เวลาแยกบ้านไปแล้ว แต่มีสิทธิ์ในบ้านอยู่ แต่คนในบ้านกีดกันไม่อยากให้มาบ้าน ปกติเขาแก้ปัญหายังไงกันครับ

เพื่อนผมมาปรึกษาครับ

เพื่อนผมคือ A
A มีพี่น้อง 3 คน A B C
บ้าน พ่อกับแม่ของ A B C ซื้อไว้นานแล้ว ตั้งแต่เพื่อนผมยังไม่เกิด
บ้านนี้ คือ พ่อกับแม่เป็นเจ้าของโดยสมบูรณ์ (ไม่มีผ่อนอะไรแล้ว)

A โสด ย้ายออกไปอยู่คอนโด เพราะใกล้ที่ทำงาน กลับบ้านทุกเสาร์อาทิตย์ (วันธรรมดาบางวันก็กลับบ้าน ถ้าอยากกลับ)
B แต่งงานแล้วมีครอบครัว แต่ยังไม่มีลูก อาศัยอยู่ที่บ้าน
C แต่งงานไปมีครอบครัว ย้ายบ้านออกไป มีลูก

หลังจากพ่อแม่เสียชีวิต
บ้าน ที่ดิน ก็เป็นชื่อร่วมกับ A B C
A B C มีสิทธิ์ทุกคน

จากนั้นก็ส่อแวว เริ่มมีปัญหาครับ ปัญหาค่อยๆ มา (ใช้เวลาหลายปี)

ภาพรวม คือ
A ก็ไม่ค่อยกลับบ้าน เพราะไม่มีพ่อแม่ให้เจอแล้ว แต่ก็ยังกลับบ้านอยู่บ้างในวันที่อยากกลับ อยู่บ้านรู้สึกดีกว่าอยู่คอนโดฯ คอนโดแค่อยู่เพราะใกล้ที่ทำงาน
B เริ่มเหมือนจะแสดงความเป็นเจ้าของคนเดียว และมีลักษณะคล้ายกีดกันไม่อยากให้ใครมาบ้าน เช่น

- พื้นที่ ที่ๆ เคยเป็นพื้นที่ส่วนรวมมาก่อน รวมถึงพื้นที่ที่เคยเป็นของพ่อแม่ B ก็ยึดเป็นพื้นที่ส่วนตัว เช่น ซื้อตู้ส่วนตัว หรือ เฟอร์ฯ เครื่องใช้ไฟฟ้า ส่วนตัว ไปวาง จากบ้านที่ดูเป็นระเบียบ โล่ง ก็เริ่มของเยอะ (คือ มันค่อยๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนเริ่มสังเกตุได้ในภายหลังว่า เหมือนโดนจอง)
- B ย้ายของๆ A กับ C บางส่วน ที่วางไว้นอกห้อง ไปไว้ที่อื่น เอาไปสุมๆ ไว้ ไม่บอกก่อนด้วย (แต่พื้นที่ในห้องส่วนตัวของ A กับ C คือ B ไม่ยุ่ง)
- B เปลี่ยนกุญแจบ้าน แล้วก็ไม่บอกใครด้วยว่าเปลี่ยนกุญแจ เพื่อนกลับบ้านมา ไม่มีคนอยู่ เข้าบ้านไม่ได้ด้วย โทรตามก็ไม่รับสาย ต้องกลับคอนโด

A ก็คุยกับ B แบบดีๆ แล้ว แต่ B พูดทำนองว่า A ไปหาเรื่อง แล้วก็พูดชวนทะเลาะ
A ก็ไม่อยากทะเลาะ เพราะพี่น้องกัน

