การพัฒนาเพื่อไปฟุตบอลโลกไม่ยาก

แต่ที่ยากคือความตั้งใจจริงและร่วมมือร่วมแรงร่วมใจ
ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ไม่ได้เก่งขึ้นเพราะ "จู่ๆ มีนักเตะเก่งโผล่มา" แต่เป็นผลจากการวางระบบระยะยาว 20-30 ปีครับ
🇯🇵 ญี่ปุ่น: วางแผนเป็นชาติ
หลังจากแพ้ยับในช่วงทศวรรษ 1980-1990 ญี่ปุ่นตั้งเป้าชัดเจนว่าจะเป็นมหาอำนาจฟุตบอลเอเชีย
จุดเปลี่ยนสำคัญคือการก่อตั้ง J.League ในปี 1993
สิ่งที่ญี่ปุ่นทำคือ
สร้างลีกอาชีพที่มั่นคง
บังคับให้สโมสรมีอะคาเดมีเยาวชน
ส่งนักเตะไปยุโรปตั้งแต่อายุน้อย
พัฒนาโค้ชตามมาตรฐานสากล
ใช้ฟุตบอลเป็นกีฬามวลชนในโรงเรียน
ผลคือจากสมัยที่แพ้ไทยและเกาหลีบ่อยๆ กลายเป็นชาติที่ส่งนักเตะไปลีกยุโรปเป็นร้อยคน
ปัจจุบันนักเตะญี่ปุ่นเล่นอยู่ในลีกใหญ่แทบทุกประเทศของยุโรป
🇰🇷 เกาหลีใต้: พื้นฐานดีอยู่แล้ว แต่พัฒนาต่อเนื่อง
เกาหลีใต้จริงๆ แข็งแกร่งกว่าเอเชียส่วนใหญ่มานานแล้ว
พวกเขาเข้าฟุตบอลโลกหลายครั้งตั้งแต่ก่อนญี่ปุ่นด้วยซ้ำ
จุดเปลี่ยนใหญ่คือการเป็นเจ้าภาพร่วมฟุตบอลโลก 2002 กับ Japan
หลังจากนั้น
ลงทุนศูนย์ฝึกทั่วประเทศ
พัฒนาลีกอาชีพ K League
ส่งนักเตะไปยุโรปจำนวนมาก
เน้นสมรรถภาพร่างกายและวินัย
ปัจจุบันมีนักเตะระดับโลกอย่าง Son Heung-min เป็นแรงบันดาลใจให้เด็กรุ่นใหม่
แล้วทำไมพัฒนาเร็วกว่าไทย?
ความต่างสำคัญคือ
ญี่ปุ่น/เกาหลี
วางแผน 20-30 ปี
ไทย
เปลี่ยนนโยบายบ่อย
ญี่ปุ่น/เกาหลี
สโมสรลงทุนเยาวชนจริง
ไทย
หลายสโมสรเน้นผลงานระยะสั้น
ญี่ปุ่น/เกาหลี
ส่งนักเตะไปยุโรปต่อเนื่อง
ไทย
ไปยุโรปน้อย
ญี่ปุ่น/เกาหลี
โค้ชพัฒนาตามมาตรฐานโลก
ไทย
ระบบพัฒนาโค้ชยังตามหลัง
ญี่ปุ่น/เกาหลี
ลีกมีความเข้มข้นสูง
ไทย
ไทยลีกพัฒนาขึ้นแต่ยังห่าง
ช่วงยุค 90 ญี่ปุ่นก็ไม่ได้เก่งทันทีครับ
ฟุตบอลโลก 1998 พวกเขาแพ้รวด 3 นัด ตกรอบแรก
เกาหลีใต้ก็เคยตกรอบแรกหลายครั้ง
แต่ทั้งสองประเทศ "ไม่เปลี่ยนแผนกลางทาง" ลงทุนต่อเนื่องหลายสิบปี จนวันนี้สามารถสู้กับทีมยุโรประดับกลางถึงสูงได้
ตัวอย่างเช่นในฟุตบอลโลก 2022
ญี่ปุ่นชนะ Germany และ Spain
เกาหลีใต้ชนะ Portugal
ซึ่งเมื่อ 30 ปีก่อนถือว่าแทบเป็นเรื่องที่คนเอเชียจินตนาการไม่ออกเลยครับ
วัฒนธรรมของญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และบางส่วนของจีน มีอิทธิพลจากแนวคิดขงจื๊อ (Confucianism) ที่เน้น
ความมีวินัย
การเคารพกฎระเบียบ
ความอดทน
การทำงานหนัก
การเสียสละเพื่อส่วนรวม
คุณสมบัติเหล่านี้ช่วยให้การสร้างระบบฟุตบอลระยะยาวทำได้ง่ายขึ้น
ตัวอย่างเช่น
เด็กญี่ปุ่นซ้อมตามโปรแกรมอย่างเคร่งครัด
ผู้ปกครองสนับสนุนการฝึกซ้อมระยะยาว
สโมสรและสมาคมฟุตบอลทำงานตามแผน 10-20 ปีได้
นักเตะยอมไปเริ่มต้นใหม่ในลีกเล็กของยุโรปเพื่อพัฒนาตัวเอง
แต่ถ้าบอกว่า "เก่งเพราะคนขยันกว่า" อย่างเดียวก็ไม่ถูกครับ
เพราะมีหลายประเทศที่คนขยันมากแต่ฟุตบอลไม่ได้เก่ง เช่น Vietnamหรือ China
โดยเฉพาะจีนเป็นตัวอย่างที่ดีมาก
คนจีนทำงานหนักไม่แพ้ชาติไหนในโลก แต่ฟุตบอลชายกลับไม่ประสบความสำเร็จเท่าญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ เพราะมีปัญหาเรื่อง
ระบบเยาวชน
การบริหาร
การพึ่งเงินทุนมากเกินไป
การพัฒนานักเตะไม่ต่อเนื่อง
ดังนั้นสูตรจริงๆ คือ
วัฒนธรรม + ระบบ + การลงทุนระยะยาว
สามอย่างต้องมาพร้อมกัน
อีกเรื่องที่น่าสนใจคือ ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้มี "ความทะเยอทะยานระดับชาติ" ด้วย
เมื่อก่อนพวกเขามองฟุตบอลยุโรปแล้วคิดว่า "สักวันเราต้องไปถึงระดับนั้น"
จึงส่งนักเตะออกไปเล่นใน Premier League, Bundesliga และลีกยุโรปอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง แม้ช่วงแรกจะล้มเหลวหลายคนก็ตาม
ตรงนี้ต่างจากหลายประเทศในเอเชียที่พอเป็นดาวเด่นในลีกตัวเองแล้วก็พอใจ หรือสโมสรไม่อยากปล่อยนักเตะออกไป
สรุปคือ "นิสัยความขยันและมีวินัย" ช่วยได้จริง แต่สิ่งที่ทำให้ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ก้าวกระโดดคือการสร้างระบบฟุตบอลที่ดีและรักษาแผนนั้นไว้ต่อเนื่องหลายสิบปีครับ ไม่ใช่แค่เรื่องลักษณะนิสัยของคนในชาติอย่างเดียว।
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่