เชื่อว่าหลายคนที่ชื่นชอบซีรีส์เกาหลี คงเคยมีโมเมนต์ที่ดูฉากพระเอกนางเอกซดน้ำซุปดังซู้ดดด หรือคีบหมูสามชั้นย่างเข้าปากพร้อมทำหน้าฟินสุดๆ จนเราต้องรีบกดสั่งอาหารเกาหลีมากินตาม หรือไม่ก็พุ่งตัวไปร้านอาหารเกาหลีใกล้บ้าน
แต่พอได้กินจริงๆหลายคน (โดยเฉพาะลิ้นคนไทยที่คุ้นเคยกับความแซ่บ) กลับรู้สึกว่า "ทำไมมันจืดจัง?" หรือ "รสชาติมันแบนๆ ไม่เห็นจัดจ้านเหมือนรีแอคชั่นในซีรีส์เลย"
ผมเลยอยากมาชวนคุยและเจาะลึกถึงปรัชญาและวัฒนธรรมการกินของเกาหลี ว่าทำไมรสชาติพื้นฐานของเขาถึงออกมาเป็นแบบนั้น และมีกรรมวิธีการปรุงแบบไหนบ้างที่ซ่อนอยู่หลังกล้องซีรีส์ครับ
1. อาหารเกาหลีไม่ได้จืด แต่เน้น "รสชาติที่แท้จริงของวัตถุดิบ"
คนไทยเราคุ้นเคยกับการใช้เครื่องปรุงรสจัดเพื่อ "กลบ" หรือ "ยกระดับ" รสชาติ เช่น น้ำปลา มะนาว พริกขี้หนูสด สมุนไพรกลิ่นแรง แต่อาหารเกาหลีมีปรัชญาที่ต่างออกไปครับ
ถ้าย้อนกลับไปดูรากฐานวัฒนธรรมตั้งแต่ยุคโครยอหรือโชซอน การจัดสำรับอาหารที่เรียกว่า "บันซัง" (반상) จะให้ความสำคัญกับความสมดุล เครื่องเคียงที่เป็นผักลวกต่างๆ (นามุล) จะถูกปรุงรสแต่น้อยมาก อาจจะแค่แตะเกลือนิด(ที่แปลว่านิดจริงๆ) ซีอิ๊วขาวหน่อย และน้ำมันงา เพื่อให้ตอนที่เคี้ยว เรายังได้กลิ่นหอมและรสหวานที่แท้จริงของผักชนิดนั้นๆ อยู่การสาดเครื่องปรุงรสจัดลงไปถือเป็นการทำลายรสชาติของธรรมชาติครับ
2. วัฒนธรรม "ปรุงเองที่โต๊ะ" ที่ผู้กำกับไม่ได้ถ่ายให้ดู
ใครเคยไปสั่งซุปกระดูกวัวสีขาวๆ อย่าง "ซอลลองทัง" (설렁탕) หรือไก่ตุ๋นโสม "ซัมกเยทัง" (삼계탕) แล้วรู้สึกว่ามันคือน้ำเปล่าต้มเนื้อบ้างครับ?
