👋 สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่น่ารัก และชาวพันทิปทุกท่าน... Kia Ora! ครับ ❤️
วันนี้ผมจะพาทุกท่านย้อนเวลาร่วมเดินทางไปกับเรื่องจริงของการใช้ชีวิตในประเทศนิวซีแลนด์ ในมุมมองของเด็กมัธยมตัวน้อยๆ คนหนึ่งที่ตัดสินใจบินเดี่ยวไปผจญภัยในโลกกว้าง
Prepare to take off and let go!! (บอกก่อนเลยว่าการเดินทางครั้งนี้ยาวนานและครบรสแน่นอนครับ!)
🚀 The Start: จุดเริ่มต้นโลกใบใหม่ของเด็กอายุ 15 ปี
ย้อนกลับไปตอนนั้น เมื่อรู้ว่าตัวเองจะต้องเดินทางไปเรียนต่อระดับชั้นมัธยมปลาย (Year 10-12) ที่ประเทศนิวซีแลนด์ ในใจมันเต็มไปด้วยคำถามและความลังเลว่า "เราจะไปดีไหมนะ?" แต่จุดเปลี่ยนมันอยู่ตรงที่วันหนึ่ง ผมนั่งมองน้องหมาที่บ้านวิ่งกระดิกหางออกไปนอกประตูบ้านเพื่อไปเจออะไรใหม่ๆ อย่างสนุกสนาน วินาทีนั้นคิดได้เลยว่า "ขนาดน้องหมายังอยากออกไปท่องโลกเลย แล้วเราจะอยู่แต่ในเซฟโซนทำไม!" นั่นแหละครับ จุดเริ่มต้นของการออกไปเปิดโลกกว้างของผม
🗺️ New World: โลกใบใหม่
ผมต้องเดินทางคนเดียว เมืองแรกที่ผมไปปักหมุดคือ Wellington ครับ ก้าวลงจากเครื่องบินบอกคำเดียวว่า “ขาสั่นพั่บๆๆ!” ภาษาก็ไม่ได้เลย แต่สุดท้ายก็ผ่าน ตม. มาได้แบบงงๆ พอเจอ Host Family ปุ๊บ ค่อยโล่งอกขึ้นมาบ้าง คืนแรกคือสลบหลับปุ๋ยเลยครับ ฮ่าๆ
พอถึงวันเปิดเทอมวันแรก (Year 10) โฮสพาไปส่งที่โรงเรียน ยอมรับเลยว่าประหม่ามาก กลัวไปหมดว่าจะหาเพื่อนได้ไหม จะคุยกับใครรู้เรื่องหรือเปล่า โชคดีที่โรงเรียนมีระบบจับคู่บัดดี้ และผมก็ได้เจอ "Logan" เพื่อนคนแรกที่ทำหน้าที่ฮีโร่พาทัวร์ห้องเรียน ที่นิวซีแลนด์จะเรียนวิชานึงห้องนึง พอหมดคาบก็ต้องเดินย้ายห้องไปเรื่อยๆ เหมือนมหาวิทยาลัยครับ บางวิชาผมกับโลแกนต้องแยกกัน แต่เขาก็น่ารักมาก พาไปส่งถึงห้องแถมชวนกินข้าวเที่ยงด้วย
ช่วงแรก ๆ ในห้องเรียนบอกเลยว่า "มึนตึบบบ! 😵💫" ครูพูดอะไรมาเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา ฟังไม่รู้เรื่องเลย เป็นอยู่สักพักจนวันหนึ่งผมตัดสินใจเดินไปหาคุณครูสอน ESOL (ภาษาอังกฤษสำหรับนักเรียนต่างชาติ) ขอให้ครูช่วยติวเรื่อง Tense ให้หน่อย ครูใช้เวลาสอนไม่เกิน 5 นาที... บรรลุเลยครับ! หลังจากนั้นเริ่มจับทางได้ กล้าฟัง กล้าพูดมากขึ้น ก็คือเอาที่ครูสอนมาใช้จริง ฟัง+พูดออกไปครับ
เรื่องอาหารการกิน ตอนเที่ยงผมจะทำ Toast Sandwich จากบ้านไปกินเอง แต่บางวันก็แอบไปพึ่งพา Canteen (โรงอาหาร) เมนูโปรดของผมคือ Nachos ครับ สาเหตุที่กินบ่อยไม่ใช่อะไรนะ เพราะสั่งเป็นอยู่อย่างเดียว! 😅 ตอนสั่งพูดผิด ๆ ถูกๆ จนต้องใช้วิธีจิ้มชี้เอาจากของคนข้างๆ กินไปกินมาอร่อยเฉยเลยเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตเด็กนอกที่ทุลักทุเลแต่น่าจดจำดีครับ
🕒 Free Time: เวลาว๊างว่าง...
ปกติหลังเลิกเรียนโฮสจะมารับครับ แต่บางวันผมจะขอเดินกลับเอง เพราะอยากแวะร้าน Dairy (ร้านขายของชำท้องถิ่น) ไปซื้อ Milk Shake หรือไอศกรีมโคนแบบโฮมเมดมากินพลางเดินชมวิวสวยๆ ช่วงแรกที่ยังไม่มีเพื่อน พอกลับมาถึงบ้านผมก็สิงอยู่แต่ในห้องนอน รอกินข้าวเย็นอย่างเดียว วันหยุดก็ไม่กล้าออกไปไหนจนกระทั่ง "Frank" เพื่อนนักเรียนจีนที่อยู่บ้านโฮสเดียวกันมาชวนเข้าเมือง แฟรงค์สอนผมขึ้นรถบัส สอนดูเส้นทาง และพาไปรู้จักกลุ่มเพื่อนคนจีนของเขา ทีนี้แหละครับ... แก๊งเริ่มขยาย!
