ทรัมป์ กับวาทกรรมการใช้สามัญสำนึกประเด็นนิวเคลียร์

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ได้แสดงท่าทียอมรับให้ประเทศอิหร่านสามารถเสริมสมรรถนะยูเรเนียมเพื่อวัตถุประสงค์ทางพลเรือน เช่น การผลิตกระแสไฟฟ้าได้ ท่าทีดังกล่าวเกิดขึ้นในระหว่างการแถลงข่าวร่วมกับคณะทำงาน ณ การประชุมสุดยอดผู้นำ G7 ที่ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งนับเป็นความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญจากจุดยืนเดิมของรัฐบาลทรัมป์ที่เคยเรียกร้องให้อิหร่าน "ยุติการเสริมสมรรถนะนิวเคลียร์เป็นศูนย์"มาโดยตลอดในช่วงความขัดแย้งที่ผ่านมา

คำชี้แจงและมุมมองของทรัมป์การใช้สามัญสำนึก
ทรัมป์ระบุว่ามันเป็นเรื่องยากที่จะปฏิเสธไม่ให้อิหร่านมีพลังงานนิวเคลียร์เพื่อใช้ผลิตกระแสไฟฟ้า ในเมื่อประเทศเพื่อนบ้านโดยรอบต่างก็มีสิทธิ์ครอบครองและใช้งานเทคโนโลยีนี้ เขาย้ำว่าทุกฝ่ายจำเป็นต้อง "ใช้สามัญสำนึกสักเล็กน้อย" ในการพิจารณาความจริงข้อนี้




การบรรลุข้อตกลงยุติสงคราม
ท่าทีที่อ่อนลงนี้เกิดขึ้นสอดคล้องกับการลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) 14 ข้อ เพื่อยุติสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน ซึ่งในข้อตกลงดังกล่าว อิหร่านจะรักษาสถานะโครงการนิวเคลียร์ไว้ในระดับปัจจุบันและยืนยันว่าจะไม่ผลิตอาวุธนิวเคลียร์อย่างเด็ดขาด

การคืนทรัพย์สินที่ถูกอายัด
นอกเหนือจากเรื่องนิวเคลียร์ ทรัมป์ยังยอมรับเงื่อนไขในการคืนเงินของอิหร่านที่ถูกคว่ำบาตรและอายัดไว้ในต่างประเทศกลับคืนไป โดยให้เหตุผลว่าหากสหรัฐฯ ยึดเงินเหล่านั้นไว้ถาวร จะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐและทำให้ไม่มีใครกล้าเข้ามาลงทุน

ข่าวนี้มีที่มาจากการแถลงข่าวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ณ การประชุมสุดยอดผู้นำ G7 ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันพุธที่ 17 มิถุนายน 2026 (ตามเวลาท้องถิ่น) ซึ่งได้รับการรายงานและเผยแพร่โดยสำนักข่าวต่างประเทศระดับโลกหลายแห่ง เช่น The Guardian, ABC News, CNBC และ Middle East Eye

ที่มา https://www.theguardian.com/world/2026/jun/17/trumps-iran-deal-is-result-of-unrealistic-ambitions-for-an-untenable-war
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่