My NZ story : New World and Warm Heart begin here

👋 สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่น่ารัก และชาวพันทิปทุกท่าน... Kia Ora! ครับ ❤️
​วันนี้ผมจะพาทุกท่านย้อนเวลาร่วมเดินทางไปกับเรื่องจริงของการใช้ชีวิตในประเทศนิวซีแลนด์ ในมุมมองของเด็กมัธยมตัวน้อยๆ คนหนึ่งที่ตัดสินใจบินเดี่ยวไปผจญภัยในโลกกว้าง
​Prepare to take off and let go!! (บอกก่อนเลยว่าการเดินทางครั้งนี้ยาวนานและครบรสแน่นอนครับ!)

​🚀 The Start: จุดเริ่มต้นโลกใบใหม่ของเด็กอายุ 15 ปี
​ย้อนกลับไปตอนนั้น เมื่อรู้ว่าตัวเองจะต้องเดินทางไปเรียนต่อระดับชั้นมัธยมปลาย (Year 10-12) ที่ประเทศนิวซีแลนด์ ในใจมันเต็มไปด้วยคำถามและความลังเลว่า "เราจะไปดีไหมนะ?" แต่จุดเปลี่ยนมันอยู่ตรงที่วันหนึ่ง ผมนั่งมองน้องหมาที่บ้านวิ่งกระดิกหางออกไปนอกประตูบ้านเพื่อไปเจออะไรใหม่ๆ อย่างสนุกสนาน วินาทีนั้นคิดได้เลยว่า "ขนาดน้องหมายังอยากออกไปท่องโลกเลย แล้วเราจะอยู่แต่ในเซฟโซนทำไม!" นั่นแหละครับ จุดเริ่มต้นของการออกไปเปิดโลกกว้างของผม

​🗺️ New World: โลกใบใหม่
​ผมต้องเดินทางคนเดียว เมืองแรกที่ผมไปปักหมุดคือ Wellington ครับ ก้าวลงจากเครื่องบินบอกคำเดียวว่า “ขาสั่นพั่บๆๆ!” ภาษาก็ไม่ได้เลย แต่สุดท้ายก็ผ่าน ตม. มาได้แบบงงๆ พอเจอ Host Family ปุ๊บ ค่อยโล่งอกขึ้นมาบ้าง คืนแรกคือสลบหลับปุ๋ยเลยครับ ฮ่าๆ
​พอถึงวันเปิดเทอมวันแรก (Year 10) โฮสพาไปส่งที่โรงเรียน ยอมรับเลยว่าประหม่ามาก กลัวไปหมดว่าจะหาเพื่อนได้ไหม จะคุยกับใครรู้เรื่องหรือเปล่า โชคดีที่โรงเรียนมีระบบจับคู่บัดดี้ และผมก็ได้เจอ "Logan" เพื่อนคนแรกที่ทำหน้าที่ฮีโร่พาทัวร์ห้องเรียน ที่นิวซีแลนด์จะเรียนวิชานึงห้องนึง พอหมดคาบก็ต้องเดินย้ายห้องไปเรื่อยๆ เหมือนมหาวิทยาลัยครับ บางวิชาผมกับโลแกนต้องแยกกัน แต่เขาก็น่ารักมาก พาไปส่งถึงห้องแถมชวนกินข้าวเที่ยงด้วย

​ช่วงแรก ๆ ในห้องเรียนบอกเลยว่า "มึนตึบบบ! 😵‍💫" ครูพูดอะไรมาเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา ฟังไม่รู้เรื่องเลย เป็นอยู่สักพักจนวันหนึ่งผมตัดสินใจเดินไปหาคุณครูสอน ESOL (ภาษาอังกฤษสำหรับนักเรียนต่างชาติ) ขอให้ครูช่วยติวเรื่อง Tense ให้หน่อย ครูใช้เวลาสอนไม่เกิน 5 นาที... บรรลุเลยครับ! หลังจากนั้นเริ่มจับทางได้ กล้าฟัง กล้าพูดมากขึ้น ก็คือเอาที่ครูสอนมาใช้จริง ฟัง+พูดออกไปครับ
​เรื่องอาหารการกิน ตอนเที่ยงผมจะทำ Toast Sandwich จากบ้านไปกินเอง แต่บางวันก็แอบไปพึ่งพา Canteen (โรงอาหาร) เมนูโปรดของผมคือ Nachos ครับ สาเหตุที่กินบ่อยไม่ใช่อะไรนะ เพราะสั่งเป็นอยู่อย่างเดียว! 😅 ตอนสั่งพูดผิด ๆ ถูกๆ จนต้องใช้วิธีจิ้มชี้เอาจากของคนข้างๆ กินไปกินมาอร่อยเฉยเลยเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตเด็กนอกที่ทุลักทุเลแต่น่าจดจำดีครับ