วันหยุดพวกเราจะชอบเข้าเมืองกัน แก๊งคนจีนจะชอบไปสิงสถิตอยู่ที่ร้านเน็ตส่วนผมเลือกที่จะ "บินเดี่ยว" เดินเล่นคนเดียวในเมือง ซึ่งมันเปิดโอกาสให้ผมได้สำรวจอะไรใหม่ๆเยอะมาก จนไปเจอร้านอาหารไทยแถว "Cuba Street" (แถวนั้นมีชานมไข่มุกอร่อยด้วยนะเออ) พอเพื่อนเล่นเกมร้านเน็ตเสร็จ เราก็จะมารวมตัวกินอาหารจีนแท้ๆ ด้วยกัน กลายเป็นว่า...
• วันธรรมดา: อยู่กับเพื่อนชาวนิวซีแลนด์ (Kiwi)
• วันหยุด: ใช้เวลากับแก๊งเพื่อนต่างชาติ เรียนรู้วัฒนธรรมกันไป
พอเริ่มเซียนทาง ผมเคยนั่งรถบัสไปเจอร้านอาหารไทยแถว Johnsonville ลาบหมูอร่อยมากกกก! กินทีไรหายคิดถึงอาหารไทยทุกที (แต่ตอนนี้แอบลืมชื่อร้านไปแล้ว แงงง)
🏡 Host Family: โฮสที่น่ารักกับการพาไปเที่ยว
ทุกๆเย็น ผมกับแฟรงค์และลูกๆของโฮสจะมากินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตาซึมซับวัฒนธรรมของนิวซีแลนด์ โฮสของผมชื่อ Avon แกจะชอบชงชาอุ่นๆใส่นม หรือที่เรียกว่า "Cuppa Tea" ให้ดื่มทุกเย็น ผมชอบมากจนแกซื้อวัตถุดิบมาทิ้งไว้ให้ทำเองได้เลย คืนไหนที่อากาศหนาวจัดๆคุณแม่ของโฮสจะยกชาอุ่นๆขึ้นมาเสิร์ฟให้ถึงในห้องนอน รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคุณชายท่านหนึ่งเลยครับ ฮ่าๆ นี้แหละความน่ารักอบอุ่นของครอบครัวนี้ และที่ขาดไม่ได้คือ โฮสจะชอบเรียกให้มากินไอศกรีมรส "Hokey Pokey" ซึ่งเป็นรสชาติเฉพาะของนิวซีแลนด์ บอกเลยว่าเลิฟมากกกกก!
*ผมคนขวาสุด*
บางครั้งวันเสาร์-อาทิตย์ โฮสแสนใจดีก็พาเที่ยว แกพาไปฟาร์ม Alpaca (ตัวอัลปาก้า) ขนนุ่มๆ คอยาวๆ เป็นครั้งแรกที่ผมได้รู้จักมัน และพาขึ้นไปบนยอดเขาที่วิวสวยเหมือนสวรรค์ มองลงมาเห็นทุ่งหญ้าเขียวขจีตัดกับขอบฟ้าและน้ำทะเล อากาศเย็นจับใจ ลมหนาวปะทะหน้า (อาจจะฟังดูเว่อร์ แต่มันสวยจริงๆครับ55) ถ่ายรูปรับโอโซนเสร็จ ก็ลงมาปิกนิกกิน Fish n Chips กันริมทะเล... มันคือความสุขที่เรียบง่ายจริงๆ
🚂 Time to the South: มุ่งหน้าลงเกาะใต้สู่ Christchurch เมืองในฝัน
พอขึ้น Year11 ผมตัดสินใจย้ายเมืองลงสู่เกาะใต้ เหตุผลสั้นๆเลยคือ “เห็นรูปธรรมชาติแล้วมันสวยเหมือนฝัน!” และหวยก็มาตกที่เมือง Christchurch ครับ ซึ่งตอบโจทย์มาก ธรรมชาติเยี่ยม เดินทางสะดวก
โรงเรียนใหม่ของผมอยู่ชานเมือง ถูกล้อมรอบด้วยฟาร์ม ทุกเช้าต้องไปยืนรอรถบัสโรงเรียนตามจุดนัดพบ บรรยากาศตอนนั่งรถบัสตอนเช้าๆลมหนาวโชยผ่านหน้าต่าง มองออกไปเห็นฟาร์มแกะ ฟาร์มม้า กลิ่นอาย Countryside มาเต็ม... สมใจอยากมั้ยละ!😅
แต่เห็นเป็นแนวธรรมชาติแบบนี้ ระบบขนส่งมวลชน (Metro) เขาเชื่อมต่อดีมากครับ มีรถให้เข้าเมืองได้ และแถวที่พักยังมีซุปเปอร์ ร้านพิซซ่า ร้านกาแฟ หายห่วงได้เลยย ถ้าไม่มีคนเขาจะทำยังไงเนอะ55
🛠️ Study & Friends: เรียนวิชาแปลกใหม่ และมิตรภาพจากเพื่อนตัวยักษ์
การเรียนที่นิวซีแลนด์ระดับมัธยมปลาย เขาจะบังคับเรียนแค่ไม่กี่วิชาครับ เช่น Math, English (ESOL) และ Science (วิทย์เฉพาะ Year 10-11) นอกเหนือจากนั้น... เราเลือกวิชาเรียนเองได้ตามใจชอบเลย! (ใครอยากรู้ว่าลงวิชาอะไรดี อินบ็อกซ์มาถามหลังไมค์ได้นะครับ)
