สารภาพมาซะดีๆ ว่าใครเคยกระเป๋าแห้งช่วงกลางเดือนจนต้องสถาปนา "มาม่า" เป็นอาหารหลักบ้าง?! ยิ่งช่วงสอบนะแกเอ๋ย... ต่อให้อ่านหนังสือจนสมองบวมแค่ไหน ท้องมันก็ร้องประท้วงตอนตีสองอยู่ดี วันนี้ จขกท. ขอชวนทุกคนมาเปิดวาร์ปย้อนอดีตไปช่วงชีวิตมหาลัย วันที่เงินมีจำกัด แต่ความหิวไร้ขีดจำกัด มาดูกันซิว่าพวกเราผ่านจุดนั้นมาได้ยังไง!
1. สลัดคราบคนกรุง สู่โหมด "เด็กสโมฯ จำเป็น" และสัมภเวสีเฝ้าหอเพื่อน
เอาจริงป่ะแก ตัว จขกท. เองเนี่ย... บ้านไม่ได้อยู่หอนะคะ (เป็นเด็กบ้านนั่นแหละ) แต่พอบทจะสอบทีไร สภาพคือกลายร่างเป็นสิ่งมีชีวิตกึ่งถาวรตามสโมสรคณะ หรือไม่ก็กลายเป็นสัมภเวสีลอยไปสิงอยู่หอเพื่อนสนิทโดยปริยายค่ะ! เพราะอะไรเหรอ? ก็เพราะการอ่านหนังสือคนเดียวที่บ้านมันเหงา (จริงๆ คือเตียงมันดูดวิญญาณ อ่านได้สองบรรทัดก็หลับ 555) การได้มานั่งสุมหัว ล้อมวงติวกับเพื่อนมันอุ่นใจกว่าเยอะ
ในทางจิตวิทยา มนุษย์เราจะมีภาวะที่เรียกว่า
Social Facilitation (การกระตุ้นทางสังคม) ค่ะ พอเห็นเพื่อนเครียด ทัศนคติเราจะเปลี่ยนเป็น
"เออ ยังไม่อ่าน กูรอด" หรือ
"เห้ย อ่านจบเล่มแล้วเหรอ กูต้องสปีดแล้ว!" แต่ก็นั่นแหละค่ะ กองทัพต้องเดินด้วยท้อง! พอเข็มนาฬิกาชี้เลข 12 (เที่ยงคืน) ความรู้ยังไม่เข้าสมอง แต่อาหารเก่าในท้องเริ่มหมดโควตา โชคดีที่รอบๆ มหาลัยยุคนั้น (รวมถึงยุคนี้) ร้านอาหารตามสั่งเพียบ เปิดดึกถึงเที่ยงคืน มีเซเว่นทุกมุมตึก แต่ถามว่าเด็กมหาลัยอย่างเรามีตังค์สอยชาบูตอนดึกไหม? ตอบเลยว่า...
ไม่มี๊!!! เงินเดือนที่พ่อแม่ให้มาเหลือน้อยยิ่งกว่าเส้นผมบนหัวตอนเครียดสอบซะอีก!
"เมื่อสมองต้องการกลูโคสไปจำสูตรเคมี แต่กระเป๋าตังค์บอกว่า จำได้แค่ราคามาม่าซองละ 6 บาทก็พอ..." - จขกท. กล่าวด้วยน้ำตาคลอ
2. เมนูมหาเทพ "ยำยำจัมโบ้ 4 ซอง ไข่ 2 ใบ" สูตรแชร์ความจน สำหรับ 4 คน!
เมื่อเงินน้อย แต่อยากอิ่มระดับจักรวรรดิ เมนูที่ช่วยกู้โลกและกู้เกียรติยศของแก๊งเราไว้ก็คือ
"ยำยำจัมโบ้รสหมูสับ (หรือรสที่ชอบ) 4 ซอง ต้มรวมกัน แล้วตอกไข่ไก่ลงไป 2 ใบ" ใช่ค่ะฟังไม่ผิด... นี่คือโควตาสำหรับมนุษย์ 4 คน!
