#ประสบการณ์ในวัยเด็ก
#ความทรงจำที่ไม่รู้ลืม
ชีวิตในวัยเด็กของแต่ละคน กว่าจะผ่านพ้นมาได้ถึงตอนนี้ คงต้องพบเจอเรื่องที่ดีบ้างร้ายบ้าง คละเคล้ากันไปคนละหลายเรื่อง ซึ่งแต่ละเรื่องนั้น ล้วนแต่เป็นความทรงจำ ที่จำได้อยู่ในใจไม่เคยลืม
วันนี้ ฉันจะมาแชร์ประสบการณ์ชีวิตในวัยเด็ก ซึ่งบางเรื่องก็เฉียดฉิวระหว่างความเป็นกับความตาย บางเรื่องเป็นการผจญภัยที่น่ากลัว(ในตอนนี้น)
เป็นเรื่องที่คาดไม่ถึง,เรื่องจากความประมาท,บางเรื่องเป็นความสนุกสนาน ที่คิดถึงเมื่อไร ก็ยังอดยิ้มไม่ได้
เรื่องที่ 1 เกือบตายเพราะมุดใต้แพ
บ้านฉันอยู่ริมแม่น้ำแม่กลอง เด็กที่อยู่ที่นี่ว่ายน้ำเป็นกันเกือบทุกคน ตัวเล็กตัวน้อยก็ว่ายน้ำกันได้แล้ว กระโดดน้ำจากโป๊ะ ลงแม่น้ำ ดำผุดดำว่ายกันเป็นฝูง อย่างสนุกสนานไม่กลัวเกรงอะไรทั้งสิ้น
แม่น้ำแม่กลองในสมัยนั้นจะมีเรือโยง ลากจูงแพซุง ที่เป็นไม้ท่อนใหญ่ยาวๆผูกมัดรวมกันเป็นจำนวนหลายต้น ต่อกันเป็นหลายช่วง โดยมีเรือโยงลากจูง จากต้นแม่น้ำทางเหนือ ลงไปทางปากอ่าว เขาเอาไปทำอะไรกันก็ไม่รู้ ไม่ได้สนใจ แต่พวกเราเด็กๆสนุกกันมาก ที่ได้ว่ายน้ำไปเกาะแพ ปล่อยไปตามทิศทางที่เรือยนต์ลากจูงไป
ตอนนั้นฉันอายุประมาณ 11-12 ปี พวกเราว่ายน้ำออกไปเกือบกึ่งกลางแม่น้ำไปเกาะแพ ปล่อยตัวเองให้ไปกับเรือโยงที่ลากไปไกลๆ ขากลับก็เกาะเรือโยงที่บรรทุกทรายแล่นสวนกลับมาที่เดิม สนุกสนานกันมาก
ครั้งหนึ่งที่เกือบตาย เพราะว่าพากันว่ายไปเกาะแพ แล้วดำน้ำมุดใต้แพเพื่อจะไปโผล่อีกข้างหนึ่ง แต่ตอนดำลงไป กลับหลงทิศ ดำไปตามทางยาวของแพ ลมหายใจที่กลั้นไว้เกือบหมดแล้ว เอามือรูดไปมีแต่ไม้ทั้งนั้น หาทางโผล่ออกไม่ได้ ลมหายใจที่กลั้นไว้ก็เกือบไม่ไหว เริ่มกลัวมาก คิดว่าครั้งนี้ต้องตายใต้น้ำแน่แล้ว เฮือกสุดท้ายมือไปคลำโดนขอบริมไม้ซุงได้พอดี รีบ

ตัวถีบน้ำโผล่ขึ้น แทบขาดใจ รอดมาได้แบบเฉียดฉิว
ตั้งแต่ครั้งนั้น เวลาว่ายน้ำเกาะแพซุง ไม่กล้าดำลงไปใต้น้ำอีกเลย
(แต่ตอนนี้ ไม่กล้าแม้แต่จะเอาตัวลงไปลอยคอที่บันไดท่าน้ำ กลัวสิ่งที่อยู่ใต้น้ำที่มองไม่เห็น..บรื๊อออออ..!!)
