จะเห็นว่าบอร์ดแอร์ช็อตและมีลายวงจร ไหม้
เรามาดูวิธีการซ่อมกัน
ผมแกะบอร์ดเอามาเช็คดู ผมเจอจุดเสีย
R กระเบื้องเบอร์ 3.9 ohm 5w ขาด
ผมต้องการปิดงานไวและไม่อยากสั่งอะไหล่
อะไหล่ที่ผมมีเป็นเบอร์ R 22 ohm 15w 2ตัว
ผมเลย ต่อขนานเพื่อลดค่าความต้านทาน
11ohm 30w ใส่แทน
บัคกรีแล้วใช้ เทปฉนวนทวนความร้อนสูงพัน รอบรอบ
เพื่อป้องกันขาจุดที่เราบัคกรีไปช็อตกับจุดอื่น
เรามาเทสกัน ปรากฏว่าพัดลมคอย เย็นหมุนและทำงานไม่ต่อเนื่องงั้นแสดงว่ายังมีตัวที่ยังเสียในวงจรอยู่
ผมเลยแกะออกมาเช็คใหม่อีกที
ผมสงสัยว่า อาการพัดลมทำงานหมุนไม่ต่อเนื่องเกิดจากไอซี ออปโต้
ผมก็เลยหาคำตอบกับ ai บ้าง เดี๋ยวนี้สบายมีทุกคำตอบอยู่ในมือ
มีผลโดยตรงเลยครับพี่! ถ้า ออปโต้ (Optocoupler) 3 ตัวนี้ (PC142, PC143, PC144) ตัวใดตัวหนึ่งเสีย ขาด หรือช็อต พัดลมแอร์จะเกิดอาการหมุนๆ หยุดๆ หรือไม่หมุนเลยทันทีครับ เนื่องจากบอร์ดตัวนี้เป็นระบบพัดลมแบบ DC Motor ออปโต้ทั้ง 3 ตัวนี้แหละครับที่ทำหน้าที่เป็น "ตัวกลาง" คอยสื่อสารรับ-ส่งสัญญาณระหว่างสมองกล (MCU) กับตัวมอเตอร์พัดลม โดยแบ่งหน้าที่กันทำงานดังนี้ครับ:
🔍 หน้าที่ของออปโต้ทั้ง 3 ตัวต่อการหมุนของพัดลม
ในวงจรควบคุมมอเตอร์พัดลม DC ออปโต้จะถูกแบ่งหน้าที่ออกเป็น 2 ฝั่งหลักๆ ครับ:
1. ฝั่งสั่งงาน (Drive / Speed Control): * จะมีออปโต้ 1-2 ตัว ทำหน้าที่รับสัญญาณชีพจร (PWM Pulse) จากสมองกลฝั่งไฟต่ำ เพื่อส่งข้ามฝั่งไปบอกวงจรสวิตชิ่งฝั่งไฟสูงให้ปล่อยแรงดันไฟสั่งงาน (Vsp) ไปให้มอเตอร์พัดลมหมุนเร็วหรือช้าตามที่เรากดรีโมท
ถ้าตัวนี้เสีย: สมองกลสั่งงานไปไม่ถึงมอเตอร์ พัดลมจะไม่หมุนเลย หรือหมุนแค่ความเร็วเดียวแกว่งไปแกว่งมาครับ
2. ฝั่งตรวจจับความเร็ว (Feedback / Hall Sensor Signal):
จะมีออปโต้ขากลับอีก 1 ตัว ทำหน้าที่รับสัญญาณความเร็วสะท้อนกลับ (หลีดเซนเซอร์ หรือ Hall Sensor) จากตัวมอเตอร์พัดลม พาสัญญาณวิ่งข้ามกลับมาบอกสมองกลว่า "ตอนนี้พัดลมหมุนอยู่ที่ความเร็วกี่รอบแล้วนะ"
ถ้าตัวนี้เสีย (ตัวการหลักของอาการ หมุนๆ หยุดๆ): พอพี่เปิดเครื่อง สมองกลสั่งจ่ายไฟให้พัดลมเริ่มออกตัว มอเตอร์ก็หมุนปกติ แต่สัญญาณขากลับวิ่งผ่านออปโต้ตัวนี้ไม่ได้ สมองกลคิดว่าพัดลมไม่หมุน (หรือมอเตอร์ติดขัด) เพื่อความปลอดภัยมันจะ สั่งตัดไฟหยุดหมุนทันที แล้วสักพักก็ลองสตาร์ทใหม่ กลายเป็นอาการ "หมุนแล้วหยุดๆ" เป็นจังหวะครับ
ทีนี้ผมก็ทำการปลดไอซีออปโต้
และไอซีจิ๋วรอบรอบ พวกตัวเก็บประจุเซรามิกตัวเล็ก
ผมใช้มิเตอร์วัด ออปโต้สามตัว จะเห็นว่าตัวที่ผมถอด
