สวัสดีเพื่อนๆบ้านบลูอีกรอบในช่วงเวลาไม่กี่วันที่ห่างจากกระทู้ที่แล้ว
กระทู้ก่อนหน้านี้เราแนะนำแมวสองตัวที่เรากับสามีเลี้ยงไว้ที่บ้านเดนมาร์กให้ทุกคนรู้จัก
แต่วันนี้เราพาเจ้าส้มหรือที่ทุกคนรู้จักกันในนาม “แมวยามเฝ้าไก่” ที่เป็นแมวสุดที่รักของเราและสามี มาลาทุกๆคนค่ะ
แค่ช่วงเวลาแปบเดียว หลังจากที่เราโพสกระทู้ไปให้ทุกคนเข้ามาชื่นชมความน่ารักของเจ้าส้มโกโก้และเจ้าเทากาก้าที่มีต่อน้องไก่ๆ เท่าที่ทุกคนเห็นแล้วว่าเด็กๆเข้ากันได้ดีมาก โกโก้และกาก้าเป็นยามเฝ้าไก่แทนแม่และแด้ดดี้ได้ดีมากๆ
แต่หลังจากวันนั้นแค่สองวัน คือวันที่ 19 ตอนบ่าย 15:30น. (เมื่อวานนี้เอง) ตามเวลาเดนมาร์ก น้องส้มได้จากไปอย่างสงบ กลับไปสู่ดาวแมวแล้วค่ะ...

.................................................
ถ้าใครอยากทราบว่าเกิดอะไรขึ้น เราขอแชร์เรื่องราวไว้ตรงนี้นะคะ อาจจะมีรูปบางรูปที่ค่อนข้างเซ้นสิทีฟก็ไม่ต้องกดเข้าไปดูนะคะ
เมื่อวานนี้ช่วงบ่ายๆ เราอยู่บนชั้นสองของบ้าน สามีเพิ่งกลับมาจากที่ทำงาน จู่ๆก็ได้ยินเสียง เมี๊ยวววแบบครางๆยาวแบบแปลกๆ เราเดินมาที่บันได พร้อมตะโกนขานรับโกโก้ “What’s up Boba?(อีกชื่อเล่นของน้อง)”
ทันใดนั้นสามีก็เดินมาตรงบันได แล้วตะโกนด้วยความตกใจว่า น้องมีเลือดออก! เลือดไหลลงหยดตรงบันไดเต็มเลย
เรารีบวิ่งมาดู ตอนนั้นมือสั่นไปหมด รีบไปหาผาเช็ดตัวมาให้คลุมให้น้อง และสามีก็อุ้มน้องขึ้นไปข้างบน
สามีรีบโทรหาสัตวแพทย์เจ้าประจำที่พาไปฉีดวัคซีน หมอบอกว่า ตอนนี้คิวไม่ว่าง ต้องรออีกประมาณชั่วโมงครึ่ง แล้วหมอถามว่าเลือดออกเยอะมั้ย หยุดรึยัง ถ้ายังไม่หยุด ให้โทรไปที่คลินิกอื่นดูแล้วรีบพาไป

เราก็เอาน้องมานอน หาน้ำ หาขนมมาให้ น้องก็ไม่กินอะไรเลย ได้แต่ร้องออกมาเป็นระยะๆ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ป้อนข้อความ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ป้อนข้อความ
สามีก็โทรไปคลินิกอื่น เล่าเรื่องให้ฟัง แต่ที่นั่นหมอไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่ เหมือนฟังไม่เข้าใจ ถามนี่ตอนนั่น แล้วก็ดูไม่มืออาชีพเลย สามีเลยตัดสินใจรอที่เดิมและพาน้องไปคลินิกทันทีที่ถึงเวลานัด หมอเสร็จเคสก่อนก็เลยบอกให้ไปก่อนเวลา