เรื่องที่ 2
หมากัดจนมันจุก
ฉันมีความจำเป็นต้องไปบ้านเพื่อน เพื่อไปเอาการบ้านมาทำ บ้านของเพื่อนอยู่ในสวน เขาเลี้ยงหมาดุมาก ตัดสินใจอยู่นานว่าจะไปดีหรือไม่ดี แต่กลัวครูยิ่งกว่ากลัวหมากัด(แสดงว่าครูดุกว่า) ตัดสินใจว่า ต้องไปเอาการบ้านมาทำดีกว่า ตอนเข้าไปก็เตรียมพร้อม ถือไม้เหมาะมือไป 1 อัน กะว่าถ้าหมาเข้ามาคงพอจะใช้ไม้ป้องกันตัวเองได้
พอไปถึงบ้านเพื่อนก็ตะโกนเรียก พอได้ยินเสียงตะโกนเท่านั้นแหละ เจ้าหมามันกระโจนออกมาทันที มันเห่ากระโชกเสัยงดังลั่น วิ่งแยกเขี้ยวขาวมาเลย หัวใจฉันตกไปอยู่ที่ตาตุ่มในทันควัน แต่ก็ยังมีแรงยกไม้ขึ้นชูกวัดแกว่ง ปากก็ตะโกนเรียกเพื่อน สลับกับตะโกนไล่มันไปด้วย
คิดว่ามันคงไม่กล้าเข้ามาแน่ๆ ที่ไหนได้ มันกระโดดเข้างับน่องด้านขวาตรงติดกับหัวเข่าทันที ขาฉันติดกับเขี้ยวหมาเลย
เพื่อนออกมาตะโกนไล่หมาเสียงหลงเหมือนกัน แต่ไม่ทันแล้ว มันกัดแล้วกระชากเขี้ยวออก มันสีเหลืองๆเหมือนมันของไก่ ที่ขาไหลออกมาตามเขี้ยวของมัน ฉันต้องไปโรงพยาบาลเย็บแผลไปห้าเข็ม และฉีดยากันบาดทะยัก เข็ดเขี้ยวหมามาจนบัดนี้
จนถึงปัจจุบันนี้ที่ด้านข้างหัวเข่าข้างขวายังเป็นแผลเป็น และเป็นรอยบุ๋มอยู่ เวลากดลงไปจะรู้สึกหยุ่นๆ เหมือนกับว่าเนื้อส่วนลึกตรงนั้นมันหายไป
เรื่องที่ 3
ตกจักรยาน
เมื่อยังเด็ก การเดินทางไปตามหมู่บ้าน หรือตัวอำเภอ เราไปมาหาสู่กันได้ด้วยเรือ ไม่ว่าจะเป็นเรือพาย,เรือหางยาว หรือเรือยนต์ (บ้านเราเรียกว่าเรือเครื่อง) เพราะบ้านเรามีแม่น้ำ คลองเล็ก คลองน้อย ใช้สัญจรได้ทั่วถึงกันไปหมด
ต่อมาเริ่มมีถนนลูกรัง ก็เริ่มมีรถสองแถวขนาดใหญ่มาเป็นรถประจำทาง วิ่งบนถนนลูกรัง
นานไป ไม่รู้ว่าใครช่างคิด เอาแผ่นปูนขนาดความกว้างกว่าล้อรถ มาปูบนถนนเป็นทางยาว 2 ข้าง เว้นช่องกว้างตรงกลางไว้ รถวิ่งได้คันเดียว ถ้าจะสวนกัน อีกคันนึงต้องหลบลงข้างถนน ให้อีกคันนึงผ่านไป แต่นานๆถึงจะมีรถผ่านไปสักคันนึง เพราะว่ารถโดยสารมีน้อยคันมาก ต้องรอให้คนเต็มก่อนถึงจะออกวิ่งไปได้ พวกเราเรียกถนนเส้นนี้ อย่างภาคภูมิใจว่า"ซุปเปอร์ทูเวย์"
