สวัสดีครับชาว พท. 👋
วันนี้ขอมาแชร์เรื่องที่ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นกับตัวเองเลยครับ
โดยเฉพาะคนที่กำลังลังเลเรื่องการรักษาหัวไหล่บาดเจ็บ
หรือรู้สึกว่าตัวเองกำลังมาถึงทางตันอยากให้อ่านดูก่อนนะครับเผื่อจะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น 🙏
เรื่องมีอยู่ว่าผมประสบอุบัติเหตุจากกีฬาจนไหล่ซ้ายหลุดครับ
ตอนแรกคิดว่าแค่พักเดี๋ยวก็ดีขึ้น แต่พอปล่อยไว้ก็มีอาการปวดมากๆ จึงได้ตัดสินใจไปหาหมอครับ
หมอได้สั่งทำเอ็กซเรย์และทำ MRI ด้วยเลย ผลก็ออกมาว่า หมอนรองด้านหน้าหัวไหล่ฉีกขาดขนาดใหญ่
จากคนที่เคยใช้ชีวิตได้คล่องแคล่ว ใช้แขนได้ตามปกติ
ก็ต้องมาเจอกับข้อจำกัดในการใช้งานไหล่ หลายอย่างที่เคยทำได้ง่ายๆ กลับกลายเป็นเรื่องลำบาก
ทั้งเรื่องแต่งตัว หยิบจับสิ่งของ หรือแม้แต่การทำงานในชีวิตประจำวัน
ยอมรับว่าช่วงนั้นรู้สึกไม่มั่นใจเหมือนกันครับว่าหลังรักษาแล้วจะเป็นยังไง
จะกลับมาใช้ชีวิตได้เหมือนเดิมไหม จะกลับไปต่อยมวยหรือเล่นกีฬาได้อีกหรือเปล่า
ก่อนจะตัดสินใจผ่าตัด ผมลองมาหมดแล้วครับ
ช่วงเดือนแรกๆ ผมพยายามปฏิเสธการผ่าตัดอย่างหนัก
เพราะกลัวแผลเป็น กลัวความเจ็บ กลัวต้องพักฟื้นยาว
เลยใช้วิธีการรักษาแบบประคับประคองครับ กินยาแก้ปวดตามหมอสั่ง
ไปทำกายภาพบำบัดสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ทำอยู่นานหลายสัปดาห์
แต่มันก็ยังไม่จบครับ อาการปวดก็ยังคอยกวนใจ ขยับแขนได้ไม่สุดเหมือนเดิม
และที่สำคัญคือที่หัวไหล่มันไม่แข็งแรงเหมือนเดิม ทำให้ผมออกกำลังกายไม่ได้เลย
ผมเป็นคนชอบชกมวยมาก เวลาเห็นคนอื่นได้ออกหมัด ได้ชกกระสอบทราย
แล้วเราทำได้แค่ยืนดู ความเซ็งมันพุ่งพล่านอยู่ในใจ
สุดท้ายผมเลยตัดสินใจว่าอยากลองหาวิธีใหม่ๆ ดู ผมก็ค้นหาบน Google
และ AI ก็แนะนำคุณหมอท่านหนึ่งมา แล้วอยู่ใกล้ผมด้วยแถวลาดพร้าว 111 ครับ
ผมเลยนัดเข้าไปคุยครับ เห็นในเว็บเกี่ยวกับความเชี่ยวชาญ
เรื่องการรักษาหัวไหล่แบบส่องกล้องของคุณหมอ บอกตรงๆ ผมไม่ได้มีความรู้เรื่องการ
รักษารูปแบบนี้เท่าไหร่ ก็อยากลองไปคุยกับหมอดูก่อนแล้วค่อยมาตัดสินใจอีกที
ซึ่งผมว่าวิธีนี้ดีมากๆ หากเพื่อนๆ ในพันทิปต้องการรักษาอะไรการไปคุยกับหมอก่อน
ตัดสินใจช่วยเราเลือกได้ดีขึ้นเลยครับ
ไปถึงผมก็บอกความต้องการชัดเจนว่า ผมอยากกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติ
อยากกลับไปต่อยมวยเหมือนเดิม คุณหมอเลยแนะนำวิธีผ่าตัดส่องกล้องหัวไหล่
เป็นทางเลือกที่เหมาะกับอาการและความต้องการของผม
ผมชอบตรงข้อดีของมันที่มากกว่าแค่การผ่าตัดธรรมดาๆ เพราะแผลจะเล็กมากและฟื้นตัวเร็วด้วย
แต่คุณหมอก็บอกว่าหลังผ่าตัดยังต้องมาติดตามอาการ ทำกายภาพนะ
ผมก็ตัดสินใจทันทีครับ เพราะผมมองว่าถ้าอยากให้ชีวิตกลับมาเหมือนเดิม
เราก็ต้องเลือกวิธีการรักษาที่ตรงจุดที่สุด
(เดี๋ยวมาเล่าต่อ นะครับว่าช่วงที่การผ่าตัดเป็นยังไง ต้องเตรียมแบบไหน และการฟื้นฟูที่ต้องทำหลังผ่าตัดเป็นยังไง)
