มารยาทที่ผมว่า"ทราม" คือ ...
เปิดสปีคเกอร์คุยโทรศัพท์ในที่สาธารณะ (รถไฟฟ้า ร้านอาหาร คาเฟ่ ในห้าง) รวมถึง เล่นเกม ดูคลิป เปิดเสียงออกมา(ดัง) ในที่สาธารณะ (เช่นเดิม)
ถ้า.. คุณมองว่า มารยาทนี้ไม่ทราม แสดงว่า คุณ นั่นแหละคือคนที่ผมอยากถาม
เคยคิดว่า มีเฉพาะพวก จีน แขก ที่ทำตัวแบบนี้ แต่พอดูดีๆอีกที คนไทยก็ทำนี่นา
แล้วเคยคิดว่า สงสัยมีแต่พวกมนุษย์ป้า หรือ คนที่ไม่เคยไปเห็นมารยาทดีๆในโลกนี้ แต่พอดูอีกที จะคนรุ่นไหน เจ็นไหน หนุ่มสาวรุ่นใหม่ คนที่ชอบเที่ยวท่องโลก ก็ทำกันหมด
ถ้ายกตัวอย่างญี่ปุ่น หลายคนคงบอกว่า ที่นั่นตึงเกินไป สุดโต่ง และ ประเทศเคร่งเครียด ไอ้นั่นไม่ดี ไอ้นี่ไม่เวิร์ค แต่ก็แปลกดีนะ เรื่องมารยาท วินัย แม้แต่ฝรั่งที่ว่าเจริญๆก็ยังชื่นชมญี่ปุ่น (แฟนบอลเก็บขยะหลังชมการแข่งจบ) แต่คนไทย มองว่า "ตึงไป"
หรือจะบอก"คนจีน" อันนี้ อยากบอกเลยว่า ผมใช้ชีวิตในฮ่องกง และไต้หวันมาไม่น้อย พฤติกรรมที่ว่า ไม่เจอจากทั้งสองจีนนะ รถไฟฮ่องกง ไต้หวัน เงียบมาก แม้จะไม่ตึงเท่าญี่ปุ่น แต่ใครทำเสียงดังไร้มารยาทแบบที่ว่า สังคมเค้ามองเป็นพวก"แผ่นเดินใหญ่" นะ (ในทัศนะแบบเหยียดด้วย)
จะบอก ฝรั่งก็ทำ อันนี้ก็ไม่ใช่อีกเช่นกัน เพราะจากที่ใช้ชีวิตมา เคยทำงานในอเมริกา ถ้าใครทำแบบนั้น จะมีคนอเมริกัน ส่งเสียง "ชู่ววววววว" ออกมา แล้วถ้ายังไม่เงียบ จะมีคนช่วยกัน"ชู่ววว" เพิ่ม ท้ายที่สุด ก็จะเดินมาบอกตรงๆเลยว่า "กรุณาเงียบหน่อยได้มั้ย"
ในยุโรป ประเทศที่สัมผัสเยอะหน่อยก็ ฝรั่งเศส กับอิตาลี ถึงจะเสรีกว่า แต่ พฤติกรรมดังกล่าวก็พบได้น้อย ถ้าจะพบก็เป็นนักท่องเที่ยว คนต่างถิ่น หรือ ผู้อพยบ ต่างด้าว ที่มาทำงาน และแน่นอนว่า สายตาที่มองก็ "ดูถูก" มารยาทแบบนี้
เอาตัวอย่างฝรั่งเศส ในร้านอาหารเล็กๆ ถ้ามีโทรศัพท์เข้ามา เคา้จะลุกออกไปรับหน้าร้านเป็นปกติมาก หรือ ในรถบัส ถ้ารับโทรศัพท์ จะเอาแนบหูและพูดสเียงเบาๆ
อิตาลี จะมีจริตใกล้ไทยหน่อย เจอบ้างที่วีดีโอคอลในร้านกาแฟ ตามสถานที่ต่างๆ แต่ สิ่งที่เห็นได้คือ เค้าจะคอล แล้วกดปุ่ม"ลดเสียง" กดรัวๆ รีบๆกด แล้วพยายามคุยด้วยระดับเสียงที่เหมือนนั่งคุยกันที่โต๊ะมากกว่าจะ"ลั่น"
ผมไม่เข้าใจ ว่า มารยาทไทย ที่เคยสอนให้"เกรงใจคน" หายไปไหน?