พอถึงวันหยุดเสาร์อาทิตย์ พวกเราเด็กๆจะชอบขี่จักรยานไปบน super two ways กันเป็นกลุ่มๆ ชอบเลนไหนก็ขี่กันเลนนั้น
ตอนนั้นฉันอยู่ประมาณ ม 2.(คือป.6ของนักเรียนสมัยนี้) เรารวมตัวกันได้ 7 คนจักรยาน 7คัน ออกขี่กันไปตามถนนตั้งใจว่าจะไปให้ถึงสุดทางเลย ซึ่งเป็นโบสถ์คริสต์ที่สวยงามมาก พวกเราขี่กันไปคุยเล่นกันไปอย่างสนุกสนาน ขี่ขึ้นๆลงๆบนถนนปูนเวลารถโดยสารมา
มีอยู่ช่วงหนึ่งเราเกือบจะถึงปลายทางกันอยู่แล้ว รถโดยสารออกมาจากหัวโค้ง ลืมบอกไปว่าถนนบ้านเราสองข้างทางเป็นสวนมีต้นไม้มาก กดแตรเสียงดังสนั่น ฉันอยู่คันหน้าตกใจเสียงแตร มือบิดแฮนด์จักรยานออกนอกพื้นปูนกระเด็นเข้าไปในซุ้มต้นไม้ข้างทาง ปากกระแทกเข้าไปกับตอไม้ ฟันหน้าหักไป 3 ซี่ เลือดกบปาก ห้วเข่าถลอกครูด เลือดออกซิบๆ ต้องขี่จักรยานกลับบ้านด้วยความเจ็บปวด
ปัจจุบันนี้ คน(เคย)สวยเลยต้องใส่ฟันปลอมสามซี่หน้าเลย
.........................................
สามเรื่องนี้ คือความทรงจำในวัยเด็ก เป็นภาพจำที่ไม่มีวันลืมจนถึงปัจจุบัน
เพื่อนๆล่ะคะ แชร์ประสบการณ์ความทรงจำในวัยเยาว์มาเล่าสู่กันฟังบ้างนะคะ.
21/6/2569
ประสบการณ์ในวัยเด็ก
#ความทรงจำที่ไม่รู้ลืม
ชีวิตในวัยเด็กของแต่ละคน กว่าจะผ่านพ้นมาได้ถึงตอนนี้ คงต้องพบเจอเรื่องที่ดีบ้างร้ายบ้าง คละเคล้ากันไปคนละหลายเรื่อง ซึ่งแต่ละเรื่องนั้น ล้วนแต่เป็นความทรงจำ ที่จำได้อยู่ในใจไม่เคยลืม
วันนี้ ฉันจะมาแชร์ประสบการณ์ชีวิตในวัยเด็ก ซึ่งบางเรื่องก็เฉียดฉิวระหว่างความเป็นกับความตาย บางเรื่องเป็นการผจญภัยที่น่ากลัว(ในตอนนี้น)
เป็นเรื่องที่คาดไม่ถึง,เรื่องจากความประมาท,บางเรื่องเป็นความสนุกสนาน ที่คิดถึงเมื่อไร ก็ยังอดยิ้มไม่ได้
เรื่องที่ 1 เกือบตายเพราะมุดใต้แพ
บ้านฉันอยู่ริมแม่น้ำแม่กลอง เด็กที่อยู่ที่นี่ว่ายน้ำเป็นกันเกือบทุกคน ตัวเล็กตัวน้อยก็ว่ายน้ำกันได้แล้ว กระโดดน้ำจากโป๊ะ ลงแม่น้ำ ดำผุดดำว่ายกันเป็นฝูง อย่างสนุกสนานไม่กลัวเกรงอะไรทั้งสิ้น
แม่น้ำแม่กลองในสมัยนั้นจะมีเรือโยง ลากจูงแพซุง ที่เป็นไม้ท่อนใหญ่ยาวๆผูกมัดรวมกันเป็นจำนวนหลายต้น ต่อกันเป็นหลายช่วง โดยมีเรือโยงลากจูง จากต้นแม่น้ำทางเหนือ ลงไปทางปากอ่าว เขาเอาไปทำอะไรกันก็ไม่รู้ ไม่ได้สนใจ แต่พวกเราเด็กๆสนุกกันมาก ที่ได้ว่ายน้ำไปเกาะแพ ปล่อยไปตามทิศทางที่เรือยนต์ลากจูงไป
