ความคิดเห็นจาก Expert Account
ความคิดเห็นที่ 12
เป็นแชมป์ว่ายากแล้ว การรักษาแชมป์นั้น ยากกว่า
มาตรฐานพรีเมียร์ลีกสูงขึ้นทุกวัน แม้แต่เป๊ปยังต้องพยายามทำให้มากกว่าคำว่า เพอร์เฟ็ค มันถึงจะเป็นแชมป์ได้ยาวๆ ในระยะหลัง
ปีนี้ มาตรฐานแต่ละทีมสูงขึ้น การแข่งขันหนักหน่วง และ จิตวิทยานอกสนาม ก็มีผลมากๆ
ทีมเอง ถึงจะเพิ่งได้แชมป์มา แต่การสานต่อทีมแชมป์ มันต้องลงทุน ต่อยอด สร้างความสำเร็จและแนวทางใหม่ๆ ในการต่อสู้
ทีมลงทุนไปหลายร้อยล้าน ต้องการทั้งหน้าเป้า (ที่ปีก่อนบอกว่าไม่ค่อยมีตัวทำสกอร์ ใช้แต่ปีก) ต้องการเพลย์เมคเกอร์ สร้างสรรค์เกม ไม่ได้ใช้แต่มิดฟิลด์มดงานคอยไล่บี้คู่แข่งอย่างเดียว ต้องการแบ็คใหม่มาแทนแบ็คตัวเก่งที่ยืนระยะมานานมากๆ
หลายปัจจัยเหล่านี้ ล้วนส่งผลให้ต้องมีการ "วางแผน" การทำทีมของฤดูกาลนั้นๆ ให้สอดคล้อง
เช่น โปรแกรมแข่งที่แน่นขึ้น การหมุนเวียนนักเตะ การเทรนนิ่งที่ต้องเน้นถนอมร่างกายนักเตะมากขึ้น การปรับความเข้มข้นในการเล่นให้เหมาะสม
ใช่ครับ แฟนบอลต้องการทีมที่บุกกระหน่ำ เล่นมันส์ แต่ทีมเรา ไม่ได้มีความลึกของทีมพอ ที่จะหมุนเวียนแบบนั้น วันไหนขาดใครไป ระบบที่ตั้งไว้ รวนหมด เพราะเป็นระบบใหม่ ที่เพิ่งจะทำเพื่อปรับให้เข้ากับแผนของปีนี้
กองหน้า ปกติ ใช้แต่ False Nine ปีนี้ ปรับมาใช้หน้าเป้า กองหน้าก็โดดเดี่ยวไป บอลมาไม่ถึง
ปีกที่เคยเป็นอาวุธหนัก เร็วจัดทั้งสองข้าง กลับสปีดช้าลง ทั้งซ้ายและขวา
ทีมสนับสนุนปีก อย่างแบ็คสองข้าง ก็ยังไม่ลงตัว ประสานงานกับปีกไม่ได้ มันก็เลยกลายเป็นภาระให้มิดฟิลด์ตัวกลาง
การปรับเปลี่ยนที่ปีล่าสุดทำให้ทีมช้าลง ผมมองถึง
1. การมาของเวียร์ต ที่จะต้องให้เป็นศูนย์กลางการทำเกม แต่บางที ก็ให้เวียร์ตไปยืนปีกบ้าง กลางบ้าง หน้าบ้าง ทั้งที่ตำแหน่งถนัดของเค้า คือ อิสระ ค่อนไปทางปีก พอมาอยู่กลาง ชนกับคู่แข่งก็ไม่ได้ เก็บบอลไม่ได้ เสียเทิร์นการเล่นบ่อยๆ เพื่อนก็เหนื่อย
2. การขยับกราฟขึ้นไปสูงมากขึ้น เพื่อช่วยเกมรุก ทำให้ภาระมาตกกับแม็คก้าเยอะเกินไปในการควบคุมแดนกลาง และ แม็กก้าเองดูจะไม่ใช่คนเดิม เหมือนจะถนอมรา่งกายมากขึ้น ไม่ปะทะหนักๆ เหมือนปีก่อนพอกลางไม่มีตัวคุมที่ยึดพื้นที่ได้เหมือนปกติ ระบบการเพรสของแดนบนที่เคยเป็นอาวุธอันตราย ก็เละเทะไปหมด