พอไปถึงหมอก็จับน้องวางลงบนเตียง หมอจำน้องได้ดี เพราะมาฉีดวัคซีน มาทำหมันที่นี่ตลอด พูดกับน้องน่ารักมาก โกโก้ก็ไม่ก้าวร้าวเลย แต่ร้องครวญครางคงเพราะเจ็บแผล
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ป้อนข้อความ
แล้วพี่หมอก็วางยาสลบน้องเพื่อที่จะเริ่มทำแผล พอน้องสลบไป ขณะนั้นพี่หมอก้เริ่มจับแผล ดูกระดูก เช็คไปเช็คมาหลายรอบ หมอก็คุยกับสามีไปเรื่อย คุยกันเยอะมาก แต่ฉันไม่เข้าใจเค้าคุยอะไรกัน แต่ฉันดูท่าท่างแล้วหมอเริ่มหน้าซีเรียส ฉันก็เดาว่าคงกระดูกขาหัก แต่สามีก็คุยกับหมอไปเรื่อยๆ ซักพักน้ำตาเริ่มคลอเบ้า
ฉันจับใจความได้นิดหน่อยคำว่า โรงพยาบาล และประมาณว่า เยอะมากๆ มากๆมากๆ หมอย้ำคำนี้หลายรอบ
และแล้วสามีก็ร้องไห้โอออกมา ตอนเริ่มใจไม่ดีเลย แต่ก็แค่คิดว่าน้องคงต้องโดนผ่าตัดแล้วเจ็บ ทรมานมากๆประมาณนั้น และแล้วก็ถามสามีว่าเกิดอะไรขึ้น สามีก็บอกว่า “We need to say good bye to him” เราต้องบอกลาน้องแล้ว (หมอเดินออกไปรอข้างนอก)
แค่นั้นแหละ เราร้องไห้โฮออกมากเลย กอดกันร้องไห้เหมือนคนไม่มีสติ มันใจสั่น มือสั่น ชาไปทั้งตัว
พอตั้งสติได้ก็ถามว่าทำไม สามีเลยอธิบายให้ฟังว่า น้องน่าจะโดนสัตว์อื่นกัดมา และด้วยความที่ไม่สู้และพยายามหนี อีกตัวก็เลยลงเขี้ยวอย่างสุดแรง ตอนนี้น้องกระดูกขาหักต้องไปผ่าตัดโรงพยาบาลใหญ่ แต่ค่าใช้จ่ายสูงมากประมาณ 100,000 กว่าบาท หรือมากกว่านั้น แล้วก็ไม่รู้ว่าใช้เวลานานเท่าไหร่และจะกลับมาเดินปกติอีกรึเปล่าไม่รู้ ซึ่งส่งผลไม่ดีต่อสุขภาพจิตแมว ที่ไม่สามารถออกไปข้างนอกได้เป็นเวลานาน แมวจะเครียดสะสม อีกวิธีคือเราต้องยุติการรักษาน้อง
และสามีก็ตัดสินใจยุติการรักษาน้อง เขารู้สึกผิดมากๆที่ไม่ได้ทำประกันแมวเอาไว้ เพราะไม่คิดว่าจะเกิดเคสหนักแบบนี้ แค่คิดว่าถ้าคชจประมาณ 4-5หมื่นบาทเขาก็รับไหว แต่นี่มันค่อนข้างสูงมาก และไม่รู้น้องจะรับสภาพตัวเองไหวมั้ยถ้าต้องอยู่แบบนั้นนานๆ เขาเลยต้องปล่อยน้องไป.......