ด้วยความซ่า ผมเลยเลือกวิชา Agriculture (เกษตร) และ Wood Works (งานไม้) เพราะไม่ค่อยมีนักเรียนไทยและต่างชาติลงเรียน เดินเข้าไปคือมีผมหัวดำอยู่คนเดียวในห้อง! 😆 แต่ผมเลือกเพราะได้ใช้ภาษาอังกฤษเต็มที่และได้ลงมือทำจริงๆ อย่างงานไม้ ครูจะให้โปรเจ็กต์ทำเก้าอี้ 1 ตัวตลอดเทอม มีคู่มือให้ 1 เล่มแล้วลุยเองเลย
เพื่อนๆ และคุณครูที่นี่เฟรนลี่มากกกก เวลาเราทำหน้างง ครูจะเดินมาอธิบายแบบตัวต่อตัว ส่วนเพื่อนๆก็ชวนคุยชวนเล่นตลอดไม่ได้บูลลี่แต่อย่างใด แถมนี่ยังได้เพื่อนเป็น ชาวเมารี (Maori) ชื่อ "Bayley" รูปร่างบึกบึนระดับนักรักบี้โรงเรียน แต่ตัวจริงคือน่ารักและนิสัยดีสุดๆ ผมกับเค้าเรียนห้องเดียวกัน เล่นกันในห้องเรียนจนคุณครูบอกว่า เบาๆกันหน่อย🤣
*ส่วนนี้ Josh เฮฮามากก*
🏎️ Weekend: เล่นเกมส์จนได้เพื่อนใหม่
วันหยุดสุดสัปดาห์ แหล่งกบดานของผมคือ Riccarton Mall ซึ่งเป็นห้างที่ใหญ่ที่สุดใน Christchurch มื้อเที่ยงมื้อเย็นฝากท้องที่นี้ตลอด มีทั้งอาหารจีน เกาหลี อินเดีย อิ่มท้องปุ๊บก็เดินย่อยในเมือง นั่งจิบกาแฟริมทาง ดูรถรางวิ่งผ่านนักท่องเที่ยวช้าๆ ฟีลเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในหนังคาวบอยหรือหนังแนว Western ตะวันตกเลยครับ ฟินสุดๆเพราะตอนนั้นชอบดูหนังแนวนี้มากกกก
พอเดินเล่นเสร็จ ผมชอบไปสิงอยู่ที่ร้านตู้เกมชื่อดัง "Timezone" ไปแข่งเกมรถซิ่งที่เล่นพร้อมกันได้ 4 คน ไปบ่อยจนไปสะดุดตากับพี่คนหนึ่งชื่อ "Ellery" (เอล) แกเป็นผู้ใหญ่ชาวนิวซีแลนด์ที่เล่นเกมนี้เก่งระดับท็อปของเมือง เล่นไปเล่นมาคุยกันถูกคอจนกลายมาเป็นเพื่อนสนิทกัน! แกกับแก๊งเพื่อนจะชอบนัดผมไปเล่นเกมส์ กินข้าวเดินเล่นในแบบชาวกีวี่เขาไปกัน เอาเป็นว่าคนพื้นเมืองเขาทำอะไรกันเราก็ไปกับเขาด้วยย
มีวันหนึ่งเอลพาไปเดินเล่นในสวนสาธารณะแห่งหนึ่ง เป็นทุ่งดอกไม้ที่สวยมากกกก ซึ่งเป็นพิกัดลับ (Unseen) ที่มีเฉพาะคนท้องถิ่นเท่านั้นที่รู้ นักท่องเที่ยวทั่วไปไม่มีทางรู้จักแน่นอน ทุกวันนี้ผมกับเอลเป็นเพื่อนกันในเฟซบุ๊คและเราก็ยังติดต่อกันเรื่อยๆครับ
อีกครั้งหนึ่ง ผมไปนั่งเล่นที่สวนสาธารณะแถวบ้านคนเดียว มีผู้ชายคนหนึ่งนั่งเก้าอี้ข้างๆ เราได้คุยกันเรื่องเพลงที่ผมเปิด คุยไปคุยมาถูกคอเฉยเลย! ผมบอกเขาว่ามาเรียน วันนี้ไม่รู้จะไปไหน เห็นแดดดีเลยมานั่งชิล แกเลยบอกว่า "เฮ้ย บนเนินเขาตรงนี้มีสวนหย่อมที่จัดแต่งสวยมากนะ" แกเลยชวนผมเดินขึ้นไป... พอไปถึงคือร้องว้าวเลยครับ! มีต้นไม้สีชมพูคล้ายซากุระ มีที่ปิกนิก มองเห็นวิวทะเลสาบ (Lake) สวยสะกดตามาก (ตอนนี้ลืมชื่อสถานที่ไปแล้ว เดี๋ยวต้องไปไล่เปิด Google Map ดูอีกทีครับ555) หลายคนอาจจะฟังแล้วคิดว่า "เฮ้ย! ไปเดินตามคนแปลกหน้า ไม่กลัวโดนปล้นหรอ หรือ โม้รึเปล่า" บอกเลยว่าคนที่นี่ส่วนใหญ่ไว้ใจได้และเป็นมิตรมากๆครับ แต่ถึงอย่างนั้นสติและความระมัดระวังตัวก็ยังจำเป็นเสมอนะครับ!
