ผู้เชี่ยวชาญจีน ‘หุ่นยนต์ในครัวเรือน’ ต้องรอถึงปี 2035 กว่าจะใช้ได้จริง
.
วันที่ 16 มิ.ย.ผู้พัฒนาเทคโนโลยี นักวิจัย และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมหุ่นยนต์อัจฉริยะของจีนต่างร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่งาน The 2026 Zhangjiang Embodied AI Developer Conference & Supply Chain Summit เกี่ยวกับการวิจัยหุ่นยนต์ การนำไปใช้งานจริง และการผลิตในระดับอุตสาหกรรม ในงานมีการสาธิตหุ่นยนต์หลากหลายรูปแบบที่สามารถหยิบจับสิ่งของ เดินหลบผู้คน และทำงานร่วมกันได้อย่างเป็นระบบ
.
“Embodied AI” หรือปัญญาประดิษฐ์แบบมีร่างกาย คือเทคโนโลยีที่ช่วยให้หุ่นยนต์สามารถรับรู้สภาพแวดล้อม ตัดสินใจ และปฏิบัติภารกิจได้ด้วยตนเอง โดยผู้เชี่ยวชาญมองว่า ปี 2026 จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่เทคโนโลยีดังกล่าวก้าวจากการวิจัยและพัฒนาไปสู่การใช้งานจริงในวงกว้างมากขึ้น ทั้งในโรงงาน คลังสินค้า และภาคธุรกิจต่างๆ
.
จุดเด่นในงานคือหุ่นยนต์ที่มี “มือ” ที่ละเอียดและแม่นยำมากขึ้น บริษัท OYMotion (傲意科技) จากนครเซี่ยงไฮ้ได้เปิดตัว ROH-AP003 มือกลอัจฉริยะรุ่นล่าสุด ซึ่งสามารถตรวจจับแรงได้ละเอียดถึง 0.1 นิวตัน หรือใกล้เคียงกับน้ำหนักของผีเสื้อที่เกาะอยู่บนมือมนุษย์ ทำให้สามารถหยิบจับวัตถุได้อย่างนุ่มนวล เช่น การส่งขวดน้ำพลาสติกให้ผู้ใช้งานโดยไม่ทำให้เสียรูป นอกจากนี้ยังเป็นมือกลอัจฉริยะระบบสัมผัสแม่เหล็กสามมิติรุ่นแรกของจีนที่สามารถผลิตในระดับอุตสาหกรรมได้จริง
.
ขณะเดียวกัน “สมอง” ของหุ่นยนต์ก็กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว โดยหนึ่งในประเด็นที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคือ “World Model” หรือแบบจำลองโลก ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้ AI ไม่เพียงรับรู้และเข้าใจสภาพแวดล้อมรอบตัว แต่ยังสามารถคาดการณ์และจำลองการเปลี่ยนแปลงของโลกกายภาพได้ล่วงหน้า ทำให้รับมือกับสถานการณ์ที่ซับซ้อนและเหตุการณ์ไม่คาดคิดได้ดียิ่งขึ้น
.
ปัจจุบันหุ่นยนต์ทำได้ทั้งวางแผนเส้นทางและขนส่งวัสดุภายในโรงงานด้วยตนเอง การขึ้นบันไดและหลบหลีกสิ่งกีดขวางเพื่อตรวจสอบพื้นที่ ไปจนถึงการเล่นแบดมินตันหรือฟุตบอลร่วมกับมนุษย์
.
แม้หุ่นยนต์อัจฉริยะจะเริ่มถูกนำไปใช้งานจริงมากขึ้น แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่ายังมีความท้าทายอีกหลายด้าน กว่าจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันได้จริง โดยหัวใจสำคัญของการพัฒนาอยู่ที่ 3 องค์ประกอบ ได้แก่ สถานการณ์การใช้งาน ข้อมูล และโมเดล AI ซึ่งต้องทำงานเชื่อมโยงกันอย่างต่อเนื่อง
.
สถานการณ์การใช้งานเป็นตัวกำหนดความต้องการ ขณะที่ข้อมูลจากการหยิบจับ การเดิน หรือการหลบสิ่งกีดขวาง เป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญของหุ่นยนต์ ส่วนโมเดล AI ทำหน้าที่ประมวลผลข้อมูลและแปลงเป็นการตัดสินใจ ยิ่งมีข้อมูลคุณภาพสูงมากเท่าใด AI ก็จะยิ่งเข้าใจและรับมือกับโลกจริงได้ดีขึ้น
.
ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าการใช้งานในครัวเรือน เช่น การทำความสะอาด ทำอาหาร หรือดูแลผู้สูงอายุ อาจต้องรอจนถึงราวปี 2035 เนื่องจากยังต้องก้าวข้ามข้อจำกัดด้านเทคโนโลยี ต้นทุน และการยอมรับของผู้บริโภค
.
หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ต้นแบบในจีนที่สามารถทำงานในภาคอุตสาหกรรมได้อย่างต่อเนื่องเกิน 1,000 ชั่วโมง มีสัดส่วนไม่ถึง 10% ของทั้งหมด เจียงเหลย หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ของศูนย์นวัตกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์แห่งชาติของจีน ระบุว่าหุ่นยนต์ในปัจจุบันมีพัฒนาการเทียบได้กับเด็กอายุประมาณ 10 ปี แต่ยังต้องใช้เวลาอีกมากกว่าจะสามารถทำงานได้อย่างอิสระและแพร่หลายในภาคอุตสาหกรรม
.
นอกจากนี้ อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ยังเผชิญปัญหาความไม่เชื่อมโยงของห่วงโซ่อุตสาหกรรม ตั้งแต่ผู้ผลิตชิ้นส่วน ผู้ผลิตหุ่นยนต์ ไปจนถึงสถาบันวิจัย ผู้เชี่ยวชาญมองว่า การสร้างแพลตฟอร์มวิจัยร่วมกันจะเป็นกุญแจสำคัญในการผลักดันการพัฒนาอุตสาหกรรมในอนาคต
.
เมืองวิทยาศาสตร์จางเจียง (Zhangjiang Science City) ในนครเซี่ยงไฮ้เป็นที่ตั้งของบริษัทด้าน Embodied AI เกือบ 150 แห่งและบริษัทในห่วงโซ่อุตสาหกรรมหุ่นยนต์เกือบ 100 แห่ง มีมูลค่าผลผลิตรวมราว 1.3 หมื่นล้านหยวน (ราว 6.279 หมื่นล้านบาท) และครอบคลุมห่วงโซ่อุตสาหกรรมย่อยมากกว่า 70%
.
.
📧 ติดต่อเรา Email: info@jeenthainews.com
.
#หุ่นยนต์อัจฉริยะ #EmbodiedAI #อุตสาหกรรมหุ่นยนต์
.
https://www.facebook.com/share/p/193Yai5TK1/
🤖 ผู้เชี่ยวชาญจีน ‘หุ่นยนต์ในครัวเรือน’ ต้องรอถึงปี 2035 กว่าจะใช้ได้จริง
.
วันที่ 16 มิ.ย.ผู้พัฒนาเทคโนโลยี นักวิจัย และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมหุ่นยนต์อัจฉริยะของจีนต่างร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่งาน The 2026 Zhangjiang Embodied AI Developer Conference & Supply Chain Summit เกี่ยวกับการวิจัยหุ่นยนต์ การนำไปใช้งานจริง และการผลิตในระดับอุตสาหกรรม ในงานมีการสาธิตหุ่นยนต์หลากหลายรูปแบบที่สามารถหยิบจับสิ่งของ เดินหลบผู้คน และทำงานร่วมกันได้อย่างเป็นระบบ
.
“Embodied AI” หรือปัญญาประดิษฐ์แบบมีร่างกาย คือเทคโนโลยีที่ช่วยให้หุ่นยนต์สามารถรับรู้สภาพแวดล้อม ตัดสินใจ และปฏิบัติภารกิจได้ด้วยตนเอง โดยผู้เชี่ยวชาญมองว่า ปี 2026 จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่เทคโนโลยีดังกล่าวก้าวจากการวิจัยและพัฒนาไปสู่การใช้งานจริงในวงกว้างมากขึ้น ทั้งในโรงงาน คลังสินค้า และภาคธุรกิจต่างๆ
.
จุดเด่นในงานคือหุ่นยนต์ที่มี “มือ” ที่ละเอียดและแม่นยำมากขึ้น บริษัท OYMotion (傲意科技) จากนครเซี่ยงไฮ้ได้เปิดตัว ROH-AP003 มือกลอัจฉริยะรุ่นล่าสุด ซึ่งสามารถตรวจจับแรงได้ละเอียดถึง 0.1 นิวตัน หรือใกล้เคียงกับน้ำหนักของผีเสื้อที่เกาะอยู่บนมือมนุษย์ ทำให้สามารถหยิบจับวัตถุได้อย่างนุ่มนวล เช่น การส่งขวดน้ำพลาสติกให้ผู้ใช้งานโดยไม่ทำให้เสียรูป นอกจากนี้ยังเป็นมือกลอัจฉริยะระบบสัมผัสแม่เหล็กสามมิติรุ่นแรกของจีนที่สามารถผลิตในระดับอุตสาหกรรมได้จริง
.
