ศิริกัญญา แง้ม 7 หน่วยงานได้งบประมาณเพิ่ม ปี70 มี ‘ดีอี’ เจ้าของโครงการ TH-AI Passport
https://www.matichon.co.th/politics/news_5764650
.

.
‘ศิริกัญญา’ สปอยล์งบ 70 วงเงิน 3.788 ล้านล้านฝีแตก หลังพบงบประจำพุ่ง แต่งบลงทุนหด เผย 7 หน่วยงานได้งบเพิ่ม ‘ประกันสังคม-โครงการ TH-AI Passport’ พร้อมชวนติดตามการอภิปราย 29 มิ.ย.-1 ก.ค.นี้
.
เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน น.ส.
ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัสหน้าพรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุหัวข้อว่า
งบประมาณฝีแตก สำนักงบปล่อยไหล ใส่ตัวเลขจริง งบบำนาญ-จ่ายดอกเบี้ยพุ่ง
.
น.ส.
ศิริกัญญา ระบุต่อว่า
รายละเอียดเบื้องต้นงบปี 70 ที่เพิ่งผ่านการรับฟังความเห็นร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กำลังจะเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษในวันที่ 18 มิถุนายนนี้ โดยงบ 70 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ประมาณการรายได้ 3 ล้านล้าน ตั้งงบขาดดุล 788,000 ล้าน งบเพิ่มขึ้นจากปี 69 นิดเดียว ประมาณการรายได้เพิ่มขึ้นมาก ลดการขาดดุลไปได้เกือบแสนล้าน
.
น.ส.
ศิริกัญญา ระบุด้วยว่า
รายจ่ายประจำ 2.78 ล้านล้าน เพิ่มขึ้น 122,799 ล้าน คิดเป็น +5% ขณะที่รายจ่ายลงทุน 788,000 ล้าน ลดลง 73,736 ล้าน คิดเป็น -9% ส่วนเงินชดใช้เงินคงคลัง 71,038 ล้าน เพราะปีงบ 68 ตั้งงบไม่พอต้องไปใช้เงินคงคลังสำหรับเงินบำนาญ ค่ารักษาพยาบาล เงินเดือน และจ่ายดอกเบี้ย ทำให้ปี 70 ต้องมาตั้งงบไปใช้คืนตามระเบียบ
.
น.ส.
ศิริกัญญา ระบุอีกว่า
ที่ปีนี้รายจ่ายประจำพุ่งขึ้น ในขณะที่รายจ่ายลงทุนลดลง สะท้อนถึงอาการฝีแตกได้เป็นอย่างดี เพราะหากเจาะดูรายละเอียดจะพบว่า ในงบปีนี้มีการเพิ่มงบชำระดอกเบี้ยสูงถึง 40,000 ล้านจนตอนนี้ งบชำระหนี้ทะลุ 400,000 ล้านเรียบร้อยแล้ว งบเบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ เพิ่ม 25,000 ล้าน เป็น 389,090 ล้านทำสถิติสูงที่สุด
.
น.ส.
ศิริกัญญา ระบุต่อว่า
ที่ปีนี้งบบำเหน็จบำนาญที่พุ่งสูง ชำระดอกเบี้ยพุ่งสูง ไม่ใช่ว่าเราเพิ่มบำนาญ หรือต้องจ่ายดอกเบี้ยเพิ่ม แต่แค่เป็นการตั้งให้ใกล้เคียงกับที่ใช้จริงมากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาตั้งไว้ไม่เพียงพอมาโดยตลอด เพียงเพื่อให้รายจ่ายประจำดูต่ำ และรายจ่ายลงทุนสูง รวมถึงเพื่อตั้งงบขาดดุลได้มากขึ้นตามเกณฑ์ (ขาดดุลได้ไม่เกินรายจ่ายลงทุน)
.
น.ส.
ศิริกัญญา ระบุอีกว่า
พอจะใช้รายจ่ายประจำจริงแล้วงบไม่พอ แล้วค่อยไปโอนงบกลาง เงินสำรองมาจ่าย หรือไม่ถ้าหมุนเงินไม่พอจริงๆ ก็ควักเงินคงคลังออกมาใช้ เป็นแบบนี้ทุกปีต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 67 จนกระทั่งปี 69 ที่น่าจะหมุนเงินไม่ไหวแล้วจริงๆ เพราะเงินสำรองจ่ายที่ตั้งไว้ 99,000 ล้านใช้ไปจนเกือบหมด เงินคงคลังก็ร่อยหรอ ทั้งที่เพิ่งผ่านปีงบไปได้ครึ่งทาง
.