📸 Tourist Attractions: แจกพิกัดที่เที่ยว
ใกล้จะถึงช่วงท้ายๆละ เลยมาแนะนำที่เที่ยวสำหรับใครที่มีแพลนจะไปเที่ยวนิวซีแลนด์ จะไปเที่ยวหรือไปเรียนก็ได้ ผมขอปักหมุดสถานที่ที่ผมเคยไปจริงๆแล้วประทับใจมาให้ครับ
📍 เมือง Wellington (เกาะเหนือ)
• Cuba Street: ถนนสายชิคใจกลางเมือง สายกิน สายช้อป สายชิล มาโลดดด!
• Wētā Workshop Experiences: สตูดิโอผู้สร้างหนัง The Hobbit และ The Lord of the Rings มีฟตัวละครจำลองให้ถ่ายรูป ฟีลเหมือนหลุดเข้าไปในหนังจริงๆครับ
• Harbourside Market: ตลาดนัดริมทะเล ขายผักผลไม้และอาหารท้องถิ่น เปิดเฉพาะวันอาทิตย์เท่านั้น บรรยากาศดีงามมาก มีท่าเรือสวยๆด้วย
• Mount Victoria: จุดชมวิวบนยอดเขา มองเห็นตัวเมือง ท่าเรือที่และตลาดที่ผมบอกข้างบนได้แบบ 360 องศา ไปได้ทั้งกลางวันและกลางคืน แนะนำเลยครับ!
• Wellington Cable Car: รถรางสีแดงวิ่งขึ้นเขา แลนด์มาร์กสุดคลาสสิกที่ถ้าไม่มา ถือว่ามาไม่ถึงเวลลิงตัน
📍 เมือง Christchurch (เกาะใต้)
• Sumner & New Brighton: ทั้งสองที่คือ ชายหาด ไปนิวทั้งทีก็ขอสัมผัสน้ำทะเลที่เย็นจัดๆดูสักที แม๊!5555 แนะนำให้ไปซื้อ Fish n Chips มานั่งกินริมหาด ดูคนท้องถิ่นพาน้องหมามาวิ่งคาบบอล ได้สัมผัสวิถีชีวิตสโลว์ไลฟ์ในวันหยุดกันครับ
• Riccarton Mall: อันนี้ไม่พูดไม่ได้เพราะไปบ่อย🤣 ข้างๆห้างจะมีบาร์ชื่อ "Fox & Ferret" ใครสายดื่มน้ำเก๊กฮวยมีฟอง แวะดื่มสักแก้วละไปกันต่อ (ย้ำว่าต้องอายุถึงเกณฑ์ตามกฎหมายด้วยนะครับ น้องๆนักเรียนห้ามเข้าไปดื่มเด็กขาด! ฮ่าๆ)
• Diamond Harbour: นั่งเรือเฟอร์รี่ข้ามฟากไปสัมผัสชุมชนที่เงียบสงบ บรรยากาศดีมาก ค่าเรือถูกเหมือนค่านั่งรถบัสในเมืองเลยครับ
• Cathedral Square: จัตุรัสใจกลางเมืองที่มีมหาวิหารเก่าแก่ แม้จะเคยเสียหายจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว แต่ยังคงความขลังและสวยงาม เหมาะแก่การเดินถ่ายรูป
• Akaroa: เมืองตากอากาศ ห่างจากไครสต์เชิร์ชประมาณชั่วโมงกว่า ๆ สวยคุ้มค่าทุกวินาทีที่นั่งรถมา อาหารทะเลสด บรรยากาศเกินบรรยายครับ!
สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำมีอีกมากมายที่ได้เคยไป เพราะว่าผมได้กลับไปเมือง Christchurch อีกครั้งตอนเรียนมหาวิทยาลัยที่ไทยจบ ไว้จะมาแนะนำใหม่นะครับ
🍦 Must Eat: 3 สิ่งที่ต้องกิน ไม่งั้นมาไม่ถึงนิวซีแลนด์!
1. Fish n Chips: ปลากับมันฝรั่งทอดร้อนๆ ห่อกระดาษสไตล์ดั้งเดิม (ไม่เหมือนที่ไทยนะ)
2. ไอศกรีมรส "Hokey Pokey": รสชาติในตำนานที่มีเฉพาะที่นี่ (ถ้าจะซื้อของฝากจำพวกช็อกโกแลต แนะนำให้เลือกรสนี้ครับ เอกลักษณ์สุด ๆ)
3. Cookie Time: คุกกี้แบรนด์ดังของนิวซีแลนด์
ถ้าเก็บครบ 3 อย่างนี้ ถือว่าทุกท่านได้ Arrived in New Zealand completely 🇳🇿 100% แล้วครับ!😊
My NZ story : New World and Warm Heart begin here
วันนี้ผมจะพาทุกท่านย้อนเวลาร่วมเดินทางไปกับเรื่องจริงของการใช้ชีวิตในประเทศนิวซีแลนด์ ในมุมมองของเด็กมัธยมตัวน้อยๆ คนหนึ่งที่ตัดสินใจบินเดี่ยวไปผจญภัยในโลกกว้าง
Prepare to take off and let go!! (บอกก่อนเลยว่าการเดินทางครั้งนี้ยาวนานและครบรสแน่นอนครับ!)