ความจริงคือ พ่อครัวเกาหลีเขาตั้งใจเคี่ยวกระดูกและเนื้อสัตว์นานหลายชั่วโมงโดย ไม่ใส่เครื่องปรุงรสใดๆ เลย เพื่อดึงรสอูมามิตามธรรมชาติออกมาให้ลึกที่สุดครับ เมื่อชามซุปมาวางตรงหน้า มันคือหน้าที่ของคนกินที่ต้องเป็นคน "ปรุงรส" เอง
บนโต๊ะจะมีเกลือเม็ดหยาบและพริกไทยดำป่นวางไว้ให้เสมอ (แต่ในซีรีส์มักจะข้ามฉากเหยาะเกลือไป เพราะมันเสียเวลาเดินเรื่องและอารมณ์ของฉาก) คนเกาหลีจะค่อยๆ ตักเกลือใส่ทีละนิด ชิมไปเรื่อยๆ จนพอดี หรือบางคนจะเทน้ำกิมจิหัวไชเท้า (คักดูกี) ลงไปในซุปเลยเพื่อเพิ่มรสเปรี้ยวอมหวานครับ
3. ศิลปะแห่งการ "ซัม" (쌈) - ปรุงรสด้วยการประกอบร่าง
อาหารเกาหลีตามร้านไม่มี "พวงเครื่องปรุง" สี่ช่องแบบร้านก๋วยเตี๋ยวบ้านเราครับ แต่การปรุงรสหน้าโต๊ะของพวกเขามาในรูปแบบของการ "ผสมและประกอบร่างในหนึ่งคำ" หรือที่เรียกว่าการห่อ "ซัม" (쌈)
เวลากินปิ้งย่าง ตัวเนื้อหมูจะไม่ได้หมักรสจัดจ้าน แต่รสชาติจะระเบิดในปากก็ต่อเมื่อเราคีบหมู แตะซอสซัมจัง (เต้าเจี้ยวหมักรสเค็มนัว) วางกระเทียมสด กิมจิเปรี้ยวๆ แล้วห่อด้วยใบงาที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว
กฎเหล็กคือ ต้องยัดเข้าปากและเคี้ยวให้หมดในคำเดียว! วินาทีที่เราเคี้ยวทุกอย่างรวมกันนั่นแหละครับ คือการ "ปรุงรส" ที่สมบูรณ์แบบที่สุด มิติความเปรี้ยว เค็ม หวาน เผ็ด จะถูกบาลานซ์ด้วยวัตถุดิบ ไม่ใช่ด้วยน้ำเชื่อมหรือน้ำปลา
4. ความเผ็ดและเปรี้ยวที่มีที่มาจาก "การหมักดอง"
อาหารไทยตัดรสกันฉับไวด้วยมะนาวสดและพริกขี้หนู แต่อาหารเกาหลีแทบไม่ใช้ความเปรี้ยวจากผลไม้สดเลย ความเปรี้ยวของเขามาจาก "กรดแลคติกในการหมักกิมจิ" ส่วนความเผ็ดก็มาจาก พริกป่น (โคชูการู) และ น้ำพริกหมัก (โคชูจัง)
ความเผ็ดเกาหลีจึงเป็นความเผ็ดแบบอุ่นๆ นวลๆ ติดหวานปลาย และมีรสอูมามิจากการหมักดอง มันไม่แผดเผาหรือแหลมปรี๊ดเตะจมูกแบบต้มยำกุ้งบ้านเรา พอรสชาติมันนวลและกลมกล่อมไปหมด ลิ้นคนไทยที่ชอบรสจัดเลยพาลรู้สึกว่ามัน "แบน" หรือจืดไปสักหน่อยครับ
5. ทำไมซีรีส์ถึงข้ามฉากพวกนี้ไป?
นอกจากเรื่องของจังหวะการเล่าเรื่อง (Pacing) ที่ไม่อยากให้คนดูสะดุดกับฉากตัวละครมานั่งตักเกลือชิมซุปแล้ว อีกเหตุผลสำคัญคือ โฆษณาแฝง (PPL) ครับ
ซีรีส์เกาหลีมีสปอนเซอร์เป็นร้านอาหารแฟรนไชส์เยอะมาก สปอนเซอร์ย่อมอยากให้ภาพอาหารตอนเสิร์ฟออกมาดูสมบูรณ์แบบที่สุด พร้อมกินที่สุด ยกมาปุ๊บ ตัวละครตักเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ แล้วทำหน้าฟินได้เลย เป็นการสื่อสารกลายๆ ว่า "อาหารร้านฉันอร่อยแบบไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเลยนะ" นั่นเองครับ
ทั้งหมดนี้ก็คือเบื้องหลังรสชาติและวัฒนธรรมบนโต๊ะอาหารเกาหลีที่ซ่อนอยู่ครับ พอเราเข้าใจวิธีการกินของเขา การไปกินอาหารเกาหลีรอบหน้าอาจจะทำให้เราสนุกและได้รสชาติที่อร่อยขึ้นก็ได้ครับ
ทำไมอาหารเกาหลีมักจะจืด? เจาะลึกวัฒนธรรมการทำ ปรุง และกินของคนเกาหลี ที่ซีรีส์ไม่ได้บอกเรา
แต่พอได้กินจริงๆหลายคน (โดยเฉพาะลิ้นคนไทยที่คุ้นเคยกับความแซ่บ) กลับรู้สึกว่า "ทำไมมันจืดจัง?" หรือ "รสชาติมันแบนๆ ไม่เห็นจัดจ้านเหมือนรีแอคชั่นในซีรีส์เลย"
ผมเลยอยากมาชวนคุยและเจาะลึกถึงปรัชญาและวัฒนธรรมการกินของเกาหลี ว่าทำไมรสชาติพื้นฐานของเขาถึงออกมาเป็นแบบนั้น และมีกรรมวิธีการปรุงแบบไหนบ้างที่ซ่อนอยู่หลังกล้องซีรีส์ครับ
1. อาหารเกาหลีไม่ได้จืด แต่เน้น "รสชาติที่แท้จริงของวัตถุดิบ"
คนไทยเราคุ้นเคยกับการใช้เครื่องปรุงรสจัดเพื่อ "กลบ" หรือ "ยกระดับ" รสชาติ เช่น น้ำปลา มะนาว พริกขี้หนูสด สมุนไพรกลิ่นแรง แต่อาหารเกาหลีมีปรัชญาที่ต่างออกไปครับ
ถ้าย้อนกลับไปดูรากฐานวัฒนธรรมตั้งแต่ยุคโครยอหรือโชซอน การจัดสำรับอาหารที่เรียกว่า "บันซัง" (반상) จะให้ความสำคัญกับความสมดุล เครื่องเคียงที่เป็นผักลวกต่างๆ (นามุล) จะถูกปรุงรสแต่น้อยมาก อาจจะแค่แตะเกลือนิด(ที่แปลว่านิดจริงๆ) ซีอิ๊วขาวหน่อย และน้ำมันงา เพื่อให้ตอนที่เคี้ยว เรายังได้กลิ่นหอมและรสหวานที่แท้จริงของผักชนิดนั้นๆ อยู่การสาดเครื่องปรุงรสจัดลงไปถือเป็นการทำลายรสชาติของธรรมชาติครับ
2. วัฒนธรรม "ปรุงเองที่โต๊ะ" ที่ผู้กำกับไม่ได้ถ่ายให้ดู
ใครเคยไปสั่งซุปกระดูกวัวสีขาวๆ อย่าง "ซอลลองทัง" (설렁탕) หรือไก่ตุ๋นโสม "ซัมกเยทัง" (삼계탕) แล้วรู้สึกว่ามันคือน้ำเปล่าต้มเนื้อบ้างครับ?
