เย็นวันศุกร์ตลาดนัดแถวบ้านเหงาจัด! หิ้วมาม่าต้มยำกับขนมโตเกียวกลับมากิน หวังฮีลใจแต่เจอแจ็คพอต

แกเอ๊ยยย! เลิกงานเย็นวันศุกร์ทั้งที ร่างกายมนุษย์เงินเดือนอย่างเรามันก็โหยหาสตรีทฟู้ดแซ่บๆ หวังจะเดินตลาดนัดแถวบ้านหาของอร่อยกระแทกปากให้ใจฟูสักหน่อย แต่พอไปถึงปุ๊บ... โอ้โห นึกว่าป่าช้า! คนหายไปไหนกันหมดค้าาาา? ขนาดร้านรวงเปิดไฟสว่างไสวของขายเต็มไปหมด แต่ทางเดินนี่โล่งจนลงไปนอนกลิ้งได้เลย สรุปฉันมาผิดวัน หรือเศรษฐกิจมันซบเซาจนคนหนีไปต้มมาม่ากินเองที่บ้านหมดแล้วเนี่ย!?

      วันนี้แอดมินเลยขอมาเปิดสภากาแฟ ชวนเพื่อนๆ เม้าท์มอยเรื่องปากท้องและวงการสตรีทฟู้ดบ้านเราสักหน่อยค่ะ เพราะหลังจากเดินวนในตลาดที่แสนเหงา ฉันก็สอยของโปรดกลับมากินที่บ้าน แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือ... น้ำตาตกใน! มาค่ะ ล้อมวงเข้ามา แอดมินจะเล่าความเจ็บปวดนี้ให้ฟัง!

1. ตลาดนัดเย็นวันศุกร์... วันที่ความคึกคักหายไปพร้อมกับสายลม
      จำได้ไหมคะสมัยก่อน เย็นวันศุกร์คือวันแห่งการปลดปล่อย! ตลาดนัดแถวบ้านนี่แทบจะต้องเดินเบียดกันไหล่ชนไหล่ กลิ่นหมูปิ้ง ไก่ทอด ลูกชิ้นทอด มันหอมฟุ้งยั่วน้ำลายไปหมด แต่วันนี้... สภาพพพ!

ร้านเยอะแต่คนน้อย: พ่อค้าแม่ค้านั่งปัดแมลงวันกันเหงาๆ บางร้านนั่งเล่นมือถือตาละห้อย เห็นแล้วก็แอบสงสารจับใจ

กำลังซื้อหดหาย: หรือว่าเดี๋ยวนี้คนเราประหยัดกันมากขึ้น? เย็นวันศุกร์แทนที่จะออกมาหาของกิน ก็พุ่งตรงกลับบ้านไปนอนตากแอร์ดูซีรีส์ดีกว่า

คู่แข่งเดลิเวอรี่: ยอมรับแหละว่าเดี๋ยวนี้กดแอปฯ สั่งอาหารมันง่าย นอนเปื่อยๆ อยู่ห้องของกินก็มาส่งถึงหน้าประตู ไม่ต้องออกมาเดินให้เหงื่อตก

ด้วยความเห็นใจ ฉันเลยตั้งใจว่าจะอุดหนุนร้านแถวบ้านสักหน่อย จัดไปเลยค่ะ "มาม่าต้มยำน้ำข้น" กลิ่นหอมฉุย กับ "ขนมโตเกียวไส้คัสตาร์ด" เจ้าประจำ หิ้วถุงกลับบ้านแบบใจฟูสุดๆ

2. มาม่าต้มยำน้ำข้นสุดแซ่บ... ที่แปลว่าแซ่บจนต้องร้องขอชีวิต (เพราะของค้างคืน!)
    พอถึงบ้านปุ๊บ ไม่รอช้าค่ะ จัดการแกะถุงมาม่าต้มยำน้ำข้นเทใส่ชาม สีสันจัดจ้านดูดีมาก ซู้ดเส้นไปคำแรก อืม... เส้นเหนียวนุ่ม รสชาติน้ำซุปก็สอบผ่านอยู่ แต่พอตัก "หมูสับกับลูกชิ้น" เข้าปากเท่านั้นแหละ... กรี๊ดดดด!

