https://www.europarl.europa.eu/news/en/press-room/20260513IPR43305/steel-overcapacity-meps-approve-new-measures-to-protect-eu-steel-market
สหภาพยุโรปได้เพิ่มภาษีศุลกากรสำหรับเหล็กนำเข้าที่เกินโควตาจาก 25% เป็น 50%
มาตรการทางการค้าครั้งใหญ่เหล่านี้ ซึ่งมีกำหนดจะมีผลบังคับใช้เต็มรูปแบบภายในเดือนกรกฎาคม 2026 มีเป้าหมายเพื่อปกป้องอุตสาหกรรมเหล็กของยุโรปที่กำลังประสบปัญหาจากภาวะการผลิตล้นตลาดและการนำเข้าเหล็กราคาถูกทั่วโลก
รายละเอียดสำคัญของมาตรการใหม่
1.การปรับขึ้นภาษีศุลกากร ภาษีศุลกากรสำหรับการนำเข้าเหล็กที่เกินโควตาปลอดภาษีได้ถูกปรับขึ้นจาก 25% เป็น 50%
2.การลดโควตา ปริมาณการนำเข้าโดยไม่ต้องเสียภาษีถูกลดลง 47% โดยกำหนดเพดานไว้ที่ 18.3 ล้านตันต่อปี เพื่อช่วยเพิ่มอัตราการใช้กำลังการผลิตภายในประเทศให้ถึง 80%
3. กฎการหลอมและเท ปัจจุบันผู้นำเข้าจะต้องเปิดเผยสถานที่เฉพาะเจาะจงที่ทำการหลอมและเทวัตถุดิบ เพื่อป้องกันช่องโหว่เกี่ยวกับแหล่งที่มาของเหล็ก
EU ใช้กฎ "Melt and Pour"
จึงทำให้ผู้ส่งออกบางรายไม่สามารถใช้วิธีเดิม เช่น
-นำเหล็กจีนมาผ่านประเทศที่สาม
-แปรรูปเล็กน้อย
-เปลี่ยน Certificate of Origin
-แล้วส่งเข้ายุโรปได้ง่ายเหมือนเดิม
ผลที่อาจเกิดขึ้นคือ
ประเทศไทยอาจถูกใช้เป็นฐาน แปรรูปเหล็ก เปลี่ยนพิกัดสินค้า สวมสิทธิ์ถิ่นกำเนิด
เพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการของ EU
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรยุโรปอนุมัติมาตรการใหม่เพื่อปกป้องตลาดเหล็กของสหภาพยุโรป
https://www.europarl.europa.eu/news/en/press-room/20260513IPR43305/steel-overcapacity-meps-approve-new-measures-to-protect-eu-steel-market
สหภาพยุโรปได้เพิ่มภาษีศุลกากรสำหรับเหล็กนำเข้าที่เกินโควตาจาก 25% เป็น 50%
มาตรการทางการค้าครั้งใหญ่เหล่านี้ ซึ่งมีกำหนดจะมีผลบังคับใช้เต็มรูปแบบภายในเดือนกรกฎาคม 2026 มีเป้าหมายเพื่อปกป้องอุตสาหกรรมเหล็กของยุโรปที่กำลังประสบปัญหาจากภาวะการผลิตล้นตลาดและการนำเข้าเหล็กราคาถูกทั่วโลก
รายละเอียดสำคัญของมาตรการใหม่
1.การปรับขึ้นภาษีศุลกากร ภาษีศุลกากรสำหรับการนำเข้าเหล็กที่เกินโควตาปลอดภาษีได้ถูกปรับขึ้นจาก 25% เป็น 50%
2.การลดโควตา ปริมาณการนำเข้าโดยไม่ต้องเสียภาษีถูกลดลง 47% โดยกำหนดเพดานไว้ที่ 18.3 ล้านตันต่อปี เพื่อช่วยเพิ่มอัตราการใช้กำลังการผลิตภายในประเทศให้ถึง 80%
3. กฎการหลอมและเท ปัจจุบันผู้นำเข้าจะต้องเปิดเผยสถานที่เฉพาะเจาะจงที่ทำการหลอมและเทวัตถุดิบ เพื่อป้องกันช่องโหว่เกี่ยวกับแหล่งที่มาของเหล็ก
EU ใช้กฎ "Melt and Pour"
จึงทำให้ผู้ส่งออกบางรายไม่สามารถใช้วิธีเดิม เช่น
-นำเหล็กจีนมาผ่านประเทศที่สาม
-แปรรูปเล็กน้อย
-เปลี่ยน Certificate of Origin
-แล้วส่งเข้ายุโรปได้ง่ายเหมือนเดิม
ผลที่อาจเกิดขึ้นคือ
ประเทศไทยอาจถูกใช้เป็นฐาน แปรรูปเหล็ก เปลี่ยนพิกัดสินค้า สวมสิทธิ์ถิ่นกำเนิด
เพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการของ EU