ทุกครั้งที่เห็นข่าวความรุนแรงในครอบครัวผมมักจะตั้งคำถามว่า ทำไมสังคมไทยยังมองว่า เรื่องในครอบครัวของคนอื่นถึงไม่ควรยุ่ง

กระทู้คำถาม
ผมเติบโตมาในครอบครัวที่เต็มไปด้วยความรุนแรง พ่อมีปัญหาเรื่องสุราและยาเสพติด เวลาไปมีปัญหากับคนนอกแล้วกลับบ้านมา ก็มักจะระบายอารมณ์กับคนในบ้าน ทั้งด่าทอ ทำร้ายร่างกาย พังข้าวของ และบังคับขอเงินจากแม่เพื่อนำไปซื้อเหล้าหรือยา เมื่อแม่ไม่ให้ ก็จะเกิดการอาละวาดและกล่าวหาแม่ในเรื่องที่ไม่เป็นความจริง รวมถึงแต่งเรื่องให้ตัวเองดูเป็นฝ่ายถูกในสายตาคนอื่น

ครอบครัวของผมยังมีน้องอายุ 5 ขวบที่มีภาวะออทิสติกเทียมและยังพูดไม่ได้ ทำให้ยิ่งเป็นห่วงว่าเขาจะเติบโตท่ามกลางสภาพแวดล้อมแบบนี้อย่างไร

ส่วนตัวผมเองก็ได้รับผลกระทบมาตั้งแต่เด็ก จนกลายเป็นคนที่กลัวเสียงดัง กลัวการทะเลาะวิวาท หัวใจเต้นแรงทุกครั้งที่เห็นคนมีเรื่องกัน และเคยช็อกจากเหตุการณ์ความรุนแรงมาแล้วถึงสองครั้ง ผมต้องย้ายบ้าน ย้ายโรงเรียนหลายครั้งเพื่อหนีปัญหา สุดท้ายก็ต้องกลับมาอยู่ที่เดิม พ่อเคยเข้ารับการบำบัดหลายครั้ง แต่ก็กลับไปใช้สุราและยาเหมือนเดิม

ความเครียดสะสมจากทั้งเรื่องที่บ้านและที่โรงเรียน ทำให้ผมเรียนต่อไม่ไหว ต้องลาออกจาก ม.6 ก่อนจะกลับมาเริ่มเรียน กศน. ใหม่ ทุกวันนี้ผมยังพยายามประคองชีวิตต่อไป แต่บาดแผลทางใจจากสิ่งที่เจอมาตลอดทั้งชีวิตก็ยังอยู่

ผมจึงอยากถามว่า เมื่อไหร่สังคมไทยจะเลิกมองว่าความรุนแรงในครอบครัวเป็นเพียง "เรื่องส่วนตัว"

ผมไม่ได้ต้องการให้ทุกคนเสี่ยงอันตรายเข้าไปห้ามด้วยตัวเอง แต่ถ้าเห็นว่ามีคนกำลังถูกทำร้าย อย่างน้อยการแจ้งตำรวจหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาจช่วยรักษาชีวิตใครบางคนไว้ได้

เพราะสำหรับคนที่ไม่เคยเจอ มันอาจเป็นเพียงข่าวหนึ่งข่าว แต่สำหรับคนที่เติบโตมากับความรุนแรง มันคือบาดแผลที่ติดตัวไปตลอดชีวิต และบางครั้ง...ก็ไม่มีโอกาสได้ขอความช่วยเหลือก่อนที่จะสายเกินไป

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่