หมอเสมจอมอาคม
หมอเสมเป็นเพียงชายชราคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ริมป่าในหมู่บ้านเล็กๆ ใช้ชีวิตเรียบง่าย ปลูกผัก เลี้ยงไก่ หาของป่ามากินเอง คุยทักทายชาวบ้านเหมือนเพื่อนบ้านทั่วไป ไม่เคยเปิดเผยว่าเบื้องหลังเขาสืบทอดวิชาไสยศาสตร์และอาคมโบราณมาตั้งแต่รุ่นปู่ คนในหมู่บ้านจึงมองว่าแกเป็นแค่ผู้เฒ่าที่ใจดีและมีอายุยืนเท่านั้น
แต่ในอดีตที่ผ่านมา ท้ายหมู่บ้านเคยมีชายชราคนหนึ่งชื่อ ตาสมมา แกก็เรียนวิชาอาคมเหมือนกัน แต่ชอบนำไปใช้ในทางมืด ข่มขู่เรียกรับสิ่งของจากชาวบ้าน และเกลียดชังหมอเสมอยิ่งนัก เพราะรู้ว่าหมอเสมมีวิชาที่เหนือกว่า แม้หมอเสมจะไม่เคยแสดงตัว แต่ตาสมมามองว่าเป็นคู่แข่งที่ขวางทางความยิ่งใหญ่ของตน แกเคยท้าทายหลายครั้งแต่ไม่เคยได้ดี จนสุดท้ายตายไปด้วยความแค้นค้างคา วิญญาณไม่ยอมไปผุดไปเกิด กลับกลายเป็นวิญญาณร้ายรอวันแก้แค้น
จนกระทั่งเย็นวันหนึ่ง ครอบครัวนายแดนพามาถึงบ้านด้วยความตื่นตระหนก อาการของเขาแปลกประหลาดจนแพทย์ช่วยไม่ได้ ตัวเกร็งแข็ง ตาขาวลอก พูดเสียงไม่ใช่ของตัวเอง และมีรอยไหม้ปรากฏตามตัว
หมอเสมจับชีพจรแล้วสังเกตอย่างละเอียด น้ำเสียงเรียบเฉยแต่แฝงความหนักแน่นพูดกับญาติว่า
“ไม่ใช่โรคที่ยากาแผนปัจจุบันรักษาได้… เป็นเรื่องของวิญญาณเก่าแก่ที่ยังไม่สงบ ไว้ให้ผมช่วยดูแลสักคืนสองคืนก่อน”
เมื่อทุกคนกลับไปแล้ว หมอเสมจึงกระซิบกับอากาศรอบตัวด้วยน้ำเสียงต่ำแต่ทรงพลัง
“รู้อยู่แล้วว่าแกไม่ยอมไปง่ายๆ ตาสมมา… ความแค้นที่สะสมมานาน มันไม่ใช่ทางออกที่ดีหรอก”
ทันใดนั้น ร่างนายแดนสะดุ้งลุกพรวด เสียงหัวเราะก้องกังวานดังออกมา
“ฮ่าๆๆ! ในที่สุดก็รู้ว่าเป็นข้าแล้วสินะ หมอเสม! ตอนมีชีวิตข้าแพ้แก ตอนนี้ข้ามีพลังมากกว่าเดิมร้อยเท่า แกจะหยุดข้าได้อย่างไร?”
หมอเสมยืนนิ่ง มือจับสายสิญจน์แน่น กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“พลังที่ได้มาจากความเกลียดชัง มันไม่มีวันยั่งยืนหรอกตาสมมา แกทำร้ายผู้อื่นเพื่อสนองความต้องการของตัวเอง มันผิดหลักธรรมของวิชาที่เคยเรียนมา”
ตาสมมาตะโกนโหยหวน
“หลักธรรมมีประโยชน์อะไร! มันทำให้ข้าต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวตายอย่างอนาถ! ข้าจะทำลายทุกสิ่งที่แกรัก!”
หมอเสมเริ่มจัดวางยันต์และเทียนไข ค่อยๆ สวดคาถาเปิดทาง กล่าวขึ้นอีกครั้ง
“ถ้าแกไม่ยอมสงบด้วยดี ก็อย่าถือสาเลย ที่ข้าต้องใช้วิธีบังคับ แม้จะไม่อยากทำร้ายวิญญาณรุ่นพี่ แต่ถ้าปล่อยไว้จะเกิดความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น”
การต่อสู้ดำเนินไปสี่วันสี่คืน ทุกครั้งที่คาถาแรกๆ ถูกต้านทาน หมอเสมก็ไม่ย่อท้อ พลางพูดกระซิบกับตัวเองและสิ่งที่สิงอยู่
“แกคิดว่าพลังที่ร้ายกาจจะทำให้แกชนะได้หรือ? ความเข้มแข็งที่แท้จริงต้องมาจากใจที่สงบ ไม่ใช่ความโกรธที่เผาผลาญตัวเอง”
จนคืนสุดท้าย เมื่อจัดวางเครื่องรางชุดสุดท้ายครบถ้วน หมอเสมสวดคาถาสูงสุดแล้วตะโกนด้วยเสียงที่ดังก้องไปทั่วบริเวณ
“ตาสมมา! ฟังคำสุดท้ายของข้า! ความแค้นมันไม่พาแกไปไหนนอกจากกองทุกข์! วันนี้ข้าจะตัดสายบ่วงแห่งความเกลียดนี้ให้แก หยุดเสียที!”
