จากกรณีคลิปวิดีโอที่ถูกเผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์ และมีการแชร์ต่ออย่างกว้างขวาง แสดงพฤติกรรมของรถกระบะคันหนึ่งขับขี่ด้วยความเร็วสูง เปลี่ยนช่องทางกะทันหัน ขับจี้ท้ายรถคันอื่น และสร้างความหวาดเสียวให้กับผู้ใช้รถใช้ถนน บนถนนวิภาวดีรังสิตขาออก เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.69 ที่ผ่านมา ภายหลังตำรวจได้ตรวจสอบพยานหลักฐานจากกล้องวงจรปิด เพื่อตรวจหาข้อมูลทะเบียนรถ จนสามารถติดตามตัวผู้ขับขี่ได้ ทราบว่าคือ นายวิท (นามสมมุติ) อายุ 26 ปี ก่อนเชิญตัวเข้าพบพนักงานสอบสวน เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.69 ซึ่งเจ้าตัวให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
จากการสอบสวนพบว่านายวิท ต้องการทดสอบสมรรถนะเครื่องยนต์รถซึ่งได้แต่งมา จึงขับรถด้วยความเร็วสูง เบิ้ลเครื่องยนต์ เปลี่ยนช่องทางเดินรถกะทันหันโดยไม่ให้สัญญาณไฟ และขับจี้ท้ายรถคันอื่นในลักษณะหวาดเสียว ซึ่งอันนี้ถือเป็นการขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น ซึ่งเป็นความผิดตามกฎหมาย ล่าสุดวันที่ 16 มิ.ย.69 ศาลแขวงพระนครเหนือ พิพากษา ลงโทษจำคุก 3 เดือน ปรับ 6,000 บาท โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้ 2 ปี พร้อมคุมความประพฤติ 1 ปี รายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 3 ครั้ง และบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม 24 ชั่วโมง
นอกจากนี้ ศาลมีคำสั่ง
เพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ และ
ริบรถยนต์ของกลางที่ใช้ในการกระทำความผิด เพื่อไม่ให้เกิดพฤติกรรมเสี่ยงซ้ำและเป็นอุทาหรณ์แก่ผู้ใช้รถใช้ถนนรายอื่น
ที่มา
จ๋อย บทเรียนบทใหญ่ กระบะซิ่ง ; ศาลสั่งยึดรถ เพิกถอนใบขับขี่ ถามต่อจะเข็ดไหม
จากกรณีคลิปวิดีโอที่ถูกเผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์ และมีการแชร์ต่ออย่างกว้างขวาง แสดงพฤติกรรมของรถกระบะคันหนึ่งขับขี่ด้วยความเร็วสูง เปลี่ยนช่องทางกะทันหัน ขับจี้ท้ายรถคันอื่น และสร้างความหวาดเสียวให้กับผู้ใช้รถใช้ถนน บนถนนวิภาวดีรังสิตขาออก เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.69 ที่ผ่านมา ภายหลังตำรวจได้ตรวจสอบพยานหลักฐานจากกล้องวงจรปิด เพื่อตรวจหาข้อมูลทะเบียนรถ จนสามารถติดตามตัวผู้ขับขี่ได้ ทราบว่าคือ นายวิท (นามสมมุติ) อายุ 26 ปี ก่อนเชิญตัวเข้าพบพนักงานสอบสวน เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.69 ซึ่งเจ้าตัวให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
จากการสอบสวนพบว่านายวิท ต้องการทดสอบสมรรถนะเครื่องยนต์รถซึ่งได้แต่งมา จึงขับรถด้วยความเร็วสูง เบิ้ลเครื่องยนต์ เปลี่ยนช่องทางเดินรถกะทันหันโดยไม่ให้สัญญาณไฟ และขับจี้ท้ายรถคันอื่นในลักษณะหวาดเสียว ซึ่งอันนี้ถือเป็นการขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น ซึ่งเป็นความผิดตามกฎหมาย ล่าสุดวันที่ 16 มิ.ย.69 ศาลแขวงพระนครเหนือ พิพากษา ลงโทษจำคุก 3 เดือน ปรับ 6,000 บาท โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้ 2 ปี พร้อมคุมความประพฤติ 1 ปี รายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 3 ครั้ง และบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม 24 ชั่วโมง
นอกจากนี้ ศาลมีคำสั่ง เพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ และริบรถยนต์ของกลางที่ใช้ในการกระทำความผิด เพื่อไม่ให้เกิดพฤติกรรมเสี่ยงซ้ำและเป็นอุทาหรณ์แก่ผู้ใช้รถใช้ถนนรายอื่น
ที่มา