อาจจะเป็นเพราะว่าเพดานความคาดหวังของผมที่มีต่อซีรีส์นี้มันสูงมากมั้ง เลยรู้สึกเฉยๆ คือไม่ได้ผิดหวัง แต่ก็ไม่ได้สมหวังมากขนาดนั้น
ผมดีใจนะที่ไทยเรามีซีรีส์แนว courtroom บ้าง เพราะว่าเคยดูหนังและซีรีส์แนวนี้ของฝรั่งมาเหมือนกันแล้วรู้สึกว่า มันมันส์มาก ทำไมแค่การเถียงกันในชั้นศาลมันถึงทำออกมาได้มันส์ และสนุกขนากนั้นซึ่งสำหรับซีรีส์เรื่องนี้ถ้านับเฉพาะ part court room ก็มีที่ทั้งชอบและไม่ชอบ
สำหรับ plot นะครับ ก็โอเครนะ เพราะยังไงสุดท้ายมันก็ต้องโยนเข้าหาทนายจิตตรีอยู่แล้ว ส่วนบท อาจจะมีแผลและปัญหาบ้าง แต่โดยรวมคือ พอใช้ครับ
การแสดง เห็นพี่หญิง รฐากับพี่นัทมาแสดงคือวางใจแล้ว หนำซ้ำยังได้ผู้กำกับจากซีรีส์สงครามส่งด่วนอีก (จะไม่ให้คาดหวังได้ไง) ซึ่งการแสดง tone ต่างๆ รวมถึง swag ตัวละครบางตัวมีความคล้ายสงครามส่งด่วนมาก ซึ่งผมโอเครนะ
การถ่ายทำ production netflix มันก็ไม่ธรรมดาอยู่แล้ว scene ในชั้นศาลขึ้นแต่ละทีคือชอบมาก เพราะหนังแนวนี้ผมก็โฟกัสที่เรื่องของชั้นศาลอยู่แล้ว
Pacing ไม่นานเลยนะจริงๆซีรีส์ใช้เวลาดูวันเดียวก็สามารถจบได้นะครับสำหรับเรื่องนี้ หนึ่งตอนไม่ถึง 1 ชั่วโมงด้วยซ้ำ
ตอนจบ เอาจริงนะ คือผมรู้สึกว่าตัวผมเองไม่ชอบตอน pilot กับตอนจบเท่าไหร่เลย คือมันมีบางฉากที่สำหรับผมมันไม่ make sense เดี๋ยวจะมาอธิบายในช่องสปอยล์หน่อยครับ
ภาพรวมสำหรับซีรีส์ทนายปีศาจ ใครที่ชอบหนังแนว courtroom ผมแนะนำนะเพราะว่าซีนในชั้นศาลในซีรีส์เรื่องนี้ถือว่าเยอะพอสมควร คือขึ้นทีมากๆซึ่งอันนี้เป็นสิ่งที่ต้องชื่นชม การแสดงของนักแสดงคือดีมากๆ การถ่ายทำก็เช่นกัน เพราะพอใช้ได้ส่วนบทก็อาจจะมีแผลบ้างเล็กน้อย และตัวซีรีส์ไม่ได้ใช้เวลานานในการดูเลยครับ เป็นอีกหนึ่งซีรีส์ที่แนะนำเช่นกัน
7.5/10
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
สิ่งที่ชอบและคาดหวัง
คือพอเราได้ยินคำว่าทนายปีศาจ ในหัวของผมผมก็รู้สึกว่ามันจะต้องมีเทคนิค แน่นอนครับสำหรับทนายคนนี้เพราะว่าทนายคนนี้เนี่ยเค้าจะต้องเป็นอยู่ในข้างฝ่ายยุติธรรมอยู่แล้ว ดังนั้นสิ่งที่ผมคาดหวังก็คือเทคนิคต่างๆในการเอาชนะ ซึ่งทนายพวกนี้เค้าก็จะไม่ค่อยสนศีลธรรมซึ่งสำหรับผมมันก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะคำว่ากฎหมายกับศีลธรรมในประเทศไทยสำหรับผมมันไม่ได้ไปด้วยกันเลย แต่เข้าใจทีมออกกฎหมายนะครับใครมันจะจะไปสามารถนึกความผิดของคนออกได้ทั้งหมดล่ะถูกไหม