ให้ 10/10 หนังแอ็คชั่น สัญชาติฮ่องกง เล่าเรื่องราวของพ่อเลี้ยงเดี่ยวผู้เป็นใบ้ ที่ออกตามหาลูกสาวที่โดนลักพาตัวอย่างดุเดือดและไม่ย่อท้อ ผลงานกำกับของ Kenji Tanigaki ที่เริ่มจากการเป็นสตันต์แมน ก่อนที่ผันตัวกลายเป็นผู้กำกับคิวบู๊จาก Rurouni Kenshin และ SPL: Kill Zone
นำแสดงโดย เซี่ยเหมียว (หรือ เซ โม ในภาษากวางตุ้ง) จาก Eye for an Eye: The Blind Swordsman ส่วนประวัติของเขานั้น เดี๋ยวจะเล่าให้อ่านกันต่อด้านล่าง หลังจากพูดถึงความรู้สึกที่มีต่อหนังเรื่องนี้ก่อน
The Raid เรียกว่ามันส์แล้ว แต่ส่วนตัวว่า The Furious มันส์กว่า ด้วยความที่เส้นเนื้อเรื่องเข้าใจง่าย เป็นเรื่องครอบครัวที่จะสมเหตุสมผลหรือไม่สมเหตุสมผลก็ช่างเถอะ ลองนึกดูว่าถ้าลูกหายไปจริงๆ จะมีใครมานั่งคิดเรื่องเหตุผลอีกไหม รู้แค่ว่าต้องตามหาลูกให้เจอเท่านั้น หนังจึง Touch ใจคนดูได้ไม่ยากเลย และสามารถจับกลุ่มคนดูได้กว้างกว่าหนังแอ็คชั่นทั่วไป
เรียกได้ว่าเป็นหนังที่ใช้คำว่า “ดูฉากต่อสู้จนเหนื่อย” ได้แบบไม่เกินจริง คุ้มค่าทุกนาทีที่ดู แอ็คชั่นหนักหน่วง ดุเดือด และต่อเนื่องจนแทบไม่มีช่วงพัก (แถมไม่ปราณีตัวละครเลยสักตัว ซึ่งไม่ขอพูดถึง ให้ไปดูกันเอง ตอนดูเราเองยังแอบตกใจนิดๆ ว่างี้เลยเหรอ โดนด้วยเหรอเนี่ย คุณพระ!) แต่ในขณะเดียวกันก็ร้อยเรียงเข้ากับดราม่าครอบครัวได้อย่างลงตัว ไม่ขาด ไม่เกิน และย่อยง่ายกำลังดี
หนังเปิดเรื่องมาก็บู๊ทันทีตั้งแต่ต้นจนจบ จุดพักเรื่องแทบไม่มี แต่พอมีสักทีก็ดราม่าทำเอาน้ำตาซึมได้เหมือนกัน แม้เซี่ยเหมียวจะไม่มีบทพูดเลย สื่อสารผ่านภาษามือเท่านั้น แต่สายตาพ่อที่รักลูกห่วงลูกนั้นกลับล้นทะลักออกมาอย่างท่วมท้น ถือเป็นการแสดงที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้ฉากแอคชั่นที่เขาถนัด
The Furious จึงเป็นหนังที่ไม่เพียงแค่ "แอ็คชั่นถึง" แต่ยัง "ดราม่าถึง" อีกด้วย โดยเฉพาะเมื่อลูกสาวของพระเอก รับบทโดย หยางเอินโย่ว นักแสดงเด็กที่เคยทำให้ผู้ชมหลายคนน้ำตาไหลมาแล้วจาก Lighting Up the Stars ซึ่งเรื่องนี้น้องก็น่ารักมาก และยังคงถ่ายทอดอารมณ์ได้ดีไม่แพ้เดิม
แถมยังได้นักแสดงหลายสัญชาติมาร่วมแสดงด้วยอย่าง Joe Taslim และ Yayan Ruhian จาก The Raid ที่โหดคือ Yayan Ruhian ในเรื่องนี้ฝีมือธนูเขาว่าเจ๋งแล้ว ฝีมือมีดนี่พลิ้วมาก อย่างโหด! ส่วนตัวละครที่หินอีกหนึ่งตัว แสดงโดย Brian Le สัญชาติอเมริกันเวียดนาม ดูแล้วก็ทำให้นึกถึงอีกตัวละครในหนังเรื่อง The Green Mile ซะเหลือเกิน ด้วยลักษณะตัวที่ใหญ่และใส่เอี๊ยมเหมือนกัน นักแสดงสมทบตัวประกอบอื่นๆ ในเรื่องก็ล้วนแสดงดีมาก