ทุกวันนี้เจอ"ทุกที่" กับคนที่ ก่อความรำคาญด้วยเสียงจากสมาร์ทโฟน บางคน ตะโกนคุยแข่งกับเสียงรอบข้าง ใส่โทรศัพท์ที่เปิดสปีคเกอร์
แล้วเคยเห็นมีคนโพสต์ประมาณนี้ กลับมีเสียงตอบโต้ว่า
"ถ้าอยากเงียบก็อยู่บ้านสิ" หรือ "ที่สาธารณะ ทุกคนมีสิทธิ์"
ผมเคยเดินไปบอกคนในร้านอาหารให้เงียบหน่อย สิ่งที่ได้รับคือการ"ชักสีหน้า"
เคยบอกคนบนรถไฟฟ้า แล้วอีกฝ่าย "กวนทีน" กลับ ดื้อแพ่ง ไม่สนใจ แถมเร่งเสียงเพิ่มด้วย จนต้องเดินไปถามว่า "จะเอายังไง" แล้วมันก็ทำหูทวนลม สิ่งที่ผมทำคือ ... หยิบโทสับตัวเอง ยืนข้างๆมันจ่อกับหูมันแล้วเปิดเพลงคณะ เมก้าเดธ เร่งเสียงสุด ยืนถืออยู่งั้นแหละจนมันเดินหนี
ส่วนคนจีน ก็เคยบอกตรงๆ บนเครื่องบิน เลยว่า เบาหน่อย แต่มันทำเป็นฟังภาษาอังกฤษไม่ออก เลยใช้เอไอ พูดภาษาจีนให้ ซึ่ง มันก็ทำหน้าเลิ่กลั่กๆๆ แล้วรีบลดเสียง
คงไม่ต้องถามว่าทำไมไม่ใช้หูฟัง เพราะ จุดเริ่มน่าจะมาจาก "ตระหนัก" หรือ "มีมารยาท" มั้ย
แต่นับวัน ยิ่งรู้สึกว่า เรื่องนี้ เป็นเรื่องสามัญขึ้นเรื่อยๆไปแล้ว มารยาทในที่สาธารณะของไทย ที่ขี้เกรงใจ และ อายที่จะทำตัวน่ารำคาญต่อผู้อื่น กลายเป็น รับเอา มารยาททรามๆจากนักท่องเที่ยว จากคนจีน (ขอระบุเลย จะดราม่าก็ช่าง) มาใช้กันไปแล้ว
เพราะ อะไร?
ทำไมสังคมไทย รับมารยาท"ทราม" มาใช้ในปัจจุบัน
เปิดสปีคเกอร์คุยโทรศัพท์ในที่สาธารณะ (รถไฟฟ้า ร้านอาหาร คาเฟ่ ในห้าง) รวมถึง เล่นเกม ดูคลิป เปิดเสียงออกมา(ดัง) ในที่สาธารณะ (เช่นเดิม)
ถ้า.. คุณมองว่า มารยาทนี้ไม่ทราม แสดงว่า คุณ นั่นแหละคือคนที่ผมอยากถาม
เคยคิดว่า มีเฉพาะพวก จีน แขก ที่ทำตัวแบบนี้ แต่พอดูดีๆอีกที คนไทยก็ทำนี่นา
แล้วเคยคิดว่า สงสัยมีแต่พวกมนุษย์ป้า หรือ คนที่ไม่เคยไปเห็นมารยาทดีๆในโลกนี้ แต่พอดูอีกที จะคนรุ่นไหน เจ็นไหน หนุ่มสาวรุ่นใหม่ คนที่ชอบเที่ยวท่องโลก ก็ทำกันหมด
ถ้ายกตัวอย่างญี่ปุ่น หลายคนคงบอกว่า ที่นั่นตึงเกินไป สุดโต่ง และ ประเทศเคร่งเครียด ไอ้นั่นไม่ดี ไอ้นี่ไม่เวิร์ค แต่ก็แปลกดีนะ เรื่องมารยาท วินัย แม้แต่ฝรั่งที่ว่าเจริญๆก็ยังชื่นชมญี่ปุ่น (แฟนบอลเก็บขยะหลังชมการแข่งจบ) แต่คนไทย มองว่า "ตึงไป"
หรือจะบอก"คนจีน" อันนี้ อยากบอกเลยว่า ผมใช้ชีวิตในฮ่องกง และไต้หวันมาไม่น้อย พฤติกรรมที่ว่า ไม่เจอจากทั้งสองจีนนะ รถไฟฮ่องกง ไต้หวัน เงียบมาก แม้จะไม่ตึงเท่าญี่ปุ่น แต่ใครทำเสียงดังไร้มารยาทแบบที่ว่า สังคมเค้ามองเป็นพวก"แผ่นเดินใหญ่" นะ (ในทัศนะแบบเหยียดด้วย)
