สวัสดีครับผม ฟิชๆนะครับเจอกันอีกแล้ว
ครั้งนี้ขอเปิดด้วยเรื่องว่า พี่ๆเริ่มสงสัยกันมั้ยครับ ว่าฟิชๆเอารูปร่มมาใส่ทำแมวน้ำอะไร (พี่ๆ ใจร่มๆเหมือนน้ำต้มไก่ก่อน 555+) เดี๋ยวผม ฟิชๆจะบอกเอง แต่ๆยังไม่บอกตอนนี้ แฮร่ๆ
ในแต่ละวันที่ผ่านเข้ามา ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเวลามันผ่านไปไวเหมือนโกหก ขนาดฟิชๆเป็นคนไม่ค่อยซีเรียส คิดเรื่องอนาคตไม่มากแต่หลายๆ
อย่างในชีวิตมันก็บีบบังคับให้ต้องเลือกและตัดสินใจอยู่ดี
ขอเข้าเรื่องเลยละกัน (อ้าว! ยังไม่เข้าอีกหรอ) คือพอมาถึงจุดหนึ่ง เรามีหลายเรื่องในชีวิตที่ถึงจะไม่อยากวางแผน แต่ก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องคิด โดยเฉพาะเรื่องการเงิน และพื้นฐานอย่างหนึ่งก็คือ "ประกัน" (อย่าเพิ่งกดออกน้า ฟิชๆไม่ได้ขายประกันให้ 😆) จริงๆ แล้วเนี้ยผมมองข้ามเรื่องนี้มาตลอด เพราะรู้สึกว่ายังแข็งแรง ยังไม่เป็นอะไร ยังไม่จำเป็น แต่พออายุมากขึ้น ค่าใช้จ่ายหลายอย่างเริ่มแพงขึ้นแบบรู้สึกได้ ทั้งค่ารักษาพยาบาล ค่ายา ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน หรือแม้แต่ค่าครองชีพทั่วไป (พึ่งนึ่งขึ้นได้ว่าเรามันไม่ใช่ยอดมนุษย์นี้หว่า)
เลยทำให้ฟิชๆเริ่มสงสัยว่า ทุกวันนี้ พี่ๆมีประกันอะไรกันบ้างครับ?
1.ประกันสุขภาพ(พ่วงกับหัวขบวนประกันชีวิต)
2.ประกันชีวิต(มรดกให้กับลูก ในวันที่เราไม่อยู่ คิดถึงคนข้างหลัง)
3.ประกันอุบัติเหตุ(เกิดขึ้นแบบไม่รู้ล่วงหน้าแต่ยังมีคนออกค่าใช้จ่าย และได้เงินค่าชดเชย เพราะไม่สามารถไปทำงานได้)
4.ประกันโรคร้ายแรง(เจอจ่ายจบ เอาเงินไปรักษา ซื้อยา อาหารเสริม พวกLกฮล้างแผล และพวกชุดผ้าก๊อซปิดแผล
ปัจจุบันมีแบบจ่ายไม่จบ คือแนวๆบริษัทจ่ายเงินก่อนแรกกรณียังไม่ลุกลาม และมารับเงินก้อนที่2ได้เพิ่มกรณีที่เข้าเงื่อนไข)
5.ประกันรถยนต์ (เน้นทำให้รถ ส่วนคนเอาไว้ก่อน555+)
6.หรือประกันอื่นๆ (เช่น ประกันสังคม หรือๆ ประกันกลุ่มจากบริษัท ที่ฟิชๆสังเกต คือ แต่ละอันก็จะมี
ข้อดี ข้อเสียต่างกัน เช่น ประกันสังคม อาจจะถูกกว่า และจ่ายเป็นรายเดือนเท่าๆเดิม หรือเพิ่มขึ้นไม่มากแล้วแต่มาตรา แต่ก็ต้องเลือกที่เราลงทะเบียนรพ.ใกล้ที่พักเอาไว้ และประกันกลุ่มข้อดี เบิกง่าย บริษัทออกให้เลย แต่มีวงเงินจำกัด และยังสามารถรักษาแบบ OPD ผู้ป่วยนอก ไม่ต้องนอนก็ได้ บางบริษัทกับบางโรค หรือทำฟัน เราอาจจะต้องออกไปก่อนแล้ว หรือใบไปเคลมกับที่ทำงานเรา เพราะบริษัทเรากับที่รพ.ไม่ได้โคกันไว้)
*** ไม่ได้ชี้นำ หรือชักชวนให้สมัครประกันนะครับ ทุกท่านควรจะวางแผนให้เหมาะกับสภาพร่างกาย และการเงินของแต่ละบุคคล***
(ฟิชยังสงสัยอีกๆ555+) แล้วๆๆพี่เคยคำนวณกันไหมว่าในแต่ละเดือนหรือแต่ละปี พี่ๆจ่ายเรื่องประกันไปเท่าไร?
