ความคิดเห็นจาก Expert Account
ความคิดเห็นที่ 35
ถ้าตอบแบบอุดมคติก็คงซื้อรถไฟฟ้าครับ ยังไงซะมันก็ดูน่าตื่นตาตื่นใจ เทคโนโลยีใหม่ๆ ความประหยัดในการเดินทางต่างๆ
แต่ถ้าพรุ่งนี้ผมต้องไปซื้อรถใหม่สักคันนึง สมมติว่าเพื่อรับส่งลูกเหมือนปกตินะ ผมก็เลือกรถน้ำมัน 5555
เหตุเพราะ
1. ผมไม่ได้ใช้รถเยอะ วันนึงเต็มที่ 40 กิโล เฉลี่ยปีนึง ยังไม่ถึงหมื่นโล เพราะฉะนั้น ผมคิดว่า ความคุ้มค่าด้านพลังงาน ไม่ได้มีนัยยะสำคัญอะไรขนาดนั้น ที่จะต้องมองเรื่องความประหยัดเชื้อเพลิงเป็นสาเหตุหลัก
2. ผมยังไม่มั่นใจในสิ่งที่คล้ายอุปกรณ์อิเล็กโทรนิคส์เข้าไปทุกวัน อย่างรถไฟฟ้า เพราะมันมีโอกาสที่จะเกิดบั๊ก เกิด Error หรือแม้แต่การใช้งานปกติที่อาจจะแค่สายไฟขาดเส้นเดียวก็ทำให้ระบบใช้ไม่ได้ นับรวมถึงกลไกการทำงานต่างๆ ที่ยังต้องพึ่งระบบไฟ และ อิเล็กโทรนิคส์ของรถเป็นหลัก อาจจะทำให้เปิดประตูไม่ได้ ล้อครถไม่ได้ สตาร์ทไม่ได้ ไม่ได้บอกว่ารถน้ำมันจะไม่เป็นนะ แต่โอกาสถ้าเทียบกันผมว่า รถไฟฟ้ามีโอกาสเสี่ยงเยอะกว่านิดนึง
3. ราคารถเมื่อถึงระยะเวลานึง อันนี้หลายคนก็เถียง ซื้อมาใช้ ไม่ได้ซื้อมาขาย แต่เอาจริงๆ วันนึงที่เราไม่อยากใช้รถคันนี้ ไม่ว่าด้วยสาเหตุใด เช่น แบตเสื่อมแล้ว เก่าแล้วหาอะไหล่ไม่ได้ ซ่อมจุกจิก เริ่มมีอาการที่ทำให้ไม่สบายใจ วันที่เราจะขาย มันจะมูลค่าเหลือเท่าไหร่ในตลาดอนาคต เผลอๆ อาจจะขายยาก เตนท์ไม่รับ หรือถ้าขายได้ ราคาก็สุดเตี้ยเรี่ยดินกันไป (ผมไม่รู้ตลาดนะ อันนี้แค่คิดเอง 555) แต่ถ้าเป็นรถน้ำมัน อยากขายแบบเร็วๆ ก็ไปเตนท์ตีราคาไปเลย ขี้หมูขี้หมาก็ยังมีคนรับ ถึงราคาจะเน่า แต่คิดว่าก็น่าจะดีกว่ารถไฟฟ้าแน่ๆ สมมติว่าซื้อที่ 1 ล้านเหมือนกัน ผ่านไป 8 ปี รถน้ำมันคันนี้อาจจะขายได้สัก 4แสน แต่รถไฟฟ้า จะเหลือกี่บาท ตอบไม่ได้จริงๆ
4. ไม่ชอบการชาร์จไฟ 55555 ไปเที่ยวแล้วต้องมานั่งขับหาตู้ชาร์จ ดูช่องว่าง วนไปวนมา เบื่อนิดหน่อย (ลองเช่ามาขับแล้ว)
ถ้าจะให้ผมซื้อรถไฟฟ้าจริงๆ ผมคงใช้วิธีเช่าระยะยาวครับ น่าจะตอบโจทย์ผมมากกว่า ยอมจ่ายเงินเพื่อได้สิทธิ์ใช้แบบสบายใจ ไม่ต้องห่วงเรื่องราคาขายต่อ เรื่องประกัน เรื่องรถเสียใดๆ เบื่อก็เปลี่ยนคันใหม่ ไม่ต้องดาวน์เงินก้อน คิดว่าแบบนี้ตอบโจทย์ และอนาคตคงมีเยอะขึ้นครับ ตัวเลือกแบบนี้
แต่ถ้าพรุ่งนี้ผมต้องไปซื้อรถใหม่สักคันนึง สมมติว่าเพื่อรับส่งลูกเหมือนปกตินะ ผมก็เลือกรถน้ำมัน 5555
เหตุเพราะ