ตอนนั้นฉันอายุประมาณ 11-12 ปี พวกเราว่ายน้ำออกไปเกือบกึ่งกลางแม่น้ำไปเกาะแพ ปล่อยตัวเองให้ไปกับเรือโยงที่ลากไปไกลๆ ขากลับก็เกาะเรือโยงที่บรรทุกทรายแล่นสวนกลับมาที่เดิม สนุกสนานกันมาก
ครั้งหนึ่งที่เกือบตาย เพราะว่าพากันว่ายไปเกาะแพ แล้วดำน้ำมุดใต้แพเพื่อจะไปโผล่อีกข้างหนึ่ง แต่ตอนดำลงไป กลับหลงทิศ ดำไปตามทางยาวของแพ ลมหายใจที่กลั้นไว้เกือบหมดแล้ว เอามือรูดไปมีแต่ไม้ทั้งนั้น หาทางโผล่ออกไม่ได้ ลมหายใจที่กลั้นไว้ก็เกือบไม่ไหว เริ่มกลัวมาก คิดว่าครั้งนี้ต้องตายใต้น้ำแน่แล้ว เฮือกสุดท้ายมือไปคลำโดนขอบริมไม้ซุงได้พอดี รีบ
ตั้งแต่ครั้งนั้น เวลาว่ายน้ำเกาะแพซุง ไม่กล้าดำลงไปใต้น้ำอีกเลย
(แต่ตอนนี้ ไม่กล้าแม้แต่จะเอาตัวลงไปลอยคอที่บันไดท่าน้ำ กลัวสิ่งที่อยู่ใต้น้ำที่มองไม่เห็น..บรื๊อออออ..!!)
เรื่องที่ 2
หมากัดจนมันจุก
ฉันมีความจำเป็นต้องไปบ้านเพื่อน เพื่อไปเอาการบ้านมาทำ บ้านของเพื่อนอยู่ในสวน เขาเลี้ยงหมาดุมาก ตัดสินใจอยู่นานว่าจะไปดีหรือไม่ดี แต่กลัวครูยิ่งกว่ากลัวหมากัด(แสดงว่าครูดุกว่า) ตัดสินใจว่า ต้องไปเอาการบ้านมาทำดีกว่า ตอนเข้าไปก็เตรียมพร้อม ถือไม้เหมาะมือไป 1 อัน กะว่าถ้าหมาเข้ามาคงพอจะใช้ไม้ป้องกันตัวเองได้
พอไปถึงบ้านเพื่อนก็ตะโกนเรียก พอได้ยินเสียงตะโกนเท่านั้นแหละ เจ้าหมามันกระโจนออกมาทันที มันเห่ากระโชกเสัยงดังลั่น วิ่งแยกเขี้ยวขาวมาเลย หัวใจฉันตกไปอยู่ที่ตาตุ่มในทันควัน แต่ก็ยังมีแรงยกไม้ขึ้นชูกวัดแกว่ง ปากก็ตะโกนเรียกเพื่อน สลับกับตะโกนไล่มันไปด้วย
คิดว่ามันคงไม่กล้าเข้ามาแน่ๆ ที่ไหนได้ มันกระโดดเข้างับน่องด้านขวาตรงติดกับหัวเข่าทันที ขาฉันติดกับเขี้ยวหมาเลย
เพื่อนออกมาตะโกนไล่หมาเสียงหลงเหมือนกัน แต่ไม่ทันแล้ว มันกัดแล้วกระชากเขี้ยวออก มันสีเหลืองๆเหมือนมันของไก่ ที่ขาไหลออกมาตามเขี้ยวของมัน ฉันต้องไปโรงพยาบาลเย็บแผลไปห้าเข็ม และฉีดยากันบาดทะยัก เข็ดเขี้ยวหมามาจนบัดนี้
