“พริษฐ์” สรุป 9 ประเด็นสำคัญคดีฮั้ว สว. ที่ กกต. ยังไม่มีคำตอบ และตอบไม่ได้
https://www.thairath.co.th/news/politic/2940602
.

.
“พริษฐ์” สรุป 9 ประเด็นสำคัญคดีฮั้ว สว. ที่ กกต. ยังไม่มีคำตอบ และตอบไม่ได้ ยืนยันกมธ.องค์กรอิสระ จะทำหนังสือขอข้อมูลจากทาง กกต. อีกครั้ง ให้ตอบคำถามสำคัญเหล่านี้
.
วันที่ 19 มิ.ย. 2569 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เปิดเผยรายละเอียดการประชุมเรื่อง “คดีฮั้ว สว.” ร่วมกับคณะกรรมาธิการ (กมธ.) องค์กรอิสระฯ ร่วมกับตัวแทนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2569 เพื่อตรวจสอบและเสนอแนะการทำหน้าที่ของ กกต. ในคดี “ฮั้ว สว.” โดยสรุปเป็น 9 ประเด็นสำคัญ ดังนี้
.
1. ประเด็นหลักที่ตรวจสอบคือ การเปรียบเทียบการทำหน้าที่ระหว่าง 2 คณะ ที่มีมติสวนทางกัน ระหว่างคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 ที่เสนอให้ กกต. มีมติสั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหา 229 คน ไปที่ศาล กับคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง (คณะอนุวินิจฉัยฯ) ชุดที่ 36 ที่เสนอให้ กกต. ยกคำร้องผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คน ให้ไปไม่ถึงศาล
.
2. รายละเอียดการทำงานของคณะไต่สวนชุดที่ 26 ซึ่งมีมติให้สั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาในคดีฮั้ว สว. 229 คน ตัวแทน กกต. ได้ชี้แจงว่า
- องค์ประกอบ: กรรมการประกอบด้วยตัวแทนจากเจ้าหน้าที่ กกต. และ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI)
- ระยะเวลาพิจารณา: ใช้เวลาพิจารณาทั้งหมด 120 วัน โดยประชุมทุกวัน หรือแทบทุกวัน
- รายละเอียดการพิจารณา: มีเอกสารประกอบทั้งหมดประมาณ 90,000 หน้า เป็นความเห็นกรรมการราว 1,000 หน้า และมีการสอบพยานหลักร้อยคน
.
3. ส่วนรายละเอียดการทำงานของอนุวินิจฉัยฯ ชุดที่ 36 ซึ่งมีมติยกคำร้องผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คน ตัวแทน กกต. ได้ชี้แจงว่า
- องค์ประกอบ: อนุกรรมการประกอบไปด้วย 7 คน ซึ่งแต่ละคนถูกเสนอโดยกรรมการ กกต. แต่ละคน
- ระยะเวลาพิจารณา: ตัวแทน กกต. ที่มาชี้แจงว่าไม่ทราบข้อมูล
- รายละเอียดการพิจารณา: ตัวแทน กกต. ที่มาชี้แจงว่าไม่ทราบข้อมูลอีกเช่นกัน
.
4. ข้อพิรุธเรื่องการตั้งอนุวินิจฉัยฯ ชุดที่ 36 เป็นประเด็นที่ต้องตรวจสอบเชิงลึก เนื่องจาก
.
- ได้รับการยืนยันว่า โดยปกติแล้ว กกต. จะมีอนุวินิจฉัยฯ อยู่แล้ว 35 ชุด โดยในการกลั่นกรองแต่ละคดีจะใช้วิธีสุ่มหรือเวียนว่าใช้อนุวินิจฉัยฯ ชุดไหน จะไปรับผิดชอบคดีใด เพื่อไม่ให้เกิดการ ‘ล็อก’ คนที่ไปพิจารณาคดีต่างๆ แต่ในกรณีคดีฮั้ว สว. มีการยืนยันว่า กกต. ได้ตั้งอนุวินิจฉัยฯ ชุดที่ 36 ขึ้นมาเป็นกรณีเฉพาะ ซึ่งทาง กมธ. จะทำหนังสือตามไปเพื่อขอรายชื่อคดีทั้งหมดก่อนหน้า ที่มีการตั้งอนุวินิจฉัยฯ ชุดพิเศษเป็นการเฉพาะในลักษณะนี้ โดยนับตั้งแต่รัฐธรรมนูญ 2560 เริ่มบังคับใช้
.