ในเชิงจิตวิทยาความเข้าอกเข้าใจ (Empathy) เมนูนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของอาหารประทังชีวิตนะ แต่มันคือ
"ศิลปะแห่งการแบ่งปันความทุกข์ยาก" อารมณ์แบบ
พวกเราจะอดตายไปด้วยกัน และเราจะรอดไปด้วยกัน! การกินมาม่าหม้อเดียวกันตอนตีสองมันสร้าง Bonding (ความผูกพัน) ที่เหนียวแน่นยิ่งกว่ากาวตราช้างซะอีก
เ ทคนิคการแย่งชิง: ใครตักเส้นได้เยอะถือเป็นผู้ชนะ ใครได้น้ำซุปโซเดียมเน้นๆ ถือเป็นผู้พิทักษ์ไต
ไข่ 2 ใบคือทองคำ: การกระจายตัวของไข่ 2 ใบในหม้อมาม่า 4 ซอง มันคือความท้าทายระดับชาติ ต้องคนให้เนียนเพื่อให้ทุกคนได้สัมผัสโมเลกุลของไข่เท่าๆ กัน!
ความอร่อยที่หาไม่ได้จากร้านมิชลิน: แปลกมากนะ แอร์หอเพื่อนซ่อมแล้วซ่อมอีก ลมโชยมาเบาๆ แต่การซดน้ำมาม่าร้อนๆ ตอนตีสองครึ่งในวันที่ตาทั้งสองข้างพยายามจะปิด มันคือเดอะเบสท์! อร่อยกว่าไปกินร้านหรูๆ ตอนมีตังค์ซะอีก
"ความเข้มข้นของน้ำซุปมาม่ารอบดึก... แปรผันตรงกับความง่วงและความสิ้นหวังในวิชาที่จะสอบเช้านี้" - สูตรคำนวณลับของเด็กหอ
3. จาก "ข้าวรอบรุ่ง" ในวันนั้น สู่ "บทเรียนชีวิต" ในวันนี้
พออ่านหนังสือโต้รุ่ง ลากยาวไปจนฟ้าสาง (ฟีลนกฮูกเรียกพี่) ด่านสุดท้ายก่อนเดินเข้าห้องสอบคือ
"ข้าวรอบรุ่ง" หรืออาหารเช้าตอนตีห้าครึ่งค่ะแก บางวันถ้าร้านข้าวต้มรอบมหาลัยยังเปิดอยู่ หรือร้านโจ๊กเริ่มตั้งโต๊ะ สภาพพวกเรา 4 คนคือเดินสะโหลสะเหล ตาโหลเป็นแพนด้า หน้าสดไม่ได้ล้าง ผมเผ้าชี้ฟู เดินไปสั่ง
"เจ๊... โจ๊กหมูใส่ไข่ทุกอย่าง 4 ชาม ด่วนๆ" มองย้อนกลับไปในมุมของจิตวิทยาคนเราช่วงวัยรุ่น (Young Adult) ช่วงเวลานั้นคือช่วงที่เรากำลังฝึกรับมือกับ
"ความกดดันและการเอาตัวรอด" ความลำบากเล็กๆ น้อยๆ อย่างการไม่มีตังค์กินของหรูๆ การต้องแชร์มาม่า แย่งไข่กินกับเพื่อน มันหล่อหลอมให้เราเป็นคนเข้าใจโลกมากขึ้นนะ
ทำให้เราสะท้อนใจกับมนุษย์เงินเดือนยุคนี้ที่บ่นว่า
"กลางเดือนเหมือนสิ้นใจ" เออ... จริงๆ พวกเราซ้อมสิ้นใจมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาลัยแล้วป่ะพวกรึง! 😂
มันทำให้เราตระหนักรู้ว่า "ความสุข" บางทีมันก็ราคาแค่ไม่กี่สิบบาท ขอแค่มีถูกคน อยู่ถูกที่ และมีความเข้าอกเข้าใจกันในกลุ่มเพื่อนก็พอแล้ว
มาค่ะทุกคน... ได้เวลาขุดความหลังมาเมาท์กันแล้ว! 🎤✨
แหม... เล่าไปก็นึกถึงกลิ่นเครื่องปรุงมาม่าลอยโชยมาเลยค่ะ 5555 ชีวิตมหาลัยนี่มันมีเสน่ห์ตรงความดิ่งและความฮาผสมกันจริงๆ ยิ่งช่วงกลางเดือนแบบนี้ ยิ่งอินสุดๆ!
จขกท. ขอตั้งคำถามชวนคุยตรงนี้เลยว่า...
สมัยเรียนมหาลัย (หรือตอนนี้ก็ได้)
"เมนูช่วยชีวิตช่วงกลางเดือน" หรือ
"สูตรลับมาม่ารอบดึก" ของแก๊งคุณคืออะไร?
แล้วมีใครเคยมีพฤติกรรมเป็นสัมภเวสีชอบไปสิงหอเพื่อน หรือสโมสรคณะเพื่อติวหนังสือเหมือน จขกท. บ้างไหม? มีวีรกรรมฮาๆ อะไรตอนตีสองตีกระหน่ำมาเล่าให้ฟังหน่อยเร็ววว!
