ช่วงที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปร่วมกิจกรรม KTC x Pride Run to Yacht ที่ชลบุรี ภายในงานมีวงเสวนาพูดถึงเรื่อง Wellness Tourism หรือการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ซึ่งเป็นเทรนด์ที่กำลังมาแรงทั่วโลก เลยอยากเอาบางประเด็นที่น่าสนใจมาเล่าต่อครับ
เมื่อก่อนเวลาเราเลือกที่เที่ยว หลายคนอาจมองแค่ว่าจะไปพักผ่อน กินของอร่อย หรือหาที่ถ่ายรูปสวยๆ แต่ปัจจุบันนักท่องเที่ยวจำนวนมากเริ่มมองหาประสบการณ์ที่ช่วยให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้นทั้งร่างกายและจิตใจ ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย การพักผ่อนที่มีคุณภาพ การนอนหลับที่ดี หรือแม้แต่กิจกรรมที่ช่วยลดความเครียด
หนึ่งในจังหวัดที่ถูกพูดถึงในงานคือ “ชลบุรี” ซึ่งหลายคนอาจนึกถึงพัทยา บางแสน หรือเกาะต่างๆ แต่จริงๆ แล้วตอนนี้จังหวัดกำลังพยายามผลักดันตัวเองไปสู่การเป็น Wellness Destination มากขึ้น
ในวงเสวนามีการพูดถึงแนวคิดที่น่าสนใจว่า “Healing is the New Luxury” หรือความสุขและสุขภาพที่ดี กำลังกลายเป็นความหรูหราแบบใหม่ของนักเดินทางยุคนี้
สิ่งที่น่าสนใจคือ ชลบุรีมีองค์ประกอบที่พร้อมอยู่แล้ว ทั้งกิจกรรมวิ่ง มาราธอน ไตรกีฬา กีฬาทางน้ำ โรงแรมที่เน้นการพักผ่อน รวมถึงโรงพยาบาลและระบบคมนาคมที่สะดวก เพียงแค่ที่ผ่านมาอาจยังไม่ได้ถูกสื่อสารออกมาในภาพเดียวกัน
อีกประเด็นที่สะดุดใจคือเรื่อง “Sleep Tourism” หรือการเดินทางเพื่อพักผ่อนและนอนหลับอย่างมีคุณภาพ ฟังดูแปลกในตอนแรก แต่พอมองดีๆ ก็ตรงกับพฤติกรรมหลายคนในปัจจุบันที่อยากหนีความวุ่นวายจากการทำงาน แล้วหาที่พักดีๆ เพื่อรีเซ็ตตัวเองสัก 2-3 วัน
ทาง KTC เองก็แชร์ข้อมูลการใช้จ่ายของสมาชิกที่น่าสนใจ โดยชลบุรีเป็นจังหวัดที่มียอดใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวสูงเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ และกลุ่มโรงแรมที่มีจุดเด่นด้าน Wellness ก็มีการเติบโตของยอดใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สะท้อนว่าผู้บริโภคเริ่มให้ความสำคัญกับประสบการณ์ที่ช่วยดูแลสุขภาพมากขึ้น ไม่ใช่แค่การหาที่พักสำหรับนอนค้างคืนเท่านั้น
นอกจากนี้ยังมีการพูดถึงการพัฒนาชลบุรีให้เป็นจุดหมายปลายทางที่เปิดกว้างสำหรับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม ภายใต้แนวคิด Tourism for All รวมถึงการสนับสนุนให้พัทยา ศรีราชา และบางแสน เป็นจุดหมายสำหรับกิจกรรมและงานเฉลิมฉลองของกลุ่ม LGBTQ+ จากทั่วโลกด้วย
หลังฟังจบก็รู้สึกว่า Wellness Tourism ไม่ได้หมายถึงการไปสปาหรือเข้าคอร์สดูแลสุขภาพอย่างเดียว แต่รวมถึงทุกกิจกรรมที่ทำให้เราใช้เวลาคุณภาพกับตัวเองมากขึ้น
และถ้ามองในมุมนี้ ชลบุรีก็ดูมีศักยภาพมากกว่าที่เคยคิดไว้ ทั้งทะเล คาเฟ่ โรงแรม กิจกรรมกลางแจ้ง และการเดินทางที่สะดวกจากกรุงเทพฯ