หมูสับสไตล์วินเทจ: รสชาติมันเหมือนหมูที่ผ่านการเดินทางข้ามเวลามาตั้งแต่เมื่อวานซืน! มันไม่สด มันมีความชืด มีกลิ่นตู้เย็นบางๆ เตะจมูก

ลูกชิ้นสู้ฟัน (ที่แปลว่าเหนียวจนฟันแทบหัก): ความเด้งสู้ลิ้นหายไปไหนหมดลูกเอ๊ยยย สภาพเหมือนลูกชิ้นที่ต้มแล้วต้มอีกจนวิญญาณปลาหนีออกจากร่างไปแล้ว

"ความคาดหวังคือสวรรค์ชั้นเจ็ด แต่ความจริงคือตกลงมาสลบที่ชั้นดิน!"
นี่คืออินไซต์ของคนชอบกินสตรีทฟู้ดเลยนะแก คือเราเข้าใจนะว่าของขายไม่หมดก็เสียดาย แต่การเอาของเก่ามาอุ่นวนไปให้ลูกค้ากินเนี่ย มันทำร้ายจิตใจคนหิวมากนะเว้ย!

3. ขนมโตเกียวในตำนาน... กับราคาที่พุ่งทะยานแต่คุณภาพสวนทาง
    เจ็บจากมาม่าต้มยำ ยังมี ขนมโตเกียวไส้คัสตาร์ดครีม เป็นความหวังสุดท้าย เอาวะ ขนมหวานต้องฮีลใจเราได้สิ! แต่พอชิมไปคำแรก... แกรรร ไส้ครีมมันไม่หอมละมุนเหมือนเดิม มันมีความแป้งๆ รสชาติจืดชืดไปหมด ความนัวความไข่หายวับไปกับตา
     ที่พีคคือ ราคาปรับขึ้นจ้า! สมัยก่อนชิ้นละ 5 บาท 10 บาท เดี๋ยวนี้กระโดดขึ้นมาทีละ 5-10 บาทต่อชิ้น! แอดมินเข้าใจสุดๆ ว่ายุคนี้ข้าวของแพง ต้นทุนวัตถุดิบมันขึ้นเอาๆ ไข่แพง แก๊สแพง พ่อค้าแม่ค้าก็ต้องปรับตัว

แต่... การขึ้นราคา แล้วลดคุณภาพลง มันคือการทุบหม้อข้าวตัวเองชัดๆ! ลูกค้าอย่างเราๆ ยอมจ่ายแพงขึ้นได้นะ ถ้าของมันยังอร่อยและคุณภาพดีเหมือนเดิม แต่ถ้าจ่ายแพงขึ้นแล้วได้ของไม่อร่อย ได้ของค้างคืน ครั้งหน้าเดินผ่านร้านนี้ฉันก็เมินใส่แล้วป่ะ? พฤติกรรมแบบนี้แหละที่ทำร้ายชื่อเสียงร้านตัวเองในระยะยาว ปากต่อปากนี่ไวกว่าไฟลามทุ่งนะจ๊ะแม่ค้าจ๋า!

💬 มาชวนคุยกันหน่อยจ้าเพื่อนๆ
    จบแล้วค่ะมหากาพย์การกินสตรีทฟู้ดอันแสนเศร้าของแอดมินในค่ำคืนนี้ แฟนๆ พันทิปคิดยังไงกันบ้างคะ?

ตลาดนัดแถวบ้านเพื่อนๆ ช่วงนี้คนเงียบเหงาเหมือนแถวบ้านแอดมินไหม?
เคยเจอแจ็คพอตซื้ออาหารสตรีทฟู้ดแล้วเจอ "ของค้างคืน" หรือ "ขึ้นราคาแต่ลดคุณภาพ" กันบ้างหรือเปล่า? มาแชร์ประสบการณ์เจ็บๆ ให้ฟังหน่อย!
ในมุมมองของคนซื้อ ถ้าวัตถุดิบแพงขึ้น เพื่อนๆ เลือกที่จะให้ร้าน "ขึ้นราคาแต่คงคุณภาพเดิม" หรือ "ราคาเท่าเดิมแต่ลดปริมาณ/คุณภาพ" มากกว่ากันคะ?
มาคอมเมนต์ระบายความอัดอั้น หรือแชร์ร้านเด็ดที่ยังคงคุณภาพดีให้แอดมินตามไปชิมเพื่อล้างปมในใจทีค่ะ! รออ่านคอมเมนต์ทุกคนอยู่น้าาาา เลิฟๆ จุ๊บๆ 😘👇

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่