น.ส.
ศิริกัญญา ระบุว่า
สำหรับงบปี 70 จึงยอมแพ้ ไม่บิดตัวเลขรายจ่ายประจำให้ต่ำเกินจริง ยอมลดรายจ่ายลงทุนลง ยอมขาดดุลลดลง ปีนี้เราจึงได้เห็นภาระการคลังที่ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากขึ้น และเราพบว่างบเกือบ 4 ล้านล้าน เหลืองบประมาณที่รัฐบาลสามารถมาจัดสรรเองได้จริงๆ เพียง 680,000 ล้านหรือ 18% เท่านั้น ส่วนที่เหลือเป็นค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่าย และปรับลดได้ยาก
.
น.ส.
ศิริกัญญา ระบุด้วยว่า
ไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน บำนาญ ค่าน้ำ ค่าไฟ งบผูกพันเก่า หรือสวัสดิการตามกฎหมายต่างๆ รวมแล้ว 3.1 ล้านล้าน เมื่อมาดูรายละเอียดเป็นรายหน่วยงาน หน่วยงานเพียงหนึ่งในสามเท่านั้นที่ได้งบเพิ่มขึ้น โดยอันดับ 1 สำนักบริหารหนี้สาธารณะ กระทรวงการคลัง ได้งบเพิ่มขึ้นสูงสุด 44,000 ล้าน เงินส่วนนี้คือ นำไปจ่ายดอกเบี้ย
.
น.ส.
ศิริกัญญา ระบุต่อว่า
รองลงมาคือ เงินสมทบ เงินสะสม และเงินชดเชยข้าราชการ เพิ่มมา 46,500 ล้านบาท สำหรับกองทุน กบข.ให้เป็นไปตามกฎหมาย และอันดับ 3 คือ บำเหน็จบำนาญ เพิ่มขึ้นมาเกือบ 25,000 ล้าน ทำให้ปีนี้งบบำเหน็จ บำนาญสูงถึง 389,090 ล้านบาท
.
น.ส.
ศิริกัญญา ระบุอีกว่า
อันดับ 4 คือ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษา เพิ่มมา 6,000 ล้าน แต่เป็นผลจากงบบุคลากรเพิ่ม น่าจะมาจากการปรับสถานะครูจ้างเหมาบริการ เป็นลูกจ้างชั่วคราว 7,588 อัตรา
.
น.ส.
ศิริกัญญา ระบุด้วยว่า
อันดับ 5 คือ ประกันสังคมเพิ่มมา 4,000 ล้าน ยังไม่เห็นรายละเอียด แต่ถ้าเป็นเงินสมทบผู้ประกันตนจะเป็นข่าวดีมาก
.
น.ส.
ศิริกัญญา ระบุอีกว่า
อันดับ 6 คือ กรมควบคุมมลพิษ งบพุ่งเกือบ 3,000 ล้าน ว่าน่าจะเป็นงบจัดการหรือฟื้นฟูพื้นที่ปนเปื้อนมลพิษที่ไหนซักแห่ง ขณะที่อันดับ 7 คือ สดช. (สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ) แห่งกระทรวงดีอีฯ เจ้าของโครงการ TH-AI น่าสนใจมากในแง่ที่เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว อยู่ในแผนบูรณาการรัฐบาลดิจิทัล ต้องติดตามดูว่ามีโครงการอะไรใหม่เพิ่มขึ้นมา
.
น.ส.
ศิริกัญญา ระบุต่อว่า
ฝั่งหน่วยงานที่งบลดลง มี 170 หน่วยงานระดับกรม ส่วนใหญ่เป็นโครงการลงทุน โครงการก่อสร้างต่างๆ ทั้งถนน และตึก อันดับ 1 คือ กรมทางหลวง ลดลง 14,000 ล้านบาท ลด 11% อันดับ 2 คือ สำนักปลัดสาธารณสุข ลดลง 9,700 ล้านบาท ลด 7.7% อันดับ 3 คือ กรมชลประทาน ลดลง 8,750 ล้าน ลดลง 10% อันดับ 4 คือ กรมทางหลวงชนบท ลดลง 7,600 ล้าน ลดลง 14% อันดับ 5 คือ กรมโยธา ลดลง 7,200 ล้าน ลดลง 17%
.