มันเป็นการตัดสินใจที่บีบหัวใจสุดๆ เราเชื่อว่าสามีก็ไม่อยากทำแบบนั้น
เราสองคนบอกลาน้อง ก่อนที่จะให้พี่หมอเข้ามาฉีดยาหยุดการหายใจ
แล้วพี่หมอก็ถามว่าจะเอาน้องกลับมั้ย เราบอกเอากลับ พี่หมอก็ห่อผ้าให้น้องใส่กระเป๋าแมวอย่างดี
เรานั่งรถกลับบ้านมาร้องไห้กันตลอดทาง สามีขอโทษที่ไม่สามรถดูแลน้องให้อยู่ต่อได้ ยิ่งเราร้องไห้ เขายิ่งรู้สึกผิด
แต่เราบอกเขาว่า ไม่เป็นไร ยูทำดีที่สุดแล้ว ยูเอาเค้ามาเลี้ยงก็ถือว่าดีที่สุดแล้ว จากโรงนาสู่บ้านสวนน่ารักๆแบบนี้
{สามีเอาน้องมาจากเพื่อนเค้าอีกทีนึง บ้านเพื่อนเค้าเป็นเหมือนโรงนา แล้วแมวบ้านเค้าคลอดลูก เค้าเลี้ยงไม่ไหวเยอะเกิน สามีก็เลยไปรับมาสองตัว แล้วก็บอกกับเด็กๆว่า เดี๋ยวจะดูแลเด็กๆให้ชีวิตดีขึ้นนะ จะให้น้ำ ให้ขนม ให้อาหารอย่างดี ให้อยู่บ้านดีๆ ทำให้เค้าเสียใจมาก เพราะเพิ่งอยู่ด้วยกันปีนึงเอง}
พอกลับมาถึงบ้านเราก็คุยกันจะขุดหลุมฝังน้องไว้โซนหลังสวน แต่ก่อนจะเอาน้องไปฝังก็จะให้น้องสาวนั่นคือเจ้ากาก้ามาร่ำลากันก่อน แล้วกาก้าก็เหมือนจะรู้เรื่อง น้องก็วิ่งไปวิ่งมา แล้วก็วิ่งมาที่พี่ชาย มาดมๆแปบนึงแล้วก็เดินออกไป

ถึงเวลาที่เราสองคนจะต้องร่ำลากับส้มครั้งสุดท้าย บอกลูกว่า หลับให้สบายนะ อย่าโกรธมามี๊กับแด้ดดี้นะที่ต้องทำแบบนี้ เราสองคนขอโทษ กลับไปอยู่ดาวแมวนะ ไว้ว่างๆก็มาหามามี๊ในฝันบ้าง

(ปล. เราสองคนมานั่งเปิดกล้องที่บ้านดูย้อนหลัง เห็นว่าน้องเดินออกมาจากทุ่งหญ้าข้างบ้าน เดินกะเผลกๆมา แล้วเข้าประตูแมวทางครัว แล้วพยายามเดินขึ้นบันได เพราะรู้ว่าเราอยู่ข้างบน ขึ้นไปได้สองขั้นก็หยุดแล้วร้องครวญครางออกมา เรามานั่งคิดดู ลูกคงเจ็บมากๆ แต่ก็พยายามพาตัวเองกลับมาถึงบ้าน มาถึงเซฟโซนที่เราอยู่ด้วย เค้ารู้ว่าเราจะดูแลเค้าได้ อย่างน้อยในช่วงเวลาสุดท้าย เราสองคนก็อยู่กับส้มตลอด กอดส้มและบอกส้มว่าไม่เป็นไรนะ มามี๊กับอด้ดี้อยู่ตรงนี้แล้ว….. แต่สุดท้าย เราก็ช่วยส้มไว้ไม่ได้อยู่ดี )
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ป้อนข้อความ

นั่งพิมพ์ไปก็ร้องไห้ไป เราว่าทุกคนที่เลี้ยงแมว หรือมีสัตว์เลี้ยงคงเข้าใจดีมากๆ ส่วนเรานี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่มีสัตย์เลี้ยงแบบอยู่ด้วยกันผูกพันกันแบบนี้ เราไม่เคยเลี้ยงอะไรแบบนี้ ไม่เคยสูญเสียสิ่งที่รักและผูกพันแบบนี้ มันเป็นอะไรที่หนักสำหรับเรามาก วันนี้เราเช้าใจแล้วว่าการสูญเสียมันเป็นยังไง...
