
ย้อนกลับไปก่อนโควิดจะระบาด ทั้งเจดีย์กลางน้ำและแหลมเจริญถือว่าเงียบเหงาระดับเดียวกับป่าช้า น้อยคนนักที่จะเข้าไปเยี่ยมเยียน ยิ่งกลางคืนยิ่งน่ากลัวไม่ว่าจะเป็นผีหรือคนก็ตาม แต่หลังจากโควิดหายไปจากระบบ กลับกลายเป็นว่าผู้คนพลุกพล่านจนแทบไม่มีที่เดิน
สมัยนั้นผมมีความชื่นชอบการปั่นจักรยาน และมักจะเดินทางเข้าเช็คอินทั้งสองสถานที่นี้อยู่เป็นประจำครับ ผมมีความสุขกับสีเขียวของพื้นที่รอบเจดีย์ และมีความสงบภายในจากการฟังเสียงคลื่นของทะเล
ทั้งองค์เจดีย์เก่าและหัวแหลมตั้งอยู่คนละเส้นทางนะครับ ถ้าตั้งต้นจากวัดปากน้ำ แยกซ้ายจะขึ้นสะพานมุ่งหน้าสู่ทะเล ถ้าเลี้ยวขวาคือเส้นทางเก่าแก่ของชาวระยองที่จะพาทุกคนเข้ากราบขอพรสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ดั้งเดิม โดยปัจจุบันมีหลายเส้นทางเพิ่มขึ้นเป็นตัวเลือกให้เรา
พระเจดีย์กลางน้ำถูกปฏิสังขรขึ้นใหม่ รอบข้างถูกรีโนเวทให้มีพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น มีการสร้างสะพานทางเดินตัดเข้าตามป่าโกงกางและริมแม่น้ำระยอง ทำให้หลายคนเลือกใช้เส้นทางพวกนี้ในการเดินออกกำลัง ยิ่งยามเย็นที่แดดร่มลมตก ผู้มาเยือนจะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว นั่นเพราะบรรยากาศและทิวทัศน์ที่หาดูได้ยากโดยเฉพาะในเขตเมือง
------- ทุกภาพถูกถ่ายด้วย Xiaomi 17 Ultra นะครับ -------
สถานที่ : พระเจดีย์กลางน้ำ จังหวัดระยอง

ผมไม่มั่นใจเรื่องตัวเลขว่าระยะทางโดยรอบของทางเดินอยู่ที่เท่าไร แต่จากที่ลองขยับตัวถือว่าไกลเอาเรื่องนะครับ คือถ้าจะให้ครบต้องมีคนขาลากแน่นอน ยามเย็นอากาศดีมากจริงๆ ช่วงเลิกงานผมมักจะแวะไปรับลมอยู่บ่อยครั้งก่อนจะเข้าบ้านพักผ่อน เดินฟังเพลงถ่ายรูปถือว่าเอ็นจอยมากแล้วครับกับวัยขนาดนี้

บนสะพานยกระดับใจก็จะหวิวหน่อยสำหรับพวกกลัวความสูง ผมเองก็แอบขาสั่นทุกครั้งที่ขึ้นไปเดิน ตามป่าโกงกางมีตรอกซอกซอยให้แวะชม แต่ถ้าอยากเข้าไปทุกที่จริงๆแนะนำให้มาช่วงเช้าครับ กลางคืนกลัวจะโดนงูเหลือมคาบไปกินเสียก่อน

หลังจากเดินชมป่าสีเขียวรวมไปถึงไหว้พระขอพรกันเสร็จแล้ว เดี๋ยวเราย้อนกลับไปฝั่งทะเลสีครามกันบ้างนะครับ 'แหลมเจริญ' เป็นชื่อทางเดินที่ยื่นออกไปในน้ำ สร้างจากหินน้อยใหญ่ที่เอามาตั้งเรียงต่อกันเป็นแนวยาว สถานที่ที่ผู้คนมักจะเดินทางมาตกปลาช่วงยามเย็น
ปัจจุบันมีการพัฒนาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวหลักอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดระยอง สุดสัปดาห์คุณจะเห็นนักท่องเที่ยวจากทุกมุมของประเทศเดินทางเข้ามาที่ถนนเส้นเดียวกันโดยไม่ได้นัดหมาย รถจะติดยาวเหยียดนับเป็นกิโล บรรยากาศจะคลาคลั่งไปด้วยเสียงเฮฮา ตลอดเส้นทางมีร้านอาหารมากมายให้เราได้เลือกรับประทานนะครับ รักใครชอบใครเชิญกันตามอัธยาศัยได้เลย
ในส่วนของผม อยากให้ทุกคนได้เห็นมุมสงบยามเย็น เสียงคลื่นและลมทะเลจะช่วยเยียวยาความเหนื่อยล้า ยามที่เหม่อมองออกไปสุดสายตา คุณจะพบว่ามันสุดแสนจะน่ายินดีเหลือเกิน ส่วนตัวผมมักจะรอให้ตะวันคล้อยต่ำลงมากหน่อย อาศัยเดินเลาะไปตามโขดหิน มีจังหวะเหมาะเจาะก็นั่งลงลำพัง ฟังเสียงน้ำกระทบฝั่งพร้อมหาปลาหมึกปิ้งกินให้ชื่นใจ
------- ทุกภาพถูกถ่ายด้วย Xiaomi 17 Ultra นะครับ -------
สถานที่ : หาดแหลมเจริญ จังหวัดระยอง

บริเวณนี้เองถูกควบคุมด้วยธงสีแดงเช่นกันนะครับ เป็นการบอกเราว่าห้ามลงเล่นน้ำเด็ดขาด ผมยิ่งคิดยิ่งแปลกใจ ขนาดระบุลงไปแทบจะทุกภาษาแล้วแต่ก็ยังมีคนไม่ยอมฟัง เตือนทุกคนด้วยความหวังดีนะครับ อย่าลงไปเล่นเลยดีที่สุด
ร้านรวงต่างๆจะจอแจในช่วงวันหยุดนะครับ วันธรรมดาแบบนี้ดูแล้วอาจใจหายหน่อย แต่ผมชอบความเบาบางแบบนี้มากกว่า ไม่อึดอัด ไม่ต้องแย่งพื้นที่กับใคร

นอกจากร้านอาหารแล้ว คาเฟ่ยังเป็นส่วนหนึ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวเช่นกันครับ อย่างร้าน 'ISSARA' นี้ผมชอบไปเดินถ่ายรูปเพราะด้านหลังเป็นอู่ต่อเรือเก่าแก่ สีสันที่ฉูดฉาดดูแล้วก็สวยดีไปอีกแบบ บริเวณรูปขวาบนของข้อความนี้เป็นที่ประจำผมเลยนะครับ นั่งสบาย มองออกไปก็เป็นสีครามสุดลูกหูลูกตา ติดอย่างเดียวคือต้องระวังน้ำทะเลที่จะกระเด็นใส่หน้าตอนที่คิดอะไรเพลินๆ

เย็นย่ำบรรยากาศก็จะเปลี่ยนเป็นอีกแบบ มันจะมีความเหงาเข้ามาปะปนบ้างไม่มากก็น้อยครับ ทุกวินาทีที่แสงเปลี่ยน ภาพที่เราเห็นก็เปลี่ยนไปเช่นกัน ฟ้าสีชมพู ก้อนเมฆสีแดงเพลิง น้ำทะเลสีเขียวเข้ม มันต้องทะเลเท่านั้น หากใครมีโอกาสลองแวะมาเที่ยวกันนะครับ วันนี้ผมออกมาพักผ่อนเลยแอบเก็บภาพมาฝาก เจอกันใหม่กระทู้หน้า สวัสดีครับ โช