“
นี่เป็นแค่รายละเอียดเบื้องต้นจากมติครม. ยังมีรายละเอียดระดับโครงการที่ต้องวิเคราะห์เจาะลึกกันต่อไป เอกสารงบประมาณเต็มจะมาถึงสภา และเปิดเผยต่อสาธารณะวันที่ 23 มิถุนายน อย่าลืมติดตามการอภิปรายงบประมาณที่จะเกิดขึ้นวันที่ 29 มิถุนายนถึงวันที่ 1 กรกฎาคมนี้” น.ส.
ศิริกัญญา ระบุ
.
https://www.facebook.com/SirikanyaOfficial/posts/pfbid02xDApDxQb1zk7VRBY6UEqk9B6Co31NwSXuZawDECdpUdivqaSwLhas5e2a4GR428yl
.
.
กมธ.กฎหมาย ลุยต่อคลี่คดียิง ส.ส.กมลศักดิ์ เชิญผู้บริหารค่ายมือถือ ให้ข้อมูลสัญญาณ สาวถึงคนสั่งการ
https://www.matichon.co.th/politics/news_5764802
.
กมธ.กฎหมาย ลุยต่อคลี่คดียิง ส.ส.กมลศักดิ์ เชิญผู้บริหารค่ายมือถือ ให้ข้อมูลสัญญาณ สาวถึงคนสั่งการ
.
เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน นาย
รอมฎอน ปันจอร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ความคืบหน้าคดีลอบยิงที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งมีนาย
กมลศักดิ์ นาย
หริรักษ์ -ีมมิหนะ และนาย
อุชลัมห์ โกะเลาะ เป็นเป้าหมายของเหตุการณ์
.
ระบุว่า
.
“
ตามต่อเนื่อง! พรุ่งนี้เช้า กมธ.กฎหมายฯ เชิญผู้ว่านราฯ AIS ปปง. หารือกรณีลอบยิง ส.ส.กมลศักดิ์ เช้าพฤหัส กมธ.ทหาร ตรวจสอบปืนผีดิบและปืนอเมริกัน เชิญทัพเรือ/สถานทูต US ร่วมคุย!!”
.
https://www.facebook.com/romadonity/posts/pfbid02N985C7sawME4UDXoVaJWDnMxCM7sQaiKMxy8kMkcak8xxhRap7cRhFxgihz4HxWel
.
.
ศราริน พี่สาวเท้ง เปิดใจชิง บอร์ดประกันสังคม ทีมก้าวหน้า ชูโปร่งใส ผลักดันสิทธิประโยชน์ 2 ฝ่ายเต็มที่
https://www.matichon.co.th/politics/news_5764783
.
ศราริน พี่สาวเท้ง เปิดใจชิง บอร์ดประกันสังคม ทีมก้าวหน้า ชูโปร่งใส ผลักดันสิทธิประโยชน์ 2 ฝ่ายเต็มที่
.
เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน หลัง รศ.ดร.
ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี กรรมการประกันสังคมสัดส่วนผู้ประกันตน ได้เปิดตัว 14 แคนดิเดตทั้งในฝั่งผู้ประกันตนและนายจ้าง พร้อมแถลงนโยบายหาเสียง
.
อย่างไรก็ดี หนึ่งในผู้สมัครฝ่ายนายจ้างที่ได้รับความสนใจจากสาธารณชน คือ รายชื่อผู้สมัครในสัดส่วนของฝั่งนายจ้าง ปรากฏชื่อ น.ส.
ศราริน เรืองปัญญาวุฒิ ซึ่งเป็นพี่สาวคนโตของ นาย
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน เข้าร่วมลงสมัครในศึกเลือกตั้งครั้งนี้ด้วย
ทั้งนี้ น.ส.
