เจาะลึกประกาศ สคบ. ควบคุมสัญญาฟิตเนส เลิกสัญญาได้ตอนไหน?

ปัจจุบันปัญหาเกี่ยวกับสถานออกกำลังกายที่ผู้บริโภคมักจะมาร้องทุกข์กับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ได้แก่ 1) ปัญหาด้านการขายและการทำสัญญา เช่น การตลาดแบบกดดัน โดยพนักงานขาย
ใช้เวลาหลายชั่วโมงในการหว่านล้อม หรือใช้โปรโมชัน “เฉพาะวันนี้เท่านั้น” เพื่อให้ผู้บริโภครีบตัดสินใจ โดยไม่ได้อ่านรายละเอียดสัญญา 2) ปัญหาการให้บริการและสถานที่ เช่น ความแออัดและอุปกรณ์ไม่เพียงพอ การเปลี่ยนแปลงเวลาเปิด-ปิด ปัญหาของเทรนเนอร์ที่ลาออกบ่อย ทำให้การออกกำลังกายไม่ต่อเนื่อง 3) ปัญหาการยกเลิกสัญญา เมื่อต้องการยกเลิกสัญญามักมีความยุ่งยาก ซับซ้อน พนักงานบ่ายเบี่ยงเพื่อดึงเวลาให้เสียค่าบริการเพิ่มขึ้นอีกเดือน เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น คณะกรรมการว่าด้วยสัญญา ได้ออกประกาศ เรื่องให้ธุรกิจการให้บริการออกกำลังกายเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2554

         ประกาศดังกล่าวได้ให้สิทธิผู้บริโภคในการ "บอกเลิกสัญญา" ในกรณีดังต่อไปนี้  1) หากผู้บริโภคเจ็บป่วย หรือประสบอุบัติเหตุจนไม่สามารถใช้บริการได้ตามปกติ โดยมีใบรับรองแพทย์ยืนยัน 2) มีอุปกรณ์ไม่ครบตามที่ระบุไว้ตอนทำสัญญา หรือสถานที่ปิดปรับปรุงนานเกินไปจนกระทบการใช้งาน 3) การย้ายที่ตั้งส่งผลทำให้ผู้บริโภคไม่สะดวกหรือไม่สามารถมาใช้บริการได้ หากมีการบอกเลิกสัญญาตามสิทธิดังกล่าว ผู้ให้บริการต้องคืนเงินค่าสมาชิกตามส่วนของระยะเวลาที่ยังไม่ได้ใช้บริการให้แก่ผู้บริโภคภายในสามสิบวันนับแต่วันเลิกสัญญา

        สคบ. ขอแนะนำแนวทางให้ผู้บริโภค
ก่อนลงนามในสัญญา ดังนี้ 1) ขอทดลองใช้ก่อน ไม่รีบร้อนสมัครในวันแรกที่ไปดูสถานที่ 2) อ่านสัญญาให้ครบถ้วนตลอดจนทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ 3) กรณีพนักงานขายมีข้อเสนอเพิ่มเติมที่นอกเหนือจากระบุไว้ในสัญญา ควรให้ระบุไว้ในสัญญาและลงชื่อพนักงานขายกำกับไว้ด้วย
หากผู้บริโภคได้รับความเสียหายจากการใช้สินค้าและบริการ สามารถขอคำปรึกษาได้ที่ สายด่วน ๑๑๖๖ ร้องทุกข์ผ่านแอปพลิเคชัน OCPB Connect หรือเว็บไซต์ www.ocpb.go.th ต่างจังหวัดสามารถร้องทุกข์ ได้ที่ศูนย์ดำรงธรรมทุกจังหวัดทั่วประเทศ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่