3. การเจ็บของแบรดลีย์ ทำให้ตำแหน่งนี้ ไม่เคยมีตัวจริงเลย โซโบ้บ้าง โจนส์บ้าง ฟริมปงบ้าง แล้วการเอาโซโบ้ไปยืนขวา คือเสียของ และทำให้ระบบรวนไปหมด รับก็ไม่ดี รุกก็ไม่ดี เสียสมดุลย์
4. กองหลังสองคนที่เรามี โชคดีที่ไม่เจ็บเลย ยืนระยะได้ แต่ฟานไดก์ก็ถดถอย โกนาเต้ จิตใจล่องลอยไปสเปน มันเลยดูแล้วแปลกๆ ไป เสียลูกง่ายๆ บ่อยมาก
5. เรื่องการเมืองนอกสนาม เช่น ซาลาห์ เคียซ่า และความสัมพันธ์ระหว่างโค้ชกับแฟนบอล กับนักเตะ ดูจะไม่ค่อยสมูธเท่าไหร่ พอทีมมีรอยร้าว ถ้าไม่เคลียร์ใจ บรรยากาศมันก็ไม่ดี ซาลาห์เองมีอิทธิพลกับทีมเยอะมาก ถึงจะเป็นช่วงอายุเยอะ แต่ยังไงซาลาห์ก็คือซาลาห์ การไปทำให้เค้าเล่นได้แบบไม่เป็นธรรมชาติ เล่นแบบไม่มีความสุขมันก็แสดงออกมาผ่านผลงานได้เลย ทีมก็ขาดตัวความหวังไปในการจบสกอร์
6. กั๊กโป กับอภิสิทธิ์ที่เค้าได้รับ น่าจะเห็นด้วยกันเกิน 90% แหละ ว่ากั๊กโปฟอร์มตก ทำให้ทีมช้า และ เสียจังหวะจากการตัดในยิงออกไม่รู้กี่หน แต่ทำไมต้องเอาลง ตัวเลือกที่ดีกว่าอย่างริโอ ก็เด็กไป จะให้ลงมาเล่นบ่อยๆ เดี๋ยวร่างกายเสียเอาอีก ยังอายุน้อย มันก็ต้องกั๊กโปนี่แหละ
แฟนๆ ก็บอก เคียซ่าไง แต่ก็อย่างที่เห็น ได้ลงแค่นาที 80 ขึ้นไป นานๆ สนิมก็เกาะ และถึงจะได้เล่นเต็มเกม เคียซ่าก็ยังทำได้แค่ขยัน มุ่งมั่น แต่การที่สนิมเกาะนานๆ มันก็ทำให้ฟอร์มดรอปไปเยอะมากๆ
7. อิซัก ที่ไม่เคยฟิตสักทีตั้งแต่ต้นฤดูกาล จนเจ็บ จนจบ แต่ไปเล่นฟุตบอลโลกสบายๆ คำถามคือ ทำไมเราไม่เห็นอิซัคเล่นเต็มๆ สักที จริงๆ ผมกลับคิดว่า สล้อตเองยังไม่ค่อยให้โอกาสอิซักด้วยซ้ำ เพราะลงมาแทบไม่เจอบอล วิ่งเพรสมั่วๆ ไปอย่างเดียว มันเสียตำแหน่งไป สุดท้ายก็ไม่ได้เล่นสักที
8. พอมีอิซัก พอมีเอกิติเก้ ก็ต้องเลือกให้ใครลง จะจับลงสองคนก็เสียระบบเค้าอีก สุดท้าย ต้องสลับกัน เอกิติเก้เล่นดีนัดนี้ นัดหน้าสำรอง อะไรแบบนี้ มันขาดความต่อเนื่องกับคนที่ฟอร์มกำลังร้อนๆ
นั่นละครับ ผมร่ายซะยาว สรุปอีกที สล้อตธาตุไฟแตกเอง คิดเยอะเกินไป + ปัญหาที่เข้ามาทุกวัน แก้ตรงนี้ โผล่ตรงนั้น ทำให้กดดันจนเครียด และ หาทางออกไม่ได้ ก็เลยป่วนแบบนี้
ความเห็นส่วนตัวของผมประมาณนี้ครับ จากที่ดูมาทุกนัด ปีนี้แทบจะหลับทุกนัด 5555