แสงสีดำพุ่งออกมาอย่างรุนแรงแต่ถูกวงยันต์กักกั้น เสียงร้องโหยหวนดังลั่น
“ไม่เอา! ข้าไม่ยอม!”
หมอเสมยกมือประคองน้ำมนต์สาดลงบนร่าง พร้อมกล่าวทิ้งท้าย
“ยอมสงบเถิด… เพื่อให้ตัวเองได้พักผ่อนเสียที”
แสงนั้นค่อยๆ จางหาย เสียงร้องก็เบาลงจนเงียบสนิท นายแดนล้มลงนอนหลับสนิท รอยไหม้ตามตัวค่อยๆ หายไป
หมอเสมทรุดนั่งลงกับพื้น เหงื่อท่วมตัว พึมพำเบาๆ ด้วยน้ำเสียงอ่อนล้าแต่สบายใจ
“จบลงแล้ว… สะสางเรื่องเก่าได้เสียที”
รุ่งเช้าชาวบ้านมาถามไถ่ด้วยความดีใจ หมอเสมแค่ยิ้มบางๆ ตอบกลับอย่างเรียบง่าย
“แค่วิญญาณเก่าที่ยังไม่สงบ ลอยผ่านไปแล้วครับ ไม่มีอะไรต้องกังวล”
ไม่มีใครรู้ว่าคืนนั้นเขาต้องเผชิญหน้ากับศัตรูเก่า สู้กับพลังร้ายแรงจนแทบหมดแรง ชีวิตจึงกลับมาดำเนินไปเหมือนเดิม เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย
เล่าเรื่องผีมนต์ดำไสยศาสตร์เวทมนต์คาถา
หมอเสมเป็นเพียงชายชราคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ริมป่าในหมู่บ้านเล็กๆ ใช้ชีวิตเรียบง่าย ปลูกผัก เลี้ยงไก่ หาของป่ามากินเอง คุยทักทายชาวบ้านเหมือนเพื่อนบ้านทั่วไป ไม่เคยเปิดเผยว่าเบื้องหลังเขาสืบทอดวิชาไสยศาสตร์และอาคมโบราณมาตั้งแต่รุ่นปู่ คนในหมู่บ้านจึงมองว่าแกเป็นแค่ผู้เฒ่าที่ใจดีและมีอายุยืนเท่านั้น
แต่ในอดีตที่ผ่านมา ท้ายหมู่บ้านเคยมีชายชราคนหนึ่งชื่อ ตาสมมา แกก็เรียนวิชาอาคมเหมือนกัน แต่ชอบนำไปใช้ในทางมืด ข่มขู่เรียกรับสิ่งของจากชาวบ้าน และเกลียดชังหมอเสมอยิ่งนัก เพราะรู้ว่าหมอเสมมีวิชาที่เหนือกว่า แม้หมอเสมจะไม่เคยแสดงตัว แต่ตาสมมามองว่าเป็นคู่แข่งที่ขวางทางความยิ่งใหญ่ของตน แกเคยท้าทายหลายครั้งแต่ไม่เคยได้ดี จนสุดท้ายตายไปด้วยความแค้นค้างคา วิญญาณไม่ยอมไปผุดไปเกิด กลับกลายเป็นวิญญาณร้ายรอวันแก้แค้น
จนกระทั่งเย็นวันหนึ่ง ครอบครัวนายแดนพามาถึงบ้านด้วยความตื่นตระหนก อาการของเขาแปลกประหลาดจนแพทย์ช่วยไม่ได้ ตัวเกร็งแข็ง ตาขาวลอก พูดเสียงไม่ใช่ของตัวเอง และมีรอยไหม้ปรากฏตามตัว
หมอเสมจับชีพจรแล้วสังเกตอย่างละเอียด น้ำเสียงเรียบเฉยแต่แฝงความหนักแน่นพูดกับญาติว่า
“ไม่ใช่โรคที่ยากาแผนปัจจุบันรักษาได้… เป็นเรื่องของวิญญาณเก่าแก่ที่ยังไม่สงบ ไว้ให้ผมช่วยดูแลสักคืนสองคืนก่อน”
เมื่อทุกคนกลับไปแล้ว หมอเสมจึงกระซิบกับอากาศรอบตัวด้วยน้ำเสียงต่ำแต่ทรงพลัง
“รู้อยู่แล้วว่าแกไม่ยอมไปง่ายๆ ตาสมมา… ความแค้นที่สะสมมานาน มันไม่ใช่ทางออกที่ดีหรอก”
ทันใดนั้น ร่างนายแดนสะดุ้งลุกพรวด เสียงหัวเราะก้องกังวานดังออกมา
“ฮ่าๆๆ! ในที่สุดก็รู้ว่าเป็นข้าแล้วสินะ หมอเสม! ตอนมีชีวิตข้าแพ้แก ตอนนี้ข้ามีพลังมากกว่าเดิมร้อยเท่า แกจะหยุดข้าได้อย่างไร?”
