ยกทองคำทั้งแผ่นดินตอบแทนพ่อแม่ อาจยังไม่ใช่การตอบแทนอันประเสริฐ

กระทู้สนทนา

....
บางคำสอนในพระพุทธศาสนา ฟังครั้งแรกแล้วรู้สึกหนักมากครับ
โดยเฉพาะเรื่องการตอบแทนคุณพ่อแม่
หลายคนอาจคิดว่า ถ้าเรามีเงินมากพอ ซื้อบ้านให้พ่อแม่ พาไปเที่ยว ดูแลค่ารักษา ให้ทอง ให้ที่ดิน ให้สมบัติมากมาย แบบนี้ก็น่าจะเรียกว่าตอบแทนบุญคุณได้เต็มที่แล้ว
แต่ในพระสูตร พระพุทธเจ้าตรัสไว้ลึกกว่านั้นมาก
ไม่ได้แปลว่าสิ่งของไม่สำคัญนะครับ
การดูแลพ่อแม่ให้ท่านอยู่สบาย กินอิ่ม นอนหลับ มีหมอรักษา มีบ้านอยู่ เป็นเรื่องดีมาก และเป็นสิ่งที่ลูกควรทำตามกำลัง
แต่คำถามคือ การให้พ่อแม่สบายกายอย่างเดียว เพียงพอแล้วหรือยัง
ถ้าท่านยังทุกข์ในใจ ยังกลัวแก่ ยังกลัวเจ็บ ยังกลัวตาย ยังโกรธง่าย ยังยึดติด ยังไม่มีที่พึ่งทางใจเลย เราอาจช่วยท่านได้มากกว่าการให้ทรัพย์สิน
....
พระพุทธเจ้าตรัสว่าพ่อแม่เป็นผู้ตอบแทนได้ยาก
....
ในพระสูตร พระพุทธเจ้าตรัสถึงบุคคลสองคนที่ตอบแทนได้ยาก
สองคนนั้นคือ แม่และพ่อ
พระองค์ยกภาพที่แรงมาก คือแม้ลูกจะให้แม่อยู่บนบ่าข้างหนึ่ง ให้พ่ออยู่บนบ่าอีกข้างหนึ่ง ดูแลท่านตลอด 100 ปี ทั้งนวด อาบน้ำ ปรนนิบัติ แม้ท่านจะถ่ายหนักถ่ายเบาอยู่บนบ่านั้น ก็ยังไม่ชื่อว่าตอบแทนคุณพ่อแม่ได้หมด
อ่านถึงตรงนี้แล้วอาจรู้สึกว่า ขนาดนั้นยังไม่พออีกหรือ
แต่ถ้าคิดช้า ๆ ก็พอเข้าใจได้ครับ
ตอนเราเกิดมา เราช่วยตัวเองแทบไม่ได้เลย
หิวก็ร้อง
เจ็บก็ร้อง
เดินไม่ได้
พูดไม่ได้
เอาชีวิตรอดเองไม่ได้
คนที่ประคองเราตั้งแต่ยังไม่รู้ภาษา จนค่อย ๆ โตขึ้นมาเป็นคนคนหนึ่ง ส่วนใหญ่ก็คือพ่อแม่ หรือคนที่ทำหน้าที่เลี้ยงดูเรา
นี่เป็นเหตุผลที่พระพุทธเจ้าทรงยกพ่อแม่ไว้สูงมาก
ไม่ใช่เพราะพ่อแม่ทุกคนสมบูรณ์แบบ
แต่เพราะการให้กำเนิด เลี้ยงดู และพาเด็กคนหนึ่งให้รอดมาถึงวันที่ยืนเองได้ มันเป็นภาระที่ใหญ่จริง ๆ
....
ให้ทรัพย์มากแค่ไหน ทำไมยังอาจไม่พอ
....
ลองนึกภาพลูกคนหนึ่งมีฐานะดีมาก
ซื้อบ้านให้พ่อแม่
ให้เงินใช้ทุกเดือน
พาไปหาหมอที่ดี
ซื้อของที่ท่านอยากได้
จัดหาคนดูแลให้
พาไปเที่ยวในที่ที่ท่านอยากไป
ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งดีครับ ไม่มีอะไรผิดเลย
แต่ทรัพย์สินช่วยได้บางด้านเท่านั้น
เงินช่วยให้พ่อแม่สบายขึ้นได้
แต่เงินซื้อความเข้าใจเรื่องชีวิตแทนพ่อแม่ไม่ได้
เงินซื้อบ้านได้ แต่ซื้อใจที่สงบไม่ได้
เงินซื้อยาได้ แต่ซื้อการปล่อยวางไม่ได้
เงินซื้ออาหารดี ๆ ได้ แต่ซื้อศรัทธา ศีล จาคะ และปัญญาไม่ได้
นี่คือจุดที่คำสอนของพระพุทธเจ้าลึกมาก
เพราะพระองค์ไม่ได้ปฏิเสธการดูแลทางกาย แต่ชี้ให้เห็นว่า มนุษย์ไม่ได้ทุกข์เพราะขาดของอย่างเดียว
มนุษย์ทุกข์เพราะใจด้วย
....