วันนี้เราเลยรวบรวมพลังที่มีทั้งหมดมานั่งพิมพ์มาแชร์ความรู้สึกของการสูญเสียแมวซึ่งเป็นที่รักที่สุดไป และถ้าครั้งต่อไปที่เราโพสกระทู้อีกก็จะไม่มีเจ้าส้มอีกแล้ว เราแค่อยากให้พี่ๆแม่ๆพ่อๆในบ้านบลูรับรู้ว่าเจ้าส้มหายไปไหน เจ้าส้มกลับไปอยู่ดาวแมวแล้วค่ะ
ถ้าบ้านไหนมีลูกๆกลับไปอยู่ดาวแมวแล้ว เราขอฝากเจ้าส้มโกโก้ไว้เป็นเพื่อนใหม่บนดาวแมวด้วยนะ (ไม่ต้องห่วงค่ะ ส้มฟังภาษาไทยรู้เรื่อง แม่พูดไทยกับส้มบ่อย ส้มเป็นแมวหลายภาษาค่ะ ^^)
สุดท้ายนี้ เราขอรวบรวมรูปน่ารักๆของเจ้าส้มมาฝาก เก็บไว้ชมกันค่ะ
- ตอนส้มเด็กๆ -
-เด็กๆชอบไปเฝ้าแม่ในห้องน้ำ-
-หิมะแรก และสุดท้ายของส้ม-

-สองพี่น้องเค้าคุยกันวันหิมะตกหนัก-

-เค้าชอบนอนดูทีวีบนโซฟา-

-ส้มขี้อ้อนมากๆ ก่อนนอนทุกคืน ส้มจะมานอนด้วยให้กอดแปบนึงแล้วกลับไปนอนที่ของตัวเอง-

หลับให้สบายละลูก ด้วยรักและคิดถึงส้มมากๆ

แมวส้มตัวแรกในชีวิต เจ้าส้มแมวเดนมาร์ก (แมวยามเฝ้าไก่) ได้จากฉันไปแล้วอย่างสงบเมื่อวานนี้ :(
กระทู้ก่อนหน้านี้เราแนะนำแมวสองตัวที่เรากับสามีเลี้ยงไว้ที่บ้านเดนมาร์กให้ทุกคนรู้จัก
แต่วันนี้เราพาเจ้าส้มหรือที่ทุกคนรู้จักกันในนาม “แมวยามเฝ้าไก่” ที่เป็นแมวสุดที่รักของเราและสามี มาลาทุกๆคนค่ะ
แค่ช่วงเวลาแปบเดียว หลังจากที่เราโพสกระทู้ไปให้ทุกคนเข้ามาชื่นชมความน่ารักของเจ้าส้มโกโก้และเจ้าเทากาก้าที่มีต่อน้องไก่ๆ เท่าที่ทุกคนเห็นแล้วว่าเด็กๆเข้ากันได้ดีมาก โกโก้และกาก้าเป็นยามเฝ้าไก่แทนแม่และแด้ดดี้ได้ดีมากๆ
แต่หลังจากวันนั้นแค่สองวัน คือวันที่ 19 ตอนบ่าย 15:30น. (เมื่อวานนี้เอง) ตามเวลาเดนมาร์ก น้องส้มได้จากไปอย่างสงบ กลับไปสู่ดาวแมวแล้วค่ะ...
.................................................