ขณะเดียวกัน “สมอง” ของหุ่นยนต์ก็กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว โดยหนึ่งในประเด็นที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคือ “World Model” หรือแบบจำลองโลก ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้ AI ไม่เพียงรับรู้และเข้าใจสภาพแวดล้อมรอบตัว แต่ยังสามารถคาดการณ์และจำลองการเปลี่ยนแปลงของโลกกายภาพได้ล่วงหน้า ทำให้รับมือกับสถานการณ์ที่ซับซ้อนและเหตุการณ์ไม่คาดคิดได้ดียิ่งขึ้น
.
ปัจจุบันหุ่นยนต์ทำได้ทั้งวางแผนเส้นทางและขนส่งวัสดุภายในโรงงานด้วยตนเอง การขึ้นบันไดและหลบหลีกสิ่งกีดขวางเพื่อตรวจสอบพื้นที่ ไปจนถึงการเล่นแบดมินตันหรือฟุตบอลร่วมกับมนุษย์
.
แม้หุ่นยนต์อัจฉริยะจะเริ่มถูกนำไปใช้งานจริงมากขึ้น แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่ายังมีความท้าทายอีกหลายด้าน กว่าจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันได้จริง โดยหัวใจสำคัญของการพัฒนาอยู่ที่ 3 องค์ประกอบ ได้แก่ สถานการณ์การใช้งาน ข้อมูล และโมเดล AI ซึ่งต้องทำงานเชื่อมโยงกันอย่างต่อเนื่อง
.
สถานการณ์การใช้งานเป็นตัวกำหนดความต้องการ ขณะที่ข้อมูลจากการหยิบจับ การเดิน หรือการหลบสิ่งกีดขวาง เป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญของหุ่นยนต์ ส่วนโมเดล AI ทำหน้าที่ประมวลผลข้อมูลและแปลงเป็นการตัดสินใจ ยิ่งมีข้อมูลคุณภาพสูงมากเท่าใด AI ก็จะยิ่งเข้าใจและรับมือกับโลกจริงได้ดีขึ้น
.
ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าการใช้งานในครัวเรือน เช่น การทำความสะอาด ทำอาหาร หรือดูแลผู้สูงอายุ อาจต้องรอจนถึงราวปี 2035 เนื่องจากยังต้องก้าวข้ามข้อจำกัดด้านเทคโนโลยี ต้นทุน และการยอมรับของผู้บริโภค
.
หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ต้นแบบในจีนที่สามารถทำงานในภาคอุตสาหกรรมได้อย่างต่อเนื่องเกิน 1,000 ชั่วโมง มีสัดส่วนไม่ถึง 10% ของทั้งหมด เจียงเหลย หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ของศูนย์นวัตกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์แห่งชาติของจีน ระบุว่าหุ่นยนต์ในปัจจุบันมีพัฒนาการเทียบได้กับเด็กอายุประมาณ 10 ปี แต่ยังต้องใช้เวลาอีกมากกว่าจะสามารถทำงานได้อย่างอิสระและแพร่หลายในภาคอุตสาหกรรม
.
นอกจากนี้ อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ยังเผชิญปัญหาความไม่เชื่อมโยงของห่วงโซ่อุตสาหกรรม ตั้งแต่ผู้ผลิตชิ้นส่วน ผู้ผลิตหุ่นยนต์ ไปจนถึงสถาบันวิจัย ผู้เชี่ยวชาญมองว่า การสร้างแพลตฟอร์มวิจัยร่วมกันจะเป็นกุญแจสำคัญในการผลักดันการพัฒนาอุตสาหกรรมในอนาคต
.
เมืองวิทยาศาสตร์จางเจียง (Zhangjiang Science City) ในนครเซี่ยงไฮ้เป็นที่ตั้งของบริษัทด้าน Embodied AI เกือบ 150 แห่งและบริษัทในห่วงโซ่อุตสาหกรรมหุ่นยนต์เกือบ 100 แห่ง มีมูลค่าผลผลิตรวมราว 1.3 หมื่นล้านหยวน (ราว 6.279 หมื่นล้านบาท) และครอบคลุมห่วงโซ่อุตสาหกรรมย่อยมากกว่า 70%
.
.
📧 ติดต่อเรา Email: info@jeenthainews.com
.
#หุ่นยนต์อัจฉริยะ #EmbodiedAI #อุตสาหกรรมหุ่นยนต์
.
https://www.facebook.com/share/p/193Yai5TK1/