คอมเมนต์คุยกันข้างล่างเลยน้าาา จขกท. ปักหมุดรออ่านและเตรียมแจกกิฟต์รัวๆ จ้าาา! 🥰❤️
กลางเดือนเหมือนกิเลสหนา แต่เงินในกระเป๋าบางเฉียบ! มาแชร์ เมนูประทังชีวิต สมัยเรียนมหาลัยกัน สูตรลับโต้รุ่งกับแก๊งเพื่อน
1. สลัดคราบคนกรุง สู่โหมด "เด็กสโมฯ จำเป็น" และสัมภเวสีเฝ้าหอเพื่อน
เอาจริงป่ะแก ตัว จขกท. เองเนี่ย... บ้านไม่ได้อยู่หอนะคะ (เป็นเด็กบ้านนั่นแหละ) แต่พอบทจะสอบทีไร สภาพคือกลายร่างเป็นสิ่งมีชีวิตกึ่งถาวรตามสโมสรคณะ หรือไม่ก็กลายเป็นสัมภเวสีลอยไปสิงอยู่หอเพื่อนสนิทโดยปริยายค่ะ! เพราะอะไรเหรอ? ก็เพราะการอ่านหนังสือคนเดียวที่บ้านมันเหงา (จริงๆ คือเตียงมันดูดวิญญาณ อ่านได้สองบรรทัดก็หลับ 555) การได้มานั่งสุมหัว ล้อมวงติวกับเพื่อนมันอุ่นใจกว่าเยอะ
ในทางจิตวิทยา มนุษย์เราจะมีภาวะที่เรียกว่า Social Facilitation (การกระตุ้นทางสังคม) ค่ะ พอเห็นเพื่อนเครียด ทัศนคติเราจะเปลี่ยนเป็น "เออ ยังไม่อ่าน กูรอด" หรือ "เห้ย อ่านจบเล่มแล้วเหรอ กูต้องสปีดแล้ว!" แต่ก็นั่นแหละค่ะ กองทัพต้องเดินด้วยท้อง! พอเข็มนาฬิกาชี้เลข 12 (เที่ยงคืน) ความรู้ยังไม่เข้าสมอง แต่อาหารเก่าในท้องเริ่มหมดโควตา โชคดีที่รอบๆ มหาลัยยุคนั้น (รวมถึงยุคนี้) ร้านอาหารตามสั่งเพียบ เปิดดึกถึงเที่ยงคืน มีเซเว่นทุกมุมตึก แต่ถามว่าเด็กมหาลัยอย่างเรามีตังค์สอยชาบูตอนดึกไหม? ตอบเลยว่า... ไม่มี๊!!! เงินเดือนที่พ่อแม่ให้มาเหลือน้อยยิ่งกว่าเส้นผมบนหัวตอนเครียดสอบซะอีก!
"เมื่อสมองต้องการกลูโคสไปจำสูตรเคมี แต่กระเป๋าตังค์บอกว่า จำได้แค่ราคามาม่าซองละ 6 บาทก็พอ..." - จขกท. กล่าวด้วยน้ำตาคลอ
2. เมนูมหาเทพ "ยำยำจัมโบ้ 4 ซอง ไข่ 2 ใบ" สูตรแชร์ความจน สำหรับ 4 คน!
เมื่อเงินน้อย แต่อยากอิ่มระดับจักรวรรดิ เมนูที่ช่วยกู้โลกและกู้เกียรติยศของแก๊งเราไว้ก็คือ "ยำยำจัมโบ้รสหมูสับ (หรือรสที่ชอบ) 4 ซอง ต้มรวมกัน แล้วตอกไข่ไก่ลงไป 2 ใบ" ใช่ค่ะฟังไม่ผิด... นี่คือโควตาสำหรับมนุษย์ 4 คน!
ในเชิงจิตวิทยาความเข้าอกเข้าใจ (Empathy) เมนูนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของอาหารประทังชีวิตนะ แต่มันคือ "ศิลปะแห่งการแบ่งปันความทุกข์ยาก" อารมณ์แบบ พวกเราจะอดตายไปด้วยกัน และเราจะรอดไปด้วยกัน! การกินมาม่าหม้อเดียวกันตอนตีสองมันสร้าง Bonding (ความผูกพัน) ที่เหนียวแน่นยิ่งกว่ากาวตราช้างซะอีก
เ ทคนิคการแย่งชิง: ใครตักเส้นได้เยอะถือเป็นผู้ชนะ ใครได้น้ำซุปโซเดียมเน้นๆ ถือเป็นผู้พิทักษ์ไต
ไข่ 2 ใบคือทองคำ: การกระจายตัวของไข่ 2 ใบในหม้อมาม่า 4 ซอง มันคือความท้าทายระดับชาติ ต้องคนให้เนียนเพื่อให้ทุกคนได้สัมผัสโมเลกุลของไข่เท่าๆ กัน!