ถ้าใครอยากทราบว่าเกิดอะไรขึ้น เราขอแชร์เรื่องราวไว้ตรงนี้นะคะ อาจจะมีรูปบางรูปที่ค่อนข้างเซ้นสิทีฟก็ไม่ต้องกดเข้าไปดูนะคะ
เมื่อวานนี้ช่วงบ่ายๆ เราอยู่บนชั้นสองของบ้าน สามีเพิ่งกลับมาจากที่ทำงาน จู่ๆก็ได้ยินเสียง เมี๊ยวววแบบครางๆยาวแบบแปลกๆ เราเดินมาที่บันได พร้อมตะโกนขานรับโกโก้ “What’s up Boba?(อีกชื่อเล่นของน้อง)”
ทันใดนั้นสามีก็เดินมาตรงบันได แล้วตะโกนด้วยความตกใจว่า น้องมีเลือดออก! เลือดไหลลงหยดตรงบันไดเต็มเลย
เรารีบวิ่งมาดู ตอนนั้นมือสั่นไปหมด รีบไปหาผาเช็ดตัวมาให้คลุมให้น้อง และสามีก็อุ้มน้องขึ้นไปข้างบน
สามีรีบโทรหาสัตวแพทย์เจ้าประจำที่พาไปฉีดวัคซีน หมอบอกว่า ตอนนี้คิวไม่ว่าง ต้องรออีกประมาณชั่วโมงครึ่ง แล้วหมอถามว่าเลือดออกเยอะมั้ย หยุดรึยัง ถ้ายังไม่หยุด ให้โทรไปที่คลินิกอื่นดูแล้วรีบพาไป
เราก็เอาน้องมานอน หาน้ำ หาขนมมาให้ น้องก็ไม่กินอะไรเลย ได้แต่ร้องออกมาเป็นระยะๆ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
สามีก็โทรไปคลินิกอื่น เล่าเรื่องให้ฟัง แต่ที่นั่นหมอไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่ เหมือนฟังไม่เข้าใจ ถามนี่ตอนนั่น แล้วก็ดูไม่มืออาชีพเลย สามีเลยตัดสินใจรอที่เดิมและพาน้องไปคลินิกทันทีที่ถึงเวลานัด หมอเสร็จเคสก่อนก็เลยบอกให้ไปก่อนเวลา
พอไปถึงหมอก็จับน้องวางลงบนเตียง หมอจำน้องได้ดี เพราะมาฉีดวัคซีน มาทำหมันที่นี่ตลอด พูดกับน้องน่ารักมาก โกโก้ก็ไม่ก้าวร้าวเลย แต่ร้องครวญครางคงเพราะเจ็บแผล
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
แล้วพี่หมอก็วางยาสลบน้องเพื่อที่จะเริ่มทำแผล พอน้องสลบไป ขณะนั้นพี่หมอก้เริ่มจับแผล ดูกระดูก เช็คไปเช็คมาหลายรอบ หมอก็คุยกับสามีไปเรื่อย คุยกันเยอะมาก แต่ฉันไม่เข้าใจเค้าคุยอะไรกัน แต่ฉันดูท่าท่างแล้วหมอเริ่มหน้าซีเรียส ฉันก็เดาว่าคงกระดูกขาหัก แต่สามีก็คุยกับหมอไปเรื่อยๆ ซักพักน้ำตาเริ่มคลอเบ้า
ฉันจับใจความได้นิดหน่อยคำว่า โรงพยาบาล และประมาณว่า เยอะมากๆ มากๆมากๆ หมอย้ำคำนี้หลายรอบ