การตอบแทนที่พระพุทธเจ้าทรงชม
....
ในพระสูตรอีกตอนหนึ่ง พระพุทธเจ้าตรัสว่า ถ้าพ่อแม่ไม่มีศรัทธา ลูกช่วยให้ท่านตั้งอยู่ในศรัทธา
ถ้าพ่อแม่ไม่มีศีล ลูกช่วยให้ท่านตั้งอยู่ในศีล
ถ้าพ่อแม่ตระหนี่ ลูกช่วยให้ท่านตั้งอยู่ในจาคะ คือการให้และการเสียสละ
ถ้าพ่อแม่ไม่มีปัญญา ลูกช่วยให้ท่านตั้งอยู่ในปัญญา
พระองค์ตรัสว่า การทำอย่างนี้ เป็นการตอบแทนพ่อแม่อย่างยิ่ง
ถ้าแปลให้เป็นภาษาง่าย ๆ คือ ไม่ใช่แค่เลี้ยงท่านให้อิ่มท้อง แต่ช่วยให้ใจของท่านค่อย ๆ ดีขึ้น สว่างขึ้น และทุกข์น้อยลง
อันนี้ผมว่าน่าสนใจมาก
เพราะมันไม่ได้บอกว่า ลูกต้องรวยก่อนถึงจะตอบแทนพ่อแม่ได้
ลูกบางคนอาจไม่มีเงินมาก
แต่ถ้าช่วยให้พ่อแม่ใจเย็นขึ้นได้ ช่วยให้ท่านห่างจากสิ่งที่ทำให้ชีวิตร้อนขึ้นได้ ช่วยให้ท่านรู้จักให้ รู้จักปล่อย รู้จักเข้าใจชีวิตมากขึ้นได้
นั่นก็เป็นการตอบแทนที่ลึกมากแล้ว
....
ศรัทธา ไม่ใช่การบังคับให้เชื่อ
....
คำว่า ศรัทธา ในที่นี้ ผมว่าไม่ควรเข้าใจว่า ลูกต้องไปบังคับพ่อแม่ให้เชื่อตามตัวเอง
เรื่องศาสนายิ่งต้องระวัง
บางคนพอสนใจธรรมะแล้ว กลับพูดกับพ่อแม่แข็งขึ้น ชอบสอน ชอบตัดสิน ชอบบอกว่าท่านผิด
แบบนั้นอาจไม่ได้ทำให้พ่อแม่มีศรัทธา แต่อาจทำให้ท่านอึดอัดแทน
การช่วยให้พ่อแม่มีศรัทธา อาจเริ่มจากเรื่องเล็ก ๆ มากกว่า
พาไปทำบุญแบบที่ท่านสบายใจ
เปิดธรรมะที่ฟังง่าย ไม่กดดัน
ชวนท่านทำความดีตามกำลัง
ทำให้ท่านเห็นว่าธรรมะทำให้เรานุ่มนวลขึ้น
ไม่ใช่ทำให้เรากลายเป็นคนพูดแรงกว่าเดิม
บางทีพ่อแม่อาจไม่ได้ศรัทธาเพราะลูกพูดเก่ง
แต่อาจศรัทธาเพราะเห็นลูกใจเย็นขึ้น รับผิดชอบมากขึ้น พูดดีขึ้น และไม่เอาธรรมะไปข่มใคร
....
ศีล คือการช่วยให้ชีวิตไม่ร้อน
....
ถ้าพ่อแม่บางคนมีนิสัยที่ทำให้ชีวิตตัวเองเดือดร้อน เช่น ดื่มหนัก เล่นการพนัน พูดทำร้ายคนอื่น โกงเล็กโกงน้อย หรือใช้ชีวิตแบบเสี่ยงต่อปัญหา
ลูกอาจช่วยประคองให้ท่านค่อย ๆ ห่างจากสิ่งเหล่านั้น
แต่ไม่ใช่ด้วยการด่า
ไม่ใช่ด้วยการประจาน
ไม่ใช่ด้วยการพูดเหมือนเราเหนือกว่า
บางครั้งต้องใช้ความอดทนมาก ต้องค่อย ๆ พูด ค่อย ๆ ชวน ค่อย ๆ ทำให้เห็นว่า ชีวิตที่มีศีลมันเบากว่า
ศีลในมุมนี้ ไม่ใช่กฎที่เอาไว้จับผิดใคร
แต่เป็นรั้วที่กันไม่ให้ชีวิตตกลงไปในความร้อน
บางบ้าน ถ้าพ่อแม่ลดเหล้าได้ ความทุกข์ทั้งบ้านอาจลดลงมาก
บางบ้าน ถ้าพ่อแม่หยุดพูดทำร้ายกันได้ บ้านทั้งบ้านอาจน่าอยู่ขึ้น
บางบ้าน ถ้าพ่อแม่เลิกยุ่งกับการพนันได้ ชีวิตลูกหลานอาจปลอดภัยขึ้นเยอะ
นี่ก็เป็นการตอบแทนพ่อแม่เหมือนกัน
....
