เล่าเรื่องผี

กระทู้สนทนา
ล่าสางดง: เสือผีตะเข็บชายแดน
ตัวละคร:

- ร้อยโทเสริม – หัวหน้าชุด ประจำการแถวนี้มา 7 ปี รู้ประวัติความลับของป่า
- สิบเอกดำ – มือปืนหลัก เคยผ่านการฝึกอาวุธพิเศษ
- สิบตรีบุญ – ทหารใหม่ เพิ่งย้ายมา 2 เดือน ยังไม่เคยเจอเรื่องลี้ลับ
- สิบตรีโชค – ผู้ชำนาญเส้นทาง คอยบันทึกพิกัดและร่องรอย



เนื้อเรื่อง:

แถวตะเข็บชายแดนเหนือ มีผืนป่าทึบที่ไม่มีชาวบ้านกล้าเข้าไป เรียกกันว่า "ดงล่าสาง" ที่นี่เคยเป็นสนามรบเก่า ทั้งทหารและชาวบ้านถูกทิ้งศพไว้ไม่ได้ฝัง เมื่อเวลาผ่านไป วิญญาณที่โกรธแค้นและไม่สงบก็สิงสู่สัตว์ป่า กลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่เหนือธรรมชาติ หน่วยทหารพรานชุดที่ 17 ได้รับคำสั่งลับ นอกจากเฝ้าชายแดนแล้ว ต้องคอยสอดส่องและกำจัดสิ่งเหล่านี้เพื่อความปลอดภัยของชุมชนใกล้เคียง

คืนนั้นเวลาตีหนึ่ง อากาศเย็นจัดผิดปกติ แม้จะเป็นเดือนมิถุนายน เสียงคำรามลั่นดังก้องมาจากหุบเขาทางทิศตะวันตก ไม่ใช่เสียงเสือป่าทั่วไป แต่แฝงความแหบพร่า เหมือนเสียงคนร้องโหยหวนปนอยู่ด้วย
สิบตรีบุญ: "พี่เสริม... เสียงนั้นมันแปลกมาก ไม่เหมือนเสือที่ผมเคยได้ยินเลยครับ เหมือนมีคนร้องขอความช่วยเหลือ"
ร้อยโทเสริม: "เงียบไว้ นั่นไม่ใช่คน มันคือสิ่งที่ชาวบ้านเรียกว่าสาง เตรียมปืนกระบอกที่ชุบน้ำมันยาง ผสมขี้เถ้าศพเก่าและใบยอไว้ กระสุนธรรมดาไม่สามารถทำร้ายมันได้"
สิบเอกดำ: "ผมตรวจสอบเรียบร้อยแล้วครับพี่ กระสุนพิเศษบรรจุครบ 15 นัด"
สิบตรีโชค: "รอยเท้าชาวบ้านหายไปล่าสุดอยู่ห่างจากจุดนี้ประมาณ 800 เมตร น่าจะอยู่แถวรอยแยกหินใหญ่ครับ"

พวกเขาเดินลัดเลาะผ่านพงหญ้าและต้นไม้หนาทึบ แสงไฟฉายส่องไปเห็นรอยข่วนลึกบนลำต้นไม้ใหญ่ บางรอยลึกถึงแก่นไม้ กว้างกว่าฝ่ามือคนถึงสามเท่า อากาศยิ่งเย็นลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว และเริ่มมีกลิ่นเหม็นอับปนกลิ่นเผาไหม้ลอยมาจากที่มืด
สิบตรีโชค: "ดูนี่ครับ รอยเท้ามันใหญ่กว่าเสือโคร่งปกติสองเท่า รอยเล็บยาวเกือบ 3 นิ้ว มันเดินไปทางหน้าผาแน่"
สิบตรีบุญ: "ผมรู้สึกเหมือนมีคนจ้องมองพวกเราอยู่ตลอดเวลาเลยครับ ขนลุกไปหมด"
ร้อยโทเสริม: "อย่าหันหลังให้กับความมืด จับอาวุธให้มั่น เดินเป็นแถวเว้นระยะห่างกัน 3 เมตร"

