เมื่อวันที่ 13 มิถุนายนที่ผ่านมา ค่ำคืนอันแสนพิเศษได้เกิดขึ้น ณ กรุงเยเรวาน เมืองหลวงของประเทศอาร์เมเนีย กลุ่มเยาวชนชาวอาร์มีเนียกว่า 370 คน ได้ร่วมกันทำให้ศูนย์วัฒนธรรมคายารัน (Kayaran Culture House) เนืองแน่นไปด้วยผู้คนในงานที่มีชื่อว่า 'ค่ำคืนสีม่วง' ซึ่งพระเอกของงานนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก BTS ของเกาหลีใต้
ในอาร์เมเนียไม่มีสถานทูตเกาหลีประจำการอยู่ มีเพียงสถานเอกอัครราชทูตเกาหลีประจำกรุงมอสโก ประเทศรัสเซียเท่านั้นที่ควบตำแหน่งดูแลพื้นที่อาร์เมเนียด้วย โครงการทางวัฒนธรรมอย่างเป็นทางการของรัฐบาลเกาหลี หรือการบุกเบิกตลาดในท้องถิ่นของบริษัทบันเทิงเคป็อปเรียกได้ว่าแทบจะไม่มีเลยด้วยซ้ำ ถึงกระนั้น ในวันดังกล่าวกลับมีคนหนุ่มสาวชาวอาร์เมเนียราว ๆ 370 คน หลั่งไหลมารวมตัวกันจนที่นั่งในฮอลล์จัดแสดงเต็มแน่นทุกที่นั่ง
มาร์การิตา ซาร์กสยาน (Margarita Sargsyan) ผู้จัดงานหลักของคอนเสิร์ตการกุศลที่เบ่งบานขึ้นท่ามกลางสถานการณ์อันยากลำบากนี้ รู้สึกโศกเศร้าและสะเทือนใจอย่างลึกซึ้งจากการได้เฝ้ามองความทุกข์ทรมานของการสูญเสียบ้านเกิดผ่านชีวิตของเพื่อนสนิทที่สุด ไม่เพียงเท่านั้น ตัวของมาร์การิตาเองก็กำลังก้าวผ่านช่วงเวลาที่มืดมิดและยากลำบากที่สุดในชีวิตอยู่เช่นกัน
สิ่งทีฉุดให้เธอลุกขึ้นมาได้อีกครั้งก็คือ BTS มาร์การิตาเปิดเผยความในใจผ่านข้อความที่ส่งถึงผู้สื่อข่าวว่า "ในตอนที่เราต้องการพวกเขามากที่สุด BTS จะเดินเข้ามาในชีวิตของเราได้อย่างถูกที่ถูกเวลาเสมอ" พร้อมกล่าวต่อว่า "เนื้อเพลงและข้อความของ BTS ที่บอกให้รักตัวเองและอย่าได้ยอมแพ้ คือสิ่งที่ช่วยให้ฉันประคับประคองชีวิตให้ผ่านพ้นมาได้" นอกจากนี้เธอยังสารภาพว่า "ในขณะที่ความสัมพันธ์มากมายในชีวิตแปรเปลี่ยนไป มีเพียงชุมชนที่เรียกว่า 'อาร์มี่ (ARMY)' เท่านั้นที่เป็นที่พึ่งอันมั่นคงและไม่เคยสั่นคลอนเลย"
เธอใช้พลังอิทธิพลเชิงบวกที่ BTS แสดงให้เห็นเป็นดั่งเข็มทิศนำทาง และตัดสินใจที่จะส่งต่อการเยียวยาที่ตนเองได้รับกลับคืนสู่เด็ก ๆ ผู้ยากไร้ในสังคมอาร์เมเนีย คอนเสิร์ตในครั้งนี้จึงเป็นผลงานอันมีความหมายยิ่งที่เกิดขึ้นจากน้ำพักน้ำแรงของกลุ่มคนที่เปลี่ยนความทุกข์ทรมานให้กลายเป็นพลังแห่งความสามัคคี
เวทีที่เต็มไปด้วยการเต้นอันทรงพลัง, โชว์โซโล่ และการร้อง Fanchant ของผู้ร่วมงานกว่า 370 คน
งานนี้จัดขึ้นภายใต้ชื่อ
'คอนเสิร์ตการกุศลสุดพิเศษฉลองครบรอบ 13 ปีการเดบิวต์ของ BTS' โดยมีสตูดิโอสอนเต้นเคป็อปชื่อดังสามแห่งในกรุงเยเรวานเข้าร่วม ได้แก่ MICHYOS DANCE STUDIO, BANG Dance Studio และ SetUp Team
