คูก้าง’ ลูกอมรสนม อมๆ เคี้ยวๆ ‘133 ล้าน’ ยึดคำพ่อสอน ทำธุรกิจต้องซื่อสัตย์ วางฝันใหญ่ แตะ ‘พันล้าน’ ในรุ่นตัวเอง

คุยกับ “ฐณัตพล กาญจนโนฬาร” ทายาทรุ่นที่ 2 “ลูกอมคูก้า” เริ่มจากทำกล้วยกวน-มะพร้าวกวน ก่อนคิดทำลูกอมรสนมเคยเป็นรสข้าวโพดมาก่อน สานต่อธุรกิจครอบครัวต้องทำให้ลูกอมสนุกขึ้น-ได้มากกว่าความอร่อย ยึดคำสอนพ่อทำธุรกิจต้องซื่อสัตย์ พูดคำไหนคำนั้น ตั้งเป้ารายได้โตอย่างน้อย 20% วางฝันใหญ่ขอถึง “พันล้าน” ในรุ่นตัวเอง



“อมอร่อย เคี้ยวอร่อย รสนมอมๆ เคี้ยวๆ” ลูกอมรสนมที่มาพร้อมสัมผัสหนึบหนับเคี้ยวเพลิน รู้จักกันในชื่อ “คูก้า” กว่า 40 ปีที่โลดแล่นอยู่ในตลาด จนปัจจุบัน “คูก้า” มีรสอื่นๆ ให้เลือกหลากหลาย พร้อมกับส่งไม้ต่อให้ทายาทรุ่นที่ 2 มานานเกือบสองทศวรรษ

นอกจากลูกอมคูก้า บริษัท บุญฟู้ดส์ จำกัด ยังมีแบรนด์อื่นในพอร์ตโฟลิโอ พร้อมกับการรับจ้างผลิตทำ OEM ให้แบรนด์อื่นๆ โดยต่อยอดจากความเชี่ยวชาญที่คร่ำหวอดในธุรกิจลูกอมมานานตั้งแต่รุ่นที่ 1 จนถึง “ฐณัตพล กาญจนโนฬาร” ผู้บริหารและทายาทรุ่นที่ 2 ลูกอมคูก้า

ฐณัตพลเล่าย้อนถึงจุดเริ่มต้นของแบรนด์คูก้าให้ฟังว่า ไม่ได้ทำลูกอมตั้งแต่วันแรก คุณพ่อคิดนำผลผลิตทางการเกษตรที่มีจำนวนมากในท้องถิ่นมาแปรรูป อาทิ กล้วย มะพร้าว ทำด้วยกรรมวิธีพื้นฐานทั่วๆ ไปด้วยการกวนในกระทะ ปรากฏว่า ทำไปสักพักก็เริ่มขายดี มีลูกค้าติดใจ แต่ขายดีก็มาพร้อมกับความต้องการปริมาณวัตถุดิบที่มากขึ้น กลายเป็นว่า ติดปัญหาไม่สามารถหาวัตถุดิบที่มีคุณภาพเท่าๆ กันมาได้

จากผลไม้กวนจึงมองหาโปรดักต์อื่น ช่วงนั้นคุณพ่อของฐณัตพลมีโอกาสไปศึกษาดูงานที่ต่างประเทศ หลังจากนั้นจึงผุดไอเดียผลิตลูกอมด้วยเครื่องจักรโดยมีวัตถุดิบพื้นฐานเป็นน้ำตาลกลูโคส “ลูกอม” จึงเริ่มขึ้นตั้งแต่ยุคคุณพ่อหรือราวๆ 40 ปีก่อนหน้า ส่วนรสแรกสุดที่ผลิตก็ไม่ใช่รสนมที่ยืนหนึ่งขายดีตลอดกาลแบบทุกวันนี้ ทว่า เป็น “รสข้าวโพด” โดยมีวัตถุดิบเป็นน้ำตาลกลูโคสแล้วแต่งกลิ่นกับสี ซึ่งในตอนนั้นยังไม่มีชื่อ “คูก้า” เลยด้วยซ้ำ

