลของเครือข่ายใด จึงขอยังเรียกร้องให้ ดีเอสไอเร่งขยายผลไปถึงกลุ่มผู้สั่งการ และกกต.ต้องชี้แจงความคืบหน้าการพิจารณาสำนวนคดีฮั้ว ส.ว. สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) ต้องตรวจสอบเส้นทางการเงินและทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง และพรรคการเมืองที่มีบุคคลเกี่ยวข้องหลายระดับ ต้องแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่าจะเปิดให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงหรือไม่.
.
.
สส.ปชน. เผย ‘พัทยา’ จัดซื้อ 2 รถตู้หรู 8.5 ล้าน วันสุดท้ายก่อนหมดวาระ ถามใครใช้-ปชช.ได้ประโยชน์?https://www.matichon.co.th/politics/news_5773501
.
สส.ปชน. เผย ‘พัทยา’ ลงนามจัดซื้อ 2 รถตู้หรู 8.5 ล้าน วันสุดท้ายก่อนหมดวาระ ถามใครใช้-ปชช.ได้ประโยชน์?
.
เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายยอดชาย พึ่งพร ส.ส.ชลบุรี พรรคประชาชน โพสต์ภาพและข้อความผ่านเพจ “Yodchai Peungporn” ระบุว่า
.
{8,572,000.- บาท ใช่ครับ ภาษีของพวกเรา} ..
.
เมืองพัทยา ลงนามประกาศผู้ชนะการประมูล โครงการ จัดซื้อคุรุภัณฑ์ ประเภทยานพาหนะและขนส่ง จำนวนหนึ่งรายการ ได้แก่รถยนต์ตู้ ขนาดไม่เกิน 11 ที่นั่ง เครื่องยนต์เบนซิน 4สูบ 16 วาล์ว จำนวน 2คัน โดยการลงนามนั้น เป็นการลงนาม ในวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 “ซึ่งเป็นวันสุดท้าย ก่อนหมดวาระ”
.
การจัดซื้อจัดจ้างโครงการนี้เป็นไปตามระเบียบทุกประการ เริ่มต้นจากการ ได้รับวงเงินงบประมาณจัดสรร 9,278,000 บาท มีการประกวดราคาทั้งหมด 3 บริษัท และมีการกำหนดราคากลางอยู่ที่ 8,590,000 บาท โดยบริษัทที่เสนอราคา 8,572,000.- เป็นบริษัทที่ชนะการประมูล ได้งานนี้ไป โดยที่มีการเสนอราคาต่ำกว่าราคากลางอยู่ที่ 18,000.-บาท
.
มีพี่น้องประชาชน สอบถามเข้ามา พร้อมทั้งให้ข้อมูล และตั้งคำถามว่า โครงการนี้ มีความเหมาะสมหรือไม่ กับการใช้จ่ายงบประมาณขนาดนี้ และยังมีการตั้งคำถามว่า รถตู้หรูทั้ง 2 คันนี้ มีความจำเป็นเร่งด่วน ในด้านใด ถึงได้มีการจัดซื้อจัดจ้างมา อีกทั้งยังสอบถามเพิ่มเติมว่า รถตู้หรู 2 คันนี้ซื้อมาให้ใครใช้ และผู้ที่จะใช้ หรือหน่วยงานที่ใช้ เพื่อวัตถุประสงค์ใด เป็นประโยชน์ กับพี่น้องประชาชน หรือไม่
.
สำหรับเมืองพัทยา เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ ซึ่งมีรายได้ในแต่ละปี หลายพันล้าน การจัดซื้อจัดจ้างคุรุภัณฑ์ราคากว่า 10,000,000 บาท ก็คงจะไม่แปลกอะไร ในความกังวลของพี่น้องประชาชน คือ งบประมาณขนาดนี้ ถ้านำไปใช้แบบอื่น เช่น การปรับปรุงถนนที่ชำรุด ครูสอนภาษาที่3,ที่4 ห้องน้ำสาธารณะที่ชายหาด สวนสาธารณะที่ใช้ประโยชน์ได้ทุกคน ขนส่งสาธารณะรถเมล์ไฟฟ้า ปรับปรุงสนามฟุตบอลสนามเด็กเล่น อาจจะได้ประโยชน์กับพี่น้องประชาชนมากกว่า หรือไม่
.
จากการตรวจสอบ โครงการนี้เป็นของ ฝ่ายอำนวยการ ส่วนอำนวยการ สำนักปลัดเมืองพัทยา โครงการนี้ ใช้ภาษีของพี่น้องประชาชน และหวังว่า รถตู้หรู 2คันนี้ จะได้ถูกใช้ประโยชน์ และประโยชน์นั้นคงตกถึงพี่น้องชาวพัทยา ครับ
.
https://www.facebook.com/tum.tum.5680/posts/4371032936443832