"มีแว่นอยู่แล้ว ทำไมต้องตัดแว่นใหม่อีก?"
เชื่อว่าน่าจะเป็นคำถามที่หลายคนสงสัยค่ะ
.
เมื่อก่อนเมเองก็เคยคิดแบบนั้นเหมือนกัน ว่าถ้าเราตัดแว่นมาครั้งนึงแล้ว ดูแลรักษาดีๆ ไม่ให้แตก ไม่ให้หัก ก็น่าจะใช้งานได้อีกหลายปี
.
ซึ่งจริงๆ ก็ไม่ผิดนะคะ แต่หลังจากที่เมได้มีโอกาสไปตรวจสายตาและตัดแว่นใหม่ในรอบเกือบ 2 ปี ทำให้รู้เลยว่า "แว่นยังอยู่ดี" ไม่ได้แปลว่า "สายตาของเรายังเหมือนเดิม"
โดยเฉพาะคนที่ใช้สายตาหนักแบบเม วันนึงนั่งอยู่หน้าจอคอมหลายชั่วโมง พอละจากคอมก็ยังมาต่อในโทรศัพท์อีก เรียกได้ว่าถ้ายังไม่ได้นอน ตาก็แทบจะอยู่กับหน้าจอตลอดเวลา
.
ช่วงหลังเริ่มรู้สึกว่าการมองเห็นไม่คมชัดเหมือนเดิม บางครั้งปวดตาง่ายขึ้น และต้องเพ่งมากกว่าปกติ
หลังจากนั้นเลยเริ่มหาข้อมูลเกี่ยวกับร้านแว่นสายตาที่มีบริการตรวจวัดสายตาแบบละเอียด จนมาเจอกับร้าน “Occura (โอคูระ)” ซึ่งเป็นร้านแว่นสายตาแบบครบวงจร ที่มีนักทัศนมาตร (Optometrist) ดูแลตั้งแต่ต้นจนจบ
.
หลังจากได้ไปใช้บริการจริงแล้วประทับใจมาก เลยอยากมาแชร์ประสบการณ์ให้เพื่อนๆ ที่กำลังมีปัญหาเรื่องสายตา หรือใครที่ตัดแว่นมานานแล้วรู้สึกว่ามองเห็นไม่ชัดเหมือนเดิมค่ะ
.
หมายเหตุ : เมได้ขออนุญาตทางร้านในการถ่ายภาพและนำมารีวิวเรียบร้อยแล้วนะคะ
ประทับใจตั้งแต่ก้าวเข้าร้าน
สาขาที่เมไปใช้บริการคือ Occura สาขา G Tower ชั้น G
สิ่งแรกที่สังเกตเห็นเลยคือความสะอาดของร้านค่ะ ตอนหาข้อมูลจากเว็บไซต์และรีวิวต่างๆ ก็รู้สึกว่าร้านดูสะอาดและสบายตามากอยู่แล้ว พอมาเห็นสถานที่จริงก็ยังรู้สึกแบบเดิม เมเป็นคนเชื่อว่าร้านที่ใส่ใจรายละเอียดเรื่องความสะอาดและการจัดวางพื้นที่ มักจะสะท้อนถึงมาตรฐานการให้บริการได้ระดับนึงเลย
ซักประวัติก่อนตรวจ
ขั้นตอนแรกคือการกรอกประวัติค่ะ ซึ่งไม่ได้มีแค่ชื่อ เบอร์โทร หรือค่าสายตาเดิมนะคะ แต่จะมีการสอบถามเกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้สายตาค่อนข้างละเอียด เช่น ใช้คอมพิวเตอร์วันละกี่ชั่วโมง ใช้โทรศัพท์มากแค่ไหน อาการปวดตา
.
หลังจากนั้นก็มีการพูดคุยเพิ่มเติมกับเจ้าหน้าที่และนักทัศนมาตรอีกครั้ง ตรงนี้ทำให้รู้สึกเหมือนกำลังเข้าพบผู้เชี่ยวชาญด้านสายตา มากกว่าการมาตัดแว่นแบบทั่วไปค่ะ
ห้องตรวจสายตาที่ละเอียดกว่าที่คิด
หลังจากซักประวัติเสร็จเรียบร้อยก็เข้าสู่ห้องตรวจสายตาด้านใน สิ่งที่ทำให้เมแปลกใจคือจำนวนเครื่องมือที่ใช้ตรวจ
มีหลายเครื่องที่ไม่เคยเห็นหรือไม่เคยลองใช้มาก่อนเลยค่ะ
เริ่มตั้งแต่การตรวจค่าแว่นเดิม เพื่อหาค่าที่อยู่ในเลนส์ปัจจุบันว่าตรงกับค่าสายตาที่ตัดจริงในรอบก่อนมั้ย และนี่เองที่ทำให้เมรู้ว่า “ค่าสายตาจากแว่นเดิมไม่ตรงกันกับค่าที่ใช้ตัดจริงในรอบก่อน” นักทัศนมาตรอธิบายว่าในบางกรณี การใช้งานแว่นเป็นเวลานาน รวมถึงรอยขีดข่วนบนผิวเลนส์ อาจส่งผลต่อคุณภาพการมองเห็นได้ค่ะ
ตรวจสุขภาพดวงตาแบบละเอียด
นอกจากการตรวจค่าสายตาแล้ว ยังมีการตรวจสุขภาพดวงตาเพิ่มเติมด้วย ทั้งเรื่องต้อลม ต้อหิน อาการตาแห้ง ความผิดปกติของกระจกตา
.