​🕒 Free Time: เวลาว๊างว่าง...
​ปกติหลังเลิกเรียนโฮสจะมารับครับ แต่บางวันผมจะขอเดินกลับเอง เพราะอยากแวะร้าน Dairy (ร้านขายของชำท้องถิ่น) ไปซื้อ Milk Shake หรือไอศกรีมโคนแบบโฮมเมดมากินพลางเดินชมวิวสวยๆ ช่วงแรกที่ยังไม่มีเพื่อน พอกลับมาถึงบ้านผมก็สิงอยู่แต่ในห้องนอน รอกินข้าวเย็นอย่างเดียว วันหยุดก็ไม่กล้าออกไปไหนจนกระทั่ง "Frank" เพื่อนนักเรียนจีนที่อยู่บ้านโฮสเดียวกันมาชวนเข้าเมือง แฟรงค์สอนผมขึ้นรถบัส สอนดูเส้นทาง และพาไปรู้จักกลุ่มเพื่อนคนจีนของเขา ทีนี้แหละครับ... แก๊งเริ่มขยาย!
​วันหยุดพวกเราจะชอบเข้าเมืองกัน แก๊งคนจีนจะชอบไปสิงสถิตอยู่ที่ร้านเน็ตส่วนผมเลือกที่จะ "บินเดี่ยว" เดินเล่นคนเดียวในเมือง ซึ่งมันเปิดโอกาสให้ผมได้สำรวจอะไรใหม่ๆเยอะมาก จนไปเจอร้านอาหารไทยแถว "Cuba Street" (แถวนั้นมีชานมไข่มุกอร่อยด้วยนะเออ) พอเพื่อนเล่นเกมร้านเน็ตเสร็จ เราก็จะมารวมตัวกินอาหารจีนแท้ๆ ด้วยกัน กลายเป็นว่า...
• ​วันธรรมดา: อยู่กับเพื่อนชาวนิวซีแลนด์ (Kiwi)
• ​วันหยุด: ใช้เวลากับแก๊งเพื่อนต่างชาติ เรียนรู้วัฒนธรรมกันไป
​พอเริ่มเซียนทาง ผมเคยนั่งรถบัสไปเจอร้านอาหารไทยแถว Johnsonville ลาบหมูอร่อยมากกกก! กินทีไรหายคิดถึงอาหารไทยทุกที (แต่ตอนนี้แอบลืมชื่อร้านไปแล้ว แงงง)

​🏡 Host Family: โฮสที่น่ารักกับการพาไปเที่ยว
​ทุกๆเย็น ผมกับแฟรงค์และลูกๆของโฮสจะมากินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตาซึมซับวัฒนธรรมของนิวซีแลนด์ โฮสของผมชื่อ Avon แกจะชอบชงชาอุ่นๆใส่นม หรือที่เรียกว่า "Cuppa Tea" ให้ดื่มทุกเย็น ผมชอบมากจนแกซื้อวัตถุดิบมาทิ้งไว้ให้ทำเองได้เลย คืนไหนที่อากาศหนาวจัดๆคุณแม่ของโฮสจะยกชาอุ่นๆขึ้นมาเสิร์ฟให้ถึงในห้องนอน รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคุณชายท่านหนึ่งเลยครับ ฮ่าๆ นี้แหละความน่ารักอบอุ่นของครอบครัวนี้ และที่ขาดไม่ได้คือ โฮสจะชอบเรียกให้มากินไอศกรีมรส "Hokey Pokey" ซึ่งเป็นรสชาติเฉพาะของนิวซีแลนด์ บอกเลยว่าเลิฟมากกกกก!
*ผมคนขวาสุด*