ศราริน ได้เปิดใจกับ The Politics ข่าวบ้าน การเมือง ว่า จุดเริ่มต้นมาจากตนเห็นข่าวคราวความผิดปกติเกี่ยวกับระบบประกันสังคมมาโดยตลอด จนกระทั่งวันหนึ่งได้เห็นโพสต์ทางโซเชียลมีเดียระบุว่า กำลังเปิดรับผู้สมัครบอร์ดประกันสังคมในฝั่งนายจ้าง และมีลิงก์ Google Form แนบไว้ ตนจึงตัดสินใจกรอกใบสมัครเข้ามาตามช่องทางปกติทั่วไป สิ่งที่ตั้งความหวังไว้คือการนำประสบการณ์ ความรู้ และความเข้าใจในปัญหาต่าง ๆ ที่เคยพบเห็น เข้าไปช่วยผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น
.
เมื่อถามถึงความมั่นใจในการช่วยทีมหาคะแนนเสียง น.ส.
ศราริน กล่าวว่า เนื่องจากผู้สมัครในปีกฝั่งนายจ้างของทีมประกันสังคมก้าวหน้านั้น ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการธุรกิจ SME จึงมีความเข้าใจและความใกล้ชิดกับฝั่งผู้ประกันตน ลูกจ้าง หรือพนักงานในองค์กรเป็นอย่างดี ทำให้มองเห็นปัญหาร่วมกันได้อย่างชัดเจน และเมื่อเรามีความเข้าใจในตัวปัญหาอย่างแท้จริง ก็จะสามารถนำสิ่งเหล่านี้ไปผลักดันและนำเสนอแนวทางแก้ไขที่เป็นรูปธรรมได้
.
เมื่อถามว่าอึดอัดใจหรือไม่ ที่อาจถูกนำไปเชื่อมโยงทางการเมืองในฐานะที่เป็นพี่สาวของ
เท้ง น.ส.
ศราริน กล่าวว่า มันเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่คนจะคิดหรือมองเชื่อมโยง แต่สิ่งที่จะพิสูจน์ได้ดีที่สุดคือผลงานและการทำงานหลังจากนี้
.
นอกจากนี้ สิ่งที่ทีมประกันสังคมก้าวหน้าพยายามผลักดันมาตลอดคือเรื่อง “
ความโปร่งใส” ซึ่งหากเราสร้างความโปร่งใสให้เกิดขึ้นในการทำงานได้ มันจะเป็นคำตอบในตัวเองว่า เราเข้ามาทำงานโดยยึดวาระของผู้ประกันตนและผู้ประกอบการเป็นตัวตั้งจริง ๆ หรือไม่ ทั้งนี้ ในวาระที่ผ่านมาทีมประกันสังคมก้าวหน้าส่งตัวแทนเข้าไปเพียงแค่ฝั่งผู้ประกันตน ก็ยังสามารถขับเคลื่อนสิ่งต่าง ๆ ได้มากมาย ถ้ารอบนี้เรามีกำลังมากขึ้นจากการมีตัวแทนในฝั่งนายจ้างเพิ่มเข้ามา ก็จะเป็นกำลังสำคัญในการผลักดันเรื่องต่าง ๆ ให้เกิดขึ้นได้
.
น.ส.
ศราริน ยืนยันว่า วาระที่ทีมประกันสังคมก้าวหน้าต้องการเข้าไปผลักดัน ทั้งในส่วนของฝั่งนายจ้างและฝั่งผู้ประกันตน ไม่ใช่วาระทางการเมืองอย่างแน่นอน แต่เป็นการมองถึงภาพรวมของระบบที่มีผู้ประกันตนอยู่ในระบบเกือบ 25 ล้านคน และมีผู้ประกอบการอีกราว 5 แสนราย ซึ่งการอาสาเข้ามาทำงานในครั้งนี้ ก็เพื่อปกป้องและผลักดันสิทธิประโยชน์ของทั้งสองฝ่ายให้ดียิ่งขึ้น
.
ส่วนในมิติทางการเมืองนั้น ที่ผ่านมาทีมประกันสังคมก้าวหน้าเคยร่วมงานกับนักการเมืองมาแล้วหลากหลายพรรค และสามารถทำงานร่วมกับรัฐมนตรีจากทุกสังกัดได้เป็นอย่างดี เพราะเป้าหมายสูงสุดที่ทีมให้ความสำคัญ ไม่ใช่วาระทางการเมือง แต่เป็นวาระที่เป็นสิทธิประโยชน์กับผู้ประกันตนและผู้ประกอบการ
JJNY : ศิริกัญญาแง้ม 7 หน่วยงานได้งบเพิ่ม│กมธ.กฎหมาย ลุยต่อคลี่คดียิง│พี่สาวเท้งเปิดใจชิงบอร์ดประกันสังคม│36 จว. เตือนฝน
https://www.matichon.co.th/politics/news_5764650
.
