ถ้าย้อนกลับไปเมื่อ 1-2 ปีก่อน คงไม่มีใครคิดว่า "แกงไก่" จะกลายเป็นธุรกิจร้อยล้านได้
เพราะถ้าพูดถึงอาหารที่กำลังเป็นกระแส หลายคนอาจนึกถึงชาบู หมูกระทะ ชานม หรือของกินแฟชั่นต่าง ๆ แต่ "หม้อแม่จูน" กลับพิสูจน์ให้เห็นว่า เมนูบ้าน ๆ ธรรมดา ๆ ก็สามารถสร้างธุรกิจขนาดใหญ่ได้เช่นกัน
จุดเริ่มต้น
คุณจูน - กษมา ศิลาชัย เล่าว่า ตัวเองเป็นคนที่ไม่ชอบทำอาหารด้วยซ้ำ แต่ครอบครัวมีธรรมเนียมทำแกงไก่เพื่อแจกในงานทำบุญและงานศพไร้ญาติมาเป็นเวลาหลายปี
จนวันหนึ่งเกิดความคิดขึ้นมาว่า "ลองเอาแกงไก่มาทำขายดีไหม" จากนั้นจึงเริ่มให้เพื่อนและคนใกล้ตัวลองชิม ผลตอบรับคือทุกคนบอกเหมือนกันว่า "อร่อย ทำขายเถอะ"
- วันแรกเปิดรับออเดอร์เพียง 50 หม้อ
- วันที่สองเพิ่มเป็น 100 หม้อ
- วันที่สามเพิ่มเป็น 200 หม้อ
และหลังจากนั้นทุกอย่างก็เติบโตแบบก้าวกระโดด ปัจจุบันหม้อแม่จูนมีอายุเพียงประมาณ 1 ปีเศษ แต่สามารถขายได้ถึงวันละ 3,000 หม้อ และยังมีลูกค้าอีกจำนวนมากที่อยากสั่งแต่กำลังการผลิตยังไม่เพียงพอ เพราะทุกวันนี้ยังคงใช้คนทำเป็นหลัก ยังไม่มีระบบอุตสาหกรรมเต็มรูปแบบ
- หม้อแม่จูนไม่ได้ขาย "แกงไก่" แต่กำลังขาย "สูตรพริกแกง" เพราะคุณจูนบอกชัดเจนว่า หัวใจสำคัญของแบรนด์ไม่ใช่ตัวเนื้อไก่ แต่เป็นรสชาติของพริกแกงสูตรครอบครัวที่สืบทอดมาจากคุณแม่ ซึ่งเป็นสูตรที่กินกันมาตั้งแต่เด็กที่จังหวัดตราด
- และตอนนี้ธุรกิจก็กำลังขยายไปอีกขั้น จากเดิมที่ขายแกงสำเร็จรูป
กำลังเตรียมเปิดตัว "น้ำพริกแกงหม้อแม่จูน"
เพื่อนำไปขายในต่างประเทศ โดยจะเริ่มเปิดตัวครั้งแรกที่ประเทศเกาหลีใต้ แนวคิดก็คือ เมื่อส่งแกงเป็นหม้อไปขายทั่วโลกอาจมีข้อจำกัด แต่ถ้าส่งเป็นน้ำพริกแกง ลูกค้าสามารถนำไปปรุงกับเนื้อสัตว์เองได้ทุกประเทศ ทำให้ขยายตลาดได้ง่ายกว่าเดิมมาก
ตัวเลขทางธุรกิจก็น่าสนใจไม่แพ้กัน
- ปีแรก (พฤษภาคม - ธันวาคม) รายได้ประมาณ 77 ล้านบาท
- ครึ่งปีแรกของปีนี้ รายได้ประมาณ 83 ล้านบาท
- ตั้งเป้าปี 2569 รายได้ 240 ล้านบาท
ถ้าทำได้จริง นี่อาจกลายเป็นอีกหนึ่งแบรนด์อาหารไทยที่เติบโตจากสูตรอาหารในครอบครัวสู่ธุรกิจระดับร้อยล้านภายในเวลาเพียงไม่กี่ปี
ที่มา
กรุงเทพธุรกิจ