สรุปแล้ว หนังเรื่องนี้ก็เป็นหนังสัญชาติฮ่องกง ที่ถ่ายทำที่ไทย โดยผู้กำกับชาวญี่ปุ่น พระเอกคนจีน นักแสดงร่วมมีทั้งไทย (จีจ้า ญาณิน, โดนัท มนัสนันท์ และ ปู สหจักร บุญธนกิจ) อินโด ญี่ปุ่น (Joey Iwanaga) และอเมริกันเวียดนาม และทำการจัดจำหน่ายสู่ทั่วโลกโดยบริษัทอเมริกัน
เรียกได้ว่าเป็นหนังที่รวมคนทำหนังและนักแสดงจากหลายสัญชาติมาอยู่ในเรื่องเดียวกัน แต่กลับผสมผสานออกมาได้อย่างลงตัว ทั้งในแง่ของการแสดง คาแรกเตอร์ และฉากแอ็คชั่น เพราะเอาเข้าจริง หนังที่รวมทีมนักแสดงหลายประเทศจำนวนมากแบบนี้ หลายเรื่องมักจะให้ความรู้สึกเหมือนต่างคนต่างเล่น หรือถูกยัดรวมกันเพื่อการตลาดมากกว่า แต่ The Furious กลับทำให้ทุกคนดูเป็นส่วนหนึ่งของโลกเดียวกัน ทำถึงอยู่
ทีนี้เราจะมาพูดถึง เซี่ยเหมียว กันต่อ......
เซี่ยเหมียว เป็นอดีตนักแสดงเด็กยุค 90 ที่โด่งดังระดับตำนาน กับการเล่นหนังกังฟูคู่กับ Jet Li หลายเรื่องอย่าง The New Legend of Shaolin (ฤทธิ์หมัดเส้าหลิน), My Father Is a Hero (พ่อของฉันคือฮีโร่) เขาถึงขนาดได้รับฉายาว่า “เจท ลี คนต่อไป” และเป็นความหวังของวงการหนังบู๊ฮ่องกงในยุคนั้นเลยทีเดียว แถมยังได้ร่วมเล่นหนังอีกหลายเรื่องกับดาราฮ่องกงใหญ่ๆ มากมายเช่น หลิวเต๋อหัว และ อู๋ม่งต๊ะ รวมถึงกับโจวเหวินฟะ ในเรื่อง คนตัดคน (God of Gamblers Returns) ซึ่งแอดก็ได้ดูหนังของเขาทุกเรื่องเลย เขาดังมากจริงๆ
เซี่ยเหมียว เกิดที่ปักกิ่ง ในวัย 7 ขวบซนมาก แม่ของเขาเลยส่งไปเรียนเต้นเพื่อฝึกระเบียบวินัย แต่ตัวเขาเองคิดว่า เป็นผู้ชายทำไมต้องมาใส่กางเกงรัดๆ ด้วย ไม่แมนเอาเสียเลย จึงบอกแม่ว่าขอไปเรียนวูซูแทน หลังจากเรียน ฝีมือเขาถือว่าก้าวล้ำกว่าเด็กในวัยเดียวกันหรือเด็กที่โตกว่า หรือที่ฝึกมานานกว่าเสียอีก และคว้ารางวัลการแข่งวูซูมามากมาย
วันหนึ่ง หวังจิง ผู้กำกับจากฮ่องกงเดินทางไปที่ปักกิ่ง เพื่อเลือกหานักแสดงเด็กไปรับบทเป็นลูก Jet Li ในเรื่อง The New Legend of Shaolin (ฤทธิ์หมัดเส้าหลิน) เซี่ยเหมียวในวัย 9 ขวบจึงไปออดิชันและทำให้ผู้กำกับประทับใจในฝีมือ และสีหน้าแววตาที่ดื้อซนของเขา จนได้มาเล่นหนังเรื่องนั้นในที่สุด และร่วมเล่นหนังดังอีกมากมาย