.
‘ศิริกัญญา’ สปอยล์งบ 70 วงเงิน 3.788 ล้านล้านฝีแตก หลังพบงบประจำพุ่ง แต่งบลงทุนหด เผย 7 หน่วยงานได้งบเพิ่ม ‘ประกันสังคม-โครงการ TH-AI Passport’ พร้อมชวนติดตามการอภิปราย 29 มิ.ย.-1 ก.ค.นี้
.
เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัสหน้าพรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุหัวข้อว่า งบประมาณฝีแตก สำนักงบปล่อยไหล ใส่ตัวเลขจริง งบบำนาญ-จ่ายดอกเบี้ยพุ่ง
.
น.ส.ศิริกัญญา ระบุต่อว่า รายละเอียดเบื้องต้นงบปี 70 ที่เพิ่งผ่านการรับฟังความเห็นร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กำลังจะเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษในวันที่ 18 มิถุนายนนี้ โดยงบ 70 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ประมาณการรายได้ 3 ล้านล้าน ตั้งงบขาดดุล 788,000 ล้าน งบเพิ่มขึ้นจากปี 69 นิดเดียว ประมาณการรายได้เพิ่มขึ้นมาก ลดการขาดดุลไปได้เกือบแสนล้าน
.
น.ส.ศิริกัญญา ระบุด้วยว่า รายจ่ายประจำ 2.78 ล้านล้าน เพิ่มขึ้น 122,799 ล้าน คิดเป็น +5% ขณะที่รายจ่ายลงทุน 788,000 ล้าน ลดลง 73,736 ล้าน คิดเป็น -9% ส่วนเงินชดใช้เงินคงคลัง 71,038 ล้าน เพราะปีงบ 68 ตั้งงบไม่พอต้องไปใช้เงินคงคลังสำหรับเงินบำนาญ ค่ารักษาพยาบาล เงินเดือน และจ่ายดอกเบี้ย ทำให้ปี 70 ต้องมาตั้งงบไปใช้คืนตามระเบียบ
.
น.ส.ศิริกัญญา ระบุอีกว่า ที่ปีนี้รายจ่ายประจำพุ่งขึ้น ในขณะที่รายจ่ายลงทุนลดลง สะท้อนถึงอาการฝีแตกได้เป็นอย่างดี เพราะหากเจาะดูรายละเอียดจะพบว่า ในงบปีนี้มีการเพิ่มงบชำระดอกเบี้ยสูงถึง 40,000 ล้านจนตอนนี้ งบชำระหนี้ทะลุ 400,000 ล้านเรียบร้อยแล้ว งบเบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ เพิ่ม 25,000 ล้าน เป็น 389,090 ล้านทำสถิติสูงที่สุด
.
น.ส.ศิริกัญญา ระบุต่อว่า ที่ปีนี้งบบำเหน็จบำนาญที่พุ่งสูง ชำระดอกเบี้ยพุ่งสูง ไม่ใช่ว่าเราเพิ่มบำนาญ หรือต้องจ่ายดอกเบี้ยเพิ่ม แต่แค่เป็นการตั้งให้ใกล้เคียงกับที่ใช้จริงมากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาตั้งไว้ไม่เพียงพอมาโดยตลอด เพียงเพื่อให้รายจ่ายประจำดูต่ำ และรายจ่ายลงทุนสูง รวมถึงเพื่อตั้งงบขาดดุลได้มากขึ้นตามเกณฑ์ (ขาดดุลได้ไม่เกินรายจ่ายลงทุน)
.