​บางครั้งวันเสาร์-อาทิตย์ โฮสแสนใจดีก็พาเที่ยว แกพาไปฟาร์ม Alpaca (ตัวอัลปาก้า) ขนนุ่มๆ คอยาวๆ เป็นครั้งแรกที่ผมได้รู้จักมัน และพาขึ้นไปบนยอดเขาที่วิวสวยเหมือนสวรรค์ มองลงมาเห็นทุ่งหญ้าเขียวขจีตัดกับขอบฟ้าและน้ำทะเล อากาศเย็นจับใจ ลมหนาวปะทะหน้า (อาจจะฟังดูเว่อร์ แต่มันสวยจริงๆครับ55) ถ่ายรูปรับโอโซนเสร็จ ก็ลงมาปิกนิกกิน Fish n Chips กันริมทะเล... มันคือความสุขที่เรียบง่ายจริงๆ

​🚂 Time to the South: มุ่งหน้าลงเกาะใต้สู่ Christchurch เมืองในฝัน
​พอขึ้น Year11 ผมตัดสินใจย้ายเมืองลงสู่เกาะใต้ เหตุผลสั้นๆเลยคือ “เห็นรูปธรรมชาติแล้วมันสวยเหมือนฝัน!” และหวยก็มาตกที่เมือง Christchurch ครับ ซึ่งตอบโจทย์มาก ธรรมชาติเยี่ยม เดินทางสะดวก
​โรงเรียนใหม่ของผมอยู่ชานเมือง ถูกล้อมรอบด้วยฟาร์ม ทุกเช้าต้องไปยืนรอรถบัสโรงเรียนตามจุดนัดพบ บรรยากาศตอนนั่งรถบัสตอนเช้าๆลมหนาวโชยผ่านหน้าต่าง มองออกไปเห็นฟาร์มแกะ ฟาร์มม้า กลิ่นอาย Countryside มาเต็ม... สมใจอยากมั้ยละ!😅
​แต่เห็นเป็นแนวธรรมชาติแบบนี้ ระบบขนส่งมวลชน (Metro) เขาเชื่อมต่อดีมากครับ มีรถให้เข้าเมืองได้ และแถวที่พักยังมีซุปเปอร์ ร้านพิซซ่า ร้านกาแฟ หายห่วงได้เลยย ถ้าไม่มีคนเขาจะทำยังไงเนอะ55

​🛠️ Study & Friends: เรียนวิชาแปลกใหม่ และมิตรภาพจากเพื่อนตัวยักษ์
​การเรียนที่นิวซีแลนด์ระดับมัธยมปลาย เขาจะบังคับเรียนแค่ไม่กี่วิชาครับ เช่น Math, English (ESOL) และ Science (วิทย์เฉพาะ Year 10-11) นอกเหนือจากนั้น... เราเลือกวิชาเรียนเองได้ตามใจชอบเลย! (ใครอยากรู้ว่าลงวิชาอะไรดี อินบ็อกซ์มาถามหลังไมค์ได้นะครับ)
​ด้วยความซ่า ผมเลยเลือกวิชา Agriculture (เกษตร) และ Wood Works (งานไม้) เพราะไม่ค่อยมีนักเรียนไทยและต่างชาติลงเรียน เดินเข้าไปคือมีผมหัวดำอยู่คนเดียวในห้อง! 😆 แต่ผมเลือกเพราะได้ใช้ภาษาอังกฤษเต็มที่และได้ลงมือทำจริงๆ อย่างงานไม้ ครูจะให้โปรเจ็กต์ทำเก้าอี้ 1 ตัวตลอดเทอม มีคู่มือให้ 1 เล่มแล้วลุยเองเลย
เพื่อนๆ และคุณครูที่นี่เฟรนลี่มากกกก เวลาเราทำหน้างง ครูจะเดินมาอธิบายแบบตัวต่อตัว ส่วนเพื่อนๆก็ชวนคุยชวนเล่นตลอดไม่ได้บูลลี่แต่อย่างใด แถมนี่ยังได้เพื่อนเป็น ชาวเมารี (Maori) ชื่อ "Bayley" รูปร่างบึกบึนระดับนักรักบี้โรงเรียน แต่ตัวจริงคือน่ารักและนิสัยดีสุดๆ ผมกับเค้าเรียนห้องเดียวกัน เล่นกันในห้องเรียนจนคุณครูบอกว่า เบาๆกันหน่อย🤣
*ส่วนนี้ Josh เฮฮามากก*