และแล้วสามีก็ร้องไห้โอออกมา ตอนเริ่มใจไม่ดีเลย แต่ก็แค่คิดว่าน้องคงต้องโดนผ่าตัดแล้วเจ็บ ทรมานมากๆประมาณนั้น และแล้วก็ถามสามีว่าเกิดอะไรขึ้น สามีก็บอกว่า “We need to say good bye to him” เราต้องบอกลาน้องแล้ว (หมอเดินออกไปรอข้างนอก)
แค่นั้นแหละ เราร้องไห้โฮออกมากเลย กอดกันร้องไห้เหมือนคนไม่มีสติ มันใจสั่น มือสั่น ชาไปทั้งตัว
พอตั้งสติได้ก็ถามว่าทำไม สามีเลยอธิบายให้ฟังว่า น้องน่าจะโดนสัตว์อื่นกัดมา และด้วยความที่ไม่สู้และพยายามหนี อีกตัวก็เลยลงเขี้ยวอย่างสุดแรง ตอนนี้น้องกระดูกขาหักต้องไปผ่าตัดโรงพยาบาลใหญ่ แต่ค่าใช้จ่ายสูงมากประมาณ 100,000 กว่าบาท หรือมากกว่านั้น แล้วก็ไม่รู้ว่าใช้เวลานานเท่าไหร่และจะกลับมาเดินปกติอีกรึเปล่าไม่รู้ ซึ่งส่งผลไม่ดีต่อสุขภาพจิตแมว ที่ไม่สามารถออกไปข้างนอกได้เป็นเวลานาน แมวจะเครียดสะสม อีกวิธีคือเราต้องยุติการรักษาน้อง
และสามีก็ตัดสินใจยุติการรักษาน้อง เขารู้สึกผิดมากๆที่ไม่ได้ทำประกันแมวเอาไว้ เพราะไม่คิดว่าจะเกิดเคสหนักแบบนี้ แค่คิดว่าถ้าคชจประมาณ 4-5หมื่นบาทเขาก็รับไหว แต่นี่มันค่อนข้างสูงมาก และไม่รู้น้องจะรับสภาพตัวเองไหวมั้ยถ้าต้องอยู่แบบนั้นนานๆ เขาเลยต้องปล่อยน้องไป.......
มันเป็นการตัดสินใจที่บีบหัวใจสุดๆ เราเชื่อว่าสามีก็ไม่อยากทำแบบนั้น
เราสองคนบอกลาน้อง ก่อนที่จะให้พี่หมอเข้ามาฉีดยาหยุดการหายใจ
แล้วพี่หมอก็ถามว่าจะเอาน้องกลับมั้ย เราบอกเอากลับ พี่หมอก็ห่อผ้าให้น้องใส่กระเป๋าแมวอย่างดี
เรานั่งรถกลับบ้านมาร้องไห้กันตลอดทาง สามีขอโทษที่ไม่สามรถดูแลน้องให้อยู่ต่อได้ ยิ่งเราร้องไห้ เขายิ่งรู้สึกผิด
แต่เราบอกเขาว่า ไม่เป็นไร ยูทำดีที่สุดแล้ว ยูเอาเค้ามาเลี้ยงก็ถือว่าดีที่สุดแล้ว จากโรงนาสู่บ้านสวนน่ารักๆแบบนี้
{สามีเอาน้องมาจากเพื่อนเค้าอีกทีนึง บ้านเพื่อนเค้าเป็นเหมือนโรงนา แล้วแมวบ้านเค้าคลอดลูก เค้าเลี้ยงไม่ไหวเยอะเกิน สามีก็เลยไปรับมาสองตัว แล้วก็บอกกับเด็กๆว่า เดี๋ยวจะดูแลเด็กๆให้ชีวิตดีขึ้นนะ จะให้น้ำ ให้ขนม ให้อาหารอย่างดี ให้อยู่บ้านดีๆ ทำให้เค้าเสียใจมาก เพราะเพิ่งอยู่ด้วยกันปีนึงเอง}
พอกลับมาถึงบ้านเราก็คุยกันจะขุดหลุมฝังน้องไว้โซนหลังสวน แต่ก่อนจะเอาน้องไปฝังก็จะให้น้องสาวนั่นคือเจ้ากาก้ามาร่ำลากันก่อน แล้วกาก้าก็เหมือนจะรู้เรื่อง น้องก็วิ่งไปวิ่งมา แล้วก็วิ่งมาที่พี่ชาย มาดมๆแปบนึงแล้วก็เดินออกไป