น.ส.ศิริกัญญา ระบุอีกว่า พอจะใช้รายจ่ายประจำจริงแล้วงบไม่พอ แล้วค่อยไปโอนงบกลาง เงินสำรองมาจ่าย หรือไม่ถ้าหมุนเงินไม่พอจริงๆ ก็ควักเงินคงคลังออกมาใช้ เป็นแบบนี้ทุกปีต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 67 จนกระทั่งปี 69 ที่น่าจะหมุนเงินไม่ไหวแล้วจริงๆ เพราะเงินสำรองจ่ายที่ตั้งไว้ 99,000 ล้านใช้ไปจนเกือบหมด เงินคงคลังก็ร่อยหรอ ทั้งที่เพิ่งผ่านปีงบไปได้ครึ่งทาง
.
น.ส.ศิริกัญญา ระบุว่า สำหรับงบปี 70 จึงยอมแพ้ ไม่บิดตัวเลขรายจ่ายประจำให้ต่ำเกินจริง ยอมลดรายจ่ายลงทุนลง ยอมขาดดุลลดลง ปีนี้เราจึงได้เห็นภาระการคลังที่ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากขึ้น และเราพบว่างบเกือบ 4 ล้านล้าน เหลืองบประมาณที่รัฐบาลสามารถมาจัดสรรเองได้จริงๆ เพียง 680,000 ล้านหรือ 18% เท่านั้น ส่วนที่เหลือเป็นค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่าย และปรับลดได้ยาก
.
น.ส.ศิริกัญญา ระบุด้วยว่า ไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน บำนาญ ค่าน้ำ ค่าไฟ งบผูกพันเก่า หรือสวัสดิการตามกฎหมายต่างๆ รวมแล้ว 3.1 ล้านล้าน เมื่อมาดูรายละเอียดเป็นรายหน่วยงาน หน่วยงานเพียงหนึ่งในสามเท่านั้นที่ได้งบเพิ่มขึ้น โดยอันดับ 1 สำนักบริหารหนี้สาธารณะ กระทรวงการคลัง ได้งบเพิ่มขึ้นสูงสุด 44,000 ล้าน เงินส่วนนี้คือ นำไปจ่ายดอกเบี้ย
.
น.ส.ศิริกัญญา ระบุต่อว่า รองลงมาคือ เงินสมทบ เงินสะสม และเงินชดเชยข้าราชการ เพิ่มมา 46,500 ล้านบาท สำหรับกองทุน กบข.ให้เป็นไปตามกฎหมาย และอันดับ 3 คือ บำเหน็จบำนาญ เพิ่มขึ้นมาเกือบ 25,000 ล้าน ทำให้ปีนี้งบบำเหน็จ บำนาญสูงถึง 389,090 ล้านบาท
.
น.ส.ศิริกัญญา ระบุอีกว่า อันดับ 4 คือ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษา เพิ่มมา 6,000 ล้าน แต่เป็นผลจากงบบุคลากรเพิ่ม น่าจะมาจากการปรับสถานะครูจ้างเหมาบริการ เป็นลูกจ้างชั่วคราว 7,588 อัตรา
.
น.ส.ศิริกัญญา ระบุด้วยว่า อันดับ 5 คือ ประกันสังคมเพิ่มมา 4,000 ล้าน ยังไม่เห็นรายละเอียด แต่ถ้าเป็นเงินสมทบผู้ประกันตนจะเป็นข่าวดีมาก
.
น.ส.ศิริกัญญา ระบุอีกว่า อันดับ 6 คือ กรมควบคุมมลพิษ งบพุ่งเกือบ 3,000 ล้าน ว่าน่าจะเป็นงบจัดการหรือฟื้นฟูพื้นที่ปนเปื้อนมลพิษที่ไหนซักแห่ง ขณะที่อันดับ 7 คือ สดช. (สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ) แห่งกระทรวงดีอีฯ เจ้าของโครงการ TH-AI น่าสนใจมากในแง่ที่เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว อยู่ในแผนบูรณาการรัฐบาลดิจิทัล ต้องติดตามดูว่ามีโครงการอะไรใหม่เพิ่มขึ้นมา
.
น.ส.ศิริกัญญา ระบุต่อว่า ฝั่งหน่วยงานที่งบลดลง มี 170 หน่วยงานระดับกรม ส่วนใหญ่เป็นโครงการลงทุน โครงการก่อสร้างต่างๆ ทั้งถนน และตึก อันดับ 1 คือ กรมทางหลวง ลดลง 14,000 ล้านบาท ลด 11% อันดับ 2 คือ สำนักปลัดสาธารณสุข ลดลง 9,700 ล้านบาท ลด 7.7% อันดับ 3 คือ กรมชลประทาน ลดลง 8,750 ล้าน ลดลง 10% อันดับ 4 คือ กรมทางหลวงชนบท ลดลง 7,600 ล้าน ลดลง 14% อันดับ 5 คือ กรมโยธา ลดลง 7,200 ล้าน ลดลง 17%
.