หมอเสมยืนนิ่ง มือจับสายสิญจน์แน่น กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“พลังที่ได้มาจากความเกลียดชัง มันไม่มีวันยั่งยืนหรอกตาสมมา แกทำร้ายผู้อื่นเพื่อสนองความต้องการของตัวเอง มันผิดหลักธรรมของวิชาที่เคยเรียนมา”
ตาสมมาตะโกนโหยหวน
“หลักธรรมมีประโยชน์อะไร! มันทำให้ข้าต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวตายอย่างอนาถ! ข้าจะทำลายทุกสิ่งที่แกรัก!”
หมอเสมเริ่มจัดวางยันต์และเทียนไข ค่อยๆ สวดคาถาเปิดทาง กล่าวขึ้นอีกครั้ง
“ถ้าแกไม่ยอมสงบด้วยดี ก็อย่าถือสาเลย ที่ข้าต้องใช้วิธีบังคับ แม้จะไม่อยากทำร้ายวิญญาณรุ่นพี่ แต่ถ้าปล่อยไว้จะเกิดความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น”
การต่อสู้ดำเนินไปสี่วันสี่คืน ทุกครั้งที่คาถาแรกๆ ถูกต้านทาน หมอเสมก็ไม่ย่อท้อ พลางพูดกระซิบกับตัวเองและสิ่งที่สิงอยู่
“แกคิดว่าพลังที่ร้ายกาจจะทำให้แกชนะได้หรือ? ความเข้มแข็งที่แท้จริงต้องมาจากใจที่สงบ ไม่ใช่ความโกรธที่เผาผลาญตัวเอง”
จนคืนสุดท้าย เมื่อจัดวางเครื่องรางชุดสุดท้ายครบถ้วน หมอเสมสวดคาถาสูงสุดแล้วตะโกนด้วยเสียงที่ดังก้องไปทั่วบริเวณ
“ตาสมมา! ฟังคำสุดท้ายของข้า! ความแค้นมันไม่พาแกไปไหนนอกจากกองทุกข์! วันนี้ข้าจะตัดสายบ่วงแห่งความเกลียดนี้ให้แก หยุดเสียที!”
แสงสีดำพุ่งออกมาอย่างรุนแรงแต่ถูกวงยันต์กักกั้น เสียงร้องโหยหวนดังลั่น
“ไม่เอา! ข้าไม่ยอม!”
หมอเสมยกมือประคองน้ำมนต์สาดลงบนร่าง พร้อมกล่าวทิ้งท้าย
“ยอมสงบเถิด… เพื่อให้ตัวเองได้พักผ่อนเสียที”
แสงนั้นค่อยๆ จางหาย เสียงร้องก็เบาลงจนเงียบสนิท นายแดนล้มลงนอนหลับสนิท รอยไหม้ตามตัวค่อยๆ หายไป
หมอเสมทรุดนั่งลงกับพื้น เหงื่อท่วมตัว พึมพำเบาๆ ด้วยน้ำเสียงอ่อนล้าแต่สบายใจ
“จบลงแล้ว… สะสางเรื่องเก่าได้เสียที”
รุ่งเช้าชาวบ้านมาถามไถ่ด้วยความดีใจ หมอเสมแค่ยิ้มบางๆ ตอบกลับอย่างเรียบง่าย
“แค่วิญญาณเก่าที่ยังไม่สงบ ลอยผ่านไปแล้วครับ ไม่มีอะไรต้องกังวล”
ไม่มีใครรู้ว่าคืนนั้นเขาต้องเผชิญหน้ากับศัตรูเก่า สู้กับพลังร้ายแรงจนแทบหมดแรง ชีวิตจึงกลับมาดำเนินไปเหมือนเดิม เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย