H&M ปรับโครงสร้างทั่วโลก-ลดความสำคัญตลาดจีน หลังเผชิญภาวะหยุดเติบโต
.
สื่อจีน 36Kr รายงานเมื่อวันที่ 14 มิ.ย. ว่ายักษ์ใหญ่ฟาสต์แฟชั่นจากสวีเดนอย่าง H&M กำลังเดินหน้าปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ทั่วโลก โดยยกเลิกการแบ่งเขตธุรกิจตามภูมิศาสตร์เดิม 9 เขต แล้วซอยย่อยเป็น 26 ตลาดขายตามผลงาน พร้อมตั้งหน่วยธุรกิจระดับ "ทวีป" 4 หน่วยขึ้นมากำกับดูแล
.
■ ตลาดจีนถูกลดระดับและปลดพนักงาน
.
ในการปรับเปลี่ยนครั้งนี้ ภูมิภาคจีนแผ่นดินใหญ่ (Greater China) ถูกลดระดับลงเป็นเพียง 1 ใน 26 ตลาดและถูกโอนไปอยู่ภายใต้หน่วยธุรกิจภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ตั้งขึ้นใหม่ โดยมี Saed El-Achkar อดีตประธานภูมิภาคจีนแผ่นดินใหญ่ ขึ้นดำรงตำแหน่ง MD ของหน่วยดังกล่าว ส่วนสำนักงานใหญ่จะยังคงตั้งอยู่ที่เซี่ยงไฮ้ แต่อำนาจการบริหารอิสระลดลง ทีมงานท้องถิ่นในจีนถูกเลิกจ้างกว่า 40 คน หรือคิดเป็น 1 ใน 4 ของพนักงานทั้งหมด
.
ก่อนหน้านี้ H&M ได้ย้ายสำนักงานใหญ่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้จากสิงคโปร์ไปกัวลาลัมเปอร์ พร้อมปลดพนักงานในสิงคโปร์ไปราว 30% สะท้อนว่าแบรนด์ไม่ได้มองตลาดจีนและเอเชียบางส่วนเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์อิสระอีกต่อไป
.
■ ยุทธศาสตร์ของ CEO คนใหม่
.
เบื้องหลังการปรับเปลี่ยนครั้งนี้ เกิดจากการที่แผนการทรานส์ฟอร์มองค์กรที่ดำเนินมากว่า 2 ปีของ แดเนียล เออร์แวร์ (Daniel Ervér) ซีอีโอคนปัจจุบัน ยังไม่สามารถสร้างการเติบโตได้ตามที่คาดหวัง โดยในเดือนมกราคม 2024 เออร์แวร์ได้เข้ามารับตำแหน่งซีอีโอของกลุ่มบริษัทฯ เขาประกาศวิสัยทัศน์ที่จะทำให้แบรนด์ H&M กลับมามีความเป็นแฟชั่นอีกครั้ง ควบคู่ไปกับการตรึงระดับราคาสินค้า
.
เขาได้ปรับลดขั้นตอนการบริหารให้กระชับขึ้น ลดจำนวนซัพพลายเออร์ ย้ายฐานการผลิตจำนวนมากจากจีนและบังกลาเทศไปยังโมร็อกโกและอียิปต์ รวมถึงเพิ่มงบการตลาดเพื่อเจาะกลุ่มผู้บริโภคคนรุ่นใหม่
.
แม้มาตรการเหล่านี้จะช่วยให้ในปีงบประมาณ 2025 อัตรากำไรจากการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทดีดตัวขึ้นไปอยู่ที่ 8.1% สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2018 เป็นต้นมา แต่ก็ยังคงห่างไกลจากเป้าหมาย 10% ที่ผู้บริหารตั้งค้างไว้ ในขณะเดียวกัน เมื่อคำนวณด้วยสกุลเงินท้องถิ่น ยอดขายเติบโตเพียง 2% เท่านั้น แต่หากคำนวณเป็นสกุลเงินโครนาสวีเดนกลับหดตัวลง 3%
.