เมื่อถึงบริเวณหน้าผา เงามืดขนาดใหญ่เคลื่อนตัวออกมาจากหลังก้อนหิน เป็นเสือร่างยักษ์ สูงเกือบ 1.5 เมตร ยาวกว่า 3 เมตร ขนลำตัวไม่มีลวดลายสวยงาม กลับเป็นสีเทาหม่นคล้ำราวกับถูกเผาไหม้ มีรอยปริแตกยาวตามลำตัว ควันสีดำจางๆ ลอดออกมาจากรอยนั้นๆ ดวงตาไม่มีม่านตา มีเพียงแสงสีแดงเข้มส่องประกายเหมือนถ่านไฟ ที่น่ากลัวที่สุดคือ มีเสียงกระซิบแผ่วเบาแทรกอยู่ในหัวทุกคน เหมือนเสียงคนที่ตายทุกข์ระทมพูดซ้ำๆ ว่า "แค้น... แค้น..."
สิบเอกดำ: "นี่มันสางเสือตามตำราเก่าเล่าขานจริงๆ วิญญาณที่ไม่ได้ฝังศพสิงสู่ร่างสัตว์"
สิบตรีบุญเสียงสั่น: "มันมองมาทางพวกเราแล้ว จะทำยังไงดีครับ!"
ร้อยโทเสริม: "อย่าตกใจ รอจังหวะ อย่ายิงมั่ว"

ทันใดนั้น เสือคำรามลั่นจนดินสั่นสะเทือน กระโจนเข้ามาด้วยความเร็วที่ตามองแทบไม่ทัน กรงเล็บขนาดยักษ์ฟาดลงมาทำให้ต้นไม้ขนาดแขนแตกหักเป็นเสี่ยงๆ ทหารทั้งหมดระดมยิงทันที แต่กระสุนธรรมดาทะลุผ่านร่างมันไปราวกับเป็นหมอกควัน ไม่ทิ้งรอยแม้แต่นิดเดียว
สิบตรีโชค: "กระสุนปกติไม่เข้าจริงๆ ด้วย!"
ร้อยโทเสริมตะโกนดัง: "อย่ายิงของเสีย! เล็งตรงจุดที่ควันออกมา! ตรงอกกลางลำตัว ที่นั่นคือที่อาศัยวิญญาณ เป็นจุดอ่อนเดียว!"
สิบเอกดำ: "เข้าใจแล้วครับ!"

สิบเอกดำเปลี่ยนปืนเป็นกระบอกที่บรรจุกระสุนพิเศษ หายใจเข้าลึกๆ ควบคุมมือที่สั่นระริก เล็งไปที่จุดรอยร้าวตรงกลางอกที่มีควันดำลอดออกมามากที่สุด แล้วกดไกปืน กระสุนพุ่งเข้าปะทะตรงจุดนั้นทันที
เสือส่งเสียงร้องโหยหวนดังก้องป่า ไม่ใช่เสียงสัตว์ แต่เหมือนเสียงคนร้องเจ็บปวด ควันสีดำพวยพุ่งออกมาอย่างรุนแรง ร่างกายเริ่มเสื่อมสลายลงช้าๆ ขนล่อนหลุด กลายเป็นเนื้อเน่าและกระดูกผุ จนในที่สุดเหลือเพียงโครงกระดูกเสือเก่าแก่นอนกองอยู่กับพื้น

แต่ก่อนที่ทุกคนจะหายใจโล่ง เสียงกระซิบแผ่วเบาดังแว่วมาจากทุกทิศทางในป่า เหมือนมีคนพูดพร้อมกันหลายเสียง
"ยังไม่จบ... พวกเรามีอีกเยอะ... ยังไม่ได้แก้แค้น..."
สิบตรีบุญมองไปรอบๆ ด้วยความตื่นตระหนก: "พี่เสริม... มันหมายความว่ายังไงครับ มีอีกหลายตัวงั้นเหรอ?"
สิบตรีโชค: "ผมรู้สึกว่ามีแสงสีแดงจางๆ ส่องมาจากหลุมเขาและรอยแยกหินอีกหลายจุดเลยครับ"
สิบเอกดำจับปืนแน่น: "ดูเหมือนภารกิจนี้จะไม่ใช่แค่ครั้งเดียวแน่"
ร้อยโทเสริมมองไปรอบๆ ด้วยสายตาเคร่งขรึมและระมัดระวัง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง: "ใช่... ดงล่าสางแห่งนี้มีวิญญาณที่วนเวียนอยู่นับร้อย เมื่อเรากำจัดตัวหนึ่ง อีกตัวก็จะตื่นตัว ภารกิจของพวกเรายังอีกยาวไกล เราต้องเตรียมตัวและระวังตัวตลอดเวลา ไม่มีวันวางใจได้"

พวกเขาเดินทางกลับถึงค่ายเมื่อใกล้รุ่งสาง ทั้งตัวเย็นเฉียบและเหนื่อยล้า แต่ไม่มีใครกล้าพักผ่อนเต็มที่ ร้อยโทเสริมสั่งให้ตรวจสอบอาวุธและเตรียมวัตถุดิบชุบกระสุนเพิ่มทันที
สิบตรีบุญนั่งล้างมือที่ยังสั่นเทา: "พี่เสริม... ถ้ามีอีกหลายตัวจริงๆ พวกเราจะสู้ไหวไหมครับ?"
ร้อยโทเสริมวางมือบนไหล่เด็กหนุ่ม: "ไหว ถ้าเรารู้จักวิธีรับมือ และไม่ปล่อยให้ความกลัวครอบงำ สิ่งเหล่านี้อาศัยความเกลียดชังและความไม่รู้ของคนเป็นเชื้อเพลิง แต่ถ้าเรามีจิตใจมั่นคงและอาวุธที่ถูกต้อง มันก็ไม่อาจทำร้ายเราได้"