จะบอก ฝรั่งก็ทำ อันนี้ก็ไม่ใช่อีกเช่นกัน เพราะจากที่ใช้ชีวิตมา เคยทำงานในอเมริกา ถ้าใครทำแบบนั้น จะมีคนอเมริกัน ส่งเสียง "ชู่ววววววว" ออกมา แล้วถ้ายังไม่เงียบ จะมีคนช่วยกัน"ชู่ววว" เพิ่ม ท้ายที่สุด ก็จะเดินมาบอกตรงๆเลยว่า "กรุณาเงียบหน่อยได้มั้ย"
ในยุโรป ประเทศที่สัมผัสเยอะหน่อยก็ ฝรั่งเศส กับอิตาลี ถึงจะเสรีกว่า แต่ พฤติกรรมดังกล่าวก็พบได้น้อย ถ้าจะพบก็เป็นนักท่องเที่ยว คนต่างถิ่น หรือ ผู้อพยบ ต่างด้าว ที่มาทำงาน และแน่นอนว่า สายตาที่มองก็ "ดูถูก" มารยาทแบบนี้
เอาตัวอย่างฝรั่งเศส ในร้านอาหารเล็กๆ ถ้ามีโทรศัพท์เข้ามา เคา้จะลุกออกไปรับหน้าร้านเป็นปกติมาก หรือ ในรถบัส ถ้ารับโทรศัพท์ จะเอาแนบหูและพูดสเียงเบาๆ
อิตาลี จะมีจริตใกล้ไทยหน่อย เจอบ้างที่วีดีโอคอลในร้านกาแฟ ตามสถานที่ต่างๆ แต่ สิ่งที่เห็นได้คือ เค้าจะคอล แล้วกดปุ่ม"ลดเสียง" กดรัวๆ รีบๆกด แล้วพยายามคุยด้วยระดับเสียงที่เหมือนนั่งคุยกันที่โต๊ะมากกว่าจะ"ลั่น"
ผมไม่เข้าใจ ว่า มารยาทไทย ที่เคยสอนให้"เกรงใจคน" หายไปไหน?
ทุกวันนี้เจอ"ทุกที่" กับคนที่ ก่อความรำคาญด้วยเสียงจากสมาร์ทโฟน บางคน ตะโกนคุยแข่งกับเสียงรอบข้าง ใส่โทรศัพท์ที่เปิดสปีคเกอร์
แล้วเคยเห็นมีคนโพสต์ประมาณนี้ กลับมีเสียงตอบโต้ว่า
"ถ้าอยากเงียบก็อยู่บ้านสิ" หรือ "ที่สาธารณะ ทุกคนมีสิทธิ์"
ผมเคยเดินไปบอกคนในร้านอาหารให้เงียบหน่อย สิ่งที่ได้รับคือการ"ชักสีหน้า"
เคยบอกคนบนรถไฟฟ้า แล้วอีกฝ่าย "กวนทีน" กลับ ดื้อแพ่ง ไม่สนใจ แถมเร่งเสียงเพิ่มด้วย จนต้องเดินไปถามว่า "จะเอายังไง" แล้วมันก็ทำหูทวนลม สิ่งที่ผมทำคือ ... หยิบโทสับตัวเอง ยืนข้างๆมันจ่อกับหูมันแล้วเปิดเพลงคณะ เมก้าเดธ เร่งเสียงสุด ยืนถืออยู่งั้นแหละจนมันเดินหนี
ส่วนคนจีน ก็เคยบอกตรงๆ บนเครื่องบิน เลยว่า เบาหน่อย แต่มันทำเป็นฟังภาษาอังกฤษไม่ออก เลยใช้เอไอ พูดภาษาจีนให้ ซึ่ง มันก็ทำหน้าเลิ่กลั่กๆๆ แล้วรีบลดเสียง
คงไม่ต้องถามว่าทำไมไม่ใช้หูฟัง เพราะ จุดเริ่มน่าจะมาจาก "ตระหนัก" หรือ "มีมารยาท" มั้ย
แต่นับวัน ยิ่งรู้สึกว่า เรื่องนี้ เป็นเรื่องสามัญขึ้นเรื่อยๆไปแล้ว มารยาทในที่สาธารณะของไทย ที่ขี้เกรงใจ และ อายที่จะทำตัวน่ารำคาญต่อผู้อื่น กลายเป็น รับเอา มารยาททรามๆจากนักท่องเที่ยว จากคนจีน (ขอระบุเลย จะดราม่าก็ช่าง) มาใช้กันไปแล้ว
เพราะ อะไร?