ทำมาเรื่อยๆ จึงเริ่มเสาะหารสชาติอื่นๆ เพิ่มเติม กระทั่งมาเจอกับ “รสนม” ที่กลายเป็นสินค้าขายดียืนหนึ่งตลอดกาล โดยเป็นรสชาติแรกที่วางขายภายใต้แบรนด์ “คูก้า” ฐณัตพลเล่าว่า ชื่อคูก้ามาจากคำว่า “เสือคูการ์” หรือที่เรียกกันอีกชื่อว่า สิงโตภูเขา ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับอาหารหรือลูกอม แต่มาจากความชอบส่วนตัวของคุณพ่อ

ปัจจุบันพอร์ตโฟลิโอของ บริษัท บุญฟู้ดส์ จำกัด อันดับหนึ่งยังเป็นแบรนด์ที่ผลิต โดยมี “คูก้า” เป็นเรือธง รองลงมาคือสินค้ากลุ่มรับจ้างผลิต หรือ “OEM” และสามคือกลุ่มสินค้าส่งออก โดยแบรนด์ที่ส่งออกมากที่สุดก็คือคูก้า ส่วนใหญ่ไปประเทศกลุ่มอาเซียนและจีนเป็นหลัก

“ฐณัตพล” ตั้งเป้าเจาะกลุ่มผู้บริโภค โดยต้องการเปลี่ยนแปลงสินค้าให้ทันสมัยเหมาะกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปทุกวัน ระบุว่า กลุ่มเป้าหมายตอนนี้ยังเป็นเด็กๆ ขณะเดียวกันก็พยายามออกรสชาติใหม่ๆ ที่จะดึงวัยรุ่นหรือวัยทำงานมากขึ้น มีรสชาติที่จะออกมาเจาะวัยทำงาน ได้แก่ รสกาแฟ รสชาเขียว อาจจะได้เห็นทันภายในปีนี้ ส่วน “รสนม” อย่างไรก็น่าจะเป็นรสชาติที่ขายดีที่สุด

แม้จะยืนยันว่า มีเด็กๆ เป็นเป้าหมายหลัก แต่ก็ต้องยอมรับตามตรงว่า “คูก้า” ไม่ใช่แบรนด์ที่เติบโตมาพร้อมๆ กับ Gen Z ทำให้กลุ่มนี้อาจจะรู้จักแบรนด์น้อยกว่ารุ่นก่อนๆ “ฐณัตพล” ยอมรับว่า หลายปีที่ผ่านมา “คูก้า” อาจจะเงียบๆ ไปบ้าง แต่หลังจากนี้ภายใน 1-2 ปีจะได้เห็นอะไรใหม่ๆ ออกมาแน่นอน เพื่อกระตุ้นตลาดให้คนยังจดจำแบรนด์ โดยเฉพาะ Gen Y ที่โตมากับคูก้า ให้นึกถึงแบรนด์ที่เคยกินในวัยเด็ก ดึงกลุ่มนี้กลับมาเป็นฐานลูกค้าอีกครั้งด้วย

สำหรับผลประกอบการ บริษัท บุญฟู้ดส์ จำกัด มีรายละเอียด ดังนี้

ปี 2568: รายได้ 135 ล้านบาท กำไรสุทธิ 4.1 ล้านบาท
ปี 2567: รายได้ 128 ล้านบาท กำไรสุทธิ 4 ล้านบาท
ปี 2566: รายได้ 129 ล้านบาท กำไรสุทธิ 3.9 ล้านบาท
ปี 2565: รายได้ 112 ล้านบาท กำไรสุทธิ 7.3 ล้านบาท
ปี 2564: รายได้ 63 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 6.1 ล้านบาท

อ่านต่อ: https://www.bangkokbiznews.com/business/1238962

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่