🙏 วันนี้คลินิกทันตกรรมต้นส้มมีเรื่องราวใกล้ตัวที่หลายคนมักจะมองข้ามมาฝากกันค่ะ
เวลาที่เราจำเป็นต้อง "ถอนฟัน" จนเกิดช่องว่าง หรือที่เรียกกันติดปากว่าฟันหลอ หลายคนมักจะคิดว่า
"แค่ซี่เดียวเอง ปล่อยทิ้งไว้คงไม่เป็นไรหรอก ปล่อยไว้ด้านในมองไม่เห็นด้วยซ้ำ"
แต่ในมุมมองของทันตแพทย์ การปล่อยช่องว่างทิ้งไว้เป็นเวลานาน มีผลเสียตามมามากกว่าที่คิด
สิ่งที่จะเกิดขึ้นแน่นอนคือ
"ฟันซี่ข้างเคียงจะล้มเอียง" เข้าหาช่องว่างนั้นค่ะ ซึ่งจะส่งผลกระทบเป็นโดมิโน่
ทำให้ประสิทธิภาพในการบดเคี้ยวลดลง และอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายโดยรวมของเราได้เลยนะคะ
ดังนั้น ทันตแพทย์จึงมักจะแนะนำให้ใส่ "ฟันเทียม" หรือ "ฟันปลอม" เพื่อเติมเต็มช่องว่างและรักษาสมดุลของช่องปากเอาไว้ค่ะ
ซึ่งวันนี้ทีมต้นส้มได้พูดคุยกับคุณหมอเหมียว ทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
หมอเหมียว - ทพญ.วนิดา ยกเลี้ยน ทันตแพทย์ประจำคลินิกทันตกรรมต้นส้ม
ได้สรุปฟันปลอม 4 แบบหลักๆ มาให้เข้าใจกันง่ายๆ ดังนี้ค่ะ
✨ กลุ่มที่ 1: ฟันปลอมแบบ "ถอดได้"
1. ฟันปลอมฐานพลาสติก: ตัวฐานจะมีสีชมพูคล้ายเหงือก น้ำหนักเบา
ถอดล้างทำความสะอาดได้ง่าย เหมาะกับคนที่ต้องการใส่แบบชั่วคราว
หรือในเคสที่สูญเสียฟันไปค่อนข้างเยอะหลายๆ ซี่ค่ะ
2. ฟันปลอมฐานโลหะ: แบบนี้จะมีความแข็งแรงขึ้นมาอีกขั้นค่ะ
ตัวฐานจะบางกว่าแบบพลาสติก ทำให้ใส่แล้วรู้สึกสบายปากกว่า
แต่มีข้อแม้ว่าคนไข้จะต้องยังมีฟันแท้ที่แข็งแรงมากพอให้ตัวตะขอของฟันปลอมไปยึดเกาะได้นะคะ
✨ กลุ่มที่ 2: ฟันปลอมแบบ "ติดแน่น" (ถอดเองไม่ได้)
3. สะพานฟัน (Dental Bridge): วิธีนี้คือการสร้างฟันปลอมขึ้นมาปิดช่องว่าง
โดยอาศัยฟันซี่ข้างเคียงเป็นเสาหลักค่ะ คุณหมอจะทำการ "กรอฟัน" ซี่หัวและท้ายของช่องว่างให้เล็กลง
แล้วสวมครอบฟันแบบเชื่อมติดกันลงไป (เหมือนการสร้างสะพานเลยค่ะ) เหมาะกับคนที่ฟันหายไปจำนวนน้อยซี่
และฟันข้างเคียงยังมีความแข็งแรงดีอยู่ค่ะ
4. รากฟันเทียม (Dental Implant): นวัตกรรมที่ใกล้เคียงกับฟันธรรมชาติมากที่สุด!
โดยคุณหมอจะฝังรากเทียม ลงไปในกระดูกขากรรไกร เพื่อทำหน้าที่แทนรากฟันที่หายไป
แล้วค่อยสวมตัวฟันปลอมทับด้านบนอีกที
ข้อดีคือ แข็งแรงทนทาน ให้แรงบดเคี้ยวเหมือนฟันจริง และ
"ไม่ต้องกรอฟันข้างเคียง" เลยค่ะ
ฟันปลอมแต่ละแบบก็จะมีรายละเอียด ขั้นตอน และข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป
ขึ้นอยู่กับสภาพช่องปากและโจทย์การใช้งานของแต่ละคนค่ะ หากใครที่ฟันหลุดไปแล้วแต่ยังลังเล
ไม่รู้ว่าตัวเองเหมาะกับแบบไหน สามารถแวะเข้าไปปรึกษาคุณหมอฟันใกล้บ้านเพื่อประเมินเบื้องต้นก่อนได้นะคะ
มีใครเคยมีประสบการณ์ถอนฟันแล้วปล่อยทิ้งไว้จนฟันเริ่มล้มบ้างไหมคะ?