[จำไม่ลืม! ผ่าตัดครั้งแรกในชีวิต] ไหล่หลุดจากอุบัติเหตุ หมอนรองด้านหน้าฉีกขาด
วันนี้ขอมาแชร์เรื่องที่ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นกับตัวเองเลยครับ
โดยเฉพาะคนที่กำลังลังเลเรื่องการรักษาหัวไหล่บาดเจ็บ
หรือรู้สึกว่าตัวเองกำลังมาถึงทางตันอยากให้อ่านดูก่อนนะครับเผื่อจะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น 🙏
เรื่องมีอยู่ว่าผมประสบอุบัติเหตุจากกีฬาจนไหล่ซ้ายหลุดครับ
ตอนแรกคิดว่าแค่พักเดี๋ยวก็ดีขึ้น แต่พอปล่อยไว้ก็มีอาการปวดมากๆ จึงได้ตัดสินใจไปหาหมอครับ
หมอได้สั่งทำเอ็กซเรย์และทำ MRI ด้วยเลย ผลก็ออกมาว่า หมอนรองด้านหน้าหัวไหล่ฉีกขาดขนาดใหญ่
จากคนที่เคยใช้ชีวิตได้คล่องแคล่ว ใช้แขนได้ตามปกติ
ก็ต้องมาเจอกับข้อจำกัดในการใช้งานไหล่ หลายอย่างที่เคยทำได้ง่ายๆ กลับกลายเป็นเรื่องลำบาก
ทั้งเรื่องแต่งตัว หยิบจับสิ่งของ หรือแม้แต่การทำงานในชีวิตประจำวัน
ยอมรับว่าช่วงนั้นรู้สึกไม่มั่นใจเหมือนกันครับว่าหลังรักษาแล้วจะเป็นยังไง
จะกลับมาใช้ชีวิตได้เหมือนเดิมไหม จะกลับไปต่อยมวยหรือเล่นกีฬาได้อีกหรือเปล่า
ก่อนจะตัดสินใจผ่าตัด ผมลองมาหมดแล้วครับ
ช่วงเดือนแรกๆ ผมพยายามปฏิเสธการผ่าตัดอย่างหนัก
เพราะกลัวแผลเป็น กลัวความเจ็บ กลัวต้องพักฟื้นยาว
เลยใช้วิธีการรักษาแบบประคับประคองครับ กินยาแก้ปวดตามหมอสั่ง
ไปทำกายภาพบำบัดสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ทำอยู่นานหลายสัปดาห์
แต่มันก็ยังไม่จบครับ อาการปวดก็ยังคอยกวนใจ ขยับแขนได้ไม่สุดเหมือนเดิม
และที่สำคัญคือที่หัวไหล่มันไม่แข็งแรงเหมือนเดิม ทำให้ผมออกกำลังกายไม่ได้เลย
ผมเป็นคนชอบชกมวยมาก เวลาเห็นคนอื่นได้ออกหมัด ได้ชกกระสอบทราย
แล้วเราทำได้แค่ยืนดู ความเซ็งมันพุ่งพล่านอยู่ในใจ
สุดท้ายผมเลยตัดสินใจว่าอยากลองหาวิธีใหม่ๆ ดู ผมก็ค้นหาบน Google
และ AI ก็แนะนำคุณหมอท่านหนึ่งมา แล้วอยู่ใกล้ผมด้วยแถวลาดพร้าว 111 ครับ
ผมเลยนัดเข้าไปคุยครับ เห็นในเว็บเกี่ยวกับความเชี่ยวชาญ
เรื่องการรักษาหัวไหล่แบบส่องกล้องของคุณหมอ บอกตรงๆ ผมไม่ได้มีความรู้เรื่องการ
รักษารูปแบบนี้เท่าไหร่ ก็อยากลองไปคุยกับหมอดูก่อนแล้วค่อยมาตัดสินใจอีกที
ซึ่งผมว่าวิธีนี้ดีมากๆ หากเพื่อนๆ ในพันทิปต้องการรักษาอะไรการไปคุยกับหมอก่อน
ตัดสินใจช่วยเราเลือกได้ดีขึ้นเลยครับ
ไปถึงผมก็บอกความต้องการชัดเจนว่า ผมอยากกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติ
อยากกลับไปต่อยมวยเหมือนเดิม คุณหมอเลยแนะนำวิธีผ่าตัดส่องกล้องหัวไหล่
เป็นทางเลือกที่เหมาะกับอาการและความต้องการของผม
ผมชอบตรงข้อดีของมันที่มากกว่าแค่การผ่าตัดธรรมดาๆ เพราะแผลจะเล็กมากและฟื้นตัวเร็วด้วย
แต่คุณหมอก็บอกว่าหลังผ่าตัดยังต้องมาติดตามอาการ ทำกายภาพนะ
ผมก็ตัดสินใจทันทีครับ เพราะผมมองว่าถ้าอยากให้ชีวิตกลับมาเหมือนเดิม
เราก็ต้องเลือกวิธีการรักษาที่ตรงจุดที่สุด
(เดี๋ยวมาเล่าต่อ นะครับว่าช่วงที่การผ่าตัดเป็นยังไง ต้องเตรียมแบบไหน และการฟื้นฟูที่ต้องทำหลังผ่าตัดเป็นยังไง)