1. ผมไม่ได้ใช้รถเยอะ วันนึงเต็มที่ 40 กิโล เฉลี่ยปีนึง ยังไม่ถึงหมื่นโล เพราะฉะนั้น ผมคิดว่า ความคุ้มค่าด้านพลังงาน ไม่ได้มีนัยยะสำคัญอะไรขนาดนั้น ที่จะต้องมองเรื่องความประหยัดเชื้อเพลิงเป็นสาเหตุหลัก
2. ผมยังไม่มั่นใจในสิ่งที่คล้ายอุปกรณ์อิเล็กโทรนิคส์เข้าไปทุกวัน อย่างรถไฟฟ้า เพราะมันมีโอกาสที่จะเกิดบั๊ก เกิด Error หรือแม้แต่การใช้งานปกติที่อาจจะแค่สายไฟขาดเส้นเดียวก็ทำให้ระบบใช้ไม่ได้ นับรวมถึงกลไกการทำงานต่างๆ ที่ยังต้องพึ่งระบบไฟ และ อิเล็กโทรนิคส์ของรถเป็นหลัก อาจจะทำให้เปิดประตูไม่ได้ ล้อครถไม่ได้ สตาร์ทไม่ได้ ไม่ได้บอกว่ารถน้ำมันจะไม่เป็นนะ แต่โอกาสถ้าเทียบกันผมว่า รถไฟฟ้ามีโอกาสเสี่ยงเยอะกว่านิดนึง
3. ราคารถเมื่อถึงระยะเวลานึง อันนี้หลายคนก็เถียง ซื้อมาใช้ ไม่ได้ซื้อมาขาย แต่เอาจริงๆ วันนึงที่เราไม่อยากใช้รถคันนี้ ไม่ว่าด้วยสาเหตุใด เช่น แบตเสื่อมแล้ว เก่าแล้วหาอะไหล่ไม่ได้ ซ่อมจุกจิก เริ่มมีอาการที่ทำให้ไม่สบายใจ วันที่เราจะขาย มันจะมูลค่าเหลือเท่าไหร่ในตลาดอนาคต เผลอๆ อาจจะขายยาก เตนท์ไม่รับ หรือถ้าขายได้ ราคาก็สุดเตี้ยเรี่ยดินกันไป (ผมไม่รู้ตลาดนะ อันนี้แค่คิดเอง 555) แต่ถ้าเป็นรถน้ำมัน อยากขายแบบเร็วๆ ก็ไปเตนท์ตีราคาไปเลย ขี้หมูขี้หมาก็ยังมีคนรับ ถึงราคาจะเน่า แต่คิดว่าก็น่าจะดีกว่ารถไฟฟ้าแน่ๆ สมมติว่าซื้อที่ 1 ล้านเหมือนกัน ผ่านไป 8 ปี รถน้ำมันคันนี้อาจจะขายได้สัก 4แสน แต่รถไฟฟ้า จะเหลือกี่บาท ตอบไม่ได้จริงๆ
4. ไม่ชอบการชาร์จไฟ 55555 ไปเที่ยวแล้วต้องมานั่งขับหาตู้ชาร์จ ดูช่องว่าง วนไปวนมา เบื่อนิดหน่อย (ลองเช่ามาขับแล้ว)
ถ้าจะให้ผมซื้อรถไฟฟ้าจริงๆ ผมคงใช้วิธีเช่าระยะยาวครับ น่าจะตอบโจทย์ผมมากกว่า ยอมจ่ายเงินเพื่อได้สิทธิ์ใช้แบบสบายใจ ไม่ต้องห่วงเรื่องราคาขายต่อ เรื่องประกัน เรื่องรถเสียใดๆ เบื่อก็เปลี่ยนคันใหม่ ไม่ต้องดาวน์เงินก้อน คิดว่าแบบนี้ตอบโจทย์ และอนาคตคงมีเยอะขึ้นครับ ตัวเลือกแบบนี้
hippe ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1170793 ถูกใจ, แมงบ้ง ถูกใจ, รองเท้าติดปีกเป็ด ถูกใจ, huavoon ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 6799552 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1171324 ถูกใจ, TravelAholiC ถูกใจ, รวยขึ้นทุกวัน ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1848382 ถูกใจ
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
"ถ้าวันนี้ต้องซื้อรถใหม่อีกครั้ง คุณจะเลือกรถไฟฟ้าหรือกลับไปใช้น้ำมัน?"