ใครที่กำลังมองหาทริปสั้นๆ เพื่อพักใจ รีเฟรชตัวเอง หรือหากิจกรรมใหม่ๆ ลองมองชลบุรีในมุมของ Wellness Destination ดูบ้าง อาจจะได้ประสบการณ์ที่ต่างจากเดิมก็ได้ครับ
ชลบุรีไม่ได้มีดีแค่ทะเล? หลังได้ไปฟังเสวนาเรื่อง Wellness Tourism มา เลยเข้าใจว่าทำไมหลายคนเริ่มเที่ยวเพื่อ “ฮีลตัวเอง”
เมื่อก่อนเวลาเราเลือกที่เที่ยว หลายคนอาจมองแค่ว่าจะไปพักผ่อน กินของอร่อย หรือหาที่ถ่ายรูปสวยๆ แต่ปัจจุบันนักท่องเที่ยวจำนวนมากเริ่มมองหาประสบการณ์ที่ช่วยให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้นทั้งร่างกายและจิตใจ ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย การพักผ่อนที่มีคุณภาพ การนอนหลับที่ดี หรือแม้แต่กิจกรรมที่ช่วยลดความเครียด
หนึ่งในจังหวัดที่ถูกพูดถึงในงานคือ “ชลบุรี” ซึ่งหลายคนอาจนึกถึงพัทยา บางแสน หรือเกาะต่างๆ แต่จริงๆ แล้วตอนนี้จังหวัดกำลังพยายามผลักดันตัวเองไปสู่การเป็น Wellness Destination มากขึ้น
ในวงเสวนามีการพูดถึงแนวคิดที่น่าสนใจว่า “Healing is the New Luxury” หรือความสุขและสุขภาพที่ดี กำลังกลายเป็นความหรูหราแบบใหม่ของนักเดินทางยุคนี้
สิ่งที่น่าสนใจคือ ชลบุรีมีองค์ประกอบที่พร้อมอยู่แล้ว ทั้งกิจกรรมวิ่ง มาราธอน ไตรกีฬา กีฬาทางน้ำ โรงแรมที่เน้นการพักผ่อน รวมถึงโรงพยาบาลและระบบคมนาคมที่สะดวก เพียงแค่ที่ผ่านมาอาจยังไม่ได้ถูกสื่อสารออกมาในภาพเดียวกัน
อีกประเด็นที่สะดุดใจคือเรื่อง “Sleep Tourism” หรือการเดินทางเพื่อพักผ่อนและนอนหลับอย่างมีคุณภาพ ฟังดูแปลกในตอนแรก แต่พอมองดีๆ ก็ตรงกับพฤติกรรมหลายคนในปัจจุบันที่อยากหนีความวุ่นวายจากการทำงาน แล้วหาที่พักดีๆ เพื่อรีเซ็ตตัวเองสัก 2-3 วัน
ทาง KTC เองก็แชร์ข้อมูลการใช้จ่ายของสมาชิกที่น่าสนใจ โดยชลบุรีเป็นจังหวัดที่มียอดใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวสูงเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ และกลุ่มโรงแรมที่มีจุดเด่นด้าน Wellness ก็มีการเติบโตของยอดใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สะท้อนว่าผู้บริโภคเริ่มให้ความสำคัญกับประสบการณ์ที่ช่วยดูแลสุขภาพมากขึ้น ไม่ใช่แค่การหาที่พักสำหรับนอนค้างคืนเท่านั้น
นอกจากนี้ยังมีการพูดถึงการพัฒนาชลบุรีให้เป็นจุดหมายปลายทางที่เปิดกว้างสำหรับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม ภายใต้แนวคิด Tourism for All รวมถึงการสนับสนุนให้พัทยา ศรีราชา และบางแสน เป็นจุดหมายสำหรับกิจกรรมและงานเฉลิมฉลองของกลุ่ม LGBTQ+ จากทั่วโลกด้วย
หลังฟังจบก็รู้สึกว่า Wellness Tourism ไม่ได้หมายถึงการไปสปาหรือเข้าคอร์สดูแลสุขภาพอย่างเดียว แต่รวมถึงทุกกิจกรรมที่ทำให้เราใช้เวลาคุณภาพกับตัวเองมากขึ้น
และถ้ามองในมุมนี้ ชลบุรีก็ดูมีศักยภาพมากกว่าที่เคยคิดไว้ ทั้งทะเล คาเฟ่ โรงแรม กิจกรรมกลางแจ้ง และการเดินทางที่สะดวกจากกรุงเทพฯ
ใครที่กำลังมองหาทริปสั้นๆ เพื่อพักใจ รีเฟรชตัวเอง หรือหากิจกรรมใหม่ๆ ลองมองชลบุรีในมุมของ Wellness Destination ดูบ้าง อาจจะได้ประสบการณ์ที่ต่างจากเดิมก็ได้ครับ