ผมใช้มิเตอร์เข็มวัดดูตั้งย่าน R x1 ปรากฏว่า
ตัวที่ผมถอดไม่เสีย วัดจากขาหนึ่งขาสอง ทั้งสามตัวเลย
จุดนี้เป็นกับดักของวงจร ตัวที่ผมถอดออกไปนั้นในบอร์ดการวัดด้วยมิเตอร์ไม่เหมือนกับสองตัว ถัดไป
เพราะเข็มมันตีขึ้นทั้งสองข้างเมื่อสลับสายมิเตอร์สองตัวนั้นไม่เป็นเหมือนกัน ตอนแรกเข้าใจว่ามันช็อตแต่จริงๆแล้วไม่ใช่เลย ผมเกือบจะซื้ออะไรในเน็ตมาเปลี่ยนแล้ว และของก็อยู่ในจีนด้วยต้องใช้เวลาหลายวันกว่าจะมาถึง เบอร์ R710A ลองหาอะไหล่เบอร์เทียบ
ที่มีในคลังแสง ส่วนใหญ่แล้วเป็นเบอร์ Comso817
ผมมีเป็น 10 ตัวที่แกะจากบอร์ดมือสองพวกหม้อแปลงสวิชชิ่ง ตู้เชื่อมอินเวอเตอร์ ถ้าเปลี่ยนก็ใช้งานด้วยกันไม่ได้ ไม่มีเบอร์ R710Aเลย ถือว่าโชคดีที่มันไม่เสีย
ในรูปจุดนี้ที่ผมทำลูกศรไว้คือ R1k เบอร์ 102
จุดนี้ได้รับผลกระทบเต็มเต็ม มีรอยช็อตและไหม้ที่ลายวงจร ผมก็จับเปลี่ยนบัคกรีตัวใหม่
เมื่อผมเช็คทุกอย่างเรียบร้อยแล้วก็ใส่คืนเหมือนเดิม ไม่คิดว่า R1k ตัวเดียวจะมีผลทำให้พัดลมหมุนทำงานไม่ต่อเนื่อง
มาดูคำตอบของ ai
เกี่ยวกันเต็มๆ เลยครับพี่ช่าง! ผมเข้าใจเลยว่าถ้ามองดูจากตำแหน่งบนบอร์ดทางกายภาพ มันน่าสงสัยมาก เพราะแผลระเบิดที่มี R 1kΩ อยู่มันดันอยู่ด้านล่างใกล้ๆ กับพวกชุดไฟเข้า (AC) ส่วนกลุ่มออปโต้ 3 ตัว (PC142, PC143, PC144) ดันไปเรียงกันอยู่ข้างบน ดูเหมือนอยู่คนละโยดกันเลยใช่ไหมครับ?
แต่ในทาง "ลายปริ้นท์เซอกิต" (Circuit Routing) บอร์ดแอร์อินเวอร์เตอร์ยุคนี้มันเป็นแบบ สองหน้า (Double-Sided PCB) ครับพี่ ลายทองแดงมันวิ่งทะลุลอดใต้บอร์ด เลี้ยวไปเลี้ยวมาเชื่อมสองจุดนี้เข้าด้วยกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ครับ!
เพื่อให้พี่อุ่นใจและเข้าใจระบบของมันชัดเจน มาดูการเดินทางของวงจรจุดนี้กันครับ:
🗺️ เส้นทางการวิ่งของสัญญาณ (จากล่างขึ้นบน)
แม้ว่าตัวมันจะอยู่ห่างกัน แต่กระแสไฟสัญญาณควบคุมพัดลมมันเดินทางเชื่อมกันแบบนี้ครับพี่ช่าง:
1. จุดเริ่มต้นอยู่ด้านล่าง: ชิปสร้างสัญญาณและชิปขยายสัญญาณ (Q141) มันถูกจัดกลุ่มวางไว้ใกล้กับระบบไฟเลี้ยงด้านล่าง เพื่อรับไฟมาเลี้ยงตัวมันเองก่อน
2. ตัวดักกระแสอยู่ตรงกลางแผล: ก่อนที่สัญญาณสั่งงานพัดลมจะถูกส่งขึ้นไปข้างบน โรงงานจำเป็นต้องเอา R 1kΩ มาดักอนุกรมไว้ตรงนี้เพื่อจำกัดกระแสไม่ให้ออปโต้พัง
3. ส่งข้ามฝั่งขึ้นไปข้างบน: พอวิ่งผ่าน R 1kΩ เสร็จ ลายทองแดงเส้นเล็กๆ มันก็จะลากยาววิ่งสวนขึ้นไปข้างบน เพื่อไปป้อนไฟเข้าที่ขา 1 และ ขา 2 ของตัวออปโต้ตัวซ้ายสุด (PC143) นั่นเองครับพี่!
