บทวิเคราะห์และวิพากษ์การทำงานของนายกสมาคมวอเลย์บอลนายสมพร

กระทู้สนทนา

​* จากคำให้สัมภาษณ์หลายต่อหลายครั้ง
** เราสามารถจัดหมวดหมู่ความล้มเหลวของการบริหารงานที่เน้น "ความสบายใจ" มากกว่า "มาตรฐานระดับโลก" ได้ดังนี้ค่ะ:

​1. ความคับแคบทางยุทธศาสตร์ (strategic insularity): การบริหารงานที่ถูกวิจารณ์อย่างหนักว่าใช้ "ระบบครอบครัว" การแต่งตั้งหรือพึ่งพาบุคลากรจากกลุ่มคนใกล้ชิดหน้าเดิมๆ โดยปฏิเสธการดึงตัวผู้เชี่ยวชาญระดับโลก (elite, international coaching talent) เข้ามาทำงาน ทำให้องค์กรขาดวิสัยทัศน์ที่สดใหม่ ความเป็นเลิศที่แท้จริงนั้นต้องการแรงกดดันและมุมมองจากภายนอก ไม่ใช่แค่ความคุ้นเคย


​2. ความหยุดนิ่งทางยุทธวิธี (tactical stagnation): คำพูดในภาพที่ยินดีกับการกลับมาสู่ "ความเป็นทีมไทย ธรรมชาติมากขึ้น"

คือภาพสะท้อนที่ชัดเจนที่สุด แม้ความสบายใจทางอารมณ์จะเป็นเรื่องดี แต่ในกีฬาระดับสูง การยึดติดกับวิธีการเดิมๆ โดยไม่ปรับตัวตามหลักวิทยาศาสตร์การกีฬาหรือเทรนด์ของโลก (global paradigms) ทำให้ทีมไม่สามารถเอาชนะคู่แข่งระดับแนวหน้าได้อย่างสม่ำเสมอ

​3. ความล้มเหลวในการบรรลุเป้าหมายสูงสุด (failure to achieve apex objectives): ตัวชี้วัดความสำเร็จสูงสุดของกีฬาระดับชาติคือการผ่านเข้ารอบโอลิมปิก แม้จะมีนักกีฬาที่เปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์ แต่ความไร้ประสิทธิภาพของผู้บริหารในการวางแผนกลยุทธ์ระยะยาวเพื่อให้ทีมพร้อมที่สุดในทัวร์นาเมนต์สำคัญ ยังคงเป็นจุดอ่อนที่ชัดเจนขององค์กร

​4. การปิดกั้นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (deficient stakeholder engagement): การมีท่าทีต่อต้านหรือมองคำวิจารณ์จากนักวิเคราะห์และแฟนกีฬาว่าเป็นสิ่งที่มุ่งร้าย แทนที่จะมองว่าเป็นกระจกสะท้อนเพื่อการพัฒนา ท่าทีป้องกันตัวเช่นนี้คือขั้วตรงข้ามของแนวคิดแบบเติบโต (growth mindset)
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่