​🏎️ Weekend: เล่นเกมส์จนได้เพื่อนใหม่
​วันหยุดสุดสัปดาห์ แหล่งกบดานของผมคือ Riccarton Mall ซึ่งเป็นห้างที่ใหญ่ที่สุดใน Christchurch มื้อเที่ยงมื้อเย็นฝากท้องที่นี้ตลอด มีทั้งอาหารจีน เกาหลี อินเดีย อิ่มท้องปุ๊บก็เดินย่อยในเมือง นั่งจิบกาแฟริมทาง ดูรถรางวิ่งผ่านนักท่องเที่ยวช้าๆ ฟีลเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในหนังคาวบอยหรือหนังแนว Western ตะวันตกเลยครับ ฟินสุดๆเพราะตอนนั้นชอบดูหนังแนวนี้มากกกก
​พอเดินเล่นเสร็จ ผมชอบไปสิงอยู่ที่ร้านตู้เกมชื่อดัง "Timezone" ไปแข่งเกมรถซิ่งที่เล่นพร้อมกันได้ 4 คน ไปบ่อยจนไปสะดุดตากับพี่คนหนึ่งชื่อ "Ellery" (เอล) แกเป็นผู้ใหญ่ชาวนิวซีแลนด์ที่เล่นเกมนี้เก่งระดับท็อปของเมือง เล่นไปเล่นมาคุยกันถูกคอจนกลายมาเป็นเพื่อนสนิทกัน! แกกับแก๊งเพื่อนจะชอบนัดผมไปเล่นเกมส์ กินข้าวเดินเล่นในแบบชาวกีวี่เขาไปกัน เอาเป็นว่าคนพื้นเมืองเขาทำอะไรกันเราก็ไปกับเขาด้วยย
​มีวันหนึ่งเอลพาไปเดินเล่นในสวนสาธารณะแห่งหนึ่ง เป็นทุ่งดอกไม้ที่สวยมากกกก ซึ่งเป็นพิกัดลับ (Unseen) ที่มีเฉพาะคนท้องถิ่นเท่านั้นที่รู้ นักท่องเที่ยวทั่วไปไม่มีทางรู้จักแน่นอน ทุกวันนี้ผมกับเอลเป็นเพื่อนกันในเฟซบุ๊คและเราก็ยังติดต่อกันเรื่อยๆครับ
​อีกครั้งหนึ่ง ผมไปนั่งเล่นที่สวนสาธารณะแถวบ้านคนเดียว มีผู้ชายคนหนึ่งนั่งเก้าอี้ข้างๆ เราได้คุยกันเรื่องเพลงที่ผมเปิด คุยไปคุยมาถูกคอเฉยเลย! ผมบอกเขาว่ามาเรียน วันนี้ไม่รู้จะไปไหน เห็นแดดดีเลยมานั่งชิล แกเลยบอกว่า "เฮ้ย บนเนินเขาตรงนี้มีสวนหย่อมที่จัดแต่งสวยมากนะ" แกเลยชวนผมเดินขึ้นไป... พอไปถึงคือร้องว้าวเลยครับ! มีต้นไม้สีชมพูคล้ายซากุระ มีที่ปิกนิก มองเห็นวิวทะเลสาบ (Lake) สวยสะกดตามาก (ตอนนี้ลืมชื่อสถานที่ไปแล้ว เดี๋ยวต้องไปไล่เปิด Google Map ดูอีกทีครับ555) หลายคนอาจจะฟังแล้วคิดว่า "เฮ้ย! ไปเดินตามคนแปลกหน้า ไม่กลัวโดนปล้นหรอ หรือ โม้รึเปล่า" บอกเลยว่าคนที่นี่ส่วนใหญ่ไว้ใจได้และเป็นมิตรมากๆครับ แต่ถึงอย่างนั้นสติและความระมัดระวังตัวก็ยังจำเป็นเสมอนะครับ!

