สเปนคืนฟอร์มดุ! โอยาร์ซาบาลเหมาสอง พากระทิงดุถล่มซาอุฯ 4-0 ขึ้นจ่าฝูงกลุ่ม H ฟุตบอลโลก 2026

ทีมชาติสเปนกลับมาโชว์ศักยภาพสมราคาเต็งแชมป์ หลังไล่ถล่มซาอุดีอาระเบีย 4-0 ในศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบแบ่งกลุ่ม นัดที่สอง กลุ่ม H เก็บชัยชนะนัดแรกของทัวร์นาเมนต์ได้สำเร็จ พร้อมขยับขึ้นนำจ่าฝูงของกลุ่มด้วย 4 คะแนน และเพิ่มโอกาสผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์อย่างสดใส
การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 รอบสุดท้าย กลุ่ม H เมื่อคืนวันที่ 21 มิถุนายนที่ผ่านมา เป็นการพบกันระหว่าง “ลา โรฆา” ทีมชาติสเปน อันดับ 2 ของโลก และซาอุดีอาระเบีย ตัวแทนจากทวีปเอเชีย
ก่อนลงสนาม ทั้งสองทีมต่างยังไม่มีชัยชนะ โดยสเปนเสมอเคปเวิร์ด 0-0 ในนัดแรก ขณะที่ซาอุดีอาระเบียแบ่งแต้มกับอุรุกวัย 1-1 ทำให้เกมนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการลุ้นเข้ารอบ
สเปนออกสตาร์ตได้อย่างยอดเยี่ยม และใช้เวลาเพียง 10 นาทีในการปลดล็อกประตูแรก จากจังหวะประสานงานที่รวดเร็ว ก่อนที่ ลามีน ยามาล จะเข้าชาร์จส่งบอลเข้าตาข่าย พาทีมขึ้นนำ 1-0 พร้อมซัดประตูแรกของตัวเองในฟุตบอลโลกครั้งนี้
หลังได้ประตูนำ ทัพกระทิงดุยังคงเดินหน้าบุกอย่างต่อเนื่อง และมาได้ประตูที่สองในนาทีที่ 21 เมื่อแนวรับซาอุฯ เคลียร์บอลไม่ขาด เปิดโอกาสให้ มิเกล โอยาร์ซาบาล จบสกอร์พาสเปนนำห่าง 2-0
เกมรุกของสเปนยังสร้างความกดดันไม่หยุด และในนาทีที่ 30 โอยาร์ซาบาลคนเดิมมายิงประตูที่สองของตัวเองในเกมนี้ ช่วยให้ทีมหนีไปเป็น 3-0 ก่อนจบครึ่งแรก พร้อมเกือบทำแฮตทริกได้สำเร็จในช่วงท้ายครึ่งแรก แต่ลูกยิงไปชนคานอย่างน่าเสียดาย
เข้าสู่ครึ่งหลัง สเปนยังคงครองเกมได้เหนือกว่า และมาได้ประตูที่สี่ตั้งแต่นาทีที่ 49 จากจังหวะที่ มาร์ก กูกูเรย่า เปิดเกมรุกทางซ้าย ก่อนบอลไปแฉลบ ฮัสซัน อัล-ตัมบักติ กองหลังซาอุดีอาระเบีย เข้าประตูตัวเอง ส่งให้สกอร์ขยับเป็น 4-0
แม้จะนำห่าง แต่สเปนยังคงเดินหน้าเปิดเกมรุกต่อเนื่อง ขณะที่ซาอุดีอาระเบียมีโอกาสลุ้นทำประตูอยู่บ้างในช่วงท้ายเกม โดยนาทีที่ 80 อับดุลลาห์ อัล ฮัมดาน ได้โอกาสยิงตรงกรอบครั้งแรกของทีม แต่ยังไม่ผ่านมือ อูไน ซิม่อน ผู้รักษาประตูสเปน
ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เฟร์ราน ตอร์เรส ส่งบอลเข้าประตูได้อีกครั้ง แต่หลังการตรวจสอบจาก VAR ผู้ตัดสินตัดสินไม่ให้เป็นประตูเนื่องจากล้ำหน้า ทำให้สกอร์จบลงที่ 4-0
ชัยชนะนัดนี้ทำให้สเปนเก็บเพิ่มเป็น 4 คะแนน ขยับขึ้นนำจ่าฝูงกลุ่ม H และกุมความได้เปรียบในการลุ้นผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ โดยโปรแกรมนัดสุดท้ายจะพบกับอุรุกวัย
ด้านซาอุดีอาระเบียยังไม่หมดโอกาสเข้ารอบ แม้จะมีเพียง 1 คะแนนจากสองนัด แต่ยังสามารถลุ้นต่อได้ในเกมสุดท้ายที่จะพบกับเคปเวิร์ด ซึ่งผลการแข่งขันนัดดังกล่าวจะเป็นตัวชี้ชะตาการผ่านเข้าสู่รอบต่อไปของทั้งสองทีมอย่างแท้จริง.
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่