เมื่อม่านเวทีเปิดขึ้นพร้อมกับเสียงเพลงอินโทร 'Blood Sweat & Tears' ดังขึ้น ไลน์เต้นที่พร้อมเพรียงราวกับจับวางของกลุ่มแดนเซอร์ขนาดใหญ่ก็สะกดสายตาผู้ชมทั้งฮอลล์ได้ทันที ท่ามกลางการแสดงคัฟเวอร์แดนซ์อันทรงเสน่ห์ที่ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง โชว์โซโล่อันทรงพลังในเพลง 'Go Go' ของ BTS ก็สามารถดึงดูดความสนใจทั้งสายตาและเสียงปรบมือจากผู้ชมได้อย่างอยู่หมัด
กำแพงภาษาไม่ใช่อุปสรรคเลยแม้แต่น้อย เมื่อเพลง 'Boy With Luv' ซึ่งเป็นไฮไลท์ของงานดังขึ้น แดนเซอร์บนเวทีและผู้ชมกว่า 370 คน ก็รวมใจเป็นหนึ่งเดียว ร่วมกันร้องเพลงตาม เป็นภาษาเกาหลี จนเกิดเป็นภาพที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง บรรยากาศในงานเต็มไปด้วยคลื่นสีม่วงอันเป็นสัญลักษณ์ของ 'อาร์มี่' แฟนคลับของ BTS และอบอวลไปด้วยความร้อนแรง
รายได้ทั้งหมดจากการแสดงในครั้งนี้ถูกส่งมอบให้กับ 'City of Smile Foundation' ซึ่งเป็นมูลนิธิในท้องถิ่นที่ช่วยเหลือเด็กที่ป่วยด้วยโรคมะเร็ง เรียกได้ว่าความหลงใหลของกลุ่มคนหนุ่มสาวที่ผ่านพ้นยุคสมัยอันผันผวนมาได้นั้น ได้สร้าง 'เส้นทางแห่งความสามัคคี' ที่จับต้องได้จริง ผ่านสื่อกลางที่เรียกว่าเคป็อป เพื่อโอบอุ้มส่วนที่เปราะบางที่สุดในสังคมอาร์เมเนีย
ในวันเดียวกันนั้น หนุ่มสาวชาวอาร์เมเนีย 50 คน ร่วมส่งสายตามุ่งตรงสู่ปูซาน
เวลา 13:30 น. ของวันเดียวกัน ณ 'Loft Yerevan' ใจกลางกรุงเยเรวาน ก็ได้มีอีกหนึ่งกิจกรรมที่มีความหมายจัดขึ้น นั่นคืออีเวนต์ร่วมรับชมการถ่ายทอดสดคอนเสิร์ตที่ปูซาน 'ARIRANG World Tour' ซึ่งถูกจัดขึ้นเพื่อต้อนรับเทศกาล 'FESTA 2026' ของ BTS กิจกรรมนี้จัดขึ้นโดย ลิกา ฮารูทยูนยัน (Lika Harutyunyan) จาก 'K-PROJECT' ชุมชนเคป็อปในกรุงเยเรวาน ซึ่งแม้จะมีค่าเข้าร่วมงานอยู่ที่ 3,500 ดรัม (ประมาณ 9.5 ดอลลาร์สหรัฐ) แต่ตั๋วก็ถูกขายหมดเกลี้ยง (Sold out) ในทันทีที่เปิดให้จับจอง
การรวมตัวครั้งนี้ ซึ่งมีการฉายการแสดงจากปูซานบนจอขนาดใหญ่ เป็นช่วงเวลาที่เหนือกว่าการฉายภาพยนตร์ธรรมดา ๆ มันคือการรวมกลุ่มที่ก้าวข้ามเขต แค่ "งานฉายวิดีโอ" แต่เป็นการเชื่อมโยงเยาวชนชาวอาร์เมเนีย—ที่ไม่เคยเหยียบแผ่นดินเกาหลีมาก่อน—กับเกาหลีแบบเรียลไทม์ ตัวของ Lika เอง ผู้ซึ่งจัดกิจกรรมเช่นนี้โดยสมัครใจมาหลายปีแล้ว อก็กำลังทำหน้าที่เป็นป็นเสาหลักที่แข็งแกร่งในการสนับสนุนชุมชนฮันรยูในท้องถิ่นแห่งนี้เช่นกัน