- มีการยืนยันว่า รายชื่ออนุกรรมการ 7 คน ของคณะอนุวินิจฉัยฯ ชุดที่ 36 ไม่ได้มีแค่คนที่เป็นอนุกรรมการอยู่ใน 35 ชุด ที่ถูกเลือกมาอยู่ในชุดที่ 36 แต่ยังมี ‘คนนอก’ ที่ไม่ได้ทำงานอยู่ในอนุวินิจฉัยฯ 35 ชุดเลย แต่ถูกดึงมาอยู่ในชุดที่ 36 โดยเฉพาะ ซึ่งตัวแทน กกต. ให้ข้อมูลว่า จำตัวเลขไม่ได้ว่ามีคนนอกกี่คนจาก 7 คน
.
5. นอกจากความเห็นของคณะไต่สวนชุดที่ 26 และอนุวินิจฉัยฯ ชุดที่ 36 แล้ว ยังได้รับแจ้งว่า คณะกรรมการ กกต. ที่พิจารณาคดีนี้อยู่ ยังมีความเห็นของ ‘เลขาธิการ กกต.’ ซึ่ง กกต. ชี้แจงว่าไม่ใช่ความเห็นของ แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. แต่เป็นความเห็นของ “องค์คณะรองเลขาฯ ที่รับผิดชอบสำนวน”
หรือพูดง่ายๆ คือ คณะกรรมการ กกต. สำหรับผู้ถูกกล่าวหาแต่ละคน จะมี 3 ความเห็นคือ (1) คณะไต่สวนชุดที่ 26 เห็นว่าควรฟ้องหรือยกฟ้อง (2) เลขาธิการ กกต. เห็นว่าควรฟ้องหรือยกฟ้อง (3) อนุวินิจฉัยฯ ชุดที่ 36 เห็นว่าควรฟ้องหรือยกฟ้อง
.
6. หลักฐานที่อยู่ในสำนวนของคณะไต่สวนชุดที่ 26 ที่กำลังถูกพิจารณาโดย กกต. ทางตัวแทน กกต. เลือกที่จะไม่ตอบคำถามผมว่ามีหลักฐานประเภทใดอยู่บ้าง เช่น การวิเคราะห์สถิติการลงคะแนน โพยจัดตั้ง หลักฐานการนัดหมาย หลักฐานการจ่ายค่าเดินทาง แต่ยืนยันว่าหลักฐานมีความหลากหลาย
.
7. ส่วนหลักฐานในคลิปที่ได้เผยแพร่เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของ นายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ หนึ่งในคณะกรรมการ กกต. และการเก็บเอกสารจาก นายมงคล สุระสัจจะ ซึ่งต่อมาเป็นประธานวุฒิสภา
- ตัวแทน กกต. เลือกที่จะไม่ตอบคำถามว่า หลักฐานที่เกี่ยวข้องกับคลิปดังกล่าวอยู่ในสำนวนที่ กกต. กำลังพิจารณาอยู่หรือไม่
- โดย กกต. ตอบเพียงแค่ว่า หลักฐานหรือประเด็นในคลิปนี้จะมีอยู่ในสำนวนที่เคยมีคำร้องในประเด็นดังกล่าว ซึ่งคาดว่าเป็นคำร้องเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. แต่ไม่ได้ตอบว่าเป็นส่วนหนึ่งของหลักฐานที่กำลังถูกพิจารณาโดย กกต. ในคดีฮั้ว สว. ณ เวลานี้หรือไม่
.