สรุปหน้างานตอนนี้
มันเกี่ยวกัน 100% ครับ: R 1kΩ ด้านล่าง คือตัวผ่านทางของไฟสัญญาณที่จะวิ่งขึ้นไปสั่งให้ออปโต้ด้านบนทำงานครับ
แผนกู้ชีพ: ในเมื่อลายปริ้นท์เชื่อมต่อระหว่าง "แผลล่าง" กับ "ออปโต้บน" มันไหม้ขาดขาดช่วงไปแล้ว พี่ช่างแค่วางออปโต้ตัวบน วาง R 1kΩ ตัวใหม่ แล้วใช้ สายไฟเส้นเล็กๆ บัดกรีจัมเปอร์โยงจากขา R ด้านล่าง วิ่งลากยาวขึ้นไปจิ้มเข้าที่ขาออปโต้ด้านบนตรงๆ เพื่อต่อสะพานไฟที่ขาดให้กลับมาหากัน
ทางเดินสัญญาณมันเชื่อมถึงกันแบบนี้เลยครับพี่ พอเข้าใจระบบทางเดินไฟแบบนี้แล้ว พี่ลากสายจัมเปอร์เชื่อมล่างขึ้นบนตามวงจร ปิดงานพัดลม DC ตัวนี้ได้แน่นอนครับพี่! สุดยอดมากๆ ครับ!
ผมก็เช็คดูลายวงจรไม่ขาดนะ เปลี่ยนอัน R1K จบเลย
เช้านี้มาประกอบคืนใช้งานได้เลยพัดลมวิ่งทำงานปกติหมดแล้ว
ปิดงานได้เรียบร้อยสำเร็จ
แอร์ Mitsubishi mr.slim มีโทนี่เข้าไปช๊อตตุยเย่อยู่ข้างใน ซ่อมยังไงมาดูกัน
เรามาดูวิธีการซ่อมกัน
ผมแกะบอร์ดเอามาเช็คดู ผมเจอจุดเสีย
R กระเบื้องเบอร์ 3.9 ohm 5w ขาด
ผมต้องการปิดงานไวและไม่อยากสั่งอะไหล่
อะไหล่ที่ผมมีเป็นเบอร์ R 22 ohm 15w 2ตัว
ผมเลย ต่อขนานเพื่อลดค่าความต้านทาน
11ohm 30w ใส่แทน
บัคกรีแล้วใช้ เทปฉนวนทวนความร้อนสูงพัน รอบรอบ
เพื่อป้องกันขาจุดที่เราบัคกรีไปช็อตกับจุดอื่น
เรามาเทสกัน ปรากฏว่าพัดลมคอย เย็นหมุนและทำงานไม่ต่อเนื่องงั้นแสดงว่ายังมีตัวที่ยังเสียในวงจรอยู่
ผมเลยแกะออกมาเช็คใหม่อีกที
ผมสงสัยว่า อาการพัดลมทำงานหมุนไม่ต่อเนื่องเกิดจากไอซี ออปโต้
ผมก็เลยหาคำตอบกับ ai บ้าง เดี๋ยวนี้สบายมีทุกคำตอบอยู่ในมือ
มีผลโดยตรงเลยครับพี่! ถ้า ออปโต้ (Optocoupler) 3 ตัวนี้ (PC142, PC143, PC144) ตัวใดตัวหนึ่งเสีย ขาด หรือช็อต พัดลมแอร์จะเกิดอาการหมุนๆ หยุดๆ หรือไม่หมุนเลยทันทีครับ เนื่องจากบอร์ดตัวนี้เป็นระบบพัดลมแบบ DC Motor ออปโต้ทั้ง 3 ตัวนี้แหละครับที่ทำหน้าที่เป็น "ตัวกลาง" คอยสื่อสารรับ-ส่งสัญญาณระหว่างสมองกล (MCU) กับตัวมอเตอร์พัดลม โดยแบ่งหน้าที่กันทำงานดังนี้ครับ:
🔍 หน้าที่ของออปโต้ทั้ง 3 ตัวต่อการหมุนของพัดลม
ในวงจรควบคุมมอเตอร์พัดลม DC ออปโต้จะถูกแบ่งหน้าที่ออกเป็น 2 ฝั่งหลักๆ ครับ:
1. ฝั่งสั่งงาน (Drive / Speed Control): * จะมีออปโต้ 1-2 ตัว ทำหน้าที่รับสัญญาณชีพจร (PWM Pulse) จากสมองกลฝั่งไฟต่ำ เพื่อส่งข้ามฝั่งไปบอกวงจรสวิตชิ่งฝั่งไฟสูงให้ปล่อยแรงดันไฟสั่งงาน (Vsp) ไปให้มอเตอร์พัดลมหมุนเร็วหรือช้าตามที่เรากดรีโมท