มาตรฐานพรีเมียร์ลีกสูงขึ้นทุกวัน แม้แต่เป๊ปยังต้องพยายามทำให้มากกว่าคำว่า เพอร์เฟ็ค มันถึงจะเป็นแชมป์ได้ยาวๆ ในระยะหลัง
ปีนี้ มาตรฐานแต่ละทีมสูงขึ้น การแข่งขันหนักหน่วง และ จิตวิทยานอกสนาม ก็มีผลมากๆ
ทีมเอง ถึงจะเพิ่งได้แชมป์มา แต่การสานต่อทีมแชมป์ มันต้องลงทุน ต่อยอด สร้างความสำเร็จและแนวทางใหม่ๆ ในการต่อสู้
ทีมลงทุนไปหลายร้อยล้าน ต้องการทั้งหน้าเป้า (ที่ปีก่อนบอกว่าไม่ค่อยมีตัวทำสกอร์ ใช้แต่ปีก) ต้องการเพลย์เมคเกอร์ สร้างสรรค์เกม ไม่ได้ใช้แต่มิดฟิลด์มดงานคอยไล่บี้คู่แข่งอย่างเดียว ต้องการแบ็คใหม่มาแทนแบ็คตัวเก่งที่ยืนระยะมานานมากๆ
หลายปัจจัยเหล่านี้ ล้วนส่งผลให้ต้องมีการ "วางแผน" การทำทีมของฤดูกาลนั้นๆ ให้สอดคล้อง
เช่น โปรแกรมแข่งที่แน่นขึ้น การหมุนเวียนนักเตะ การเทรนนิ่งที่ต้องเน้นถนอมร่างกายนักเตะมากขึ้น การปรับความเข้มข้นในการเล่นให้เหมาะสม
ใช่ครับ แฟนบอลต้องการทีมที่บุกกระหน่ำ เล่นมันส์ แต่ทีมเรา ไม่ได้มีความลึกของทีมพอ ที่จะหมุนเวียนแบบนั้น วันไหนขาดใครไป ระบบที่ตั้งไว้ รวนหมด เพราะเป็นระบบใหม่ ที่เพิ่งจะทำเพื่อปรับให้เข้ากับแผนของปีนี้
กองหน้า ปกติ ใช้แต่ False Nine ปีนี้ ปรับมาใช้หน้าเป้า กองหน้าก็โดดเดี่ยวไป บอลมาไม่ถึง
ปีกที่เคยเป็นอาวุธหนัก เร็วจัดทั้งสองข้าง กลับสปีดช้าลง ทั้งซ้ายและขวา
ทีมสนับสนุนปีก อย่างแบ็คสองข้าง ก็ยังไม่ลงตัว ประสานงานกับปีกไม่ได้ มันก็เลยกลายเป็นภาระให้มิดฟิลด์ตัวกลาง
การปรับเปลี่ยนที่ปีล่าสุดทำให้ทีมช้าลง ผมมองถึง
1. การมาของเวียร์ต ที่จะต้องให้เป็นศูนย์กลางการทำเกม แต่บางที ก็ให้เวียร์ตไปยืนปีกบ้าง กลางบ้าง หน้าบ้าง ทั้งที่ตำแหน่งถนัดของเค้า คือ อิสระ ค่อนไปทางปีก พอมาอยู่กลาง ชนกับคู่แข่งก็ไม่ได้ เก็บบอลไม่ได้ เสียเทิร์นการเล่นบ่อยๆ เพื่อนก็เหนื่อย
2. การขยับกราฟขึ้นไปสูงมากขึ้น เพื่อช่วยเกมรุก ทำให้ภาระมาตกกับแม็คก้าเยอะเกินไปในการควบคุมแดนกลาง และ แม็กก้าเองดูจะไม่ใช่คนเดิม เหมือนจะถนอมรา่งกายมากขึ้น ไม่ปะทะหนักๆ เหมือนปีก่อนพอกลางไม่มีตัวคุมที่ยึดพื้นที่ได้เหมือนปกติ ระบบการเพรสของแดนบนที่เคยเป็นอาวุธอันตราย ก็เละเทะไปหมด