8. การเผยแพร่คลิปจากวันเลือก สว. ทางตัวแทน กกต. ยืนยันว่า กกต. มีอำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (พ.ร.ป. เลือก สว.) ในการบันทึกคลิปการเลือก สว. ทุกระดับอยู่แล้ว และยังให้ข้อมูลที่น่าสนใจว่า บางกรณีในอดีตมีความเข้าใจคลาดเคลื่อน กกต. จึงเผยแพร่บางส่วนของคลิปดังกล่าวเพื่อให้เกิดความชัดเจนกับสังคม
ดังนั้น ในเมื่อ กกต. มีคลิปการเลือก สว. ทั้งหมดอยู่ในมือ ทาง กกต. ก็สามารถเลือกที่จะเผยแพร่ทั้งหมดหรือบางส่วนของคลิปดังกล่าวได้ เพื่อไขข้อสงสัยของสังคมว่ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้างในวันดังกล่าว
.
9. หลังจากนี้ คณะกรรมการ กกต. จะต้องมีมติภายใน 90 วันหลังจากการพิจารณานัดแรก ซึ่งจะครบ 90 วันช่วงเดือนกันยายน 2569 ว่าจะสั่งฟ้องใครบ้าง หรือยกคำร้องใครบ้าง แต่สิ่งที่น่ากังวลคือหากมีการยกคำร้องใคร เอกสารที่ กกต. ยืนยันกับ กมธ. ว่าจะเผยแพร่ต่อสาธารณะ จะมีเพียง “คำวินิจฉัย” ถึงเหตุผลในการยกคำร้องบุคคลดังกล่าว ซึ่งอาจเป็นเพียงคำอธิบายสั้นๆ 3-4 ย่อหน้า ว่า “พยานหลักฐานไม่เพียงพอ” โดยไม่มีการเผยแพร่ผลการตรวจสอบหรือข้อเท็จจริงในคดีโดยละเอียด
.
ทั้งนี้ทาง กมธ. จะทำหนังสือขอข้อมูลจากทาง กกต. อีกครั้ง เพื่อขอคำตอบและเอกสารในหลายประเด็นที่ยังไม่ได้รับคำชี้แจง
.
.
ตุลาการศาลรธน. ชี้ เลือกตั้งสสร.ไม่ขัดคำวินิจฉัย พริษฐ์ จ่อหารือพรรค ปรับปรุงร่างแก้รธน.
https://www.matichon.co.th/politics/news_5768749
.
กมธ.พัฒนาการเมือง สภา หารือตุลาการศาล รธน. ขอแนวทางทำรัฐธรรมนูญใหม่ “นรเศรษฐ์” เผยคำตุลาการ จัดเลือกตั้ง ส.ส.ร.ไม่ขัด กม.
.
เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา นำโดย นาย
นรเศรษฐ์ ปรัชญากร ประธานคณะกรรมาธิการ พร้อมด้วย คณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร นำโดย นาย
วาโย อัศวรุ่งเรือง ประธานคณะกรรมาธิการ รวมถึงตัวแทนพรรคการเมือง อาทิ นาย
พริษฐ์ วัชรสินธุ ประธานวิปฝ่ายค้าน และ นาย
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เข้าหารือตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอความชัดเจนเกี่ยวกับคำวินิจฉัยที่ 18/2568 ในประเด็นการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
.
โดยนาย
นรเศรษฐ์กล่าวภายหลังการหารือว่า การเข้าหารือครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อทำความเข้าใจถ้อยคำในคำวินิจฉัยที่ระบุว่า “
รัฐสภาไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรง” ซึ่งเป็นประเด็นที่ถูกหยิบยกเป็นข้อถกเถียงมาตั้งแต่ช่วงความพยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญในปีที่ผ่านมา โดยสังคมต้องการทราบขอบเขตการมีส่วนร่วมของประชาชนตามแนวทางที่ศาลรัฐธรรมนูญเห็นชอบ
.