ถ้าตัวนี้เสีย: สมองกลสั่งงานไปไม่ถึงมอเตอร์ พัดลมจะไม่หมุนเลย หรือหมุนแค่ความเร็วเดียวแกว่งไปแกว่งมาครับ
2. ฝั่งตรวจจับความเร็ว (Feedback / Hall Sensor Signal):
จะมีออปโต้ขากลับอีก 1 ตัว ทำหน้าที่รับสัญญาณความเร็วสะท้อนกลับ (หลีดเซนเซอร์ หรือ Hall Sensor) จากตัวมอเตอร์พัดลม พาสัญญาณวิ่งข้ามกลับมาบอกสมองกลว่า "ตอนนี้พัดลมหมุนอยู่ที่ความเร็วกี่รอบแล้วนะ"
ถ้าตัวนี้เสีย (ตัวการหลักของอาการ หมุนๆ หยุดๆ): พอพี่เปิดเครื่อง สมองกลสั่งจ่ายไฟให้พัดลมเริ่มออกตัว มอเตอร์ก็หมุนปกติ แต่สัญญาณขากลับวิ่งผ่านออปโต้ตัวนี้ไม่ได้ สมองกลคิดว่าพัดลมไม่หมุน (หรือมอเตอร์ติดขัด) เพื่อความปลอดภัยมันจะ สั่งตัดไฟหยุดหมุนทันที แล้วสักพักก็ลองสตาร์ทใหม่ กลายเป็นอาการ "หมุนแล้วหยุดๆ" เป็นจังหวะครับ
ทีนี้ผมก็ทำการปลดไอซีออปโต้
และไอซีจิ๋วรอบรอบ พวกตัวเก็บประจุเซรามิกตัวเล็ก
ผมใช้มิเตอร์วัด ออปโต้สามตัว จะเห็นว่าตัวที่ผมถอด
ผมใช้มิเตอร์เข็มวัดดูตั้งย่าน R x1 ปรากฏว่า
ตัวที่ผมถอดไม่เสีย วัดจากขาหนึ่งขาสอง ทั้งสามตัวเลย
จุดนี้เป็นกับดักของวงจร ตัวที่ผมถอดออกไปนั้นในบอร์ดการวัดด้วยมิเตอร์ไม่เหมือนกับสองตัว ถัดไป
เพราะเข็มมันตีขึ้นทั้งสองข้างเมื่อสลับสายมิเตอร์สองตัวนั้นไม่เป็นเหมือนกัน ตอนแรกเข้าใจว่ามันช็อตแต่จริงๆแล้วไม่ใช่เลย ผมเกือบจะซื้ออะไรในเน็ตมาเปลี่ยนแล้ว และของก็อยู่ในจีนด้วยต้องใช้เวลาหลายวันกว่าจะมาถึง เบอร์ R710A ลองหาอะไหล่เบอร์เทียบ
ที่มีในคลังแสง ส่วนใหญ่แล้วเป็นเบอร์ Comso817
ผมมีเป็น 10 ตัวที่แกะจากบอร์ดมือสองพวกหม้อแปลงสวิชชิ่ง ตู้เชื่อมอินเวอเตอร์ ถ้าเปลี่ยนก็ใช้งานด้วยกันไม่ได้ ไม่มีเบอร์ R710Aเลย ถือว่าโชคดีที่มันไม่เสีย
ในรูปจุดนี้ที่ผมทำลูกศรไว้คือ R1k เบอร์ 102
จุดนี้ได้รับผลกระทบเต็มเต็ม มีรอยช็อตและไหม้ที่ลายวงจร ผมก็จับเปลี่ยนบัคกรีตัวใหม่
เมื่อผมเช็คทุกอย่างเรียบร้อยแล้วก็ใส่คืนเหมือนเดิม ไม่คิดว่า R1k ตัวเดียวจะมีผลทำให้พัดลมหมุนทำงานไม่ต่อเนื่อง
มาดูคำตอบของ ai
เกี่ยวกันเต็มๆ เลยครับพี่ช่าง! ผมเข้าใจเลยว่าถ้ามองดูจากตำแหน่งบนบอร์ดทางกายภาพ มันน่าสงสัยมาก เพราะแผลระเบิดที่มี R 1kΩ อยู่มันดันอยู่ด้านล่างใกล้ๆ กับพวกชุดไฟเข้า (AC) ส่วนกลุ่มออปโต้ 3 ตัว (PC142, PC143, PC144) ดันไปเรียงกันอยู่ข้างบน ดูเหมือนอยู่คนละโยดกันเลยใช่ไหมครับ?