“นี่เป็นแค่รายละเอียดเบื้องต้นจากมติครม. ยังมีรายละเอียดระดับโครงการที่ต้องวิเคราะห์เจาะลึกกันต่อไป เอกสารงบประมาณเต็มจะมาถึงสภา และเปิดเผยต่อสาธารณะวันที่ 23 มิถุนายน อย่าลืมติดตามการอภิปรายงบประมาณที่จะเกิดขึ้นวันที่ 29 มิถุนายนถึงวันที่ 1 กรกฎาคมนี้” น.ส.ศิริกัญญา ระบุ
.
https://www.facebook.com/SirikanyaOfficial/posts/pfbid02xDApDxQb1zk7VRBY6UEqk9B6Co31NwSXuZawDECdpUdivqaSwLhas5e2a4GR428yl
.
.
กมธ.กฎหมาย ลุยต่อคลี่คดียิง ส.ส.กมลศักดิ์ เชิญผู้บริหารค่ายมือถือ ให้ข้อมูลสัญญาณ สาวถึงคนสั่งการ
https://www.matichon.co.th/politics/news_5764802
.
กมธ.กฎหมาย ลุยต่อคลี่คดียิง ส.ส.กมลศักดิ์ เชิญผู้บริหารค่ายมือถือ ให้ข้อมูลสัญญาณ สาวถึงคนสั่งการ
.
เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน นายรอมฎอน ปันจอร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ความคืบหน้าคดีลอบยิงที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งมีนายกมลศักดิ์ นายหริรักษ์ -ีมมิหนะ และนายอุชลัมห์ โกะเลาะ เป็นเป้าหมายของเหตุการณ์
.
ระบุว่า
.
“ตามต่อเนื่อง! พรุ่งนี้เช้า กมธ.กฎหมายฯ เชิญผู้ว่านราฯ AIS ปปง. หารือกรณีลอบยิง ส.ส.กมลศักดิ์ เช้าพฤหัส กมธ.ทหาร ตรวจสอบปืนผีดิบและปืนอเมริกัน เชิญทัพเรือ/สถานทูต US ร่วมคุย!!”
.
https://www.facebook.com/romadonity/posts/pfbid02N985C7sawME4UDXoVaJWDnMxCM7sQaiKMxy8kMkcak8xxhRap7cRhFxgihz4HxWel
.
.
ศราริน พี่สาวเท้ง เปิดใจชิง บอร์ดประกันสังคม ทีมก้าวหน้า ชูโปร่งใส ผลักดันสิทธิประโยชน์ 2 ฝ่ายเต็มที่
https://www.matichon.co.th/politics/news_5764783
.
ศราริน พี่สาวเท้ง เปิดใจชิง บอร์ดประกันสังคม ทีมก้าวหน้า ชูโปร่งใส ผลักดันสิทธิประโยชน์ 2 ฝ่ายเต็มที่
.
เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน หลัง รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี กรรมการประกันสังคมสัดส่วนผู้ประกันตน ได้เปิดตัว 14 แคนดิเดตทั้งในฝั่งผู้ประกันตนและนายจ้าง พร้อมแถลงนโยบายหาเสียง
.
อย่างไรก็ดี หนึ่งในผู้สมัครฝ่ายนายจ้างที่ได้รับความสนใจจากสาธารณชน คือ รายชื่อผู้สมัครในสัดส่วนของฝั่งนายจ้าง ปรากฏชื่อ น.ส.ศราริน เรืองปัญญาวุฒิ ซึ่งเป็นพี่สาวคนโตของ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน เข้าร่วมลงสมัครในศึกเลือกตั้งครั้งนี้ด้วย
ทั้งนี้ น.ส.ศราริน ได้เปิดใจกับ The Politics ข่าวบ้าน การเมือง ว่า จุดเริ่มต้นมาจากตนเห็นข่าวคราวความผิดปกติเกี่ยวกับระบบประกันสังคมมาโดยตลอด จนกระทั่งวันหนึ่งได้เห็นโพสต์ทางโซเชียลมีเดียระบุว่า กำลังเปิดรับผู้สมัครบอร์ดประกันสังคมในฝั่งนายจ้าง และมีลิงก์ Google Form แนบไว้ ตนจึงตัดสินใจกรอกใบสมัครเข้ามาตามช่องทางปกติทั่วไป สิ่งที่ตั้งความหวังไว้คือการนำประสบการณ์ ความรู้ และความเข้าใจในปัญหาต่าง ๆ ที่เคยพบเห็น เข้าไปช่วยผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น
.