เพราะช่วงหลังๆ ฟิชๆรู้สึกว่าค่าใช้จ่ายมันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่รายได้ของฟิชๆและ หลายคนอาจไม่ได้เพิ่มตามทัน หรือพี่ๆบางท่านอาจะมีค่าใช้เรื่องลูก หรือ
ตัวเราเองนี้แหละที่ใช้แพงขึ้น 555+ (บางทีก็ต้องช้อปปิ้งบางอะเนาะ แบบของมันต้องมี อารมณ์แบบจะเลิกละ แต่แปปๆกล่องพัสดุมาส่งอีกแล้ว!)
(ต่อๆ)
เห็นพี่ๆบางคนอาจต้องเลือกว่าจะต่อหรือไม่ต่อบางกรมธรรม์ แถมประกันก็ไม่ได้ครอบคลุมทุกอย่างเสมอไป บางโรค บางอาการ หรือบางกรณีก็อาจไม่อยู่ในเงื่อนไขที่คุ้มครอง (อยู่ดีดีมีโรคเกิดขึ้นมาใหม่อีก ซวยเลย) บางคนเคลมบ่อยจนเบี้ยปรับขึ้น บางคนใช้สิทธิรักษาไปแล้ว พอต่ออายุกลับมีเงื่อนไขเพิ่ม

หรือบางรายอาจถูกปฏิเสธการต่อสัญญา
มันทำให้ผมนึกถึงประโยคที่ว่า "ประกันก็เหมือนร่ม" วันที่แดดออก เราอาจรู้สึกว่าไม่จำเป็น วันที่ฟ้าใส เราอาจลืมไปด้วยซ้ำว่ามันอยู่ตรงไหน แต่วันที่ฝนตกหนักจริงๆ เราถึงรู้ว่ามันมีค่าแค่ไหน
พอจะหาซื้อบางมีร้านมันไม่เปิดหรือหาซื้อตอนนั้นไม่ได้ และพกติดตัวไว้มันดีกว่า
เพียงแต่ร่มแต่ละคนราคาไม่เท่ากัน ความจำเป็นก็ไม่เท่ากัน และกำลังจ่ายของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน (ถึงผมมีก็ไม่อยากใช้ให้มันคุ้มหรอก เพราะถ้าเราใช้ให้คุ้ม ก็แปลว่าเราอาจจะเจ็บ หรือป่วยถึงได้ไปใช้ ไม่ใช้และมีเผื่อไว้ดีที่สุด)
เลยอยากชวนคุยครับ ปัจจุบันทุกคนมีประกันอะไรกันบ้าง? จ่ายค่าเบี้ยปีละประมาณเท่าไร? เพราะยิ่งเราอายุเยอะแบบ60+-80 (เราอาจจะไม่ต้องเสียเงินค่าประกันชีวิต ตัวหัวขบวน แต่ค่าสุขภาพหลายปีนี้ เคยเห็นพี่ๆบางท่านแชร์ว่า หนักเอาเรื่องเลย)
และเคยมีเหตุการณ์ที่ทำให้รู้สึกว่า "โชคดีที่ทำประกันไว้" หรือ "ไม่น่าทำเลย" บ้างไหมครับ?