ทั้งนี้ จากการหารือ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้ให้ความเห็นว่า การจัดให้มีการเลือกตั้งเพื่อให้ได้มาซึ่งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ไม่ได้เป็นประเด็นที่ขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่ข้อจำกัดอยู่ที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญไม่ควรมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน อย่างไรก็ตาม หากมีสภาหรือองค์กรที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนทำหน้าที่คัดเลือกคณะกรรมาธิการยกร่างอีกทอดหนึ่ง ก็สามารถดำเนินการได้
.
ด้าน นาย
พริษฐ์ วัชรสินธุ ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า จากคำอธิบายของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ทำให้เห็นชัดเจนว่าสิ่งที่ไม่สามารถทำได้ คือการให้ประชาชนเลือกคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญโดยตรง แต่ไม่ได้หมายความว่าประชาชนจะไม่สามารถเลือก ส.ส.ร.ได้ ดังนั้น หากออกแบบให้ ส.ส.ร. ซึ่งมาจากการเลือกตั้งของประชาชน เป็นผู้คัดเลือกคณะกรรมาธิการยกร่างและพิจารณาให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ ก็ถือว่าอยู่ภายใต้กรอบคำวินิจฉัย
.
นาย
พริษฐ์กล่าวว่า พรรคประชาชนอาจนำประเด็นดังกล่าวกลับไปหารือภายในพรรค เพื่อพิจารณาปรับปรุงร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ได้ยื่นไว้ก่อนหน้านี้ โดยยืนยันจุดยืนเดิมที่ต้องการให้ ส.ส.ร.มาจากการเลือกตั้งของประชาชน 100 เปอร์เซ็นต์ หลังได้รับความชัดเจนว่าคำวินิจฉัยไม่ได้ห้ามการดำเนินการในลักษณะดังกล่าว
.
ขณะที่ นาย
นรเศรษฐ์กล่าวว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของสมาชิกวุฒิสภาไม่ได้ขัดกับแนวทางที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญอธิบายในวันนี้ เนื่องจากกำหนดให้มี “
สภาการมีส่วนร่วมของประชาชน” จำนวน 200 คน ซึ่งมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน และทำหน้าที่กำกับดูแลกระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนคณะกรรมาธิการยกร่างจำนวน 35 คน จะมาจากการคัดเลือกของรัฐสภา ก่อนเสนอให้สภาการมีส่วนร่วมของประชาชนรับรองอีกชั้นหนึ่ง
.
สำหรับตุลาการที่เข้าร่วมการหารือ ประกอบด้วย นาย
นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ นาย
อุดม สิทธิวิรัชธรรม และนาย
สราวุธ ทรงศิวิไล โดยนาย
นรเศรษฐ์ย้ำว่า แม้ความเห็นที่ได้รับจะไม่ใช่คำวินิจฉัยอย่างเป็นทางการขององค์คณะตุลาการ แต่ถือเป็นคำอธิบายที่ช่วยให้สังคมและฝ่ายการเมืองเข้าใจขอบเขต.
.
.
ภาวุธ แจงแล้ว ที่มาเงิน 28 ล้าน ยันไม่เกี่ยวแก๊งสแกมเมอร์ โต้ดีเอสไอ ข้อมูลคลาดเคลื่อน
https://www.matichon.co.th/politics/news_5769089
.
ภาวุธ แจงแล้ว ที่มาเงิน 28 ล้าน ไม่เกี่ยวแก๊งสแกมเมอร์ โต้ดีเอสไอ ข้อมูลคลาดเคลื่อน
.
เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน นาย
ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้โพสต์ชี้แจง กรณีดีเอสไอพาดพิงว่า
.
มีบัญชีเชื่อมโยงกับเพย์เมนต์ เกตเวย์ของ ฟอเร็กซ์ ทั้งยังระบุว่า มีเงินโอนเข้าบัญชี 28 ล้านบาทว่า จากการเเถลงโดย DSI เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. 2569 เวลา 11.00 น. ผมขอชี้แจง ดังนี้ครับ
.