แหลมเจริญ พระเจดีย์กลางน้ำ และวันจันทร์ที่แสนจะสงบ
ย้อนกลับไปก่อนโควิดจะระบาด ทั้งเจดีย์กลางน้ำและแหลมเจริญถือว่าเงียบเหงาระดับเดียวกับป่าช้า น้อยคนนักที่จะเข้าไปเยี่ยมเยียน ยิ่งกลางคืนยิ่งน่ากลัวไม่ว่าจะเป็นผีหรือคนก็ตาม แต่หลังจากโควิดหายไปจากระบบ กลับกลายเป็นว่าผู้คนพลุกพล่านจนแทบไม่มีที่เดิน
สมัยนั้นผมมีความชื่นชอบการปั่นจักรยาน และมักจะเดินทางเข้าเช็คอินทั้งสองสถานที่นี้อยู่เป็นประจำครับ ผมมีความสุขกับสีเขียวของพื้นที่รอบเจดีย์ และมีความสงบภายในจากการฟังเสียงคลื่นของทะเล
ทั้งองค์เจดีย์เก่าและหัวแหลมตั้งอยู่คนละเส้นทางนะครับ ถ้าตั้งต้นจากวัดปากน้ำ แยกซ้ายจะขึ้นสะพานมุ่งหน้าสู่ทะเล ถ้าเลี้ยวขวาคือเส้นทางเก่าแก่ของชาวระยองที่จะพาทุกคนเข้ากราบขอพรสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ดั้งเดิม โดยปัจจุบันมีหลายเส้นทางเพิ่มขึ้นเป็นตัวเลือกให้เรา
พระเจดีย์กลางน้ำถูกปฏิสังขรขึ้นใหม่ รอบข้างถูกรีโนเวทให้มีพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น มีการสร้างสะพานทางเดินตัดเข้าตามป่าโกงกางและริมแม่น้ำระยอง ทำให้หลายคนเลือกใช้เส้นทางพวกนี้ในการเดินออกกำลัง ยิ่งยามเย็นที่แดดร่มลมตก ผู้มาเยือนจะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว นั่นเพราะบรรยากาศและทิวทัศน์ที่หาดูได้ยากโดยเฉพาะในเขตเมือง
------- ทุกภาพถูกถ่ายด้วย Xiaomi 17 Ultra นะครับ -------
สถานที่ : พระเจดีย์กลางน้ำ จังหวัดระยอง
ผมไม่มั่นใจเรื่องตัวเลขว่าระยะทางโดยรอบของทางเดินอยู่ที่เท่าไร แต่จากที่ลองขยับตัวถือว่าไกลเอาเรื่องนะครับ คือถ้าจะให้ครบต้องมีคนขาลากแน่นอน ยามเย็นอากาศดีมากจริงๆ ช่วงเลิกงานผมมักจะแวะไปรับลมอยู่บ่อยครั้งก่อนจะเข้าบ้านพักผ่อน เดินฟังเพลงถ่ายรูปถือว่าเอ็นจอยมากแล้วครับกับวัยขนาดนี้
บนสะพานยกระดับใจก็จะหวิวหน่อยสำหรับพวกกลัวความสูง ผมเองก็แอบขาสั่นทุกครั้งที่ขึ้นไปเดิน ตามป่าโกงกางมีตรอกซอกซอยให้แวะชม แต่ถ้าอยากเข้าไปทุกที่จริงๆแนะนำให้มาช่วงเช้าครับ กลางคืนกลัวจะโดนงูเหลือมคาบไปกินเสียก่อน
หลังจากเดินชมป่าสีเขียวรวมไปถึงไหว้พระขอพรกันเสร็จแล้ว เดี๋ยวเราย้อนกลับไปฝั่งทะเลสีครามกันบ้างนะครับ 'แหลมเจริญ' เป็นชื่อทางเดินที่ยื่นออกไปในน้ำ สร้างจากหินน้อยใหญ่ที่เอามาตั้งเรียงต่อกันเป็นแนวยาว สถานที่ที่ผู้คนมักจะเดินทางมาตกปลาช่วงยามเย็น
ปัจจุบันมีการพัฒนาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวหลักอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดระยอง สุดสัปดาห์คุณจะเห็นนักท่องเที่ยวจากทุกมุมของประเทศเดินทางเข้ามาที่ถนนเส้นเดียวกันโดยไม่ได้นัดหมาย รถจะติดยาวเหยียดนับเป็นกิโล บรรยากาศจะคลาคลั่งไปด้วยเสียงเฮฮา ตลอดเส้นทางมีร้านอาหารมากมายให้เราได้เลือกรับประทานนะครับ รักใครชอบใครเชิญกันตามอัธยาศัยได้เลย
ในส่วนของผม อยากให้ทุกคนได้เห็นมุมสงบยามเย็น เสียงคลื่นและลมทะเลจะช่วยเยียวยาความเหนื่อยล้า ยามที่เหม่อมองออกไปสุดสายตา คุณจะพบว่ามันสุดแสนจะน่ายินดีเหลือเกิน ส่วนตัวผมมักจะรอให้ตะวันคล้อยต่ำลงมากหน่อย อาศัยเดินเลาะไปตามโขดหิน มีจังหวะเหมาะเจาะก็นั่งลงลำพัง ฟังเสียงน้ำกระทบฝั่งพร้อมหาปลาหมึกปิ้งกินให้ชื่นใจ
------- ทุกภาพถูกถ่ายด้วย Xiaomi 17 Ultra นะครับ -------
สถานที่ : หาดแหลมเจริญ จังหวัดระยอง
บริเวณนี้เองถูกควบคุมด้วยธงสีแดงเช่นกันนะครับ เป็นการบอกเราว่าห้ามลงเล่นน้ำเด็ดขาด ผมยิ่งคิดยิ่งแปลกใจ ขนาดระบุลงไปแทบจะทุกภาษาแล้วแต่ก็ยังมีคนไม่ยอมฟัง เตือนทุกคนด้วยความหวังดีนะครับ อย่าลงไปเล่นเลยดีที่สุด
ร้านรวงต่างๆจะจอแจในช่วงวันหยุดนะครับ วันธรรมดาแบบนี้ดูแล้วอาจใจหายหน่อย แต่ผมชอบความเบาบางแบบนี้มากกว่า ไม่อึดอัด ไม่ต้องแย่งพื้นที่กับใคร
นอกจากร้านอาหารแล้ว คาเฟ่ยังเป็นส่วนหนึ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวเช่นกันครับ อย่างร้าน 'ISSARA' นี้ผมชอบไปเดินถ่ายรูปเพราะด้านหลังเป็นอู่ต่อเรือเก่าแก่ สีสันที่ฉูดฉาดดูแล้วก็สวยดีไปอีกแบบ บริเวณรูปขวาบนของข้อความนี้เป็นที่ประจำผมเลยนะครับ นั่งสบาย มองออกไปก็เป็นสีครามสุดลูกหูลูกตา ติดอย่างเดียวคือต้องระวังน้ำทะเลที่จะกระเด็นใส่หน้าตอนที่คิดอะไรเพลินๆ
เย็นย่ำบรรยากาศก็จะเปลี่ยนเป็นอีกแบบ มันจะมีความเหงาเข้ามาปะปนบ้างไม่มากก็น้อยครับ ทุกวินาทีที่แสงเปลี่ยน ภาพที่เราเห็นก็เปลี่ยนไปเช่นกัน ฟ้าสีชมพู ก้อนเมฆสีแดงเพลิง น้ำทะเลสีเขียวเข้ม มันต้องทะเลเท่านั้น หากใครมีโอกาสลองแวะมาเที่ยวกันนะครับ วันนี้ผมออกมาพักผ่อนเลยแอบเก็บภาพมาฝาก เจอกันใหม่กระทู้หน้า สวัสดีครับ โช