ยิ่งโตขึ้น ยิ่งรู้ว่าความสบายใจมีค่ากว่าความสมบูรณ์แบบ

เมื่อก่อนเป็นคนที่จริงจังกับชีวิตมากค่ะ ทำอะไรก็อยากให้ดี อยากให้เป๊ะ อยากให้ทุกอย่างออกมาตามที่วางแผนไว้
พอมีอะไรผิดไปจากที่คิดนิดเดียวก็จะเก็บมาคิดซ้ำ ๆ จนบางครั้งทำให้ตัวเองเหนื่อยโดยไม่จำเป็น

แต่พอเวลาผ่านไป ได้เจอทั้งเรื่องที่สมหวังและผิดหวัง ได้เจอคนหลากหลายแบบ ได้ผ่านช่วงที่คิดว่าตัวเองไหวทั้งที่จริง ๆ ไม่ไหว
ก็เริ่มเข้าใจอะไรหลายอย่างมากขึ้น ว่าบางเรื่องเราไม่สามารถควบคุมได้ทั้งหมด ต่อให้เตรียมตัวมาดีแค่ไหน ชีวิตก็ยังมีเรื่องที่คาดไม่ถึงเกิดขึ้นอยู่เสมอ

ช่วงหลังเลยเริ่มเปลี่ยนมุมมองกับตัวเอง จากที่เคยพยายามเป็นคนที่ดีที่สุดในทุกเรื่อง กลายเป็นแค่พยายามเป็นคนที่มีความสุขกับชีวิตในแต่ละวันให้ได้มากขึ้น ถ้าวันไหนทำงานเสร็จตามเป้าหมาย ได้กินข้าวอร่อย ๆ ได้กลับมาพักผ่อนโดยไม่ต้องกังวลอะไร ก็ถือว่าเป็นวันที่ดีแล้ว

สิ่งที่ค้นพบคือ ความสมบูรณ์แบบอาจทำให้เราดูเก่งในสายตาคนอื่น แต่ความสบายใจต่างหากที่ทำให้เราอยู่กับตัวเองได้อย่างมีความสุขจริง ๆ ทุกวันนี้ยังมีเป้าหมาย ยังมีความฝันเหมือนเดิม แต่ไม่ได้กดดันตัวเองเหมือนเมื่อก่อนแล้ว
บางครั้งการยอมรับว่าตัวเองมีข้อผิดพลาด มีวันที่ไม่เก่ง มีวันที่เหนื่อย และมีวันที่อยากพักบ้าง ไม่ได้แปลว่าเราอ่อนแอเลย
กลับกันมันทำให้เราเข้าใจตัวเองมากขึ้นด้วยซ้ำ

พอปล่อยวางเรื่องที่ไม่จำเป็นลงได้บ้าง ชีวิตก็ดูเบาขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ หลายเรื่องที่เคยคิดว่าสำคัญมากในวันนั้น
พอเวลาผ่านไปก็กลายเป็นเพียงเรื่องเล็ก ๆ ที่เราแทบจำไม่ได้แล้ว
ตอนนี้เลยรู้สึกว่าความสุขไม่ได้มาจากการมีทุกอย่างพร้อม แต่มาจากการพอใจกับสิ่งที่มีในช่วงเวลานั้นมากกว่า
และไม่ว่าจะเดินช้าหรือเดินเร็ว ขอแค่ยังเดินต่อไปในแบบของตัวเอง ก็น่าจะเพียงพอแล้วสำหรับชีวิตหนึ่งชีวิตค่ะ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่