การให้เหตุผลในภาพรวมของ B คือ
- ก็ A ไม่ค่อยอยู่บ้าน ส่วน C ก็ไม่อยู่แล้ว จะหวงพื้นที่ทำไม เป็นพี่น้องกันหวงกันทำไม ของซื้อมา ก็มันไม่มีที่วาง ที่ว่างๆ จะหวงทำไม บลาๆๆๆ อะไรทำนองนี้
- ของของ A กับ C ที่โดนเคลื่อนย้ายไป ก็ไม่อยู่แล้วจะวางเกะกะทำไม แทนที่พื้นที่จะได้ใช้ประโยชน์ อุตส่าห์เหนื่อยย้ายของให้ แทนที่จะขอบคุณ
- ส่วนเรื่องเปลี่ยนกุญแจ คือ ก็กุญแจมันหาย เขาก็กลัวขโมยไปเจอกุญแจแล้วไขเข้าบ้าน ก็เลยเปลี่ยนกุญแจ (เออ แต่ก็ไม่บอก ปล่อยให้กลับบ้านมาแล้วเข้าบ้านไม่ได้) แล้วก็แก้ตัวว่าตอนนั้นลืมโทรศัพท์ไว้ในรถ และสุดท้าย B ก็เอากุญแจดอกใหม่มาให้ A กับ C แล้ว
- ทำไม A มอง B ในแง่ร้าย หัดมองในแง่ดีบ้างก็ได้

กรณีแบบนี้ ปกติเขาแก้ปัญหายังไงกันครับ

A บอกว่า อยู่บ้านมันดีกว่าอยู่คอนโด คอนโดแค่ต้องการสะดวกใกล้ที่ทำงาน ไม่มีความคิดที่จะไปอยู่บ้านนี้ เดี๋ยวพอแก่ๆ (หมายถึงเกษียณ) ก็กลับมาอยู่บ้าน
A คุยกับ C ทาง C ก็บอกว่า อนาคตมันไม่นอน เผื่ออนาคตมีปัญหา ก็ยังมีบ้านนี้ไว้ซุกหัว
A กับน้อง C ก็ไม่ได้คิดอยากให้ถึงขึ้นฟ้องร้อง ขายมรดกครับ (ไม่มีทางที่จะให้ถึงขั้นนั้นแทบจะ 100%)
แค่อยากมีสิทธิ์ในบ้านตามปกติเหมือนที่เคยเป็น ก็แค่นั้นเอง แค่อยากกลับบ้าน มาใช้ชีวิตเหมือนที่เคยอยู่บ้างในบางวัน

กรณี หาร 3 แล้วให้ B เอาเงินมาจ่าย A กับ C
ในความเห็น A คือ
- B ไม่ได้มีเงินขนาดนั้น (ไม่มีทางเลยดีกว่า)
- A ไม่ได้อยากมีปัญหา ไม่ได้อยากขายบ้าน เพราะ A รักบ้านนี้ (บ้านของพ่อกับแม่ บ้านที่อยู่มาตั้งแต่เกิด)

เพิ่มเติม
- A กับ C คุยกับ B ปกติ เหมือนไม่ได้มีปัญหากัน แต่ยกเว้นเรื่องที่บอกครับ จะคุยไม่ได้เลย ห้ามคุยเลย คุยแล้วมันเถียงกัน ก็เลยเลือกที่จะไม่คุยเพื่อตัดปัญหา แต่มันก็ไม่สบายใจอยู่ลึกๆ อะไรประมาณนั้นครับ
- รายจ่ายประจำ ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำ
สมัยพ่อแม่อยู่ A จ่ายให้ทั้งหมด
หลังจากพ่อแม่ไม่อยู่ B จ่าย โดย A ช่วยค่าไฟค่าน้ำเดือนละ 1,000 ครับ (ส่วนใหญ่กลับบ้านแค่วันหยุด บางวันหยุดก็ไม่ได้กลับบ้าน)
- พ่อกับแม่ต้องการให้บ้านหลังนี้เป็นของลูกทุกคนครับ จึงไม่มีการแบ่ง ได้บอกทุกคนไว้ก่อนเสียชีวิตแล้ว

ขอบคุณครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่