🚀 The Start: จุดเริ่มต้นโลกใบใหม่ของเด็กอายุ 15 ปี
ย้อนกลับไปตอนนั้น เมื่อรู้ว่าตัวเองจะต้องเดินทางไปเรียนต่อระดับชั้นมัธยมปลาย (Year 10-12) ที่ประเทศนิวซีแลนด์ ในใจมันเต็มไปด้วยคำถามและความลังเลว่า "เราจะไปดีไหมนะ?" แต่จุดเปลี่ยนมันอยู่ตรงที่วันหนึ่ง ผมนั่งมองน้องหมาที่บ้านวิ่งกระดิกหางออกไปนอกประตูบ้านเพื่อไปเจออะไรใหม่ๆ อย่างสนุกสนาน วินาทีนั้นคิดได้เลยว่า "ขนาดน้องหมายังอยากออกไปท่องโลกเลย แล้วเราจะอยู่แต่ในเซฟโซนทำไม!" นั่นแหละครับ จุดเริ่มต้นของการออกไปเปิดโลกกว้างของผม
🗺️ New World: โลกใบใหม่
ผมต้องเดินทางคนเดียว เมืองแรกที่ผมไปปักหมุดคือ Wellington ครับ ก้าวลงจากเครื่องบินบอกคำเดียวว่า “ขาสั่นพั่บๆๆ!” ภาษาก็ไม่ได้เลย แต่สุดท้ายก็ผ่าน ตม. มาได้แบบงงๆ พอเจอ Host Family ปุ๊บ ค่อยโล่งอกขึ้นมาบ้าง คืนแรกคือสลบหลับปุ๋ยเลยครับ ฮ่าๆ
พอถึงวันเปิดเทอมวันแรก (Year 10) โฮสพาไปส่งที่โรงเรียน ยอมรับเลยว่าประหม่ามาก กลัวไปหมดว่าจะหาเพื่อนได้ไหม จะคุยกับใครรู้เรื่องหรือเปล่า โชคดีที่โรงเรียนมีระบบจับคู่บัดดี้ และผมก็ได้เจอ "Logan" เพื่อนคนแรกที่ทำหน้าที่ฮีโร่พาทัวร์ห้องเรียน ที่นิวซีแลนด์จะเรียนวิชานึงห้องนึง พอหมดคาบก็ต้องเดินย้ายห้องไปเรื่อยๆ เหมือนมหาวิทยาลัยครับ บางวิชาผมกับโลแกนต้องแยกกัน แต่เขาก็น่ารักมาก พาไปส่งถึงห้องแถมชวนกินข้าวเที่ยงด้วย
ช่วงแรก ๆ ในห้องเรียนบอกเลยว่า "มึนตึบบบ! 😵💫" ครูพูดอะไรมาเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา ฟังไม่รู้เรื่องเลย เป็นอยู่สักพักจนวันหนึ่งผมตัดสินใจเดินไปหาคุณครูสอน ESOL (ภาษาอังกฤษสำหรับนักเรียนต่างชาติ) ขอให้ครูช่วยติวเรื่อง Tense ให้หน่อย ครูใช้เวลาสอนไม่เกิน 5 นาที... บรรลุเลยครับ! หลังจากนั้นเริ่มจับทางได้ กล้าฟัง กล้าพูดมากขึ้น ก็คือเอาที่ครูสอนมาใช้จริง ฟัง+พูดออกไปครับ
เรื่องอาหารการกิน ตอนเที่ยงผมจะทำ Toast Sandwich จากบ้านไปกินเอง แต่บางวันก็แอบไปพึ่งพา Canteen (โรงอาหาร) เมนูโปรดของผมคือ Nachos ครับ สาเหตุที่กินบ่อยไม่ใช่อะไรนะ เพราะสั่งเป็นอยู่อย่างเดียว! 😅 ตอนสั่งพูดผิด ๆ ถูกๆ จนต้องใช้วิธีจิ้มชี้เอาจากของคนข้างๆ กินไปกินมาอร่อยเฉยเลยเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตเด็กนอกที่ทุลักทุเลแต่น่าจดจำดีครับ
🕒 Free Time: เวลาว๊างว่าง...
ปกติหลังเลิกเรียนโฮสจะมารับครับ แต่บางวันผมจะขอเดินกลับเอง เพราะอยากแวะร้าน Dairy (ร้านขายของชำท้องถิ่น) ไปซื้อ Milk Shake หรือไอศกรีมโคนแบบโฮมเมดมากินพลางเดินชมวิวสวยๆ ช่วงแรกที่ยังไม่มีเพื่อน พอกลับมาถึงบ้านผมก็สิงอยู่แต่ในห้องนอน รอกินข้าวเย็นอย่างเดียว วันหยุดก็ไม่กล้าออกไปไหนจนกระทั่ง "Frank" เพื่อนนักเรียนจีนที่อยู่บ้านโฮสเดียวกันมาชวนเข้าเมือง แฟรงค์สอนผมขึ้นรถบัส สอนดูเส้นทาง และพาไปรู้จักกลุ่มเพื่อนคนจีนของเขา ทีนี้แหละครับ... แก๊งเริ่มขยาย!