💜 ‘ค่ำคืนสีม่วง’ ของ BTS ที่ย้อมสีอาร์เมเนีย ประเทศที่ไม่มีแม้แต่สถานทูตเกาหลี
เมื่อวันที่ 13 มิถุนายนที่ผ่านมา ค่ำคืนอันแสนพิเศษได้เกิดขึ้น ณ กรุงเยเรวาน เมืองหลวงของประเทศอาร์เมเนีย กลุ่มเยาวชนชาวอาร์มีเนียกว่า 370 คน ได้ร่วมกันทำให้ศูนย์วัฒนธรรมคายารัน (Kayaran Culture House) เนืองแน่นไปด้วยผู้คนในงานที่มีชื่อว่า 'ค่ำคืนสีม่วง' ซึ่งพระเอกของงานนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก BTS ของเกาหลีใต้
ในอาร์เมเนียไม่มีสถานทูตเกาหลีประจำการอยู่ มีเพียงสถานเอกอัครราชทูตเกาหลีประจำกรุงมอสโก ประเทศรัสเซียเท่านั้นที่ควบตำแหน่งดูแลพื้นที่อาร์เมเนียด้วย โครงการทางวัฒนธรรมอย่างเป็นทางการของรัฐบาลเกาหลี หรือการบุกเบิกตลาดในท้องถิ่นของบริษัทบันเทิงเคป็อปเรียกได้ว่าแทบจะไม่มีเลยด้วยซ้ำ ถึงกระนั้น ในวันดังกล่าวกลับมีคนหนุ่มสาวชาวอาร์เมเนียราว ๆ 370 คน หลั่งไหลมารวมตัวกันจนที่นั่งในฮอลล์จัดแสดงเต็มแน่นทุกที่นั่ง
มาร์การิตา ซาร์กสยาน (Margarita Sargsyan) ผู้จัดงานหลักของคอนเสิร์ตการกุศลที่เบ่งบานขึ้นท่ามกลางสถานการณ์อันยากลำบากนี้ รู้สึกโศกเศร้าและสะเทือนใจอย่างลึกซึ้งจากการได้เฝ้ามองความทุกข์ทรมานของการสูญเสียบ้านเกิดผ่านชีวิตของเพื่อนสนิทที่สุด ไม่เพียงเท่านั้น ตัวของมาร์การิตาเองก็กำลังก้าวผ่านช่วงเวลาที่มืดมิดและยากลำบากที่สุดในชีวิตอยู่เช่นกัน
สิ่งทีฉุดให้เธอลุกขึ้นมาได้อีกครั้งก็คือ BTS มาร์การิตาเปิดเผยความในใจผ่านข้อความที่ส่งถึงผู้สื่อข่าวว่า "ในตอนที่เราต้องการพวกเขามากที่สุด BTS จะเดินเข้ามาในชีวิตของเราได้อย่างถูกที่ถูกเวลาเสมอ" พร้อมกล่าวต่อว่า "เนื้อเพลงและข้อความของ BTS ที่บอกให้รักตัวเองและอย่าได้ยอมแพ้ คือสิ่งที่ช่วยให้ฉันประคับประคองชีวิตให้ผ่านพ้นมาได้" นอกจากนี้เธอยังสารภาพว่า "ในขณะที่ความสัมพันธ์มากมายในชีวิตแปรเปลี่ยนไป มีเพียงชุมชนที่เรียกว่า 'อาร์มี่ (ARMY)' เท่านั้นที่เป็นที่พึ่งอันมั่นคงและไม่เคยสั่นคลอนเลย"
เธอใช้พลังอิทธิพลเชิงบวกที่ BTS แสดงให้เห็นเป็นดั่งเข็มทิศนำทาง และตัดสินใจที่จะส่งต่อการเยียวยาที่ตนเองได้รับกลับคืนสู่เด็ก ๆ ผู้ยากไร้ในสังคมอาร์เมเนีย คอนเสิร์ตในครั้งนี้จึงเป็นผลงานอันมีความหมายยิ่งที่เกิดขึ้นจากน้ำพักน้ำแรงของกลุ่มคนที่เปลี่ยนความทุกข์ทรมานให้กลายเป็นพลังแห่งความสามัคคี
เวทีที่เต็มไปด้วยการเต้นอันทรงพลัง, โชว์โซโล่ และการร้อง Fanchant ของผู้ร่วมงานกว่า 370 คน
งานนี้จัดขึ้นภายใต้ชื่อ 'คอนเสิร์ตการกุศลสุดพิเศษฉลองครบรอบ 13 ปีการเดบิวต์ของ BTS' โดยมีสตูดิโอสอนเต้นเคป็อปชื่อดังสามแห่งในกรุงเยเรวานเข้าร่วม ได้แก่ MICHYOS DANCE STUDIO, BANG Dance Studio และ SetUp Team