(ยังไงพี่ๆก็อย่ารักษาสุขภาพกันด้วยนะครับ อากาศบ้านเราก็เปลี่ยนแปลงบ่อยซะเหลือเกิน แปปๆแดดออก แปปๆฝนตกซะงั้น และยิ่งเราเดินเข้าห้องแอร์ เข้าห้าง ออกมาตากแดด ตากลม เลยทำให้ไม่สบายง่ายขึ้นอีก อันนี้คหสต.ฟิชๆเอง)
พี่ๆสามารถแชร์ได้เลยครับ ว่าซื้อประกันแนวกลุ่มไหนกัน (หรือไม่ซื้อ และไม่มีเลย แล้วเตรียมวางแผนกันยังไงครับ)
****ขอความร่วมมือไม่พูดชื่อหรือเอยถึงบริษัทประกันและตัวแทนท่านไหนนะ รวมถึงขายประกันนะครับ
(เพราะจริงๆแล้วมันอยู่ที่เราวางแผน ว่ากรมธรรม์นั้นเหมาะกับเราไหม ส่วนตัวแทนดีมั้ย อันนี้ก็อยู่ที่แต่ละตัวแทนจะเอาใจใส่และความสามารถกับประสบการณ์ แต่ที่แน่ๆถ้าเราเข้าใจประกันที่เราซื้อจะดีมากๆ)
สิ่งที่เราซื้อมา (แพง) ไม่ใช่ร่ม และไม่รู้จะได้ใช้วันไหน หรือจริงๆ แล้วไม่มีใครอยากใช้ด้วย ☔️⛱️
ครั้งนี้ขอเปิดด้วยเรื่องว่า พี่ๆเริ่มสงสัยกันมั้ยครับ ว่าฟิชๆเอารูปร่มมาใส่ทำแมวน้ำอะไร (พี่ๆ ใจร่มๆเหมือนน้ำต้มไก่ก่อน 555+) เดี๋ยวผม ฟิชๆจะบอกเอง แต่ๆยังไม่บอกตอนนี้ แฮร่ๆ ในแต่ละวันที่ผ่านเข้ามา ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเวลามันผ่านไปไวเหมือนโกหก ขนาดฟิชๆเป็นคนไม่ค่อยซีเรียส คิดเรื่องอนาคตไม่มากแต่หลายๆ อย่างในชีวิตมันก็บีบบังคับให้ต้องเลือกและตัดสินใจอยู่ดี
ขอเข้าเรื่องเลยละกัน (อ้าว! ยังไม่เข้าอีกหรอ) คือพอมาถึงจุดหนึ่ง เรามีหลายเรื่องในชีวิตที่ถึงจะไม่อยากวางแผน แต่ก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องคิด โดยเฉพาะเรื่องการเงิน และพื้นฐานอย่างหนึ่งก็คือ "ประกัน" (อย่าเพิ่งกดออกน้า ฟิชๆไม่ได้ขายประกันให้ 😆) จริงๆ แล้วเนี้ยผมมองข้ามเรื่องนี้มาตลอด เพราะรู้สึกว่ายังแข็งแรง ยังไม่เป็นอะไร ยังไม่จำเป็น แต่พออายุมากขึ้น ค่าใช้จ่ายหลายอย่างเริ่มแพงขึ้นแบบรู้สึกได้ ทั้งค่ารักษาพยาบาล ค่ายา ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน หรือแม้แต่ค่าครองชีพทั่วไป (พึ่งนึ่งขึ้นได้ว่าเรามันไม่ใช่ยอดมนุษย์นี้หว่า)
เลยทำให้ฟิชๆเริ่มสงสัยว่า ทุกวันนี้ พี่ๆมีประกันอะไรกันบ้างครับ?
1.ประกันสุขภาพ(พ่วงกับหัวขบวนประกันชีวิต)
2.ประกันชีวิต(มรดกให้กับลูก ในวันที่เราไม่อยู่ คิดถึงคนข้างหลัง)
3.ประกันอุบัติเหตุ(เกิดขึ้นแบบไม่รู้ล่วงหน้าแต่ยังมีคนออกค่าใช้จ่าย และได้เงินค่าชดเชย เพราะไม่สามารถไปทำงานได้)
4.ประกันโรคร้ายแรง(เจอจ่ายจบ เอาเงินไปรักษา ซื้อยา อาหารเสริม พวกLกฮล้างแผล และพวกชุดผ้าก๊อซปิดแผล ปัจจุบันมีแบบจ่ายไม่จบ คือแนวๆบริษัทจ่ายเงินก่อนแรกกรณียังไม่ลุกลาม และมารับเงินก้อนที่2ได้เพิ่มกรณีที่เข้าเงื่อนไข)
5.ประกันรถยนต์ (เน้นทำให้รถ ส่วนคนเอาไว้ก่อน555+)
6.หรือประกันอื่นๆ (เช่น ประกันสังคม หรือๆ ประกันกลุ่มจากบริษัท ที่ฟิชๆสังเกต คือ แต่ละอันก็จะมีข้อดี ข้อเสียต่างกัน เช่น ประกันสังคม อาจจะถูกกว่า และจ่ายเป็นรายเดือนเท่าๆเดิม หรือเพิ่มขึ้นไม่มากแล้วแต่มาตรา แต่ก็ต้องเลือกที่เราลงทะเบียนรพ.ใกล้ที่พักเอาไว้ และประกันกลุ่มข้อดี เบิกง่าย บริษัทออกให้เลย แต่มีวงเงินจำกัด และยังสามารถรักษาแบบ OPD ผู้ป่วยนอก ไม่ต้องนอนก็ได้ บางบริษัทกับบางโรค หรือทำฟัน เราอาจจะต้องออกไปก่อนแล้ว หรือใบไปเคลมกับที่ทำงานเรา เพราะบริษัทเรากับที่รพ.ไม่ได้โคกันไว้)
*** ไม่ได้ชี้นำ หรือชักชวนให้สมัครประกันนะครับ ทุกท่านควรจะวางแผนให้เหมาะกับสภาพร่างกาย และการเงินของแต่ละบุคคล***
(ฟิชยังสงสัยอีกๆ555+) แล้วๆๆพี่เคยคำนวณกันไหมว่าในแต่ละเดือนหรือแต่ละปี พี่ๆจ่ายเรื่องประกันไปเท่าไร?