วันหยุดพวกเราจะชอบเข้าเมืองกัน แก๊งคนจีนจะชอบไปสิงสถิตอยู่ที่ร้านเน็ตส่วนผมเลือกที่จะ "บินเดี่ยว" เดินเล่นคนเดียวในเมือง ซึ่งมันเปิดโอกาสให้ผมได้สำรวจอะไรใหม่ๆเยอะมาก จนไปเจอร้านอาหารไทยแถว "Cuba Street" (แถวนั้นมีชานมไข่มุกอร่อยด้วยนะเออ) พอเพื่อนเล่นเกมร้านเน็ตเสร็จ เราก็จะมารวมตัวกินอาหารจีนแท้ๆ ด้วยกัน กลายเป็นว่า...
• วันธรรมดา: อยู่กับเพื่อนชาวนิวซีแลนด์ (Kiwi)
• วันหยุด: ใช้เวลากับแก๊งเพื่อนต่างชาติ เรียนรู้วัฒนธรรมกันไป
พอเริ่มเซียนทาง ผมเคยนั่งรถบัสไปเจอร้านอาหารไทยแถว Johnsonville ลาบหมูอร่อยมากกกก! กินทีไรหายคิดถึงอาหารไทยทุกที (แต่ตอนนี้แอบลืมชื่อร้านไปแล้ว แงงง)
🏡 Host Family: โฮสที่น่ารักกับการพาไปเที่ยว
ทุกๆเย็น ผมกับแฟรงค์และลูกๆของโฮสจะมากินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตาซึมซับวัฒนธรรมของนิวซีแลนด์ โฮสของผมชื่อ Avon แกจะชอบชงชาอุ่นๆใส่นม หรือที่เรียกว่า "Cuppa Tea" ให้ดื่มทุกเย็น ผมชอบมากจนแกซื้อวัตถุดิบมาทิ้งไว้ให้ทำเองได้เลย คืนไหนที่อากาศหนาวจัดๆคุณแม่ของโฮสจะยกชาอุ่นๆขึ้นมาเสิร์ฟให้ถึงในห้องนอน รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคุณชายท่านหนึ่งเลยครับ ฮ่าๆ นี้แหละความน่ารักอบอุ่นของครอบครัวนี้ และที่ขาดไม่ได้คือ โฮสจะชอบเรียกให้มากินไอศกรีมรส "Hokey Pokey" ซึ่งเป็นรสชาติเฉพาะของนิวซีแลนด์ บอกเลยว่าเลิฟมากกกกก!
*ผมคนขวาสุด*
บางครั้งวันเสาร์-อาทิตย์ โฮสแสนใจดีก็พาเที่ยว แกพาไปฟาร์ม Alpaca (ตัวอัลปาก้า) ขนนุ่มๆ คอยาวๆ เป็นครั้งแรกที่ผมได้รู้จักมัน และพาขึ้นไปบนยอดเขาที่วิวสวยเหมือนสวรรค์ มองลงมาเห็นทุ่งหญ้าเขียวขจีตัดกับขอบฟ้าและน้ำทะเล อากาศเย็นจับใจ ลมหนาวปะทะหน้า (อาจจะฟังดูเว่อร์ แต่มันสวยจริงๆครับ55) ถ่ายรูปรับโอโซนเสร็จ ก็ลงมาปิกนิกกิน Fish n Chips กันริมทะเล... มันคือความสุขที่เรียบง่ายจริงๆ
🚂 Time to the South: มุ่งหน้าลงเกาะใต้สู่ Christchurch เมืองในฝัน
พอขึ้น Year11 ผมตัดสินใจย้ายเมืองลงสู่เกาะใต้ เหตุผลสั้นๆเลยคือ “เห็นรูปธรรมชาติแล้วมันสวยเหมือนฝัน!” และหวยก็มาตกที่เมือง Christchurch ครับ ซึ่งตอบโจทย์มาก ธรรมชาติเยี่ยม เดินทางสะดวก
โรงเรียนใหม่ของผมอยู่ชานเมือง ถูกล้อมรอบด้วยฟาร์ม ทุกเช้าต้องไปยืนรอรถบัสโรงเรียนตามจุดนัดพบ บรรยากาศตอนนั่งรถบัสตอนเช้าๆลมหนาวโชยผ่านหน้าต่าง มองออกไปเห็นฟาร์มแกะ ฟาร์มม้า กลิ่นอาย Countryside มาเต็ม... สมใจอยากมั้ยละ!😅
แต่เห็นเป็นแนวธรรมชาติแบบนี้ ระบบขนส่งมวลชน (Metro) เขาเชื่อมต่อดีมากครับ มีรถให้เข้าเมืองได้ และแถวที่พักยังมีซุปเปอร์ ร้านพิซซ่า ร้านกาแฟ หายห่วงได้เลยย ถ้าไม่มีคนเขาจะทำยังไงเนอะ55
🛠️ Study & Friends: เรียนวิชาแปลกใหม่ และมิตรภาพจากเพื่อนตัวยักษ์
การเรียนที่นิวซีแลนด์ระดับมัธยมปลาย เขาจะบังคับเรียนแค่ไม่กี่วิชาครับ เช่น Math, English (ESOL) และ Science (วิทย์เฉพาะ Year 10-11) นอกเหนือจากนั้น... เราเลือกวิชาเรียนเองได้ตามใจชอบเลย! (ใครอยากรู้ว่าลงวิชาอะไรดี อินบ็อกซ์มาถามหลังไมค์ได้นะครับ)