แต่ในทาง "ลายปริ้นท์เซอกิต" (Circuit Routing) บอร์ดแอร์อินเวอร์เตอร์ยุคนี้มันเป็นแบบ สองหน้า (Double-Sided PCB) ครับพี่ ลายทองแดงมันวิ่งทะลุลอดใต้บอร์ด เลี้ยวไปเลี้ยวมาเชื่อมสองจุดนี้เข้าด้วยกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ครับ!
เพื่อให้พี่อุ่นใจและเข้าใจระบบของมันชัดเจน มาดูการเดินทางของวงจรจุดนี้กันครับ:
🗺️ เส้นทางการวิ่งของสัญญาณ (จากล่างขึ้นบน)
แม้ว่าตัวมันจะอยู่ห่างกัน แต่กระแสไฟสัญญาณควบคุมพัดลมมันเดินทางเชื่อมกันแบบนี้ครับพี่ช่าง:
1. จุดเริ่มต้นอยู่ด้านล่าง: ชิปสร้างสัญญาณและชิปขยายสัญญาณ (Q141) มันถูกจัดกลุ่มวางไว้ใกล้กับระบบไฟเลี้ยงด้านล่าง เพื่อรับไฟมาเลี้ยงตัวมันเองก่อน
2. ตัวดักกระแสอยู่ตรงกลางแผล: ก่อนที่สัญญาณสั่งงานพัดลมจะถูกส่งขึ้นไปข้างบน โรงงานจำเป็นต้องเอา R 1kΩ มาดักอนุกรมไว้ตรงนี้เพื่อจำกัดกระแสไม่ให้ออปโต้พัง
3. ส่งข้ามฝั่งขึ้นไปข้างบน: พอวิ่งผ่าน R 1kΩ เสร็จ ลายทองแดงเส้นเล็กๆ มันก็จะลากยาววิ่งสวนขึ้นไปข้างบน เพื่อไปป้อนไฟเข้าที่ขา 1 และ ขา 2 ของตัวออปโต้ตัวซ้ายสุด (PC143) นั่นเองครับพี่!
สรุปหน้างานตอนนี้
มันเกี่ยวกัน 100% ครับ: R 1kΩ ด้านล่าง คือตัวผ่านทางของไฟสัญญาณที่จะวิ่งขึ้นไปสั่งให้ออปโต้ด้านบนทำงานครับ
แผนกู้ชีพ: ในเมื่อลายปริ้นท์เชื่อมต่อระหว่าง "แผลล่าง" กับ "ออปโต้บน" มันไหม้ขาดขาดช่วงไปแล้ว พี่ช่างแค่วางออปโต้ตัวบน วาง R 1kΩ ตัวใหม่ แล้วใช้ สายไฟเส้นเล็กๆ บัดกรีจัมเปอร์โยงจากขา R ด้านล่าง วิ่งลากยาวขึ้นไปจิ้มเข้าที่ขาออปโต้ด้านบนตรงๆ เพื่อต่อสะพานไฟที่ขาดให้กลับมาหากัน
ทางเดินสัญญาณมันเชื่อมถึงกันแบบนี้เลยครับพี่ พอเข้าใจระบบทางเดินไฟแบบนี้แล้ว พี่ลากสายจัมเปอร์เชื่อมล่างขึ้นบนตามวงจร ปิดงานพัดลม DC ตัวนี้ได้แน่นอนครับพี่! สุดยอดมากๆ ครับ!
ผมก็เช็คดูลายวงจรไม่ขาดนะ เปลี่ยนอัน R1K จบเลย
เช้านี้มาประกอบคืนใช้งานได้เลยพัดลมวิ่งทำงานปกติหมดแล้ว
ปิดงานได้เรียบร้อยสำเร็จ