​📸 Tourist Attractions: แจกพิกัดที่เที่ยว
​ใกล้จะถึงช่วงท้ายๆละ เลยมาแนะนำที่เที่ยวสำหรับใครที่มีแพลนจะไปเที่ยวนิวซีแลนด์ จะไปเที่ยวหรือไปเรียนก็ได้ ผมขอปักหมุดสถานที่ที่ผมเคยไปจริงๆแล้วประทับใจมาให้ครับ
📍 เมือง Wellington (เกาะเหนือ)
• ​Cuba Street: ถนนสายชิคใจกลางเมือง สายกิน สายช้อป สายชิล มาโลดดด!
• ​Wētā Workshop Experiences: สตูดิโอผู้สร้างหนัง The Hobbit และ The Lord of the Rings มีฟตัวละครจำลองให้ถ่ายรูป ฟีลเหมือนหลุดเข้าไปในหนังจริงๆครับ
• ​Harbourside Market: ตลาดนัดริมทะเล ขายผักผลไม้และอาหารท้องถิ่น เปิดเฉพาะวันอาทิตย์เท่านั้น บรรยากาศดีงามมาก มีท่าเรือสวยๆด้วย
• ​Mount Victoria: จุดชมวิวบนยอดเขา มองเห็นตัวเมือง ท่าเรือที่และตลาดที่ผมบอกข้างบนได้แบบ 360 องศา ไปได้ทั้งกลางวันและกลางคืน แนะนำเลยครับ!
• ​Wellington Cable Car: รถรางสีแดงวิ่งขึ้นเขา แลนด์มาร์กสุดคลาสสิกที่ถ้าไม่มา ถือว่ามาไม่ถึงเวลลิงตัน
​📍 เมือง Christchurch (เกาะใต้)
• ​Sumner & New Brighton: ทั้งสองที่คือ ชายหาด ไปนิวทั้งทีก็ขอสัมผัสน้ำทะเลที่เย็นจัดๆดูสักที แม๊!5555 แนะนำให้ไปซื้อ Fish n Chips มานั่งกินริมหาด ดูคนท้องถิ่นพาน้องหมามาวิ่งคาบบอล ได้สัมผัสวิถีชีวิตสโลว์ไลฟ์ในวันหยุดกันครับ
• ​Riccarton Mall:  อันนี้ไม่พูดไม่ได้เพราะไปบ่อย🤣  ข้างๆห้างจะมีบาร์ชื่อ "Fox & Ferret" ใครสายดื่มน้ำเก๊กฮวยมีฟอง แวะดื่มสักแก้วละไปกันต่อ (ย้ำว่าต้องอายุถึงเกณฑ์ตามกฎหมายด้วยนะครับ น้องๆนักเรียนห้ามเข้าไปดื่มเด็กขาด! ฮ่าๆ)
• ​Diamond Harbour: นั่งเรือเฟอร์รี่ข้ามฟากไปสัมผัสชุมชนที่เงียบสงบ บรรยากาศดีมาก ค่าเรือถูกเหมือนค่านั่งรถบัสในเมืองเลยครับ
• ​Cathedral Square: จัตุรัสใจกลางเมืองที่มีมหาวิหารเก่าแก่ แม้จะเคยเสียหายจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว แต่ยังคงความขลังและสวยงาม เหมาะแก่การเดินถ่ายรูป
• ​Akaroa: เมืองตากอากาศ ห่างจากไครสต์เชิร์ชประมาณชั่วโมงกว่า ๆ สวยคุ้มค่าทุกวินาทีที่นั่งรถมา อาหารทะเลสด บรรยากาศเกินบรรยายครับ!

สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำมีอีกมากมายที่ได้เคยไป เพราะว่าผมได้กลับไปเมือง Christchurch อีกครั้งตอนเรียนมหาวิทยาลัยที่ไทยจบ ไว้จะมาแนะนำใหม่นะครับ
​🍦 Must Eat: 3 สิ่งที่ต้องกิน ไม่งั้นมาไม่ถึงนิวซีแลนด์!
1. ​Fish n Chips: ปลากับมันฝรั่งทอดร้อนๆ ห่อกระดาษสไตล์ดั้งเดิม (ไม่เหมือนที่ไทยนะ)
2. ​ไอศกรีมรส "Hokey Pokey": รสชาติในตำนานที่มีเฉพาะที่นี่ (ถ้าจะซื้อของฝากจำพวกช็อกโกแลต แนะนำให้เลือกรสนี้ครับ เอกลักษณ์สุด ๆ)
3. ​Cookie Time: คุกกี้แบรนด์ดังของนิวซีแลนด์
​ถ้าเก็บครบ 3 อย่างนี้ ถือว่าทุกท่านได้ Arrived in New Zealand completely 🇳🇿 100% แล้วครับ!😊
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่