สามคืนถัดมา มีรายงานอีกครั้งว่ามีเสียงร้องแปลกๆ ดังมาจากหุบเขาเหนือ ทีมจึงออกเดินทางอีกครั้ง คราวนี้สิบตรีบุญดูเข้มแข็งขึ้น มือจับปืนแน่นหนา
สิบตรีโชคชี้ไปที่รอยเท้าขนาดใหญ่หลายคู่: "ดูนี่ครับ ไม่ใช่ตัวเดียว มีอย่างน้อยสามตัวเดินทางมาด้วยกัน"
สิบเอกดำโหลดกระสุนพิเศษเข้าปืน: "ไม่เป็นไร มากี่ตัว เราก็ต้องสกัดไว้ ไม่ให้มันข้ามไปรบกวนหมู่บ้าน"

เมื่อเข้าไปถึงจุดนัดพบ เสียงคำรามดังประสานกัน สางเสืออีกสามตัวโผล่ออกมาจากพงไม้ มีขนาดแตกต่างกัน แต่ทุกตัวมีดวงตาสีแดงและควันดำลอดออกมาตามร่างกาย
ร้อยโทเสริมตะโกนสั่ง: "แยกย้ายกันยิง อย่าให้มันล้อมรอบ! เล็งจุดเดิม!"

การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด เสือพุ่งโจมตีสลับกัน กรงเล็บฟาดจนก้อนหินแตกกระจาย แต่ทหารยืนหยัด ยิงกระสุนพิเศษเข้าจุดอ่อนทีละตัว จนในที่สุดร่างทั้งสามก็สลายกลายเป็นเพียงกระดูกผุและเถ้าถ่าน
สิบตรีบุญหอบหายใจ: "เราทำได้จริงๆ ด้วยครับ"
ร้อยโทเสริมยิ้มนิดๆ: "นี่แค่ส่วนเล็กๆ แต่ทุกครั้งที่เรากำจัดมันได้ หมายความว่าชาวบ้านจะปลอดภัยขึ้นอีกนิด"

เวลาผ่านไปหลายเดือน ทีมทหารพรานชุดที่ 17 ยังคงปฏิบัติหน้าที่ที่ดงล่าสางทุกคืน บางคืนเจอเพียงร่องรอย บางคืนต้องเผชิญหน้ากับสิ่งมีชีวิตที่น่ากลัว แต่พวกเขาไม่เคยถอยกลับ

จนกระทั่งวันหนึ่ง มีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งนำเครื่องเซ่นไหว้เข้ามาในป่า เพื่อประกอบพิธีฝังศพและสวดส่งวิญญาณตามคำแนะนำของร้อยโทเสริม เมื่อพิธีจบลง อากาศที่เคยเย็นเยือกเริ่มอุ่นขึ้น เสียงกระซิบแผ่วเบาค่อยๆ เงียบลง และแสงสีแดงที่เคยส่องแวบๆ ตามเงามืดก็ค่อยๆ จางหายไป

สิบตรีโชคมองไปรอบๆ: "ดูเหมือนอากาศจะดีขึ้นนะครับ ไม่มีกลิ่นเหม็นอับแล้ว"
สิบเอกดำพยักหน้า: "บางที... วิญญาณเหล่านั้นอาจจะเริ่มสงบลงบ้างแล้ว"
ร้อยโทเสริมมองไปยังผืนป่าที่มืดมิดแต่ดูสงบลงกว่าเดิม: "มันอาจจะไม่หายไปทั้งหมดในวันเดียว แต่ตราบใดที่เรายืนหยัดปกป้องที่นี่ และไม่ลืมที่จะให้เกียรติผู้ที่ล่วงลับ ดงล่าสางแห่งนี้ก็จะค่อยๆ กลับมาเป็นป่าธรรมชาติอีกครั้ง"

ทีมทหารเดินทางกลับค่ายเมื่อแสงอรุณเริ่มปรากฏ ทิ้งผืนป่าที่เคยเต็มไปด้วยความหวาดกลัวไว้เบื้องหลัง ด้วยความมั่นใจว่าภารกิจยังคงดำเนินต่อไป แต่คราวนี้ไม่ได้ต่อสู้เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป เพราะความเข้าใจและความเมตตาได้เริ่มเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เคยชั่วร้ายให้ค่อยๆ สงบลง

จบ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่