เพราะช่วงหลังๆ ฟิชๆรู้สึกว่าค่าใช้จ่ายมันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่รายได้ของฟิชๆและ หลายคนอาจไม่ได้เพิ่มตามทัน หรือพี่ๆบางท่านอาจะมีค่าใช้เรื่องลูก หรือ
ตัวเราเองนี้แหละที่ใช้แพงขึ้น 555+ (บางทีก็ต้องช้อปปิ้งบางอะเนาะ แบบของมันต้องมี อารมณ์แบบจะเลิกละ แต่แปปๆกล่องพัสดุมาส่งอีกแล้ว!)
(ต่อๆ) เห็นพี่ๆบางคนอาจต้องเลือกว่าจะต่อหรือไม่ต่อบางกรมธรรม์ แถมประกันก็ไม่ได้ครอบคลุมทุกอย่างเสมอไป บางโรค บางอาการ หรือบางกรณีก็อาจไม่อยู่ในเงื่อนไขที่คุ้มครอง (อยู่ดีดีมีโรคเกิดขึ้นมาใหม่อีก ซวยเลย) บางคนเคลมบ่อยจนเบี้ยปรับขึ้น บางคนใช้สิทธิรักษาไปแล้ว พอต่ออายุกลับมีเงื่อนไขเพิ่ม
หรือบางรายอาจถูกปฏิเสธการต่อสัญญา มันทำให้ผมนึกถึงประโยคที่ว่า "ประกันก็เหมือนร่ม" วันที่แดดออก เราอาจรู้สึกว่าไม่จำเป็น วันที่ฟ้าใส เราอาจลืมไปด้วยซ้ำว่ามันอยู่ตรงไหน แต่วันที่ฝนตกหนักจริงๆ เราถึงรู้ว่ามันมีค่าแค่ไหน พอจะหาซื้อบางมีร้านมันไม่เปิดหรือหาซื้อตอนนั้นไม่ได้ และพกติดตัวไว้มันดีกว่า
เพียงแต่ร่มแต่ละคนราคาไม่เท่ากัน ความจำเป็นก็ไม่เท่ากัน และกำลังจ่ายของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน (ถึงผมมีก็ไม่อยากใช้ให้มันคุ้มหรอก เพราะถ้าเราใช้ให้คุ้ม ก็แปลว่าเราอาจจะเจ็บ หรือป่วยถึงได้ไปใช้ ไม่ใช้และมีเผื่อไว้ดีที่สุด)
เลยอยากชวนคุยครับ ปัจจุบันทุกคนมีประกันอะไรกันบ้าง? จ่ายค่าเบี้ยปีละประมาณเท่าไร? เพราะยิ่งเราอายุเยอะแบบ60+-80 (เราอาจจะไม่ต้องเสียเงินค่าประกันชีวิต ตัวหัวขบวน แต่ค่าสุขภาพหลายปีนี้ เคยเห็นพี่ๆบางท่านแชร์ว่า หนักเอาเรื่องเลย)
และเคยมีเหตุการณ์ที่ทำให้รู้สึกว่า "โชคดีที่ทำประกันไว้" หรือ "ไม่น่าทำเลย" บ้างไหมครับ?
(ยังไงพี่ๆก็อย่ารักษาสุขภาพกันด้วยนะครับ อากาศบ้านเราก็เปลี่ยนแปลงบ่อยซะเหลือเกิน แปปๆแดดออก แปปๆฝนตกซะงั้น และยิ่งเราเดินเข้าห้องแอร์ เข้าห้าง ออกมาตากแดด ตากลม เลยทำให้ไม่สบายง่ายขึ้นอีก อันนี้คหสต.ฟิชๆเอง)
พี่ๆสามารถแชร์ได้เลยครับ ว่าซื้อประกันแนวกลุ่มไหนกัน (หรือไม่ซื้อ และไม่มีเลย แล้วเตรียมวางแผนกันยังไงครับ)
****ขอความร่วมมือไม่พูดชื่อหรือเอยถึงบริษัทประกันและตัวแทนท่านไหนนะ รวมถึงขายประกันนะครับ
(เพราะจริงๆแล้วมันอยู่ที่เราวางแผน ว่ากรมธรรม์นั้นเหมาะกับเราไหม ส่วนตัวแทนดีมั้ย อันนี้ก็อยู่ที่แต่ละตัวแทนจะเอาใจใส่และความสามารถกับประสบการณ์ แต่ที่แน่ๆถ้าเราเข้าใจประกันที่เราซื้อจะดีมากๆ)