หรือใครที่กำลังใส่ฟันปลอมอยู่ ใส่แบบไหนกันบ้าง ใช้งานแล้วเป็นยังไง
แวะมาคอมเมนต์รีวิว แลกเปลี่ยนประสบการณ์ หรือสอบถามข้อสงสัยกันด้านล่างนี้ได้เลยนะคะ
คลินิกต้นส้มยินดีให้คำแนะนำและพร้อมพูดคุยกับทุกคนค่ะ 🧡✨
ถอนฟันแล้วอย่าปล่อยทิ้งไว้ ระวังฟันล้มไม่รู้ตัว! 🦷
เวลาที่เราจำเป็นต้อง "ถอนฟัน" จนเกิดช่องว่าง หรือที่เรียกกันติดปากว่าฟันหลอ หลายคนมักจะคิดว่า
"แค่ซี่เดียวเอง ปล่อยทิ้งไว้คงไม่เป็นไรหรอก ปล่อยไว้ด้านในมองไม่เห็นด้วยซ้ำ"
แต่ในมุมมองของทันตแพทย์ การปล่อยช่องว่างทิ้งไว้เป็นเวลานาน มีผลเสียตามมามากกว่าที่คิด
สิ่งที่จะเกิดขึ้นแน่นอนคือ "ฟันซี่ข้างเคียงจะล้มเอียง" เข้าหาช่องว่างนั้นค่ะ ซึ่งจะส่งผลกระทบเป็นโดมิโน่
ทำให้ประสิทธิภาพในการบดเคี้ยวลดลง และอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายโดยรวมของเราได้เลยนะคะ
ดังนั้น ทันตแพทย์จึงมักจะแนะนำให้ใส่ "ฟันเทียม" หรือ "ฟันปลอม" เพื่อเติมเต็มช่องว่างและรักษาสมดุลของช่องปากเอาไว้ค่ะ
ซึ่งวันนี้ทีมต้นส้มได้พูดคุยกับคุณหมอเหมียว ทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
หมอเหมียว - ทพญ.วนิดา ยกเลี้ยน ทันตแพทย์ประจำคลินิกทันตกรรมต้นส้ม
ได้สรุปฟันปลอม 4 แบบหลักๆ มาให้เข้าใจกันง่ายๆ ดังนี้ค่ะ
✨ กลุ่มที่ 1: ฟันปลอมแบบ "ถอดได้"
1. ฟันปลอมฐานพลาสติก: ตัวฐานจะมีสีชมพูคล้ายเหงือก น้ำหนักเบา
ถอดล้างทำความสะอาดได้ง่าย เหมาะกับคนที่ต้องการใส่แบบชั่วคราว
หรือในเคสที่สูญเสียฟันไปค่อนข้างเยอะหลายๆ ซี่ค่ะ
2. ฟันปลอมฐานโลหะ: แบบนี้จะมีความแข็งแรงขึ้นมาอีกขั้นค่ะ
ตัวฐานจะบางกว่าแบบพลาสติก ทำให้ใส่แล้วรู้สึกสบายปากกว่า
แต่มีข้อแม้ว่าคนไข้จะต้องยังมีฟันแท้ที่แข็งแรงมากพอให้ตัวตะขอของฟันปลอมไปยึดเกาะได้นะคะ
✨ กลุ่มที่ 2: ฟันปลอมแบบ "ติดแน่น" (ถอดเองไม่ได้)
3. สะพานฟัน (Dental Bridge): วิธีนี้คือการสร้างฟันปลอมขึ้นมาปิดช่องว่าง
โดยอาศัยฟันซี่ข้างเคียงเป็นเสาหลักค่ะ คุณหมอจะทำการ "กรอฟัน" ซี่หัวและท้ายของช่องว่างให้เล็กลง
แล้วสวมครอบฟันแบบเชื่อมติดกันลงไป (เหมือนการสร้างสะพานเลยค่ะ) เหมาะกับคนที่ฟันหายไปจำนวนน้อยซี่
และฟันข้างเคียงยังมีความแข็งแรงดีอยู่ค่ะ
4. รากฟันเทียม (Dental Implant): นวัตกรรมที่ใกล้เคียงกับฟันธรรมชาติมากที่สุด!
โดยคุณหมอจะฝังรากเทียม ลงไปในกระดูกขากรรไกร เพื่อทำหน้าที่แทนรากฟันที่หายไป
แล้วค่อยสวมตัวฟันปลอมทับด้านบนอีกที
ข้อดีคือ แข็งแรงทนทาน ให้แรงบดเคี้ยวเหมือนฟันจริง และ "ไม่ต้องกรอฟันข้างเคียง" เลยค่ะ
ฟันปลอมแต่ละแบบก็จะมีรายละเอียด ขั้นตอน และข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป
ขึ้นอยู่กับสภาพช่องปากและโจทย์การใช้งานของแต่ละคนค่ะ หากใครที่ฟันหลุดไปแล้วแต่ยังลังเล
ไม่รู้ว่าตัวเองเหมาะกับแบบไหน สามารถแวะเข้าไปปรึกษาคุณหมอฟันใกล้บ้านเพื่อประเมินเบื้องต้นก่อนได้นะคะ
มีใครเคยมีประสบการณ์ถอนฟันแล้วปล่อยทิ้งไว้จนฟันเริ่มล้มบ้างไหมคะ?
หรือใครที่กำลังใส่ฟันปลอมอยู่ ใส่แบบไหนกันบ้าง ใช้งานแล้วเป็นยังไง
แวะมาคอมเมนต์รีวิว แลกเปลี่ยนประสบการณ์ หรือสอบถามข้อสงสัยกันด้านล่างนี้ได้เลยนะคะ
คลินิกต้นส้มยินดีให้คำแนะนำและพร้อมพูดคุยกับทุกคนค่ะ 🧡✨