ก่อนเข้ามาทำงานการเมือง ผมเคยประกอบธุรกิจหลากหลาย เช่น การค้าออนไลน์, ระบบชำระเงินออนไลน์, และ Technology Provider อีกมากมาย อีกทั้ง ยังเป็นที่ปรึกษาให้กับธุรกิจหลากหลายประเภท ซึ่งลูกค้าย่อมมีทั้งบริษัทในประเทศ และบริษัทที่จดทะเบียนในต่างประเทศ ตามธรรมชาติของธุรกิจออนไลน์
.
อย่างไรก็ดีก่อนที่จะเข้ามาทำงานการเมืองเต็มตัว สำหรับบริษัทที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวนี้ ผมได้ออกจากการเป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นทั้งหมดแล้ว
.
ดังนั้น ในส่วนของบริษัทที่ถูกอ้างถึง ผมไม่สามารถให้ความเห็นใดๆ ได้ เนื่องจากผมไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทดังกล่าวแล้ว
.
ข้อเท็จจริงเรื่องเงินจำนวน 28 ล้านบาท ที่เข้ามาสู่บัญชีธนาคารของผม ผมขอชี้แจง ดังนี้
JJNY : 5in1 “พริษฐ์” สรุป 9 ประเด็น│พริษฐ์จ่อหารือ ปรับร่างแก้รธน.│ภาวุธโต้ดีเอสไอ│อัด DSI แถลงใหญ่│อีโบลายังระบาดหนัก
https://www.thairath.co.th/news/politic/2940602
.
.
.
ตุลาการศาลรธน. ชี้ เลือกตั้งสสร.ไม่ขัดคำวินิจฉัย พริษฐ์ จ่อหารือพรรค ปรับปรุงร่างแก้รธน.
https://www.matichon.co.th/politics/news_5768749
.
กมธ.พัฒนาการเมือง สภา หารือตุลาการศาล รธน. ขอแนวทางทำรัฐธรรมนูญใหม่ “นรเศรษฐ์” เผยคำตุลาการ จัดเลือกตั้ง ส.ส.ร.ไม่ขัด กม.
.
เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา นำโดย นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ประธานคณะกรรมาธิการ พร้อมด้วย คณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร นำโดย นายวาโย อัศวรุ่งเรือง ประธานคณะกรรมาธิการ รวมถึงตัวแทนพรรคการเมือง อาทิ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ประธานวิปฝ่ายค้าน และ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เข้าหารือตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอความชัดเจนเกี่ยวกับคำวินิจฉัยที่ 18/2568 ในประเด็นการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
.
โดยนายนรเศรษฐ์กล่าวภายหลังการหารือว่า การเข้าหารือครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อทำความเข้าใจถ้อยคำในคำวินิจฉัยที่ระบุว่า “รัฐสภาไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรง” ซึ่งเป็นประเด็นที่ถูกหยิบยกเป็นข้อถกเถียงมาตั้งแต่ช่วงความพยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญในปีที่ผ่านมา โดยสังคมต้องการทราบขอบเขตการมีส่วนร่วมของประชาชนตามแนวทางที่ศาลรัฐธรรมนูญเห็นชอบ
.
ทั้งนี้ จากการหารือ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้ให้ความเห็นว่า การจัดให้มีการเลือกตั้งเพื่อให้ได้มาซึ่งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ไม่ได้เป็นประเด็นที่ขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่ข้อจำกัดอยู่ที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญไม่ควรมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน อย่างไรก็ตาม หากมีสภาหรือองค์กรที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนทำหน้าที่คัดเลือกคณะกรรมาธิการยกร่างอีกทอดหนึ่ง ก็สามารถดำเนินการได้
.
ด้าน นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า จากคำอธิบายของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ทำให้เห็นชัดเจนว่าสิ่งที่ไม่สามารถทำได้ คือการให้ประชาชนเลือกคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญโดยตรง แต่ไม่ได้หมายความว่าประชาชนจะไม่สามารถเลือก ส.ส.ร.ได้ ดังนั้น หากออกแบบให้ ส.ส.ร. ซึ่งมาจากการเลือกตั้งของประชาชน เป็นผู้คัดเลือกคณะกรรมาธิการยกร่างและพิจารณาให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ ก็ถือว่าอยู่ภายใต้กรอบคำวินิจฉัย
.