ความจริงคือ พ่อครัวเกาหลีเขาตั้งใจเคี่ยวกระดูกและเนื้อสัตว์นานหลายชั่วโมงโดย ไม่ใส่เครื่องปรุงรสใดๆ เลย เพื่อดึงรสอูมามิตามธรรมชาติออกมาให้ลึกที่สุดครับ เมื่อชามซุปมาวางตรงหน้า มันคือหน้าที่ของคนกินที่ต้องเป็นคน "ปรุงรส" เอง
บนโต๊ะจะมีเกลือเม็ดหยาบและพริกไทยดำป่นวางไว้ให้เสมอ (แต่ในซีรีส์มักจะข้ามฉากเหยาะเกลือไป เพราะมันเสียเวลาเดินเรื่องและอารมณ์ของฉาก) คนเกาหลีจะค่อยๆ ตักเกลือใส่ทีละนิด ชิมไปเรื่อยๆ จนพอดี หรือบางคนจะเทน้ำกิมจิหัวไชเท้า (คักดูกี) ลงไปในซุปเลยเพื่อเพิ่มรสเปรี้ยวอมหวานครับ
3. ศิลปะแห่งการ "ซัม" (쌈) - ปรุงรสด้วยการประกอบร่าง
อาหารเกาหลีตามร้านไม่มี "พวงเครื่องปรุง" สี่ช่องแบบร้านก๋วยเตี๋ยวบ้านเราครับ แต่การปรุงรสหน้าโต๊ะของพวกเขามาในรูปแบบของการ "ผสมและประกอบร่างในหนึ่งคำ" หรือที่เรียกว่าการห่อ "ซัม" (쌈)
เวลากินปิ้งย่าง ตัวเนื้อหมูจะไม่ได้หมักรสจัดจ้าน แต่รสชาติจะระเบิดในปากก็ต่อเมื่อเราคีบหมู แตะซอสซัมจัง (เต้าเจี้ยวหมักรสเค็มนัว) วางกระเทียมสด กิมจิเปรี้ยวๆ แล้วห่อด้วยใบงาที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว
กฎเหล็กคือ ต้องยัดเข้าปากและเคี้ยวให้หมดในคำเดียว! วินาทีที่เราเคี้ยวทุกอย่างรวมกันนั่นแหละครับ คือการ "ปรุงรส" ที่สมบูรณ์แบบที่สุด มิติความเปรี้ยว เค็ม หวาน เผ็ด จะถูกบาลานซ์ด้วยวัตถุดิบ ไม่ใช่ด้วยน้ำเชื่อมหรือน้ำปลา
4. ความเผ็ดและเปรี้ยวที่มีที่มาจาก "การหมักดอง"
อาหารไทยตัดรสกันฉับไวด้วยมะนาวสดและพริกขี้หนู แต่อาหารเกาหลีแทบไม่ใช้ความเปรี้ยวจากผลไม้สดเลย ความเปรี้ยวของเขามาจาก "กรดแลคติกในการหมักกิมจิ" ส่วนความเผ็ดก็มาจาก พริกป่น (โคชูการู) และ น้ำพริกหมัก (โคชูจัง)
ความเผ็ดเกาหลีจึงเป็นความเผ็ดแบบอุ่นๆ นวลๆ ติดหวานปลาย และมีรสอูมามิจากการหมักดอง มันไม่แผดเผาหรือแหลมปรี๊ดเตะจมูกแบบต้มยำกุ้งบ้านเรา พอรสชาติมันนวลและกลมกล่อมไปหมด ลิ้นคนไทยที่ชอบรสจัดเลยพาลรู้สึกว่ามัน "แบน" หรือจืดไปสักหน่อยครับ
5. ทำไมซีรีส์ถึงข้ามฉากพวกนี้ไป?
นอกจากเรื่องของจังหวะการเล่าเรื่อง (Pacing) ที่ไม่อยากให้คนดูสะดุดกับฉากตัวละครมานั่งตักเกลือชิมซุปแล้ว อีกเหตุผลสำคัญคือ โฆษณาแฝง (PPL) ครับ
ซีรีส์เกาหลีมีสปอนเซอร์เป็นร้านอาหารแฟรนไชส์เยอะมาก สปอนเซอร์ย่อมอยากให้ภาพอาหารตอนเสิร์ฟออกมาดูสมบูรณ์แบบที่สุด พร้อมกินที่สุด ยกมาปุ๊บ ตัวละครตักเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ แล้วทำหน้าฟินได้เลย เป็นการสื่อสารกลายๆ ว่า "อาหารร้านฉันอร่อยแบบไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเลยนะ" นั่นเองครับ
ทั้งหมดนี้ก็คือเบื้องหลังรสชาติและวัฒนธรรมบนโต๊ะอาหารเกาหลีที่ซ่อนอยู่ครับ พอเราเข้าใจวิธีการกินของเขา การไปกินอาหารเกาหลีรอบหน้าอาจจะทำให้เราสนุกและได้รสชาติที่อร่อยขึ้นก็ได้ครับ