เมื่อถามถึงความมั่นใจในการช่วยทีมหาคะแนนเสียง น.ส.ศราริน กล่าวว่า เนื่องจากผู้สมัครในปีกฝั่งนายจ้างของทีมประกันสังคมก้าวหน้านั้น ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการธุรกิจ SME จึงมีความเข้าใจและความใกล้ชิดกับฝั่งผู้ประกันตน ลูกจ้าง หรือพนักงานในองค์กรเป็นอย่างดี ทำให้มองเห็นปัญหาร่วมกันได้อย่างชัดเจน และเมื่อเรามีความเข้าใจในตัวปัญหาอย่างแท้จริง ก็จะสามารถนำสิ่งเหล่านี้ไปผลักดันและนำเสนอแนวทางแก้ไขที่เป็นรูปธรรมได้
.
เมื่อถามว่าอึดอัดใจหรือไม่ ที่อาจถูกนำไปเชื่อมโยงทางการเมืองในฐานะที่เป็นพี่สาวของเท้ง น.ส.ศราริน กล่าวว่า มันเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่คนจะคิดหรือมองเชื่อมโยง แต่สิ่งที่จะพิสูจน์ได้ดีที่สุดคือผลงานและการทำงานหลังจากนี้
.
นอกจากนี้ สิ่งที่ทีมประกันสังคมก้าวหน้าพยายามผลักดันมาตลอดคือเรื่อง “ความโปร่งใส” ซึ่งหากเราสร้างความโปร่งใสให้เกิดขึ้นในการทำงานได้ มันจะเป็นคำตอบในตัวเองว่า เราเข้ามาทำงานโดยยึดวาระของผู้ประกันตนและผู้ประกอบการเป็นตัวตั้งจริง ๆ หรือไม่ ทั้งนี้ ในวาระที่ผ่านมาทีมประกันสังคมก้าวหน้าส่งตัวแทนเข้าไปเพียงแค่ฝั่งผู้ประกันตน ก็ยังสามารถขับเคลื่อนสิ่งต่าง ๆ ได้มากมาย ถ้ารอบนี้เรามีกำลังมากขึ้นจากการมีตัวแทนในฝั่งนายจ้างเพิ่มเข้ามา ก็จะเป็นกำลังสำคัญในการผลักดันเรื่องต่าง ๆ ให้เกิดขึ้นได้
.
น.ส.ศราริน ยืนยันว่า วาระที่ทีมประกันสังคมก้าวหน้าต้องการเข้าไปผลักดัน ทั้งในส่วนของฝั่งนายจ้างและฝั่งผู้ประกันตน ไม่ใช่วาระทางการเมืองอย่างแน่นอน แต่เป็นการมองถึงภาพรวมของระบบที่มีผู้ประกันตนอยู่ในระบบเกือบ 25 ล้านคน และมีผู้ประกอบการอีกราว 5 แสนราย ซึ่งการอาสาเข้ามาทำงานในครั้งนี้ ก็เพื่อปกป้องและผลักดันสิทธิประโยชน์ของทั้งสองฝ่ายให้ดียิ่งขึ้น
.
ส่วนในมิติทางการเมืองนั้น ที่ผ่านมาทีมประกันสังคมก้าวหน้าเคยร่วมงานกับนักการเมืองมาแล้วหลากหลายพรรค และสามารถทำงานร่วมกับรัฐมนตรีจากทุกสังกัดได้เป็นอย่างดี เพราะเป้าหมายสูงสุดที่ทีมให้ความสำคัญ ไม่ใช่วาระทางการเมือง แต่เป็นวาระที่เป็นสิทธิประโยชน์กับผู้ประกันตนและผู้ประกอบการ