ส่วนตัวพิจารณาความรู้สึกทั้งร่างกายต่อลมหายใจ แบบไตรลักษณ์ ไม่ใช่เน้นเพื่อจดจ่อสติที่ปลายจมูกให้อยู่ปัจจุบันขณะ คือจากประสบการณ์ออกจากสมาธิ ก็มีสติสมาธิต่อ แต่ไม่ยั่งยืนเท่าไร
ฝึกอรูปฌานครึ่งกำลังแบบหลวงพ่อปู่ฤาษีลิงดำ ที่ท่านสอนให้เข้าออกแบบไตรลักษณ์ ก็ลิ้มรสฌานจนเข้าใจว่า มีสัญญาก็ไม่ใช่ ไม่มีสัญญาก็ไม่ได้ มีลักษณะแบบใด
อันนี้มีหลายการตีความที่เกิดขึ้นแต่หลักๆของผมคือ “มีสติจดจ่อในปัจจุบันการอโนปทานปัจจุบันขณะ” คือเอาสภาวะการดับของความคิด ความรู้สึก มาเป็นปัจจุบันขณะ ไม่คิดย้อนหลังไปอดีต ไปคิดเลยหน้าไปอนาคต
ปรากฏว่ายิ่งพิจารณาไตรลักษณ์ พอสมถฯ ผลมันก็เกิดความสงบเอง โดยไม่ต้องดึงดัน -> เข้าใจว่าตัวเองคงเป็นสายวิปัสสนาสมถฯ เน้นวิปัสสนาฯก่อนสมถฯ
มีใครสายเดียวกับผม หรือคนละสายบ้างครับ
สมถฯกันจนลืมวิปัสสนาฯหรือเปล่า?
ฝึกอรูปฌานครึ่งกำลังแบบหลวงพ่อปู่ฤาษีลิงดำ ที่ท่านสอนให้เข้าออกแบบไตรลักษณ์ ก็ลิ้มรสฌานจนเข้าใจว่า มีสัญญาก็ไม่ใช่ ไม่มีสัญญาก็ไม่ได้ มีลักษณะแบบใด
อันนี้มีหลายการตีความที่เกิดขึ้นแต่หลักๆของผมคือ “มีสติจดจ่อในปัจจุบันการอโนปทานปัจจุบันขณะ” คือเอาสภาวะการดับของความคิด ความรู้สึก มาเป็นปัจจุบันขณะ ไม่คิดย้อนหลังไปอดีต ไปคิดเลยหน้าไปอนาคต
ปรากฏว่ายิ่งพิจารณาไตรลักษณ์ พอสมถฯ ผลมันก็เกิดความสงบเอง โดยไม่ต้องดึงดัน -> เข้าใจว่าตัวเองคงเป็นสายวิปัสสนาสมถฯ เน้นวิปัสสนาฯก่อนสมถฯ
มีใครสายเดียวกับผม หรือคนละสายบ้างครับ