หม้อแม่จูน จากแกงไก่ทำบุญสู่ธุรกิจ 240 ล้าน วันละ 3,000 หม้อยังไม่พอขาย
เพราะถ้าพูดถึงอาหารที่กำลังเป็นกระแส หลายคนอาจนึกถึงชาบู หมูกระทะ ชานม หรือของกินแฟชั่นต่าง ๆ แต่ "หม้อแม่จูน" กลับพิสูจน์ให้เห็นว่า เมนูบ้าน ๆ ธรรมดา ๆ ก็สามารถสร้างธุรกิจขนาดใหญ่ได้เช่นกัน
จุดเริ่มต้น
คุณจูน - กษมา ศิลาชัย เล่าว่า ตัวเองเป็นคนที่ไม่ชอบทำอาหารด้วยซ้ำ แต่ครอบครัวมีธรรมเนียมทำแกงไก่เพื่อแจกในงานทำบุญและงานศพไร้ญาติมาเป็นเวลาหลายปี
จนวันหนึ่งเกิดความคิดขึ้นมาว่า "ลองเอาแกงไก่มาทำขายดีไหม" จากนั้นจึงเริ่มให้เพื่อนและคนใกล้ตัวลองชิม ผลตอบรับคือทุกคนบอกเหมือนกันว่า "อร่อย ทำขายเถอะ"
- วันแรกเปิดรับออเดอร์เพียง 50 หม้อ
- วันที่สองเพิ่มเป็น 100 หม้อ
- วันที่สามเพิ่มเป็น 200 หม้อ
และหลังจากนั้นทุกอย่างก็เติบโตแบบก้าวกระโดด ปัจจุบันหม้อแม่จูนมีอายุเพียงประมาณ 1 ปีเศษ แต่สามารถขายได้ถึงวันละ 3,000 หม้อ และยังมีลูกค้าอีกจำนวนมากที่อยากสั่งแต่กำลังการผลิตยังไม่เพียงพอ เพราะทุกวันนี้ยังคงใช้คนทำเป็นหลัก ยังไม่มีระบบอุตสาหกรรมเต็มรูปแบบ
- หม้อแม่จูนไม่ได้ขาย "แกงไก่" แต่กำลังขาย "สูตรพริกแกง" เพราะคุณจูนบอกชัดเจนว่า หัวใจสำคัญของแบรนด์ไม่ใช่ตัวเนื้อไก่ แต่เป็นรสชาติของพริกแกงสูตรครอบครัวที่สืบทอดมาจากคุณแม่ ซึ่งเป็นสูตรที่กินกันมาตั้งแต่เด็กที่จังหวัดตราด
- และตอนนี้ธุรกิจก็กำลังขยายไปอีกขั้น จากเดิมที่ขายแกงสำเร็จรูป
กำลังเตรียมเปิดตัว "น้ำพริกแกงหม้อแม่จูน"
เพื่อนำไปขายในต่างประเทศ โดยจะเริ่มเปิดตัวครั้งแรกที่ประเทศเกาหลีใต้ แนวคิดก็คือ เมื่อส่งแกงเป็นหม้อไปขายทั่วโลกอาจมีข้อจำกัด แต่ถ้าส่งเป็นน้ำพริกแกง ลูกค้าสามารถนำไปปรุงกับเนื้อสัตว์เองได้ทุกประเทศ ทำให้ขยายตลาดได้ง่ายกว่าเดิมมาก
ตัวเลขทางธุรกิจก็น่าสนใจไม่แพ้กัน
- ปีแรก (พฤษภาคม - ธันวาคม) รายได้ประมาณ 77 ล้านบาท
- ครึ่งปีแรกของปีนี้ รายได้ประมาณ 83 ล้านบาท
- ตั้งเป้าปี 2569 รายได้ 240 ล้านบาท
ถ้าทำได้จริง นี่อาจกลายเป็นอีกหนึ่งแบรนด์อาหารไทยที่เติบโตจากสูตรอาหารในครอบครัวสู่ธุรกิจระดับร้อยล้านภายในเวลาเพียงไม่กี่ปี
ที่มา กรุงเทพธุรกิจ