เรื่องบ้านและธนาคาร

ลองนึกภาพคน ๆ หนึ่งที่ จ่ายค่าบ้านตรงมาตลอด 15 ปี ไม่เคยพลาดสักงวด
เขาเชื่อในสัญญา เชื่อในระบบ เชื่อว่าความซื่อสัตย์จะได้รับการตอบแทน
แต่แล้ววันหนึ่งโชคร้าย ตกงาน รายได้หายไปทันที
เขาเดินเข้าไปหาธนาคารด้วยความหวังว่า “ช่วยผ่อนเบาหน่อยได้ไหม”
คำตอบที่ได้คือ “ไม่สามารถช่วยได้ครับ คุณต้องจ่ายเต็มเหมือนเดิม”
ความฝันที่สร้างด้วยหยาดเหงื่อกลายเป็นฝันร้ายทันที
กลับกัน…
คนอีกกลุ่มที่ ไม่เคยจ่ายตรง บางเดือนหนี บางเดือนเงียบ
พอธนาคารจะยึดบ้าน กลับมี โปรแกรมช่วยเหลือพิเศษ
ลดดอกเบี้ย ล้างดอกเบี้ย จ่ายเฉพาะต้น แถมยืดเวลาให้อีก
เหมือนธนาคารกลัวเสียลูกหนี้ประเภทนี้ เลยต้อง “ประคบประหงม” ไว้

ความรู้สึกที่เกิดขึ้น
คนดีที่จ่ายตรงมาตลอดกลับถูกมองว่า “ไม่ใช่ปัญหา”
คนที่ผิดสัญญากลับได้รับการดูแลเหมือน VIP
มันเหมือนละครน้ำเน่า ที่พระเอกแสนดีโดนหักหลัง ส่วนตัวร้ายกลับได้รางวัล

นี่คือ ความย้อนแย้งของระบบการเงิน ที่ทำให้คนดีรู้สึกเหมือนถูกตบหน้า
คนที่รักษาสัญญา → ไม่ได้รับการช่วยเหลือ
คนที่ผิดสัญญา → ได้รับการดูแลเต็มที่
มันคือดราม่าแห่งความไม่ยุติธรรม ที่ทำให้หลายคนถามว่า
“แล้วเราจะซื่อสัตย์ไปเพื่ออะไร?”

ความคิดเห็นจาก Expert Account
ความคิดเห็นที่ 4
เค้ารักเราวันที่เราจ่ายเงินปกติ พอเราเริ่มไม่ปกติ เค้าก็เริ่มไม่รักเรา 555 แต่ในใจก็ยังอยากได้เงินคืน

บางคนซื่อสัตย์ไม่คิดคดโกง ตั้งใจชำระหนี้เต็มที่ เข้าไปคุยกับธนาคาร ขอปรับโครงสร้างหนี้ ธนาคารก็ช่วยนะ

แต่ช่วยซ้ำเติม 5555 ให้ดอกเบี้ยเดินต่อไป พักไม่ต้องจ่ายต้น ให้ไปจ่ายดอกที่ค้างแทน ทำไปทำมา ทบจนสุดท้ายก็ไม่ไหว เรียกว่า สู้จนหมดเนื้อหมดตัว หมดทุกอย่าง แม้แต่บ้าน

กลับกัน พวกที่ไม่ผ่อน เชิดเลย หนีเลย หรือ ทำหน้ามึน อยู่ต่อแบบไม่ผ่อน อยากได้ไปฟ้องศาลเอา กว่าจะเดินเรื่องศาล กว่าจะฟ้อง กว่าจะล้มละลาย อยู่บ้านฟรีไปเฉย ไม่ต้องผ่อนไม่ต้องอะไร คดีจบ ล้มละลายไป ไม่นานก็กลับมาใหม่ พร้อมทุนที่จะสู้ต่อได้

นั่นล่ะครับ ช่องโหว่ของกฏหมาย และ วิธีการทางการเงิน
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่