ถึงเวลาที่เราสองคนจะต้องร่ำลากับส้มครั้งสุดท้าย บอกลูกว่า หลับให้สบายนะ อย่าโกรธมามี๊กับแด้ดดี้นะที่ต้องทำแบบนี้ เราสองคนขอโทษ กลับไปอยู่ดาวแมวนะ ไว้ว่างๆก็มาหามามี๊ในฝันบ้าง
(ปล. เราสองคนมานั่งเปิดกล้องที่บ้านดูย้อนหลัง เห็นว่าน้องเดินออกมาจากทุ่งหญ้าข้างบ้าน เดินกะเผลกๆมา แล้วเข้าประตูแมวทางครัว แล้วพยายามเดินขึ้นบันได เพราะรู้ว่าเราอยู่ข้างบน ขึ้นไปได้สองขั้นก็หยุดแล้วร้องครวญครางออกมา เรามานั่งคิดดู ลูกคงเจ็บมากๆ แต่ก็พยายามพาตัวเองกลับมาถึงบ้าน มาถึงเซฟโซนที่เราอยู่ด้วย เค้ารู้ว่าเราจะดูแลเค้าได้ อย่างน้อยในช่วงเวลาสุดท้าย เราสองคนก็อยู่กับส้มตลอด กอดส้มและบอกส้มว่าไม่เป็นไรนะ มามี๊กับอด้ดี้อยู่ตรงนี้แล้ว….. แต่สุดท้าย เราก็ช่วยส้มไว้ไม่ได้อยู่ดี )
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
นั่งพิมพ์ไปก็ร้องไห้ไป เราว่าทุกคนที่เลี้ยงแมว หรือมีสัตว์เลี้ยงคงเข้าใจดีมากๆ ส่วนเรานี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่มีสัตย์เลี้ยงแบบอยู่ด้วยกันผูกพันกันแบบนี้ เราไม่เคยเลี้ยงอะไรแบบนี้ ไม่เคยสูญเสียสิ่งที่รักและผูกพันแบบนี้ มันเป็นอะไรที่หนักสำหรับเรามาก วันนี้เราเช้าใจแล้วว่าการสูญเสียมันเป็นยังไง...
วันนี้เราเลยรวบรวมพลังที่มีทั้งหมดมานั่งพิมพ์มาแชร์ความรู้สึกของการสูญเสียแมวซึ่งเป็นที่รักที่สุดไป และถ้าครั้งต่อไปที่เราโพสกระทู้อีกก็จะไม่มีเจ้าส้มอีกแล้ว เราแค่อยากให้พี่ๆแม่ๆพ่อๆในบ้านบลูรับรู้ว่าเจ้าส้มหายไปไหน เจ้าส้มกลับไปอยู่ดาวแมวแล้วค่ะ
ถ้าบ้านไหนมีลูกๆกลับไปอยู่ดาวแมวแล้ว เราขอฝากเจ้าส้มโกโก้ไว้เป็นเพื่อนใหม่บนดาวแมวด้วยนะ (ไม่ต้องห่วงค่ะ ส้มฟังภาษาไทยรู้เรื่อง แม่พูดไทยกับส้มบ่อย ส้มเป็นแมวหลายภาษาค่ะ ^^)
สุดท้ายนี้ เราขอรวบรวมรูปน่ารักๆของเจ้าส้มมาฝาก เก็บไว้ชมกันค่ะ
- ตอนส้มเด็กๆ -
-เด็กๆชอบไปเฝ้าแม่ในห้องน้ำ-
-หิมะแรก และสุดท้ายของส้ม-
-สองพี่น้องเค้าคุยกันวันหิมะตกหนัก-
-เค้าชอบนอนดูทีวีบนโซฟา-
-ส้มขี้อ้อนมากๆ ก่อนนอนทุกคืน ส้มจะมานอนด้วยให้กอดแปบนึงแล้วกลับไปนอนที่ของตัวเอง-