เมื่อม่านเวทีเปิดขึ้นพร้อมกับเสียงเพลงอินโทร 'Blood Sweat & Tears' ดังขึ้น ไลน์เต้นที่พร้อมเพรียงราวกับจับวางของกลุ่มแดนเซอร์ขนาดใหญ่ก็สะกดสายตาผู้ชมทั้งฮอลล์ได้ทันที ท่ามกลางการแสดงคัฟเวอร์แดนซ์อันทรงเสน่ห์ที่ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง โชว์โซโล่อันทรงพลังในเพลง 'Go Go' ของ BTS ก็สามารถดึงดูดความสนใจทั้งสายตาและเสียงปรบมือจากผู้ชมได้อย่างอยู่หมัด
กำแพงภาษาไม่ใช่อุปสรรคเลยแม้แต่น้อย เมื่อเพลง 'Boy With Luv' ซึ่งเป็นไฮไลท์ของงานดังขึ้น แดนเซอร์บนเวทีและผู้ชมกว่า 370 คน ก็รวมใจเป็นหนึ่งเดียว ร่วมกันร้องเพลงตาม เป็นภาษาเกาหลี จนเกิดเป็นภาพที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง บรรยากาศในงานเต็มไปด้วยคลื่นสีม่วงอันเป็นสัญลักษณ์ของ 'อาร์มี่' แฟนคลับของ BTS และอบอวลไปด้วยความร้อนแรง
รายได้ทั้งหมดจากการแสดงในครั้งนี้ถูกส่งมอบให้กับ 'City of Smile Foundation' ซึ่งเป็นมูลนิธิในท้องถิ่นที่ช่วยเหลือเด็กที่ป่วยด้วยโรคมะเร็ง เรียกได้ว่าความหลงใหลของกลุ่มคนหนุ่มสาวที่ผ่านพ้นยุคสมัยอันผันผวนมาได้นั้น ได้สร้าง 'เส้นทางแห่งความสามัคคี' ที่จับต้องได้จริง ผ่านสื่อกลางที่เรียกว่าเคป็อป เพื่อโอบอุ้มส่วนที่เปราะบางที่สุดในสังคมอาร์เมเนีย
ในวันเดียวกันนั้น หนุ่มสาวชาวอาร์เมเนีย 50 คน ร่วมส่งสายตามุ่งตรงสู่ปูซาน
เวลา 13:30 น. ของวันเดียวกัน ณ 'Loft Yerevan' ใจกลางกรุงเยเรวาน ก็ได้มีอีกหนึ่งกิจกรรมที่มีความหมายจัดขึ้น นั่นคืออีเวนต์ร่วมรับชมการถ่ายทอดสดคอนเสิร์ตที่ปูซาน 'ARIRANG World Tour' ซึ่งถูกจัดขึ้นเพื่อต้อนรับเทศกาล 'FESTA 2026' ของ BTS กิจกรรมนี้จัดขึ้นโดย ลิกา ฮารูทยูนยัน (Lika Harutyunyan) จาก 'K-PROJECT' ชุมชนเคป็อปในกรุงเยเรวาน ซึ่งแม้จะมีค่าเข้าร่วมงานอยู่ที่ 3,500 ดรัม (ประมาณ 9.5 ดอลลาร์สหรัฐ) แต่ตั๋วก็ถูกขายหมดเกลี้ยง (Sold out) ในทันทีที่เปิดให้จับจอง
การรวมตัวครั้งนี้ ซึ่งมีการฉายการแสดงจากปูซานบนจอขนาดใหญ่ เป็นช่วงเวลาที่เหนือกว่าการฉายภาพยนตร์ธรรมดา ๆ มันคือการรวมกลุ่มที่ก้าวข้ามเขต แค่ "งานฉายวิดีโอ" แต่เป็นการเชื่อมโยงเยาวชนชาวอาร์เมเนีย—ที่ไม่เคยเหยียบแผ่นดินเกาหลีมาก่อน—กับเกาหลีแบบเรียลไทม์ ตัวของ Lika เอง ผู้ซึ่งจัดกิจกรรมเช่นนี้โดยสมัครใจมาหลายปีแล้ว อก็กำลังทำหน้าที่เป็นป็นเสาหลักที่แข็งแกร่งในการสนับสนุนชุมชนฮันรยูในท้องถิ่นแห่งนี้เช่นกัน