ด้วยความซ่า ผมเลยเลือกวิชา Agriculture (เกษตร) และ Wood Works (งานไม้) เพราะไม่ค่อยมีนักเรียนไทยและต่างชาติลงเรียน เดินเข้าไปคือมีผมหัวดำอยู่คนเดียวในห้อง! 😆 แต่ผมเลือกเพราะได้ใช้ภาษาอังกฤษเต็มที่และได้ลงมือทำจริงๆ อย่างงานไม้ ครูจะให้โปรเจ็กต์ทำเก้าอี้ 1 ตัวตลอดเทอม มีคู่มือให้ 1 เล่มแล้วลุยเองเลย
เพื่อนๆ และคุณครูที่นี่เฟรนลี่มากกกก เวลาเราทำหน้างง ครูจะเดินมาอธิบายแบบตัวต่อตัว ส่วนเพื่อนๆก็ชวนคุยชวนเล่นตลอดไม่ได้บูลลี่แต่อย่างใด แถมนี่ยังได้เพื่อนเป็น ชาวเมารี (Maori) ชื่อ "Bayley" รูปร่างบึกบึนระดับนักรักบี้โรงเรียน แต่ตัวจริงคือน่ารักและนิสัยดีสุดๆ ผมกับเค้าเรียนห้องเดียวกัน เล่นกันในห้องเรียนจนคุณครูบอกว่า เบาๆกันหน่อย🤣
*ส่วนนี้ Josh เฮฮามากก*
🏎️ Weekend: เล่นเกมส์จนได้เพื่อนใหม่
วันหยุดสุดสัปดาห์ แหล่งกบดานของผมคือ Riccarton Mall ซึ่งเป็นห้างที่ใหญ่ที่สุดใน Christchurch มื้อเที่ยงมื้อเย็นฝากท้องที่นี้ตลอด มีทั้งอาหารจีน เกาหลี อินเดีย อิ่มท้องปุ๊บก็เดินย่อยในเมือง นั่งจิบกาแฟริมทาง ดูรถรางวิ่งผ่านนักท่องเที่ยวช้าๆ ฟีลเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในหนังคาวบอยหรือหนังแนว Western ตะวันตกเลยครับ ฟินสุดๆเพราะตอนนั้นชอบดูหนังแนวนี้มากกกก
พอเดินเล่นเสร็จ ผมชอบไปสิงอยู่ที่ร้านตู้เกมชื่อดัง "Timezone" ไปแข่งเกมรถซิ่งที่เล่นพร้อมกันได้ 4 คน ไปบ่อยจนไปสะดุดตากับพี่คนหนึ่งชื่อ "Ellery" (เอล) แกเป็นผู้ใหญ่ชาวนิวซีแลนด์ที่เล่นเกมนี้เก่งระดับท็อปของเมือง เล่นไปเล่นมาคุยกันถูกคอจนกลายมาเป็นเพื่อนสนิทกัน! แกกับแก๊งเพื่อนจะชอบนัดผมไปเล่นเกมส์ กินข้าวเดินเล่นในแบบชาวกีวี่เขาไปกัน เอาเป็นว่าคนพื้นเมืองเขาทำอะไรกันเราก็ไปกับเขาด้วยย
มีวันหนึ่งเอลพาไปเดินเล่นในสวนสาธารณะแห่งหนึ่ง เป็นทุ่งดอกไม้ที่สวยมากกกก ซึ่งเป็นพิกัดลับ (Unseen) ที่มีเฉพาะคนท้องถิ่นเท่านั้นที่รู้ นักท่องเที่ยวทั่วไปไม่มีทางรู้จักแน่นอน ทุกวันนี้ผมกับเอลเป็นเพื่อนกันในเฟซบุ๊คและเราก็ยังติดต่อกันเรื่อยๆครับ
อีกครั้งหนึ่ง ผมไปนั่งเล่นที่สวนสาธารณะแถวบ้านคนเดียว มีผู้ชายคนหนึ่งนั่งเก้าอี้ข้างๆ เราได้คุยกันเรื่องเพลงที่ผมเปิด คุยไปคุยมาถูกคอเฉยเลย! ผมบอกเขาว่ามาเรียน วันนี้ไม่รู้จะไปไหน เห็นแดดดีเลยมานั่งชิล แกเลยบอกว่า "เฮ้ย บนเนินเขาตรงนี้มีสวนหย่อมที่จัดแต่งสวยมากนะ" แกเลยชวนผมเดินขึ้นไป... พอไปถึงคือร้องว้าวเลยครับ! มีต้นไม้สีชมพูคล้ายซากุระ มีที่ปิกนิก มองเห็นวิวทะเลสาบ (Lake) สวยสะกดตามาก (ตอนนี้ลืมชื่อสถานที่ไปแล้ว เดี๋ยวต้องไปไล่เปิด Google Map ดูอีกทีครับ555) หลายคนอาจจะฟังแล้วคิดว่า "เฮ้ย! ไปเดินตามคนแปลกหน้า ไม่กลัวโดนปล้นหรอ หรือ โม้รึเปล่า" บอกเลยว่าคนที่นี่ส่วนใหญ่ไว้ใจได้และเป็นมิตรมากๆครับ แต่ถึงอย่างนั้นสติและความระมัดระวังตัวก็ยังจำเป็นเสมอนะครับ!
