เล่าเรื่องผี

กระทู้สนทนา
ชื่อเรื่อง: งานศพสยอง

สถานที่: บ้านไม้เก่า อำเภอเมืองระยอง
เวลา: ค่ำคืนมืดมิด งานศพบิดามารดาที่เพิ่งจากไปได้ 3 วัน

สุชาติ กลับมาถึงบ้านเกิดหลังจากหายหน้าไปนานถึง 10 ปีเต็ม ไม่เคยติดต่อ ไม่เคยถามไถ่ แต่เมื่อปรากฏตัว เขาแต่งกายเรียบร้อย ท่าทีสุขุม สงบราวกับลูกที่มีความรับผิดชอบ ยืนหน้าโลงศพด้วยกิริยาสุภาพที่สุด ในใจคิดว่าเรื่องราวร้ายเมื่อสิบกว่าปีก่อนได้จางหายไปกับกาลเวลา จนเขาเกือบลืมมันไปสนิท และเชื่อมั่นว่าตนเองคือคนดีที่มีศีลธรรมต่อหน้าคนอื่น

สุชาติ (ก้มศีรษะ ประคองธูป น้ำเสียงนุ่มนวลนับถือ):
“พ่อ แม่ ครับ… ผมกลับมาแล้ว เสียใจที่ไม่ได้อยู่ดูแลท่านในช่วงเวลาสุดท้าย ขอให้วิญญาณของท่านไปสู่ภพภูมิที่ดี มีความสุขสงบ ผมจะจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยตามประเพณีครับ”

เขาวางธูปลง มองดูโลงศพด้วยสายตาสงบ แต่ไม่รู้เลยว่าอีกมิติหนึ่ง ที่อยู่คนละโลกกัน วิญญาณของพ่อแม่ยืนมองเขาอยู่ใกล้ๆ พวกเขาพูดจา ด่าทอ สั่งสอนเต็มที่ แต่เสียงนั้นไม่เคยไปถึงหูของสุชาติเลยสักคำ

วิญญาณพ่อ (เสียงก้องกังวาน เต็มไปด้วยความขมขื่นและโกรธแค้น):
“ไอ้ลูกอกตัญญู! กลับมาแต่กายแต่ใจยังชั่วร้ายเหมือนเดิม! แกล้งทำเป็นดี ทำเป็นลืมไปหมดแล้วเหรอว่าคืนนั้นแกทำอะไรลงไปกับเรา!”

วิญญาณแม่ (น้ำเสียงสั่นเครือผสมความเจ็บปวด):
“เราท้องแก่เลี้ยงดูมาจนโต สุดท้ายได้รับสิ่งตอบแทนคือการถูกผลักตี ถูกด่าทอว่าเป็นภาระ จนต้องทนทุกข์เจ็บปวดเรื้อรังมาตลอด 10 ปี แกคิดว่าปิดบังไว้ได้หรือว่าเวลาจะช่วยลบล้างมันได้!”

สุชาติยังคงยืนนิ่ง ยิ้มบางๆ ด้วยความมั่นใจ คิดว่าทุกอย่างจบลงแล้ว พลางพึมพำเบาๆ กับตัวเอง
สุชาติ: “ผมทำตัวดีมาตลอด ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน เชื่อว่าท่านคงเข้าใจและยกโทษให้ผมแล้วแน่ๆ”

วิญญาณพ่อ (ตะโกนดังลั่นในโลกของตน):
“ยกโทษให้? ความเจ็บที่แกทำให้เราเกิด มันฝังลึกจนถึงวาระสุดท้าย! แกสร้างภาพลักษณ์ดีภายนอก แต่ภายในใจเต็มไปด้วยความมืดมิด! แกคิดว่าลืมไปแล้วก็เหมือนไม่เคยทำเหรอ!”

วิญญาณแม่:
“กรรมไม่มีหูรอฟังคำแก้ตัว ไม่มีตารอเห็นภาพที่แกแต่งเติม มันมีแต่ความจริงที่แกก่อไว้! ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ที่แกเจ็บป่วยรักษาไม่หาย ธุรกิจล่มสลาย คนรอบข้างไม่ไว้วางใจ นั่นแหละคือเบื้องต้นของผลกรรมที่รอวันสนองเต็มที่!”

สุชาติเริ่มรู้สึกหนาวเย็นผิดปกติ มือสั่นเล็กน้อย แต่ยังพยายามยืนยันกับตัวเอง
สุชาติ: “แค่ลมพัดเข้ามา… เรื่องเก่าๆ มันผ่านไปนานจนจำไม่ได้แล้ว ถ้ามีอะไรผิดพลาดก็คงเป็นแค่เรื่องชั่วคราว ไม่ได้ตั้งใจให้ร้ายแรงอะไร”

วิญญาณพ่อ (เสียงเข้มข้นจนอากาศรอบๆ เริ่มบิดเบี้ยว):
“ไม่ได้ตั้งใจ? แต่ผลมันเกิดขึ้นจริง! เราต้องทนทุกข์จนวันตาย! แกปฏิเสธความผิด ปฏิเสธที่จะขอขมา นั่นแหละยิ่งหนักกรรมให้ตัวเอง! คืนนี้แหละถึงเวลาที่ต้องชำระบัญชีให้หมดสิ้น!”

วิญญาณแม่:
“แกไม่ได้ยินเสียงเรา ไม่ได้เห็นสภาพที่แท้จริง แต่กรรมจะพาเราไปสัมผัสถึงตัวแกเอง ไม่มีทางหนี ไม่มีทางปฏิเสธได้อีกต่อไป!”

สุชาติเริ่มโมโหตัวเองที่รู้สึกไม่สบายใจ ตะโกนดังลั่นออกมาอย่างโวยวาย
สุชาติ: “กูไม่เชื่อ! กูไม่ยอมรับ! เวลาผ่านไปตั้งนาน จะเอาอะไรมาถือสากันอีก! กูเป็นคนดีมาตลอด กูไม่ขอโทษด้วย! ถ้ามีอะไรก็เอามาเลย!”

ทันทีที่เขาพูดจบ แม้ไม่ได้ยินคำตอบใดๆ แต่พลังแห่งกรรมก็ปรากฏขึ้น ความมืดปกคลุม มือเย็นเยือกนับสิบคู่โผล่มาจากความว่าง รัดรอบคอและร่างกายเขาไว้แน่นหนา สุชาติดิ้นรน กรีดร้อง แต่ไม่มีเสียงใดตอบกลับ ความทรงจำทั้งหมดฉายชัดในหัว ส่วนอีกโลกหนึ่ง เสียงด่าทอสั่งสอนยังคงดังอยู่ จนกว่าวิญญาณของเขาจะถูกนำไปชำระผลกรรมต่อไป

รุ่งเช้า คนมาพบศพสุชาตินอนเกร็งตายหน้าโลง คอมีรอยรัดสีม่วงเข้ม แต่ไม่มีร่องรอยของคนอื่น และไม่มีใครรู้เลยว่าในคืนนั้น มีการพูดคุยด่าทอเกิดขึ้นระหว่างสองโลกที่ไม่อาจได้ยินกัน

ข้อคิดอุทาหรณ์:

- บาปกรรมไม่ต้องมีคนมาเตือน ไม่ต้องมีเสียงพูดตอบกลับ ก็ยังคงดำรงอยู่และสนองผลตามเวลา
- แม้อยู่คนละโลก ความจริงและผลการกระทำก็ไม่เคยขาดสาย ไม่มีวันปิดบังได้
- การปฏิเสธและไม่สำนึกผิด จะทำให้ผลกรรมทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อถึงวาระต้องรับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่