ความอร่อยที่หาไม่ได้จากร้านมิชลิน: แปลกมากนะ แอร์หอเพื่อนซ่อมแล้วซ่อมอีก ลมโชยมาเบาๆ แต่การซดน้ำมาม่าร้อนๆ ตอนตีสองครึ่งในวันที่ตาทั้งสองข้างพยายามจะปิด มันคือเดอะเบสท์! อร่อยกว่าไปกินร้านหรูๆ ตอนมีตังค์ซะอีก
"ความเข้มข้นของน้ำซุปมาม่ารอบดึก... แปรผันตรงกับความง่วงและความสิ้นหวังในวิชาที่จะสอบเช้านี้" - สูตรคำนวณลับของเด็กหอ
3. จาก "ข้าวรอบรุ่ง" ในวันนั้น สู่ "บทเรียนชีวิต" ในวันนี้
พออ่านหนังสือโต้รุ่ง ลากยาวไปจนฟ้าสาง (ฟีลนกฮูกเรียกพี่) ด่านสุดท้ายก่อนเดินเข้าห้องสอบคือ "ข้าวรอบรุ่ง" หรืออาหารเช้าตอนตีห้าครึ่งค่ะแก บางวันถ้าร้านข้าวต้มรอบมหาลัยยังเปิดอยู่ หรือร้านโจ๊กเริ่มตั้งโต๊ะ สภาพพวกเรา 4 คนคือเดินสะโหลสะเหล ตาโหลเป็นแพนด้า หน้าสดไม่ได้ล้าง ผมเผ้าชี้ฟู เดินไปสั่ง "เจ๊... โจ๊กหมูใส่ไข่ทุกอย่าง 4 ชาม ด่วนๆ" มองย้อนกลับไปในมุมของจิตวิทยาคนเราช่วงวัยรุ่น (Young Adult) ช่วงเวลานั้นคือช่วงที่เรากำลังฝึกรับมือกับ "ความกดดันและการเอาตัวรอด" ความลำบากเล็กๆ น้อยๆ อย่างการไม่มีตังค์กินของหรูๆ การต้องแชร์มาม่า แย่งไข่กินกับเพื่อน มันหล่อหลอมให้เราเป็นคนเข้าใจโลกมากขึ้นนะ
ทำให้เราสะท้อนใจกับมนุษย์เงินเดือนยุคนี้ที่บ่นว่า "กลางเดือนเหมือนสิ้นใจ" เออ... จริงๆ พวกเราซ้อมสิ้นใจมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาลัยแล้วป่ะพวกรึง! 😂
มันทำให้เราตระหนักรู้ว่า "ความสุข" บางทีมันก็ราคาแค่ไม่กี่สิบบาท ขอแค่มีถูกคน อยู่ถูกที่ และมีความเข้าอกเข้าใจกันในกลุ่มเพื่อนก็พอแล้ว
มาค่ะทุกคน... ได้เวลาขุดความหลังมาเมาท์กันแล้ว! 🎤✨
แหม... เล่าไปก็นึกถึงกลิ่นเครื่องปรุงมาม่าลอยโชยมาเลยค่ะ 5555 ชีวิตมหาลัยนี่มันมีเสน่ห์ตรงความดิ่งและความฮาผสมกันจริงๆ ยิ่งช่วงกลางเดือนแบบนี้ ยิ่งอินสุดๆ!
จขกท. ขอตั้งคำถามชวนคุยตรงนี้เลยว่า...
สมัยเรียนมหาลัย (หรือตอนนี้ก็ได้) "เมนูช่วยชีวิตช่วงกลางเดือน" หรือ "สูตรลับมาม่ารอบดึก" ของแก๊งคุณคืออะไร?
แล้วมีใครเคยมีพฤติกรรมเป็นสัมภเวสีชอบไปสิงหอเพื่อน หรือสโมสรคณะเพื่อติวหนังสือเหมือน จขกท. บ้างไหม? มีวีรกรรมฮาๆ อะไรตอนตีสองตีกระหน่ำมาเล่าให้ฟังหน่อยเร็ววว!
คอมเมนต์คุยกันข้างล่างเลยน้าาา จขกท. ปักหมุดรออ่านและเตรียมแจกกิฟต์รัวๆ จ้าาา! 🥰❤️