📸 Tourist Attractions: แจกพิกัดที่เที่ยว
ใกล้จะถึงช่วงท้ายๆละ เลยมาแนะนำที่เที่ยวสำหรับใครที่มีแพลนจะไปเที่ยวนิวซีแลนด์ จะไปเที่ยวหรือไปเรียนก็ได้ ผมขอปักหมุดสถานที่ที่ผมเคยไปจริงๆแล้วประทับใจมาให้ครับ
📍 เมือง Wellington (เกาะเหนือ)
• Cuba Street: ถนนสายชิคใจกลางเมือง สายกิน สายช้อป สายชิล มาโลดดด!
• Wētā Workshop Experiences: สตูดิโอผู้สร้างหนัง The Hobbit และ The Lord of the Rings มีฟตัวละครจำลองให้ถ่ายรูป ฟีลเหมือนหลุดเข้าไปในหนังจริงๆครับ
• Harbourside Market: ตลาดนัดริมทะเล ขายผักผลไม้และอาหารท้องถิ่น เปิดเฉพาะวันอาทิตย์เท่านั้น บรรยากาศดีงามมาก มีท่าเรือสวยๆด้วย
• Mount Victoria: จุดชมวิวบนยอดเขา มองเห็นตัวเมือง ท่าเรือที่และตลาดที่ผมบอกข้างบนได้แบบ 360 องศา ไปได้ทั้งกลางวันและกลางคืน แนะนำเลยครับ!
• Wellington Cable Car: รถรางสีแดงวิ่งขึ้นเขา แลนด์มาร์กสุดคลาสสิกที่ถ้าไม่มา ถือว่ามาไม่ถึงเวลลิงตัน
📍 เมือง Christchurch (เกาะใต้)
• Sumner & New Brighton: ทั้งสองที่คือ ชายหาด ไปนิวทั้งทีก็ขอสัมผัสน้ำทะเลที่เย็นจัดๆดูสักที แม๊!5555 แนะนำให้ไปซื้อ Fish n Chips มานั่งกินริมหาด ดูคนท้องถิ่นพาน้องหมามาวิ่งคาบบอล ได้สัมผัสวิถีชีวิตสโลว์ไลฟ์ในวันหยุดกันครับ
• Riccarton Mall: อันนี้ไม่พูดไม่ได้เพราะไปบ่อย🤣 ข้างๆห้างจะมีบาร์ชื่อ "Fox & Ferret" ใครสายดื่มน้ำเก๊กฮวยมีฟอง แวะดื่มสักแก้วละไปกันต่อ (ย้ำว่าต้องอายุถึงเกณฑ์ตามกฎหมายด้วยนะครับ น้องๆนักเรียนห้ามเข้าไปดื่มเด็กขาด! ฮ่าๆ)
• Diamond Harbour: นั่งเรือเฟอร์รี่ข้ามฟากไปสัมผัสชุมชนที่เงียบสงบ บรรยากาศดีมาก ค่าเรือถูกเหมือนค่านั่งรถบัสในเมืองเลยครับ
• Cathedral Square: จัตุรัสใจกลางเมืองที่มีมหาวิหารเก่าแก่ แม้จะเคยเสียหายจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว แต่ยังคงความขลังและสวยงาม เหมาะแก่การเดินถ่ายรูป
• Akaroa: เมืองตากอากาศ ห่างจากไครสต์เชิร์ชประมาณชั่วโมงกว่า ๆ สวยคุ้มค่าทุกวินาทีที่นั่งรถมา อาหารทะเลสด บรรยากาศเกินบรรยายครับ!
สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำมีอีกมากมายที่ได้เคยไป เพราะว่าผมได้กลับไปเมือง Christchurch อีกครั้งตอนเรียนมหาวิทยาลัยที่ไทยจบ ไว้จะมาแนะนำใหม่นะครับ
🍦 Must Eat: 3 สิ่งที่ต้องกิน ไม่งั้นมาไม่ถึงนิวซีแลนด์!
1. Fish n Chips: ปลากับมันฝรั่งทอดร้อนๆ ห่อกระดาษสไตล์ดั้งเดิม (ไม่เหมือนที่ไทยนะ)
2. ไอศกรีมรส "Hokey Pokey": รสชาติในตำนานที่มีเฉพาะที่นี่ (ถ้าจะซื้อของฝากจำพวกช็อกโกแลต แนะนำให้เลือกรสนี้ครับ เอกลักษณ์สุด ๆ)
3. Cookie Time: คุกกี้แบรนด์ดังของนิวซีแลนด์
ถ้าเก็บครบ 3 อย่างนี้ ถือว่าทุกท่านได้ Arrived in New Zealand completely 🇳🇿 100% แล้วครับ!😊