จนถึงปัจจุบันนี้ที่ด้านข้างหัวเข่าข้างขวายังเป็นแผลเป็น และเป็นรอยบุ๋มอยู่ เวลากดลงไปจะรู้สึกหยุ่นๆ เหมือนกับว่าเนื้อส่วนลึกตรงนั้นมันหายไป
เรื่องที่ 3
ตกจักรยาน
เมื่อยังเด็ก การเดินทางไปตามหมู่บ้าน หรือตัวอำเภอ เราไปมาหาสู่กันได้ด้วยเรือ ไม่ว่าจะเป็นเรือพาย,เรือหางยาว หรือเรือยนต์ (บ้านเราเรียกว่าเรือเครื่อง) เพราะบ้านเรามีแม่น้ำ คลองเล็ก คลองน้อย ใช้สัญจรได้ทั่วถึงกันไปหมด
ต่อมาเริ่มมีถนนลูกรัง ก็เริ่มมีรถสองแถวขนาดใหญ่มาเป็นรถประจำทาง วิ่งบนถนนลูกรัง
นานไป ไม่รู้ว่าใครช่างคิด เอาแผ่นปูนขนาดความกว้างกว่าล้อรถ มาปูบนถนนเป็นทางยาว 2 ข้าง เว้นช่องกว้างตรงกลางไว้ รถวิ่งได้คันเดียว ถ้าจะสวนกัน อีกคันนึงต้องหลบลงข้างถนน ให้อีกคันนึงผ่านไป แต่นานๆถึงจะมีรถผ่านไปสักคันนึง เพราะว่ารถโดยสารมีน้อยคันมาก ต้องรอให้คนเต็มก่อนถึงจะออกวิ่งไปได้ พวกเราเรียกถนนเส้นนี้ อย่างภาคภูมิใจว่า"ซุปเปอร์ทูเวย์"
พอถึงวันหยุดเสาร์อาทิตย์ พวกเราเด็กๆจะชอบขี่จักรยานไปบน super two ways กันเป็นกลุ่มๆ ชอบเลนไหนก็ขี่กันเลนนั้น
ตอนนั้นฉันอยู่ประมาณ ม 2.(คือป.6ของนักเรียนสมัยนี้) เรารวมตัวกันได้ 7 คนจักรยาน 7คัน ออกขี่กันไปตามถนนตั้งใจว่าจะไปให้ถึงสุดทางเลย ซึ่งเป็นโบสถ์คริสต์ที่สวยงามมาก พวกเราขี่กันไปคุยเล่นกันไปอย่างสนุกสนาน ขี่ขึ้นๆลงๆบนถนนปูนเวลารถโดยสารมา
มีอยู่ช่วงหนึ่งเราเกือบจะถึงปลายทางกันอยู่แล้ว รถโดยสารออกมาจากหัวโค้ง ลืมบอกไปว่าถนนบ้านเราสองข้างทางเป็นสวนมีต้นไม้มาก กดแตรเสียงดังสนั่น ฉันอยู่คันหน้าตกใจเสียงแตร มือบิดแฮนด์จักรยานออกนอกพื้นปูนกระเด็นเข้าไปในซุ้มต้นไม้ข้างทาง ปากกระแทกเข้าไปกับตอไม้ ฟันหน้าหักไป 3 ซี่ เลือดกบปาก ห้วเข่าถลอกครูด เลือดออกซิบๆ ต้องขี่จักรยานกลับบ้านด้วยความเจ็บปวด
ปัจจุบันนี้ คน(เคย)สวยเลยต้องใส่ฟันปลอมสามซี่หน้าเลย
.........................................
สามเรื่องนี้ คือความทรงจำในวัยเด็ก เป็นภาพจำที่ไม่มีวันลืมจนถึงปัจจุบัน
เพื่อนๆล่ะคะ แชร์ประสบการณ์ความทรงจำในวัยเยาว์มาเล่าสู่กันฟังบ้างนะคะ.
21/6/2569