จาคะ คือช่วยให้ใจพ่อแม่กว้างขึ้น
....
บางคนพ่อแม่มีเงิน แต่ใจไม่ค่อยสบาย
กลัวหมด
กลัวเสียเปรียบ
กลัวคนอื่นได้ดี
ให้ใครก็เสียดาย
ทำบุญก็กลัวขาดทุน
ตรงนี้พระพุทธเจ้าพูดถึงจาคะ คือความเสียสละและการให้
จาคะไม่ได้แปลว่าต้องให้จนตัวเองลำบาก
แต่คือการฝึกใจให้คลายจากความหวงแหน
ลูกอาจชวนพ่อแม่ทำบุญเล็ก ๆ
ชวนแบ่งอาหารให้คนอื่น
ชวนช่วยคนลำบากตามกำลัง
ชวนปล่อยของบางอย่างที่เก็บไว้จนใจหนัก
ชวนให้เห็นว่า การให้ที่พอดีไม่ได้ทำให้เราจนลงเสมอไป แต่อาจทำให้ใจเราเบาขึ้น
คนที่ให้เป็น ใจจะค่อย ๆ กว้าง
คนที่ใจค่อย ๆ กว้าง ความกลัวว่าจะเสียไปทุกอย่างก็อาจเบาลง
....
ปัญญา คือของขวัญที่ลึกมาก
....
ปัญญาในทางพุทธ ไม่ใช่แค่เรียนสูง หรือจำคำสอนได้เยอะ
แต่คือการเห็นชีวิตตามจริงมากขึ้น
เห็นว่าแก่เป็นเรื่องธรรมดา
เจ็บเป็นเรื่องธรรมดา
พลัดพรากเป็นเรื่องธรรมดา
ความโกรธทำให้ใจร้อน
ความยึดติดทำให้ทุกข์
ทุกอย่างเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ
ถ้าลูกช่วยให้พ่อแม่เข้าใจเรื่องพวกนี้ได้ แม้เพียงทีละนิด ผมว่ามันเปลี่ยนบั้นปลายชีวิตของท่านได้จริง
บางคนมีเงินมาก แต่แก่แบบกลัวทุกอย่าง
บางคนมีลูกหลานเต็มบ้าน แต่ใจยังเหงา
บางคนมีบ้านใหญ่ แต่ใจยังติดอยู่กับอดีต
ถ้าธรรมะช่วยให้ท่านวางได้บ้าง ยอมรับชีวิตได้บ้าง โกรธน้อยลงบ้าง กลัวตายน้อยลงบ้าง
สิ่งนี้อาจมีค่ากว่าของแพง ๆ หลายอย่าง
....
ดูแลด้วยเงินยังจำเป็นไหม
....
จำเป็นครับ
อย่าเข้าใจผิดว่าพระพุทธเจ้าสอนให้ทิ้งการดูแลทางกาย แล้วไปพูดธรรมะอย่างเดียว
ถ้าพ่อแม่ป่วย ก็ต้องพาไปหาหมอ
ถ้าพ่อแม่ไม่มีเงินกินข้าว ก็ช่วยตามกำลัง
ถ้าพ่อแม่อยู่ลำบาก ลูกที่ดูแลได้ก็ควรดูแล
ถ้าท่านแก่แล้วทำอะไรไม่ไหว การปรนนิบัติท่านก็เป็นเรื่องงดงามมาก
เพียงแต่พระสูตรกำลังบอกว่า การตอบแทนที่สูงขึ้นไปกว่านั้น คือการช่วยพ่อแม่ทางใจด้วย
ดูแลกายให้ท่านอยู่สบาย
และถ้ามีกำลังพอ ก็ช่วยให้ใจท่านเดินไปในทางที่ดีขึ้น
....
ถ้าพ่อแม่ไม่สนใจธรรมะเลย
....