นายพริษฐ์กล่าวว่า พรรคประชาชนอาจนำประเด็นดังกล่าวกลับไปหารือภายในพรรค เพื่อพิจารณาปรับปรุงร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ได้ยื่นไว้ก่อนหน้านี้ โดยยืนยันจุดยืนเดิมที่ต้องการให้ ส.ส.ร.มาจากการเลือกตั้งของประชาชน 100 เปอร์เซ็นต์ หลังได้รับความชัดเจนว่าคำวินิจฉัยไม่ได้ห้ามการดำเนินการในลักษณะดังกล่าว
.
ขณะที่ นายนรเศรษฐ์กล่าวว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของสมาชิกวุฒิสภาไม่ได้ขัดกับแนวทางที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญอธิบายในวันนี้ เนื่องจากกำหนดให้มี “สภาการมีส่วนร่วมของประชาชน” จำนวน 200 คน ซึ่งมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน และทำหน้าที่กำกับดูแลกระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนคณะกรรมาธิการยกร่างจำนวน 35 คน จะมาจากการคัดเลือกของรัฐสภา ก่อนเสนอให้สภาการมีส่วนร่วมของประชาชนรับรองอีกชั้นหนึ่ง
.
สำหรับตุลาการที่เข้าร่วมการหารือ ประกอบด้วย นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม และนายสราวุธ ทรงศิวิไล โดยนายนรเศรษฐ์ย้ำว่า แม้ความเห็นที่ได้รับจะไม่ใช่คำวินิจฉัยอย่างเป็นทางการขององค์คณะตุลาการ แต่ถือเป็นคำอธิบายที่ช่วยให้สังคมและฝ่ายการเมืองเข้าใจขอบเขต.
.
.
ภาวุธ แจงแล้ว ที่มาเงิน 28 ล้าน ยันไม่เกี่ยวแก๊งสแกมเมอร์ โต้ดีเอสไอ ข้อมูลคลาดเคลื่อน
https://www.matichon.co.th/politics/news_5769089
.
ภาวุธ แจงแล้ว ที่มาเงิน 28 ล้าน ไม่เกี่ยวแก๊งสแกมเมอร์ โต้ดีเอสไอ ข้อมูลคลาดเคลื่อน
.
เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้โพสต์ชี้แจง กรณีดีเอสไอพาดพิงว่า
.
มีบัญชีเชื่อมโยงกับเพย์เมนต์ เกตเวย์ของ ฟอเร็กซ์ ทั้งยังระบุว่า มีเงินโอนเข้าบัญชี 28 ล้านบาทว่า จากการเเถลงโดย DSI เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. 2569 เวลา 11.00 น. ผมขอชี้แจง ดังนี้ครับ
.
ก่อนเข้ามาทำงานการเมือง ผมเคยประกอบธุรกิจหลากหลาย เช่น การค้าออนไลน์, ระบบชำระเงินออนไลน์, และ Technology Provider อีกมากมาย อีกทั้ง ยังเป็นที่ปรึกษาให้กับธุรกิจหลากหลายประเภท ซึ่งลูกค้าย่อมมีทั้งบริษัทในประเทศ และบริษัทที่จดทะเบียนในต่างประเทศ ตามธรรมชาติของธุรกิจออนไลน์
.
อย่างไรก็ดีก่อนที่จะเข้ามาทำงานการเมืองเต็มตัว สำหรับบริษัทที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวนี้ ผมได้ออกจากการเป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นทั้งหมดแล้ว
.
ดังนั้น ในส่วนของบริษัทที่ถูกอ้างถึง ผมไม่สามารถให้ความเห็นใดๆ ได้ เนื่องจากผมไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทดังกล่าวแล้ว
.
ข้อเท็จจริงเรื่องเงินจำนวน 28 ล้านบาท ที่เข้ามาสู่บัญชีธนาคารของผม ผมขอชี้แจง ดังนี้