นักวิเคราะห์มองว่า H&M ยังไม่สามารถดึงดูดกลุ่มลูกค้าหลัก (ผู้หญิงอายุ 15-30 ปี) ได้เหมือนเดิม หน้าร้านในจีนของ H&M หดตัวลงจากช่วงพีคในปี 2019 ที่มีกว่า 500 แห่ง เหลือเพียงประมาณ 300 แห่ง แม้จะพยายามหาทางรอดด้วยการเปิดร้านบนแพลตฟอร์ม Pinduoduo และ Douyin แต่ยอดขายบน Douyin ก็ยังนิ่ง มีเพียง Pinduoduo ที่ได้อานิสงส์จากการอุดหนุนราคาของแพลตฟอร์ม
.
ด้านแบรนด์ลูกอย่าง & Other Stories ก็เผชิญมรสุมหนัก เพราะหลังจากปิดสาขาซานหลี่ถุนที่ปักกิ่งในเดือนเมษายน 2025 ก็มีรายงานว่าปัจจุบันได้ปิดหน้าร้านแบบออฟไลน์ทั้งหมดในจีนแผ่นดินใหญ่แล้ว เหลือเพียงแบรนด์ COS และ ARKET ที่ยังพอประคองตัวได้
.
■ ลือถอนตัวจากตลาดหุ้น
.
ปัจจุบันมูลค่าตลาดของ H&M หายไปแล้วกว่าครึ่งนับจากจุดสูงสุดในปี 2015 และสาขาทั่วโลกหายไปถึง 832 แห่ง ตลาดทุนจึงคาดการณ์ว่าตระกูล Persson ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งและถือสิทธิ์โหวตสูงถึง 86% อาจตั้งใจไม่ผลักดันราคาหุ้น เพื่อเตรียมซื้อหุ้นคืนทั้งหมดและนำบริษัทออกจากตลาดหลักทรัพย์ในราคาที่ต่ำลง
.
การปรับโครงสร้างและการทยอยเลิกจ้างพนักงานสะท้อนว่า H&M สามารถเพิ่มกำไรได้จากการ "รัดเข็มขัดและลดขนาดองค์กร" แต่ยังคงล้มเหลวในการค้นหา "สูตรสำเร็จเพื่อสร้างการเติบโต" อย่างยั่งยืน
.
.
📧 ติดต่อเรา Email: info@jeenthainews.com
.
#แฟชั่น #ตลาดจีน #เสื้อผ้าผู้หญิง
https://www.facebook.com/share/p/1BjM4gSkyc/
💸 H&M ปรับโครงสร้างทั่วโลก-ลดความสำคัญตลาดจีน หลังเผชิญภาวะหยุดเติบโต
.
สื่อจีน 36Kr รายงานเมื่อวันที่ 14 มิ.ย. ว่ายักษ์ใหญ่ฟาสต์แฟชั่นจากสวีเดนอย่าง H&M กำลังเดินหน้าปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ทั่วโลก โดยยกเลิกการแบ่งเขตธุรกิจตามภูมิศาสตร์เดิม 9 เขต แล้วซอยย่อยเป็น 26 ตลาดขายตามผลงาน พร้อมตั้งหน่วยธุรกิจระดับ "ทวีป" 4 หน่วยขึ้นมากำกับดูแล
.
■ ตลาดจีนถูกลดระดับและปลดพนักงาน
.
ในการปรับเปลี่ยนครั้งนี้ ภูมิภาคจีนแผ่นดินใหญ่ (Greater China) ถูกลดระดับลงเป็นเพียง 1 ใน 26 ตลาดและถูกโอนไปอยู่ภายใต้หน่วยธุรกิจภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ตั้งขึ้นใหม่ โดยมี Saed El-Achkar อดีตประธานภูมิภาคจีนแผ่นดินใหญ่ ขึ้นดำรงตำแหน่ง MD ของหน่วยดังกล่าว ส่วนสำนักงานใหญ่จะยังคงตั้งอยู่ที่เซี่ยงไฮ้ แต่อำนาจการบริหารอิสระลดลง ทีมงานท้องถิ่นในจีนถูกเลิกจ้างกว่า 40 คน หรือคิดเป็น 1 ใน 4 ของพนักงานทั้งหมด
.
ก่อนหน้านี้ H&M ได้ย้ายสำนักงานใหญ่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้จากสิงคโปร์ไปกัวลาลัมเปอร์ พร้อมปลดพนักงานในสิงคโปร์ไปราว 30% สะท้อนว่าแบรนด์ไม่ได้มองตลาดจีนและเอเชียบางส่วนเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์อิสระอีกต่อไป
.
■ ยุทธศาสตร์ของ CEO คนใหม่
.