เรื่องนี้เจอบ่อยครับ
บางคนอยากให้พ่อแม่ฟังธรรม แต่พ่อแม่ไม่ชอบ
บางคนอยากให้พ่อแม่ทำบุญ แต่ท่านเฉย ๆ
บางคนพูดเรื่องศีลทีไร ท่านหงุดหงิดทุกที
ผมว่าอย่าเริ่มจากการสอน
เริ่มจากการเป็นลูกที่เย็นลงก่อน
พูดกับท่านดีขึ้น
อดทนกับท่านมากขึ้น
ไม่เอาชนะทุกประโยค
ไม่ใช้ธรรมะเป็นอาวุธ
ไม่พูดเหมือนท่านผิดตลอดเวลา
บางทีพ่อแม่อาจไม่ฟังธรรมะจากคลิป แต่ฟังธรรมะจากพฤติกรรมของลูก
ถ้าเราบอกให้ท่านใจเย็น แต่เรายังตะคอกใส่ท่านทุกวัน แบบนี้คงยาก
ถ้าเราบอกให้ท่านมีเมตตา แต่เรายังดูถูกคนอื่นให้ท่านฟัง แบบนี้ก็ยากเหมือนกัน
ธรรมะที่อยู่ในตัวลูก อาจน่าเชื่อกว่าธรรมะที่ลูกส่งลิงก์ไปให้
....
กตัญญูไม่ใช่การยอมทุกอย่างแบบไม่มีขอบเขต
....
ข้อนี้ต้องพูดด้วยครับ
บางคนได้ยินเรื่องตอบแทนพ่อแม่แล้วรู้สึกเจ็บ เพราะชีวิตจริงไม่ได้ง่าย
บางบ้านพ่อแม่ดีมาก
บางบ้านพ่อแม่มีปัญหา
บางบ้านมีความรุนแรง
บางบ้านมีคำพูดที่ทำร้ายกันมานาน
บางคนพยายามดูแลแล้ว แต่ตัวเองก็แทบไม่ไหว
ความกตัญญูไม่ควรถูกใช้เป็นคำบังคับให้ใครต้องทนการทำร้ายแบบไม่มีขอบเขต
การดูแลพ่อแม่ควรทำด้วยปัญญา
บางครั้งดูแลใกล้ ๆ ได้
บางครั้งต้องดูแลห่าง ๆ
บางครั้งช่วยเรื่องเงินได้
บางครั้งช่วยได้แค่ไม่ตอบโต้ด้วยความเกลียด
บางครั้งต้องรักษาใจตัวเองก่อน จึงจะกลับไปช่วยคนอื่นได้
พระพุทธศาสนาไม่ได้สอนให้เราทำดีแบบไม่มีสติ
ความกตัญญูที่ดี ควรมาคู่กับปัญญา และไม่เบียดเบียนทั้งตัวเราเองกับคนที่เราดูแล
....
ท้ายที่สุด เรื่องนี้ทำให้ผมคิดอะไร
....
ทองคำทั้งแผ่นดิน อาจทำให้พ่อแม่สบายขึ้นได้มาก
แต่ทองคำไม่สามารถแก่แทนท่านได้
ไม่สามารถเจ็บแทนท่านได้
ไม่สามารถตายแทนท่านได้
และไม่สามารถเข้าใจธรรมะแทนท่านได้
สิ่งที่ลูกทำได้ คือดูแลท่านให้ดีที่สุดตามกำลัง
ทั้งเรื่องข้าว น้ำ ยา หมอ บ้าน และความปลอดภัยในชีวิต
แต่ถ้ามีโอกาสมากกว่านั้น ก็ลองช่วยให้ท่านมีที่พึ่งทางใจด้วย
ช่วยให้ท่านเชื่อในความดี
ช่วยให้ท่านอยู่ในทางที่ไม่เบียดเบียน
ช่วยให้ท่านรู้จักให้และปล่อยวาง
ช่วยให้ท่านเข้าใจชีวิตตามจริงมากขึ้น
ไม่ต้องทำแบบยิ่งใหญ่ก็ได้
บางครั้งเริ่มจากการพูดดี ๆ กับท่านหนึ่งประโยค
พาท่านทำบุญเล็ก ๆ หนึ่งครั้ง
ชวนท่านให้อภัยใครสักคน
หรือทำให้ท่านเห็นว่า ลูกคนนี้โตขึ้นแล้ว ใจเย็นขึ้นแล้ว และเป็นคนที่ทำให้ท่านเบาใจได้
ผมว่าแบบนี้ก็เป็นการตอบแทนพ่อแม่ที่งดงามมากแล้ว
....
แหล่งอ้างอิง
....
AN 2.32 จาก SuttaCentral เรื่องพ่อแม่เป็นผู้ตอบแทนได้ยาก
https://suttacentral.net/an2.32/en/thanissaro
AN 2.33 จาก SuttaCentral เรื่องการตอบแทนพ่อแม่ด้วยศรัทธา ศีล จาคะ และปัญญา
https://suttacentral.net/an2.33/en/sujato
AN 2.32-41 หมวด Samacittavagga จาก SuttaCentral
https://suttacentral.net/an2.32-41/en/thanissaro
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่