3. การเจ็บของแบรดลีย์ ทำให้ตำแหน่งนี้ ไม่เคยมีตัวจริงเลย โซโบ้บ้าง โจนส์บ้าง ฟริมปงบ้าง แล้วการเอาโซโบ้ไปยืนขวา คือเสียของ และทำให้ระบบรวนไปหมด รับก็ไม่ดี รุกก็ไม่ดี เสียสมดุลย์
4. กองหลังสองคนที่เรามี โชคดีที่ไม่เจ็บเลย ยืนระยะได้ แต่ฟานไดก์ก็ถดถอย โกนาเต้ จิตใจล่องลอยไปสเปน มันเลยดูแล้วแปลกๆ ไป เสียลูกง่ายๆ บ่อยมาก
5. เรื่องการเมืองนอกสนาม เช่น ซาลาห์ เคียซ่า และความสัมพันธ์ระหว่างโค้ชกับแฟนบอล กับนักเตะ ดูจะไม่ค่อยสมูธเท่าไหร่ พอทีมมีรอยร้าว ถ้าไม่เคลียร์ใจ บรรยากาศมันก็ไม่ดี ซาลาห์เองมีอิทธิพลกับทีมเยอะมาก ถึงจะเป็นช่วงอายุเยอะ แต่ยังไงซาลาห์ก็คือซาลาห์ การไปทำให้เค้าเล่นได้แบบไม่เป็นธรรมชาติ เล่นแบบไม่มีความสุขมันก็แสดงออกมาผ่านผลงานได้เลย ทีมก็ขาดตัวความหวังไปในการจบสกอร์
6. กั๊กโป กับอภิสิทธิ์ที่เค้าได้รับ น่าจะเห็นด้วยกันเกิน 90% แหละ ว่ากั๊กโปฟอร์มตก ทำให้ทีมช้า และ เสียจังหวะจากการตัดในยิงออกไม่รู้กี่หน แต่ทำไมต้องเอาลง ตัวเลือกที่ดีกว่าอย่างริโอ ก็เด็กไป จะให้ลงมาเล่นบ่อยๆ เดี๋ยวร่างกายเสียเอาอีก ยังอายุน้อย มันก็ต้องกั๊กโปนี่แหละ
แฟนๆ ก็บอก เคียซ่าไง แต่ก็อย่างที่เห็น ได้ลงแค่นาที 80 ขึ้นไป นานๆ สนิมก็เกาะ และถึงจะได้เล่นเต็มเกม เคียซ่าก็ยังทำได้แค่ขยัน มุ่งมั่น แต่การที่สนิมเกาะนานๆ มันก็ทำให้ฟอร์มดรอปไปเยอะมากๆ
7. อิซัก ที่ไม่เคยฟิตสักทีตั้งแต่ต้นฤดูกาล จนเจ็บ จนจบ แต่ไปเล่นฟุตบอลโลกสบายๆ คำถามคือ ทำไมเราไม่เห็นอิซัคเล่นเต็มๆ สักที จริงๆ ผมกลับคิดว่า สล้อตเองยังไม่ค่อยให้โอกาสอิซักด้วยซ้ำ เพราะลงมาแทบไม่เจอบอล วิ่งเพรสมั่วๆ ไปอย่างเดียว มันเสียตำแหน่งไป สุดท้ายก็ไม่ได้เล่นสักที
8. พอมีอิซัก พอมีเอกิติเก้ ก็ต้องเลือกให้ใครลง จะจับลงสองคนก็เสียระบบเค้าอีก สุดท้าย ต้องสลับกัน เอกิติเก้เล่นดีนัดนี้ นัดหน้าสำรอง อะไรแบบนี้ มันขาดความต่อเนื่องกับคนที่ฟอร์มกำลังร้อนๆ
นั่นละครับ ผมร่ายซะยาว สรุปอีกที สล้อตธาตุไฟแตกเอง คิดเยอะเกินไป + ปัญหาที่เข้ามาทุกวัน แก้ตรงนี้ โผล่ตรงนั้น ทำให้กดดันจนเครียด และ หาทางออกไม่ได้ ก็เลยป่วนแบบนี้
ความเห็นส่วนตัวของผมประมาณนี้ครับ จากที่ดูมาทุกนัด ปีนี้แทบจะหลับทุกนัด 5555
แสดงความคิดเห็น
คิดว่าเพราะสาเหตุอะไรจึงทำให้สล็อตล้มเหลวในฤดูกาลที่ 2 กับลิเวอร์พูลครับ?