นายพัชรินทร์ เทพวงศ์ ชาวประมงพื้นบ้านในพื้นที่ตำบลเวียง อำเภอเมืองพะเยา เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมาได้ออกหาสัตว์น้ำในกว๊านพะเยาเป็นประจำ โดยใช้ลอบดักกุ้งฝอยเช่นเดิม แต่กลับพบว่ากุ้งที่ติดลอบส่วนใหญ่กลายเป็นกุ้งก้ามแดง ขณะที่กุ้งฝอยที่เคยจับได้จำนวนมากกลับลดลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้เกิดคำถามว่าการเพิ่มขึ้นของกุ้งชนิดนี้กำลังส่งผลต่อสัตว์น้ำพื้นถิ่นหรือไม่
จากการตรวจสอบของสำนักงานประมงจังหวัดพะเยา พบว่าชาวประมงรายดังกล่าววางลอบประมาณ 15-20 ลูกแบบค้างคืน และสามารถจับกุ้งก้ามแดงได้เฉลี่ยวันละ 1.5-2 กิโลกรัม หรือประมาณ 15-20 ตัวต่อกิโลกรัม โดยจำหน่ายได้ในราคากิโลกรัมละ 200-250 บาท ขณะที่ชาวประมงรายอื่นในพื้นที่ยังพบเพียงประปราย
แม้ในระยะสั้น การจับกุ้งก้ามแดงอาจสร้างรายได้เสริมให้ชาวประมง แต่สิ่งที่หลายฝ่ายกำลังกังวลคือผลกระทบต่อระบบนิเวศในระยะยาว เนื่องจากกุ้งก้ามแดงจัดเป็นสัตว์น้ำต่างถิ่นที่มีความสามารถในการปรับตัวสูง เจริญเติบโตเร็ว และกินอาหารได้หลากหลาย ตั้งแต่พืชน้ำ สัตว์น้ำขนาดเล็ก ไข่ปลา ลูกปลา ลูกกบ หอยน้ำจืด แมลงน้ำ ไปจนถึงซากอินทรีย์วัตถุ
คุณสมบัติดังกล่าวทำให้กุ้งก้ามแดงกลายเป็นคู่แข่งสำคัญของสัตว์น้ำพื้นถิ่น โดยเฉพาะกุ้งฝอยและสัตว์หน้าดินที่เป็นฐานสำคัญของห่วงโซ่อาหารในกว๊านพะเยา หากประชากรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว อาจส่งผลให้สัตว์น้ำขนาดเล็กหลายชนิดลดจำนวนลง ซึ่งจะส่งผลต่อเนื่องไปยังปลาเศรษฐกิจและสัตว์น้ำชนิดอื่นที่อาศัยแหล่งอาหารเดียวกัน
นอกจากนี้ กุ้งก้ามแดงยังมีพฤติกรรมขุดรูตามตลิ่งและพื้นที่ชายน้ำเพื่อหลบซ่อนตัวและวางไข่ หลายประเทศพบว่าการแพร่กระจายของกุ้งเครย์ฟิชสามารถส่งผลต่อโครงสร้างของแหล่งน้ำธรรมชาติ เกิดการพังทลายของตลิ่ง และเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมของสัตว์น้ำพื้นถิ่นได้ในระยะยาว
สำหรับกว๊านพะเยา ซึ่งเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำขนาดใหญ่และเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำสำคัญของจังหวัด ความเปลี่ยนแปลงอาจไม่ได้เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน แต่จะค่อย ๆ สะท้อนผ่านการลดลงของความหลากหลายทางชีวภาพ การเปลี่ยนแปลงชนิดสัตว์น้ำที่พบในพื้นที่ และผลผลิตประมงพื้นบ้านที่อาจลดลงในอนาคต
สำนักงานประมงจังหวัดพะเยาระบุว่า จังหวัดมีมาตรการควบคุมการเพาะเลี้ยงกุ้งก้ามแดงมาตั้งแต่ปี 2559 โดยมีการกำหนดเขตเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำควบคุมและตรวจสอบฟาร์มอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลล่าสุดพบว่าจากผู้แจ้งประกอบกิจการเพาะเลี้ยงกุ้งก้ามแดงจำนวน 550 ราย ปัจจุบันเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับการรับรองเพียง 1 ราย ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด
เบื้องต้น สำนักงานประมงจังหวัดพะเยาคาดว่ากุ้งก้ามแดงที่พบในกว๊านพะเยาอาจมีสาเหตุมาจากการที่ประชาชนนำสัตว์น้ำดังกล่าวมาเลี้ยงเป็นสัตว์น้ำสวยงาม ก่อนปล่อยลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ จนสามารถปรับตัวและขยายพันธุ์ได้ในบางพื้นที่
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่เพียงจำนวนกุ้งก้ามแดงที่จับได้ในวันนี้ แต่คือคำถามว่าประชากรกุ้งชนิดนี้มีจำนวนมากเพียงใด กระจายตัวอยู่ในพื้นที่ใด และกำลังส่งผลต่อสัตว์น้ำพื้นถิ่นมากน้อยแค่ไหน เพราะบทเรียนจากหลายประเทศชี้ให้เห็นว่า เมื่อสัตว์น้ำต่างถิ่นสามารถตั้งประชากรในธรรมชาติได้สำเร็จ การกำจัดให้หมดแทบเป็นไปไม่ได้
กว๊านพะเยาไม่ได้เป็นเพียงแหล่งน้ำธรรมชาติ แต่เป็นทั้งแหล่งอาหาร แหล่งรายได้ และระบบนิเวศสำคัญของจังหวัด การเฝ้าระวังสถานการณ์กุ้งก้ามแดงในวันนี้ จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของชาวประมงหรือหน่วยงานรัฐเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของอนาคตกว๊านพะเยาทั้งระบบ ว่าจะสามารถรักษาความสมดุลของธรรมชาติและความอุดมสมบูรณ์ไว้ได้มากน้อยเพียงใดในวันข้างหน้า
>>>>>>>>
รายงาน : พะเยาทีวี
ข้อมูลข่าว : ศาสนพล พรหมเสน
กุ้งเครย์ฟิช ใครเคยชิมแล้วบ้าง อร่อยมั๊ย รสชาติเป็นไงฮะ