ลูกเล่นของทนายจิตตรีถือว่าทำออกมา ดีและจำเจ ตอนแรกผมนึกว่าลูกเล่นของเขาจะมีอะไรมากกว่ากัน black mail แต่สุดท้ายก็มีแค่นี้ แต่อันนั้นมันเป็นวิธีการนำข้อมูลเอามาใช้ในชั้นศาลไง แต่ตอนขึ้นชั้นศาลผมชอบวิธีการการแสดงของพี่หญิง รฐามาก มันจะมีอยู่ scene นึง ที่ทำคดีเรื่องหมอข่มขืนนะครับ ผมรู้สึกว่าการเค้นคำตอบจากผู้ถูกกระทำมันแสดงให้เห็นเลยว่าทนายเค้าพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ศาลท่านเชื่อว่า ฝั่งของโจทก์เป็นโรคไบโพลาร์ และในขณะเดียวกันก็เป็นการกดดันฝั่งโจทย์ไปในตัวเพราะว่าถ้ายิ่งยื้อและขึ้นศาลในคดีนี้ต่อไปสภาพจิตใจของโจทก์ก็อาจจะไม่ได้ ก็คือวิธีการนี้เป็นวิธีการนำมาซึ่งชัยชนะของทนายจิตตรี แต่ถ้าพูดถึงในเชิงศีลธรรมแล้วมันเป็นวิธีการที่แย่มากๆ เหมาะสมกับฉายาทนายปีศาจ
สิ่งที่ไม่ชอบ และไม่ make sense
เอาแค่ฉากเปิดเรื่องเลยครับมันจะเป็นฉากที่ว่าว่าด้วยเรื่องของคดีฟ้องร้องเกี่ยวกับลูกในครรภ์ ซึ่งสำหรับผมนะอันนี้ผมไม่ได้บอกว่าทุกคนจำเป็นที่จะต้องรู้ข้อมูลนี้ แต่สำหรับผมไอ้คำว่า “คลอดและรอดออกมาเป็นทารก” จะถือว่าเป็นสภาพบุคคล สำหรับผมขนาดผมไม่ใช่ทนายผมยังรู้เลย แล้วทนายฝั่งโจทก์ใน pilot เรื่องแค่นี้ทำไมไม่รู้ อันนี้ผมไม่ได้หมายถึงว่าทุกคนจำเป็นต้องรู้ข้อมูลนี้แต่ ข้อมูลนี้ผมรู้ตั้งแต่ตอนผมเรียนมัธยมปลาย มันไม่ใช่ข้อมูลที่เข้าใจได้ยากอะไรขนาดนั้น แล้วมันไม่ได้มี gemic อะไรเยอะแยะเลย สำหรับผมตอน pilot เปิดคดีชั้นศาลมามันเลยไม่ค่อย Impact เท่าไหร่ ก็อย่างที่บอกถ้าทุกคนน่าจะรู้เรื่องนี้อยู่แล้วแล้วยังยังจะดันทุรังมาทำทำไม ตอนแรกก็คิดว่าน่าจะมีลูกเล่นที่ไหนได้ไม่มี
แต่ก็เข้าใจนะว่าซีรีส์มันพยายามจะสะท้อนให้เห็นว่าว่ากฎหมายนี้มันไม่ค่อย สอดคล้องกับหลักศีลธรรม คืออารมณ์แบบว่าลูกที่อยู่ในครรภ์เนี่ยมันก็มีชีวิตอยู่แล้วในตามหลักวิทยาศาสตร์ แต่ตามหลักกฏหมายมันไม่ได้นับเป็นแบบนั้น ซึ่งทางซีรีส์น่าจะพยายามบอกว่าเปลี่ยนซะให้มันเหมือนกันนั่นแหละ ให้ลูกในครรภมีชีวิตเหมือนกับตามหลักวิทยาศาสตร์ซะ