จนอายุ 12 เซี่ยเหมียวยังคงดังต่อเนื่อง และผู้กำกับยังคงอยากต่อสัญญาให้เล่นหนังต่อไปอีก แต่ครอบครัวเซี่ยเหมียวเริ่มไม่แน่ใจว่า ควรจะทิ้งการศึกษาเพื่อเป็นนักแสดง หรือกลับไปเรียนหนังสือดี ช่วงนั้นเป็นช่วงถ่ายทำ คนตัดคนที่ร่วมเล่นกับโจวเหวินฟะ ทางพ่อแม่ของเขา จึงตัดสินใจปรึกษาโจวเหวินฟะว่าควรจะยังไงต่อดี
โจวเหวินฟะ ผู้เติบโตมาอย่างยากลำบาก และต้องลาออกจากโรงเรียนเพื่อมาทำงานหาเลี้ยงตนเองและครอบครัว จึงแนะนำเขาและครอบครัวว่า ให้กลับไปเรียนก่อน เพราะการศึกษานั้นสำคัญมาก และวัยเด็กนั้นมีเพียงครั้งเดียว หากผ่านไปแล้ว ก็คือผ่านไปเลย จงไปใช้ชีวิตและสนุกกับวัยเด็กเถิด คนมีฝีมือยังไงก็มีฝีมือ จะกลับมาตอนเรียนจบแล้วก็ยังไม่สายเกินไป
เซี่ยเหมียวจึงตัดสินใจออกจากวงการและกลับจีนไปเรียนหนังสือ โดยที่เขาก็ยังไม่ทิ้งวูซู และยังฝึกวูซูต่อเนื่อง เข้าเรียนจบคณะสาขาพลศึกษาและกีฬาชาติพันธุ์ ซึ่งในหลักสูตรเรียกศิลปะการต่อสู้ของจีนต่างๆ อาทิเช่น ชี่กง ไทเก็ก มวยกังฟูต่างๆ อาวุธอื่นๆ หลังเรียนจบ เขาก็ไปเป็นครูอยู่สักพัก แต่ความคิดถึงในวงการแสดงและภาพยนตร์ก็เรียกหา เขาจึงเริ่มกลับเข้ามาใหม่ โดยปัจจุบันนี้ เขาอายุ 42 ปี และกลับมาโลดแล่นในวงการภาพยนตร์แบบเต็มฟอร์มอีกครั้ง
ป.ล. นี่เป็นการให้คะแนนจากความคิดเห็นส่วนตัวเท่านั้น ซึ่งแต่ละคนมีมุมมอง ความชอบ ความคิด ประสบการณ์ สิ่งที่เจอหรือรู้สึกในช่วงที่ดูหนังเรื่องนั้นๆต่างกัน คะแนนของแต่ละเรื่องมาจากการเปรียบเทียบหนังใน Genre เดียวกัน จึงไม่สามารถไปเปรียบกับคะแนนเรื่องอื่นที่เป็นหนังคนละ Genre ได้ เมื่อคุณไปดูแล้วคุณอาจจะชอบหรือไม่ชอบก็ได้ ไม่มีอะไรถูกหรือผิด ทุกคนไม่จำเป็นต้องมีความคิดเห็นเหมือนกันค่ะ
[CR] The Furious คนเดือดระห่ำ
แถมยังได้นักแสดงหลายสัญชาติมาร่วมแสดงด้วยอย่าง Joe Taslim และ Yayan Ruhian จาก The Raid ที่โหดคือ Yayan Ruhian ในเรื่องนี้ฝีมือธนูเขาว่าเจ๋งแล้ว ฝีมือมีดนี่พลิ้วมาก อย่างโหด! ส่วนตัวละครที่หินอีกหนึ่งตัว แสดงโดย Brian Le สัญชาติอเมริกันเวียดนาม ดูแล้วก็ทำให้นึกถึงอีกตัวละครในหนังเรื่อง The Green Mile ซะเหลือเกิน ด้วยลักษณะตัวที่ใหญ่และใส่เอี๊ยมเหมือนกัน นักแสดงสมทบตัวประกอบอื่นๆ ในเรื่องก็ล้วนแสดงดีมาก
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้