เบื้องหลังการปรับเปลี่ยนครั้งนี้ เกิดจากการที่แผนการทรานส์ฟอร์มองค์กรที่ดำเนินมากว่า 2 ปีของ แดเนียล เออร์แวร์ (Daniel Ervér) ซีอีโอคนปัจจุบัน ยังไม่สามารถสร้างการเติบโตได้ตามที่คาดหวัง โดยในเดือนมกราคม 2024 เออร์แวร์ได้เข้ามารับตำแหน่งซีอีโอของกลุ่มบริษัทฯ เขาประกาศวิสัยทัศน์ที่จะทำให้แบรนด์ H&M กลับมามีความเป็นแฟชั่นอีกครั้ง ควบคู่ไปกับการตรึงระดับราคาสินค้า
.
เขาได้ปรับลดขั้นตอนการบริหารให้กระชับขึ้น ลดจำนวนซัพพลายเออร์ ย้ายฐานการผลิตจำนวนมากจากจีนและบังกลาเทศไปยังโมร็อกโกและอียิปต์ รวมถึงเพิ่มงบการตลาดเพื่อเจาะกลุ่มผู้บริโภคคนรุ่นใหม่
.
แม้มาตรการเหล่านี้จะช่วยให้ในปีงบประมาณ 2025 อัตรากำไรจากการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทดีดตัวขึ้นไปอยู่ที่ 8.1% สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2018 เป็นต้นมา แต่ก็ยังคงห่างไกลจากเป้าหมาย 10% ที่ผู้บริหารตั้งค้างไว้ ในขณะเดียวกัน เมื่อคำนวณด้วยสกุลเงินท้องถิ่น ยอดขายเติบโตเพียง 2% เท่านั้น แต่หากคำนวณเป็นสกุลเงินโครนาสวีเดนกลับหดตัวลง 3%
.
นักวิเคราะห์มองว่า H&M ยังไม่สามารถดึงดูดกลุ่มลูกค้าหลัก (ผู้หญิงอายุ 15-30 ปี) ได้เหมือนเดิม หน้าร้านในจีนของ H&M หดตัวลงจากช่วงพีคในปี 2019 ที่มีกว่า 500 แห่ง เหลือเพียงประมาณ 300 แห่ง แม้จะพยายามหาทางรอดด้วยการเปิดร้านบนแพลตฟอร์ม Pinduoduo และ Douyin แต่ยอดขายบน Douyin ก็ยังนิ่ง มีเพียง Pinduoduo ที่ได้อานิสงส์จากการอุดหนุนราคาของแพลตฟอร์ม
.
ด้านแบรนด์ลูกอย่าง & Other Stories ก็เผชิญมรสุมหนัก เพราะหลังจากปิดสาขาซานหลี่ถุนที่ปักกิ่งในเดือนเมษายน 2025 ก็มีรายงานว่าปัจจุบันได้ปิดหน้าร้านแบบออฟไลน์ทั้งหมดในจีนแผ่นดินใหญ่แล้ว เหลือเพียงแบรนด์ COS และ ARKET ที่ยังพอประคองตัวได้
.
■ ลือถอนตัวจากตลาดหุ้น
.
ปัจจุบันมูลค่าตลาดของ H&M หายไปแล้วกว่าครึ่งนับจากจุดสูงสุดในปี 2015 และสาขาทั่วโลกหายไปถึง 832 แห่ง ตลาดทุนจึงคาดการณ์ว่าตระกูล Persson ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งและถือสิทธิ์โหวตสูงถึง 86% อาจตั้งใจไม่ผลักดันราคาหุ้น เพื่อเตรียมซื้อหุ้นคืนทั้งหมดและนำบริษัทออกจากตลาดหลักทรัพย์ในราคาที่ต่ำลง
.
การปรับโครงสร้างและการทยอยเลิกจ้างพนักงานสะท้อนว่า H&M สามารถเพิ่มกำไรได้จากการ "รัดเข็มขัดและลดขนาดองค์กร" แต่ยังคงล้มเหลวในการค้นหา "สูตรสำเร็จเพื่อสร้างการเติบโต" อย่างยั่งยืน
.
.
📧 ติดต่อเรา Email: info@jeenthainews.com
.
#แฟชั่น #ตลาดจีน #เสื้อผ้าผู้หญิง
https://www.facebook.com/share/p/1BjM4gSkyc/