ส่วนเรื่องก็คือตอนจบ สำหรับผมคำให้การของพระเอกในชั้นสืบพยานมันแปลกมาก และมันแบบเอ๊ะสุดๆ อันนี้ผมอาจจะไม่ได้รู้ข้อกฎหมายเยอะและอาจจะไม่ได้รู้เทคนิคของท่านผู้พิพากษานะ แต่ผมแอบงงว่าคำให้การของพระเอกในตอนสุดท้ายเนี่ยมันแตกต่างจากตอนที่เหลือโดยสิ้นเชิง ทำไมอยู่ดีดีผู้พิพากษาถึงมองว่าพระเอกไม่ผิด คือคำให้การในวันสุดท้ายมันแทบจะเรียกได้ว่าแปลกมากมากๆ คือเข้าใจว่าพระเอกเนี่ยมันพยายามจะเอาตัวรอดด้วยตัวมันเอง แต่ว่าพึ่งมาบอกเอาตอนนี้น้ำหนักมันก็ไม่น่ามากพอหรือเปล่า แล้วปมปัญหาของพม่าจะเอายังไง สุดท้ายแล้วพม่าผู้หญิงคนนั้นหายไปไหนไม่รู้ สุดท้ายพระเอกก็ต้องยอมจำนนต่ออำนาจอยู่ดี แล้วก็ตัดบทตัวละครของอากบ ทรงสิทธิ์ไปเลย เพราะว่าดันมีตัวละครใหม่มาแทนซึ่งจะปูไปซีซัน 2 แบบมันไวมากอ่ะตอนจบ
รีวิวหลังชมซีรีส์ “ทนายปีศาจ”
อาจจะเป็นเพราะว่าเพดานความคาดหวังของผมที่มีต่อซีรีส์นี้มันสูงมากมั้ง เลยรู้สึกเฉยๆ คือไม่ได้ผิดหวัง แต่ก็ไม่ได้สมหวังมากขนาดนั้น
ผมดีใจนะที่ไทยเรามีซีรีส์แนว courtroom บ้าง เพราะว่าเคยดูหนังและซีรีส์แนวนี้ของฝรั่งมาเหมือนกันแล้วรู้สึกว่า มันมันส์มาก ทำไมแค่การเถียงกันในชั้นศาลมันถึงทำออกมาได้มันส์ และสนุกขนากนั้นซึ่งสำหรับซีรีส์เรื่องนี้ถ้านับเฉพาะ part court room ก็มีที่ทั้งชอบและไม่ชอบ
สำหรับ plot นะครับ ก็โอเครนะ เพราะยังไงสุดท้ายมันก็ต้องโยนเข้าหาทนายจิตตรีอยู่แล้ว ส่วนบท อาจจะมีแผลและปัญหาบ้าง แต่โดยรวมคือ พอใช้ครับ
การแสดง เห็นพี่หญิง รฐากับพี่นัทมาแสดงคือวางใจแล้ว หนำซ้ำยังได้ผู้กำกับจากซีรีส์สงครามส่งด่วนอีก (จะไม่ให้คาดหวังได้ไง) ซึ่งการแสดง tone ต่างๆ รวมถึง swag ตัวละครบางตัวมีความคล้ายสงครามส่งด่วนมาก ซึ่งผมโอเครนะ
การถ่ายทำ production netflix มันก็ไม่ธรรมดาอยู่แล้ว scene ในชั้นศาลขึ้นแต่ละทีคือชอบมาก เพราะหนังแนวนี้ผมก็โฟกัสที่เรื่องของชั้นศาลอยู่แล้ว
Pacing ไม่นานเลยนะจริงๆซีรีส์ใช้เวลาดูวันเดียวก็สามารถจบได้นะครับสำหรับเรื่องนี้ หนึ่งตอนไม่ถึง 1 ชั่วโมงด้วยซ้ำ
ตอนจบ เอาจริงนะ คือผมรู้สึกว่าตัวผมเองไม่ชอบตอน pilot กับตอนจบเท่าไหร่เลย คือมันมีบางฉากที่สำหรับผมมันไม่ make sense เดี๋ยวจะมาอธิบายในช่องสปอยล์หน่อยครับ
ภาพรวมสำหรับซีรีส์ทนายปีศาจ ใครที่ชอบหนังแนว courtroom ผมแนะนำนะเพราะว่าซีนในชั้นศาลในซีรีส์เรื่องนี้ถือว่าเยอะพอสมควร คือขึ้นทีมากๆซึ่งอันนี้เป็นสิ่งที่ต้องชื่นชม การแสดงของนักแสดงคือดีมากๆ การถ่ายทำก็เช่นกัน เพราะพอใช้ได้ส่วนบทก็อาจจะมีแผลบ้างเล็กน้อย และตัวซีรีส์ไม่ได้ใช้เวลานานในการดูเลยครับ เป็นอีกหนึ่งซีรีส์ที่แนะนำเช่นกัน
7.5/10
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้