ส่วนตัวเมเคยตรวจลักษณะนี้มาบ้างแล้ว แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าได้รับคำอธิบายละเอียดมาก
ทุกภาพที่อยู่บนหน้าจอ นักทัศนมาตรจะอธิบายให้ฟังว่าคือส่วนไหนของดวงตา ทำหน้าที่อะไร และควรสังเกตความผิดปกติยังไง ทำให้เข้าใจสุขภาพตาของตัวเองมากขึ้นเยอะเลยค่ะ
.
จากผลตรวจของเมไม่มีภาวะต้อลมหรือต้อหิน มีแค่อาการตาแห้งเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งถือว่าดีขึ้นกว่าที่เคยตรวจเมื่อหลายปีก่อนมาก
การวัดสายตาที่ใช้เวลานานที่สุด แต่ละเอียดที่สุด
ขั้นตอนที่ใช้เวลานานที่สุดคือการวัดค่าสายตาค่ะ ใช้เวลาประมาณ 30 นาที
.
มีการตรวจทั้งการมองเห็นในสภาวะแสงปกติ การมองเห็นเวลากลางคืน ความไวต่อแสง อาการแพ้แสง ค่าสายตาเอียง
ระหว่างตรวจ นักทัศนมาตรยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมด้วยว่า หากมีอาการตาแห้ง ควรหยอดตาก่อนตรวจสายตา เพื่อให้ผลตรวจมีความแม่นยำมากขึ้น
.
ซึ่งทางร้านก็มีน้ำตาเทียมเตรียมไว้ให้ด้วยค่ะ
ถึงเวลารู้ว่าทำไมมองไม่ชัดเหมือนเดิม
หลังจากวัดครบทุกขั้นตอน ผลคือค่าสายตาของเมเปลี่ยนเล็กน้อย
.
ตาซ้ายจากเดิม 300 ลดลงเหลือ 275 ส่วนตาขวายังคงเดิม แต่สิ่งที่เพิ่มขึ้นคือ "ค่าสายตาเอียง" นักทัศนมาตรบอกว่าค่าเอียงที่เพิ่มขึ้น อาจเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ภาพไม่คมชัดเหมือนเดิม ตรงนี้ทำให้เข้าใจเลยว่าทำไมเมถึงรู้สึกว่าแว่นเดิมยังใช้ได้ แต่กลับมองเห็นไม่เหมือนเดิม
เลือกกรอบแว่นและเลนส์
อีกหนึ่งขั้นตอนที่สนุกมากคือการเลือกกรอบแว่นค่ะ ทางร้านมีกรอบและเลนส์ให้เลือกหลายรูปแบบมาก เลนส์มาตรฐานเริ่มต้น 1,200.- ส่วนเลนส์กรองแสงสีฟ้าเริ่มต้น 1,500.-
สำหรับเมได้แจ้งปัญหาจากแว่นเดิมให้ทางร้านฟังว่า แว่นเดิมค่อนข้างใหญ่ใส่นานแล้วหนัก ทำให้ไม่ค่อยอยากใส่ออกนอกบ้าน สุดท้ายเลยมาจบที่แว่นไร้กรอบที่ถูกใจมากค่ะ
Fitting แว่น
หลังจากเลือกกรอบและเลนส์เรียบร้อยจะเข้าสู่ขั้นตอน Fitting โดย Optician ค่ะ
มีการวัดตำแหน่งเลนส์ ปรับองศา และปรับกรอบให้เหมาะกับรูปหน้าและลักษณะการใส่ของแต่ละคน ทำให้เข้าใจเลยว่าทำไมแว่นที่ตัดเฉพาะบุคคล ถึงให้ความสบายตาแตกต่างจากแว่นสำเร็จรูป
วันรับแว่น
วันที่มารับแว่น ทางร้านยังมีการอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปรับตัวกับเลนส์ใหม่ รวมถึงอาการที่อาจพบได้ในช่วงแรก และวิธีสังเกตว่าการมองเห็นของเราปกติมั้ย
พอเห็นแว่นจริงแล้วชอบมากค่ะ ทั้งดีไซน์ น้ำหนัก และความกระชับเวลาใส่
.
ในกล่องยังมีผ้าเช็ดแว่น 2 ผืน กล่องแว่น เลนส์สำรองสำหรับขึ้นรูปใหม่ในอนาคตให้ด้วยค่ะ
สรุปความประทับใจ
สำหรับการตัดแว่นครั้งนี้ เมรู้สึกว่ามากกว่าการได้แว่นใหม่ คือการได้เข้าใจสุขภาพดวงตาของตัวเองมากขึ้น
.
สิ่งที่ประทับใจที่สุดคือความละเอียดของการตรวจ และความรู้ของนักทัศนมาตร ไม่ว่าจะถามเรื่องการใช้สายตา การดูแลดวงตา หรือปัญหาการมองเห็นแบบไหน ก็ได้รับคำอธิบายที่เข้าใจง่ายและละเอียดมาก
.
ถ้าใครกำลังมีปัญหาเรื่องสายตา มองไม่ชัดเหมือนเดิม ปวดตาบ่อย หรือกำลังมองหาร้านตัดแว่นครบวงจร ที่มีนักทัศนมาตรดูแลอย่างละเอียด เมว่าลองศึกษาข้อมูลของ Occura ไว้เป็นอีกตัวเลือกได้เลยค่ะ
.
ตอนนี้ทางร้านมีบริการให้คำปรึกษาโดยไม่มีค่าใช้จ่าย
ส่วนการตรวจวัดสายตาเชิงลึกจะมีค่าบริการ 2,000.- แต่สามารถนำ Voucher ที่วัดนี้ไปใช้เป็นส่วนลดตอนจะตัดแว่นกับทางร้านได้ทีหลังค่ะ
[CR] ตัดแว่นใหม่กับนักทัศนมาตรในรอบ 2 ปี ที่ “Occura” ประสบการณ์ตัดแว่นครบวงจรที่อยากบอกต่อ
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้